เรื่อง ฉันโดน เจ้านายอาหรับ Nc40+++

ติดตาม
ตอนที่ 128: ยุทธการฝ่าพายุเพลิงทราย
ตอนที่ 128: ยุทธการฝ่าพายุเพลิงทราย
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 128: ยุทธการฝ่าพายุเพลิงทราย


"ไม่มีวันที่ข้าจะยอมส่งมอบภรรยาของข้า และไม่มีวันที่ข้าจะยอมให้ทรราชหน้าไหนมาเหยียบย่ำแผ่นดินและทำลายอนาคตของพวกเรา!"


เสียงคำรามกึกก้องของคาริมดั่งพญาราชสีห์ที่พร้อมจะฉีกกระชากศัตรูให้แหลกเป็นชิ้นๆ ดวงตาคมกริบของราชันแห่งผืนทรายลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความเด็ดเดี่ยว เขากระแทกหมัดลงบนโต๊ะแผนที่ยุทธการดิจิทัลอย่างแรง จนภาพโฮโลแกรมสามมิติของหุบเขาเงาทมิฬสั่นไหว แผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตยุทธวิธียกขึ้นลงตามแรงอารมณ์อันคุกรุ่น รังสีแห่งอำนาจและความน่าเกรงขามแผ่ออกมาสะกดทุกคนในห้องบัญชาการ


"พวกมันคิดว่าการยึดสถานีพลังงานสุริยันและข่มขู่ด้วยขีปนาวุธเคมีจะทำให้เรายอมคุกเข่า... แต่พวกมันคิดผิดอย่างมหันต์!" พี่ทาริกคำรามตาม แววตานักรบยักษ์ใหญ่แผ่รังสีแห่งการฆ่าฟันออกมาอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อแขนที่แน่นหนาไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนกระชับปืนลูกซองยุทธวิธีและมีดสั้นไทเทเนียมคู่กายแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ชีวิตของกระผมมีไว้เพื่อปกป้องท่านหญิงมะนาวและท่านชีค... หากพวกมันกล้าแตะต้องแม้เพียงปลายเล็บ กระผมจะบดขยี้กะโหลกพวกมันด้วยมือเปล่า!"


ฉันก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างสองบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ สองมืออันนุ่มนวลของฉันเอื้อมไปประสานกุมมือหนาของคาริมและพี่ทาริกไว้มั่น ถ่ายทอดความรัก ความเชื่อมั่น และความกล้าหาญที่ไม่มีวันสั่นคลอน สายเลือดขัตติยนารีแห่งอัล-ซาฮ์ราในกายของฉันตื่นรู้และพร้อมที่จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับคนที่ฉันรักจนถึงที่สุด


"มะนาวจะไม่ยอมให้คนบริสุทธิ์นับล้านและลูกสาวตัวน้อยของเราต้องตกเป็นเหยื่อของคนชั่วค่ะคุณคาริม... มะนาวมีแผนที่จะพาพวกเราเจาะทะลวงเข้าไปในหุบเขานั้นโดยที่ระบบเรดาร์ของพวกมันตรวจจับไม่ได้แม้แต่เงา"


เจ้าหญิงอามิราทรงเลิกพระขนงด้วยความสนพระทัย พระเนตรคมกริบทรงปัญญาจ้องมองมาที่ฉัน "แผนอะไรรึ มะนาว? เรดาร์ตรวจจับคลื่นความถี่สูงและป้อมปืนกลหนักต่อสู้อากาศยานของมัลคอล์มครอบคลุมพื้นที่ผิวทรายรอบหุบเขาเงาทมิฬทั้งหมด แม้แต่ฝูงโดรนสเตลท์หรือเครื่องบินล่องหนยังยากที่จะบินฝ่าม่านกระสุนเข้าไปได้"


ฉันปลดล็อกเก็ตกุหลาบทองคำออกจากลำคอระหง แล้วทาบลงบนแท่นอ่านข้อมูลภูมิศาสตร์โบราณของโต๊ะยุทธการ แสงเลเซอร์สีทองสแกนลวดลายสลักโบราณบนล็อกเก็ตอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ภาพแผนที่สามมิติโบราณจะฉายซ้อนทับลงบนแผนที่ดาวเทียมยุคปัจจุบัน เผยให้เห็นเส้นทางใต้พิภพที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผืนทรายมานับพันปีอย่างน่าอัศจรรย์!


