เรื่อง หนูน้อยผู้สะสมบุญข้ามภพ มาเกิดใหม่พร้อมระบบร้านค้าบุญกุศล
ณ ค่ายทหารชายแดนเหนืออันหนาวเหน็บ แผนการอันโฉดชั่วของคนทรยศเริ่มเคลื่อนไหวตามคำเตือนล่วงหน้าของเหยาเหยาทุกประการ
เสบียงทัพที่ควรจะส่งมาถึงด่านตามกำหนดกลับเริ่มล่าช้าและขาดแคลนอย่างผิดปกติ รองแม่ทัพเฉียวอ้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่าเส้นทางลำเลียงถูกกองโจรศัตรูตัดขาด ทว่าซ่งติ้งหย่วนที่ระแวดระวังอยู่ก่อนแล้วกลับลอบส่งสายสืบไปตรวจสอบ จนพบความจริงอันน่าตระหนก ว่าแท้จริงแล้วเป็นรองแม่ทัพเฉียวเองที่ใช้อำนาจสั่งกักเสบียงเหล่านั้นไว้ในคลังลับเพื่อตัดกำลังทหาร
ไม่นานหลังจากนั้น รองแม่ทัพเฉียวก็ก้าวเข้ามาในกระโจมบัญชาการพร้อมรายงานเหตุการณ์ด้วยท่าทีรีบร้อน "แม่ทัพซ่ง! สายสืบรายงานว่ากองทัพหลักของพวกเป่ยหรงกำลังล่าถอยไปทางหุบเขาเย่ล่าง หากเรายกทัพบุกยามนี้ ย่อมกวาดล้างพวกมันได้ในคราวเดียว! นี่คือโอกาสทองที่สวรรค์ประทานแท้ๆ!"
ซ่งติ้งหย่วนกวาดสายตามองแผนที่หนังแกะตามปลายนิ้วที่รองแม่ทัพเฉียวชี้... หุบเขาเย่ล่างเป็นเขตที่โอบล้อมด้วยหน้าผาสูงชัน ทางเข้าแคบราวคอขวด หากนำทัพใหญ่ล่วงล้ำเข้าไปแล้วถูกปิดเส้นทางเข้าออก ก็ไม่ต่างอะไรกับการตกอยู่ในกระทะเหล็กร้อนระอุ รอวันถูกล้อมฆ่าอย่างไร้ทางสู้
นี่คือ ‘ข่าวลวงล่อเสือตกถัง’ ที่น้องเล็กเคยเตือนไว้ไม่มีผิดเพี้ยน!
ทว่าแววตาของซ่งติ้งหย่วนกลับสงบนิ่งราวบ่อน้ำลึก เขาแสร้งทำเป็นตื่นเต้นและหลงกล พยักหน้ารับทันที "ยอดเยี่ยมมาก รองแม่ทัพเฉียว! ในเมื่อโอกาสมาถึงตรงหน้า พรุ่งนี้รุ่งสาง ข้าจะนำทัพมุ่งหน้าสู่หุบเขาเย่ล่างด้วยตัวเอง!"