"นี่คือ 'อุโมงค์ทางส่งน้ำโบราณแห่งอัล-ซาฮ์รา' (Ancient Qanat of Al-Zahra) ค่ะ" ฉันชี้ไปที่แนวเส้นทางสีทองที่ทอดยาวลัดเลาะใต้ชั้นหินแกรนิตลึกกว่าหนึ่งร้อยเมตร "อุโมงค์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษเพื่อส่งน้ำแร่จากตาน้ำใต้พิภพเข้าสู่ใจกลางหุบเขา ปัจจุบันมันคือรอยเลื่อนธรณีที่แห้งสนิท แต่มันเชื่อมต่อตรงเข้าสู่ห้องเครื่องกำเนิดพลังงานใต้ดินของสถานีสุริยันโดยตรง ซึ่งเป็นจุดบอดที่ระบบเรดาร์ กล้องวงจรปิด และเซ็นเซอร์ความร้อนของพวกมัลคอล์มตรวจจับไม่ถึงอย่างแน่นอน!"


"ยอดเยี่ยมมาก มะนาว!" คาริมสบตาฉันด้วยความทึ่งและความรักอันลึกซึ้งที่เอ่อล้นในหัวใจ มือหนาของเขาลูบแก้มของฉันอย่างอ่อนโยน "เจ้าไม่ได้เป็นเพียงดวงใจและภรรยาที่รักยิ่งของข้า แต่เจ้าคือผู้นำทางแห่งชัยชนะที่สวรรค์ประทานมาให้แก่แผ่นดินนี้อย่างแท้จริง!"


"ข้าจะสั่งการเตรียมฝูงยานเกราะสะเทินทราย 'แซนด์สตอร์ม-X' และหน่วยรบพิเศษเหยี่ยวสุริยันเดี๋ยวนี้" เจ้าหญิงอามิราตรัสด้วยพระสุรเสียงหนักแน่นเด็ดขาด "เรามีเวลาเหลือน้อยกว่าห้าชั่วโมงก่อนที่ขีปนาวุธเคมีจะถูกยิง เราต้องหยุดยั้งหายนะนี้และทวงคืนสถานีสุริยันให้จงได้!"


ภายในเวลาไม่ถึงสามสิบนาที ปฏิบัติการสายฟ้าแลบในชื่อ 'ยุทธการเหยี่ยวสุริยัน' (Operation Solar Falcon) ก็เปิดฉากขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ


ฉันเปลี่ยนมาสวมชุดปฏิบัติการรบทางยุทธวิธีสีทะเลทรายที่ตัดเย็บด้วยเส้นใยเคฟลาร์นาโนน้ำหนักเบาแต่กันกระสุนได้ระดับสูง ชุดเข้ารูปกระชับกับทรวดทรงอวบอัดสะกดสายตา เนินอกอิ่มคัพ E นวลเนียนถูกโอบกระชับไว้อย่างรัดกุม สะโพกผายคาดเข็มขัดยุทธวิธีที่บรรจุซองกระสุน มีดพกสั้น และอุปกรณ์สื่อสารดาวเทียม ฉันเหน็บปืนพกขนาด 9 มม. ไว้ที่ซองปืนข้างต้นขา พร้อมด้วยแท็บเล็ตถอดรหัสควอนตัมที่เชื่อมโยงกับล็อกเก็ตกุหลาบทองคำ


คาริมและพี่ทาริกอยู่ในชุดเกราะรบเต็มพิกัด ทั้งสองบุรุษดูสง่างาม ดุดัน และน่าเกรงขามดั่งขุนศึกแห่งผืนทราย คาริมถือปืนไรเฟิลจู่โจมปรับแต่งพิเศษลำกล้องทองคำ ขณะที่พี่ทาริกแบกปืนกลหนักมินิกันหกลำกล้องและแท่นยิงจรวดต่อต้านยานเกราะไว้บนบ่ากว้าง


ครืนนนนน!


ขบวนยานเกราะล้อยางสะเทินทรายหุ้มเกราะหนาสี่คัน พุ่งทะยานออกจากฐานทัพใต้ดินมุ่งหน้าสู่ทะเลทรายทมิฬ ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายและบ้าคลั่งอย่างถึงที่สุด พายุทรายแดงขนาดยักษ์ (Red Haboob Sandstorm) กำลังพัดกระหน่ำโหมซัดผืนทะเลทรายจนท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงชาด ทัศนวิสัยแทบเป็นศูนย์ เม็ดทรายนับล้านเม็ดเสียดสีกับกระจกกันกระสุนจนเกิดเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของพญามาร แต่พายุทรายอันดุร้ายนี้กลับกลายเป็นเกราะกำบังธรรมชาติชั้นเลิศที่ช่วยบดบังสัญญาณตรวจจับความร้อนและภาพถ่ายดาวเทียมของพวกศัตรู


"เข้าสู่พิกัดปากทางเข้าอุโมงค์โบราณในอีกสองกิโลเมตรข้างหน้าครับ!" พี่ทาริกที่นั่งประจำตำแหน่งพลขับตะโกนบอกผ่านหน้าจอตรวจจับความร้อนอินฟราเรด


ทว่า ทันใดนั้นเอง! สัญญาณเรดาร์เตือนภัยในรถพลันกะพริบถี่รัวเป็นสีส้มฉาน!


ติ๊ดๆๆๆๆ! ติ๊ดๆๆๆๆ!


"ตรวจพบขบวนรถบักกี้หุ้มเกราะติดปืนกลหนักและฝูงโดรนจู่โจมขององค์กรเงาจันทรา 8 คัน กำลังแล่นตัดหน้าเข้ามาสกัดกั้นที่แนวช่องแคบหิน!" เจ้าหญิงอามิราที่ควบคุมจอสื่อสารจากศูนย์บัญชาการแจ้งเตือนด่วน


บรืนนนน! ปังๆๆๆๆ! ปังๆๆๆๆ!


กระสุนปืนกลหนักขนาด .50 จากรถบักกี้หุ้มเกราะของศัตรูสาดกระหน่ำเข้าใส่ตัวถังรถของพวกเราจนสะเก็ดไฟแตกกระจายระยิบระยับ คาริมไม่รอช้า รีบเปิดฝาครอบป้อมปืนบนหลังคารถ โผล่ตัวขึ้นไปลั่นไกปืนกลหนักตอบโต้ทันที ปังๆๆๆ! กระสุนระเบิดเจาะเข้าถังน้ำมันของรถศัตรูคันแรกจนระเบิดเป็นลูกไฟยักษ์พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ตูม!


"ทาริก! ฉีกซ้ายแล้วเปิดทางเข้าช่องแคบหินเดี๋ยวนี้!" คาริมตะโกนสั่งการท่ามกลางเสียง-่ากระสุน


พี่ทาริกหักพวงมาลัยอย่างชำนาญ ยานเกราะสะเทินทรายดริฟต์สไลด์บนเนินทรายอย่างดุดัน พี่ทาริกกดปุ่มยิงจรวดนำวิถีควันสกัดกั้นพุ่งเข้าใส่ขบวนรถของศัตรู ตูม! แรงระเบิดทำให้รถบักกี้ของศัตรูอีกสองคันพลิกคว่ำไถลไปกับพื้นทรายจนไฟลุกท่วม


ฉันไม่ยอมอยู่นิ่ง รีบเปิดช่องยิงด้านข้าง เล็งปืนพกกลเก็บเสียงยิงสกัดโดรนติดอาวุธที่กำลังบินลดระดับลงมาหมายจะทิ้งระเบิดใส่หลังคารถ กระสุนของฉันเจาะเข้าที่ใบพัดหลักของโดรนจนมันหมุนคว้างและพุ่งชนหน้าผาหินระเบิดพินาศไปสองลำ!


"ยิงได้แม่นยำมาก มะนาว!" คาริมตะโกนชมอย่างภาคภูมิใจ


"เข้าสู่อุโมงค์โบราณแล้ว!" พี่ทาริกตะโกนก้อง เมื่อยานเกราะพุ่งทะลวงฝ่าม่านพายุทรายมุดหายเข้าไปในถ้ำหินธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังแนวผาทมิฬได้อย่างปลอดภัย


ภายในอุโมงค์โบราณมืดมิดและเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟหน้ารถอินฟราเรดที่ส่องนำทาง ขบวนรถแล่นลึกลงไปตามทางลาดชันใต้พิภพเป็นเวลาเกือบยี่สิบนาที จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูกลหินโบราณที่เชื่อมต่อกับชั้นใต้ดินของสถานีพลังงานสุริยัน


"นาฬิกานับถอยหลังเหลือเวลาอีก 1 ชั่วโมง 15 นาทีครับนายท่าน!" พี่ทาริกรายงานหลังจากตรวจสอบสัญญาณเชื่อมต่อดาวเทียม


คาริม ทาริก และฉัน พร้อมด้วยหน่วยรบพิเศษเหยี่ยวสุริยันอีกหกนาย ลงจากรถและเคลื่อนกำลังพลด้วยความเงียบเชียบ ฉันใช้ล็อกเก็ตกุหลาบทองคำเสียบเข้ากับร่องสลักหิน ประตูกลโบราณค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างเงียบกริบ เผยให้เห็นทางเดินเหล็กกล้าและแนวท่อส่งพลังงานควอนตัมของสถานีสุริยันที่สว่างไสวด้วยแสงไฟนีออนสีฟ้า