รองแม่ทัพเฉียวลอบยิ้มหยันในใจ คิดว่าแผนการอันแยบยลของตนสัมฤทธิ์ผล โดยหารู้ไม่ว่าเท้าข้างหนึ่งของตนได้ก้าวเข้าสู่ขุมนรกที่ซ่งติ้งหย่วนขุดรอไว้แล้ว
——————
ค่ำคืนนั้น ภายใต้ความมืดมิดที่ปกคลุมค่าย ซ่งติ้งหย่วนเรียกนายทหารคนสนิทที่ไว้ใจได้ รวมถึงยอดฝีมือของตระกูลซ่งที่ซ่งจิ้งอันลอบแฝงตัวเข้ามาในกองทัพ เข้าร่วมประชุมลับในกระโจมอย่างเงียบเชียบ
"รองแม่ทัพเฉียวคือหนอนบ่อนไส้ที่อ๋องรองส่งมา" ซ่งติ้งหย่วนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงพลัง พลางกางแผนที่ออก "มันคิดจะล่อให้เราเข้าไปติดกับในหุบเขาเย่ล่าง เพื่อให้กองทัพเป่ยหรงล้อมสังหารจนสิ้นซาก ทว่าครั้งนี้... ข้าจะซ้อนกลพวกมัน"
เขาใช้นิ้วเคาะลงบนจุดยุทธศาสตร์ "เราจะแบ่งกำลังออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกแสร้งทำเป็นทัพหน้าเคลื่อนเข้าสู่หุบเขาตามแผนของมัน เพื่อล่อให้พวกเป่ยหรงตายใจและปรากฏตัวออกมา แต่แท้จริงแล้ว ข้าจะนำทัพหลักขึ้นไปซุ่มกำลังอยู่บนแนวหน้าผาทั้งสองฝั่งล่วงหน้า เมื่อพวกเป่ยหรงโผล่ออกมาปิดล้อมทัพหน้าของเรา ทัพหลักบนหน้าผาจะจู่โจมลงมาทันที พลิกสถานะจากผู้ล่าให้กลายเป็นผู้ถูกล่า!"
"ส่วนรองแม่ทัพเฉียว..." นัยน์ตาของซ่งติ้งหย่วนทอประกายเย็นเยียบ "จงส่งคนจับตาดูมันไว้ทุกฝีเก้า ยามที่เสียงกลองรบดังขึ้น มันต้องพยายามส่งสัญญาณบอกพวกเป่ยหรงอย่างแน่นอน นั่นแหละคือหลักฐานมัดตัวมันให้ดิ้นไม่หลุด ข้าต้องการจับเป็นมัน เพื่อลากคอผู้บงการเบื้องหลังอย่างอ๋องรองออกมา!"
เหล่านายทหารฟังแล้วต่างฮึกเหิม แววตาเปี่ยมด้วยเปลวไฟแห่งการต่อสู้ แผนการซ้อนกลครั้งนี้จะเปลี่ยนสุสานที่ศัตรูเตรียมไว้ให้ กลายเป็นสมรภูมิแห่งชัยชนะของพวกเขา!
——————
รุ่งอรุณมาเยือน เสียงแตรศึกดังก้องไปทั่วขุนเขา สมรภูมิเลือด ณ หุบเขาเย่ล่างได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!
กองทัพล่อเสือของซ่งติ้งหย่วนเคลื่อนพลเข้าสู่หุบเขาอย่างช้าๆ ฝ่ายเป่ยหรงที่ซุ่มรออยู่เห็นเหยื่ออันโอชะก้าวเข้าสู่กับดัก ก็กู่ร้องด้วยความย่ามใจ พลางกรูกันออกมาปิดทางเข้าออกหมายจะล้อมฆ่าให้สิ้นซาก—ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงกลองศึกอันกึกก้องพลันระเบิดขึ้นจากเนินเขาทั้งสองฟากฝั่ง!
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงกลองรบดังกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น ทัพหลักของซ่งติ้งหย่วนที่ซุ่มรออยู่พุ่งลงมาจากแนวป่าราวกับเขื่อนทะลัก! ลูกธนูเพลิงนับหมื่นทะยานสู่ท้องฟ้าก่อนจะร่วงหล่นลงมาดั่ง-่าฝนอัคคี กองทัพเป่ยหรงที่หลงคิดว่าตนเองเป็นผู้ล่า บัดนี้กลับกลายเป็นหนูในอวยที่ถูกปิดล้อมอยู่ในหุบเขาแคบๆ หนีก็ไม่ได้ จะสู้ก็เสียเปรียบอย่างยิ่งยวด
ซ่งติ้งหย่วนสวมเกราะเหล็ก นำทัพบุกตะลุยเข้าสู่ใจกลางสมรภูมิด้วยตัวเอง ดาบยาวในมือกวัดแกว่งรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ปลิดชีพศัตรูรายแล้วรายเล่าจนโลหิตสาดกระเซ็นย้อมเกราะเหล็กจนแดงฉาน ทว่าแววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มผู้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมาแรมปีและความเก็บกดไว้ในส่วนลึกของหัวใจ บัดนี้ได้ปลดปล่อยฝีมืออันร้ายกาจออกมาในสมรภูมิจริงอย่างเต็มภาคภูมิ!
เสียงโห่ร้องกึกก้องของทหารต้าเหยียนดังสะท้านผืนดิน ธงรบโบกสะบัดเหนือฝุ่นควันและเปลวเพลิง ซ่งติ้งหย่วนนำทัพรุกไล่ตีกองทัพเป่ยหรงที่แตกพ่ายไม่เป็นกระบวน ต้อนพวกมันจนมุม กองทัพเป่ยหรงที่เคยเกรียงไกรบัดนี้ขวัญหนีดีฝ่อ ทิ้งอาวุธวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างอนาถ แม่ทัพใหญ่ของเป่ยหรงถูกซ่งติ้งหย่วนไล่ต้อนจนไร้ทางหนี ต้องคุกเข่าจำนนในที่สุด
ชัยชนะในศึกครั้งนี้ไม่เพียงขับไล่ผู้รุกรานให้พ้นจากด่านชายแดน ทว่ายังทำลายกองทัพหลักของเป่ยหรงจนย่อยยับป่นปี้ ไม่อาจฟื้นฟูกำลังมารุกรานแผ่นดินต้าเหยียนได้อีกนับสิบปี! นี่คือชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ!
ขณะเดียวกัน รองแม่ทัพเฉียวที่เห็นสถานการณ์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ใบหน้าก็ซีดเผือด รีบคว้าธงสัญญาณเตรียมส่งข่าวลับให้พวกเป่ยหรงล่าถอย ทว่ายังไม่ทันได้ขยับตัว ทหารฝีมือดีที่ซ่งติ้งหย่วนวางกำลังไว้ก็พุ่งเข้าประชิด รวบตัวเขาไว้คาหนังคาเขา พร้อมหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ทั้งธงสัญญาณและจดหมายลับที่มีตราประทับเชื่อมโยงถึงอัครมหาเสนาบดีหลี่—สุนัขรับใช้คนสำคัญของอ๋องรอง!
——————
ศึกใหญ่สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะอันเกรียงไกรของกองทัพต้าเหยียน
ซ่งติ้งหย่วนไม่เพียงแต่รักษาชีวิตรอดมาได้ ยังสร้างผลงานสะเทือนแผ่นดิน ขับไล่ศัตรูพ้นชายแดน วีรกรรมอันห้าวหาญในครั้งนี้ทำให้ชื่อของเขาขจรขจายไปทั่วหล้า จากนายทหารหนุ่มไร้ชื่อเสียงเรียงนาม บัดนี้ได้ผงาดขึ้นเป็นขุนพลผู้พิชิตแห่งชายแดนเหนือในชั่วข้ามคืน!
ที่สำคัญที่สุด เขายังจับกุมตัวหนอนบ่อนไส้อย่างรองแม่ทัพเฉียวได้แบบคาหนังคาเขา พร้อมหลักฐานชิ้นโตที่โยงใยไปถึงอ๋องรอง... หมากสำคัญชิ้นนี้จะเป็นอาวุธร้ายแรงในการเปิดโปงศัตรูในราชสำนักวันข้างหน้า
ซ่งติ้งหย่วนยืนตระหง่านอยู่บนยอดเนินเหนือสมรภูมิ สายลมหนาวพัดโบกสะบัดธงชัยของต้าเหยียนที่ปลิวไสวอย่างสง่างาม เขาทอดสายตามองผืนดินกว้างใหญ่ ในใจพลันคิดถึงใบหน้ากลมแป้นของน้องสาวตัวน้อยที่อยู่ห่างไกลออกไปนับพันลี้
"เจ้าตัวเล็ก..." ชายหนุ่มพึมพำ แววตาที่เคยแข็งกร้าวพลันอ่อนแสงลงและรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน "พี่รองรอดชีวิตแล้ว... พี่ชนะแล้ว คำเตือนของเจ้าช่วยชีวิตพี่ไว้จริงๆ"
หากเป็นไปตามชะตากรรมเดิม ยามนี้ร่างของเขาคงกลายเป็นศพไร้ญาติ นอนหนาวเหน็บอยู่ในหุบเขาอับแห่งนี้ และถูกห่อด้วยหนังม้าส่งกลับบ้านอย่างอเนจอนาถ ทว่าวันนี้ เขากลับยืนหยัดอยู่ตรงนี้ในฐานะผู้ชนะ... ชะตากรรมอันโหดร้ายถูกฉีกทิ้งด้วยมือของเขาเอง และเขียนขึ้นใหม่ด้วยเกียรติยศอันรุ่งโรจน์!
——————
ม้าเร็วส่งข่าวชัยชนะจากชายแดนเหนือควบตะบึงเข้าสู่เมืองหลวงอย่างรวดเร็วปานพายุ ข่าวอันน่าตระหนกนี้สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งราชสำนัก!
ณ จวนสกุลซ่ง เมื่อราชโองการและข่าวชัยชนะมาถึง ทุกคนในครอบครัวต่างกอดกันกลม น้ำตาแห่งความปีติเอ่อล้นคลอเบ้า โดยเฉพาะซ่งเหยาเหยา
'พี่รองชนะแล้ว! พี่รองรอดตายแล้ว! ' เด็กหญิงตัวน้อยกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความดีใจจนตัวโยน น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มใส 'ในนิยายเดิมพี่รองต้องทิ้งร่างไว้ที่ชายแดนแท้ๆ แต่ตอนนี้พี่รองไม่เพียงแต่รอดชีวิต ยังกลายเป็นขุนพลผู้ยิ่งใหญ่ด้วย! พวกเราเปลี่ยนชะตาชีวิตของพี่รองได้สำเร็จแล้ว!'
'แถมยังจับคนทรยศได้คาหนังคาเขา ได้หลักฐานชิ้นโบแดงมาเล่นงานอ๋องรองเพิ่มอีก! ' มือป้อมๆ ตบกันดังเปาะแปะ 'เยี่ยมยอดที่สุดเลยพี่รอง! ข้าภูมิใจในตัวพี่รองที่สุดในโลกเลย! '
[ติ๊ง——]
เสียงระบบดังขึ้นในหัวของนางทันที
[ยินดีด้วย! โฮสต์สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมความตายของญาติสนิทได้สำเร็จ พลิกผันชะตาชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ มอบแต้มบุญพิเศษ 80 แต้ม แต้มบุญสะสมในปัจจุบัน: 172 แต้ม]
'โอ้โห! ได้แต้มบุญตั้งแปดสิบแต้มแหนะ! ' ดวงตากลมโตของเหยาเหยาเบิกกว้างทอประกายระยิบระยับ 'การช่วยชีวิตพี่รองจากความตายได้แต้มบุญเยอะขนาดนี้เลยหรือ! ตอนนี้ข้ามีแต้มบุญสะสมตั้งสองร้อยกว่าแต้มแล้ว เริ่มมีทุนรอนพอจะไปแลกของดีๆ ในระบบมาใช้ได้แล้วสิ!'
เสิ่นว่านอวี๋กอดลูกสาวตัวน้อยไว้ในอ้อมอกแน่น น้ำตาแห่งความโล่งอกไหลอาบแก้ม ทั้งจวนสกุลซ่งอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขและการเฉลิมฉลองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ซ่งจงอี้มองดูบุตรสาวคนเล็กที่ดีใจจนตัวสั่นระริก ในใจของเขาเปี่ยมล้นไปด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจจนยากจะเอ่ย
หากไม่ใช่เพราะเสียงสวรรค์และคำเตือนล่วงหน้าของเหยาเหยา ป่านนี้สิ่งที่ส่งมาถึงจวนคงมิใช่ข่าวชัยชนะ ทว่าคงเป็นร่างอันไร้วิญญาณของบุตรชาย... บุตรสาวตัวน้อยของเขาได้ช่วยชีวิตพี่ชายของนางไว้อีกครั้งหนึ่งแล้วจริงๆ
——————
ในทางกลับกัน ณ ตำหนักอ๋องรอง บรรยากาศกลับมืดมนและหนาวเหน็บราวกับขุมนรก
เซียวจิ่งหรงกำหมัดแน่นจนข้อต่อส่งเสียงลั่น หลังจากได้รับรายงานความพ่ายแพ้ยับเยินที่ชายแดนเหนือ และข่าวที่รองแม่ทัพเฉียวถูกจับกุมตัวได้พร้อมหลักฐานมัดตัว ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาสุภาพอ่อนโยนบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนดูน่ากลัว
"ตระกูลซ่งอีกแล้ว... เป็นพวกมันอีกแล้ว!" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นสะท้านด้วยแรงโทสะ มือกำสร้อยหยกแท้จนข้อนิ้วขาวซีด "ส่งคนไปลอบสังหารเจิ้นกั๋วกง—ล้มเหลว! วางแผนใส่ร้ายซ่งจงอี้—ล้มเหลว! ลักพาตัวเด็กนั่นเพื่อข่มขู่—ล้มเหลว! แม้กระทั่งกับดักที่ชายแดนที่ข้าสู้อุตส่าห์วางหมากไว้อย่างแยบยล... ก็ยังถูกพวกมันพลิกกระดานกลับมาได้!"
"หนำซ้ำยามนี้ ซ่งติ้งหย่วนยังผงาดขึ้นเป็นขุนพลผู้พิชิตชายแดน กุมกำลังทหารนับแสนไว้ในมือ ชื่อเสียงขจรขจาย..." ชายหนุ่มหลับตาลง สูดลมหายใจลึกเพื่อสะกดกลั้นความคลุ้มคลั่งที่กำลังจะระเบิด "ตระกูลซ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ในขณะที่ข้ากลับต้องสูญเสียขุมกำลังและหมากสำคัญไปทีละตัวๆ!"
เหล่านายทหารและขุนนางคนสนิทต่างพากันก้มหน้าจนแทบชิดอก ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
อ๋องรองลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคู่ลึกล้ำนั้นเย็นเยียบและว่างเปล่าราวกับหลุมดำอันไร้ก้นบึ้ง "ดูเหมือนว่า... หากข้ายังดึงดันจะเล่นเกมในเงามืดกับตระกูลซ่งต่อไป คงไม่มีวันเอาชนะพวกมันได้... ในเมื่อเป็นเช่นนั้น"
เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก้าวเดินไปยังหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างสู่ท้องฟ้ายามราตรีที่มืดมิดไร้แสงดาว "ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเล่นตามกติกาอีกต่อไป... หากข้าสามารถบดขยี้และช่วงชิงบัลลังก์ทองนั้นมาครองด้วยกำลังทหาร ทุกความลับและทุกหลักฐานที่พวกมันมี ย่อมกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ค่า... เพราะผู้ชนะ คือผู้เขียนประวัติศาสตร์เสมอ!"
"เร่งเตรียมการขั้นเด็ดขาด!" เขาเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกทว่าเฉียบขาด "ถึงเวลาที่ข้าจะต้องลงมือ 'ครั้งใหญ่' เสียที"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??