"เป้าหมายคือห้องควบคุมแกนหลักชั้นสาม ลอร์ดมัลคอล์มและแท่นปล่อยขีปนาวุธอยู่ที่นั่น" คาริมกระซิบสั่งการด้วยสายตาเฉียบคม "กำจัดยามลาดตระเวนให้เงียบที่สุด ห้ามให้พวกมันกดสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า"


ทีมรบพิเศษเคลื่อนพลราวกับเงาพราย พี่ทาริกใช้พละกำลังยักษ์บุกเข้าประชิดตัวการ์ดชุดดำของเงาจันทราสองคนที่ยืนเฝ้าหน้าลิฟต์ เขาใช้มือเดียวคว้าคอเสื้อของทั้งคู่แล้วกระแทกศีรษะเข้าหากันอย่างแรงจนกระดูกกะโหลกร้าวสลบเหมือดไปในพริบตา ขณะที่คาริมใช้ปืนพกเก็บเสียงยิงสกัดสไนเปอร์บนทางเดินลอยฟ้าอย่างแม่นยำ


พวกเราบุกทะลวงฝ่าแนวยามรักษาการณ์ขึ้นมาจนถึงหน้าประตูบานยักษ์ของห้องควบคุมแกนหลัก (Main Core Command Vault) ซึ่งทำจากเหล็กกล้าไทเทเนียมหนาสามชั้น


ฟึ่บ!


คาริมและพี่ทาริกเตะประตูบานเลื่อนข้างเปิดผางออก พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปในห้องควบคุมทันที สองมือเล็งปืนเข้าหาเป้าหมายอย่างพร้อมเพรียง!


ภายในห้องควบคุมขนาดยักษ์ ลอร์ดมัลคอล์มยืนอยู่หน้าแผงควบคุมหลัก ในชุดเครื่องแบบสีดำปักตราเงาจันทรา ใบหน้าเหี้ยมเกรียมของมันแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาเมื่อเห็นพวกเราบุกเข้ามา เบื้องหลังของมันคือหน้าจอโฮโลแกรมขนาดยักษ์ที่แสดงภาพขีปนาวุธเคมีทั้งหกลูกที่กำลังถูกยกขึ้นสู่แท่นยิงบนดาดฟ้า และเวลานับถอยหลังที่เหลือเพียง [00:03:00]!


"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของพวกเจ้า... เจ้าหญิงมะนาว และท่านชีคคาริม!" ลอร์ดมัลคอล์มหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง มือของมันถือสวิตช์รีโมตควบคุมแบบระบบตัดตอนชีวิต (Dead-man's fail-safe switch) "พวกเจ้าคิดว่าการมุดอุโมงค์หนูเข้ามาจะหยุดข้าได้งั้นรึ? สายเกินไปแล้ว! ข้าได้เปิดระบบยิงอัตโนมัติที่ไม่มีใครสามารถยกเลิกได้แล้ว!"


ครืนนนน! ตึง! ตึง! ตึง!


ทันใดนั้น ลอร์ดมัลคอล์มก็กดสวิตช์บนแผงควบคุม ประตูเหล็กกล้าไทเทเนียมหนาสามชั้นรอบห้องพลันเลื่อนลงมาปิดล็อคตายอย่างแน่นหนาทุกทิศทาง ขังพวกเราทั้งหมดไว้ภายในห้องควบคุมแกนกลาง พร้อมกับเสียงหวีดร้องของไซเรนเตือนภัยทำลายตัวเองที่แผดเสียงก้องกังวาน!


หวึ่ง—! หวึ่ง—! หวึ่ง—!


"ระบบล็อกดาวน์ระดับวิกฤตเปิดใช้งาน! ขีปนาวุธจะถูกยิงในอีกสามนาที และห้องควบคุมนี้จะระเบิดทำลายตัวเองเป็นจุลในเวลาเดียวกัน!" เสียงปัญญาประดิษฐ์ประกาศก้อง


บอดี้การ์ดยอดฝีมือระดับไซบอร์กหกนายของมัลคอล์มชักดาบพลาสมาและปืนกลหนักออกมาล้อมกรอบพวกเราไว้ ท่ามกลางเวลาเพียงหนึ่งร้อยแปดสิบวินาทีสุดท้ายที่กำลังจะตัดสินความเป็นความตายของพวกเราและผืนแผ่นดินอาหรับทั้งหมด!


ตอนต่อไป
ตอนที่ 129: เพลิงรักสยบม่านอสู...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา