เรื่อง หนูน้อยผู้สะสมบุญข้ามภพ มาเกิดใหม่พร้อมระบบร้านค้าบุญกุศล
กาลเวลาหมุนผ่านไปอีกสามคิมหันต์ 'เหยาเหยา' ในวัยสิบห้าปีได้เติบโตขึ้นเป็ดรุณีแรกแย้มผู้สะคราญโฉม
นางมีทรวดทรงระหง ใบหน้างามล้ำเลิศดั่งถอดแบบมาจากมารดาในวัยเยาว์ ดวงตากลมโตคู่นั้นทอประกายแห่งสติปัญญาเปี่ยมล้น กิริยาท่าทางชดช้อยสง่างามทว่าแฝงไว้ด้วยความฉลาดเฉลียวอันเป็เอกลักษณ์ ด้วยรูปโฉมและคุณสมบัติเช่นนี้ นางจึงกลายเป็ี่หมายปองของบรรดาบุตรชายตระกูลขุนนางทั่วทั้งเมืองหลวงเซิ่งจิง แม่สื่อแม่ชักต่างตบเท้าเข้ามาทาบทามสู่ขอไม่เว้นแต่ละวัน หากแต่จวนสกุลซ่งกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยทุกรายไป
นั่นเพราะในใจเหยาเหยา รวมถึงทุกคนในครอบครัวต่างประจักษ์ดีว่า พื้นี่ในใจนางนั้นถูกจับจองโดยบุรุษผู้หนึ่งมาเนิ่นนานแล้ว
กระทั่งวันหนึ่งในต้นฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น 'เป้ยจิ้งหาน' หรือ 'เป่ยกุยอ๋อง' ได้เดินทางมาเยือนจวนสกุลซ่งอย่างเป็ทางการ พร้อมด้วยขบวนสินสอดทองหมั้นอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรี่สุดเท่าี่เซิ่งจิงเคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์
——————
ณ โถงรับรองอันกว้างขวางของจวนสกุลซ่ง เป้ยจิ้งหานในอาภรณ์หรูหราสีครามเข้มปักลวดลายมังกรทะยานเมฆาอันเป็เครื่องยศอ๋อง ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าองอาจผ่าเผย เขาประสานมือคุกเข่าคำนับซ่งจงอี้และเสิ่นว่านอวี๋อย่างนอบน้อมและสง่างาม
"ท่านเสนาบดี ซ่งฮูหยิน" สุ้มเสียงของเขาทุ้มต่ำ หนักแน่น ทว่าเปี่ยมด้วยความจริงใจอย่างปิดไม่มิด "ข้าเฝ้ามองเหยาเหยาเติบโตมาตั้งแต่เยาว์วัย ได้เห็นนางประดุจแก้วตาดวงใจ และได้รับการเกื้อหนุนจากสกุลซ่งมาโดยตลอด วันนี้ข้ามาเพื่อทูลขอสิ่งล้ำค่าี่สุดในชีวิต... ข้าขอแต่งตั้งเหยาเหยาเป็พระชายาเอกของข้า"
เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างเคารพรัก "ข้าขอให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะรัก ถนอม และปกป้องนางด้วยชีวิตของข้า ชั่วชีวิตนี้ของข้าจะมีเหยาเหยาเป็อ๋องหญิงเพียงผู้เดียว จะไม่มีการรับอนุภรรยา หรือนางบำเรอใดๆ เข้ามาให้ระคายใจ ดั่งเช่นี่ท่านเสนาบดีรักและซื่อสัตย์ต่อท่านผู้หญิงมาโดยตลอด"
ได้ยินคำมั่นสัญญาอันหนักแน่นดั่งขุนเขาและจริงใจดั่งสายน้ำนี้ ซ่งจงอี้และเสิ่นว่านอวี๋ก็สบตากัน ทั้งสองต่างเห็นประกายความซาบซึ้งและอิ่มเอมใจในแววตาของกันและกัน
——————
ทว่า ก่อนี่ซ่งจงอี้จะทันได้เอ่ยปากอนุญาต 'ซ่งติ้งหย่วน' พี่ชายคนรองผู้หวงแหนน้องสาวสุดชีวิต ก็ก้าวออกมายืนขวางเบื้องหน้า สีหน้าของเขาเคร่งขรึมและแผ่รังสีคุกคาม
"ช้าก่อน!" เขาถลึงตาจ้องเป้ยจิ้งหานอย่างจับผิด "เสี่ยวหานเอ๋ย [1] ข้ายอมรับว่าเจ้าดูแลน้องเล็กของข้าได้ดีมาตลอด แต่การจะพรากแก้วตาดวงใจของสกุลซ่งไปครอบครองนั้นมิใช่เรื่องง่ายดาย หากอยากได้นางไปเป็ภรรยา เจ้าต้องผ่านด่านข้าก่อน!"
เป้ยจิ้งหานลุกขึ้นยืนอย่างสงบ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก "แม่ทัพซ่งต้องการทดสอบสิ่งใด ข้ายินดีน้อมรับทุกประการ"
ซ่งติ้งหย่วนยกยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ "ดีมาก! เช่นนั้นมาประลองเพลงดาบกับข้าสักตั้ง! หากเจ้าชนะ ข้าจะยอมหลีกทางให้เจ้าเป็น้องเขยอย่างเต็มใจ แต่หากเจ้าพ่ายแพ้ ก็จงหอบสินสอดกลับไปฝึกปรือฝีมือมาใหม่เสีย!"
แท้จริงแล้ว นี่เป็เพียงการหยั่งเชิงของพี่ชายขี้หวง ี่อยากจะทดสอบความจริงใจและฝีมือของว่าี่น้องเขยว่าจะคู่ควรกับน้องสาวของตนหรือไม่
ขณะเดียวกัน เหยาเหยาี่ซุ่มดักฟังอยู่หลังฉากกั้นห้อง ก็ร้อนรนกระวนกระวายจนแทบอยู่ไม่สุข นางส่งเสียงประท้วงในใจอย่างลนลาน
'พี่รอง! อย่ารังแกพี่หานนะ! มือหนักเท้าหนักขนาดนั้น เดี๋ยวพี่หานก็เจ็บตัวหรอก!' นางบ่นอุบในใจ ก่อนี่ดวงตากลมโตจะทอประกายระยิบระยับ 'แต่... ถ้าพี่หานเอาชนะพี่รองได้ละก็ ต้องเท่ระเบิดแน่ๆ'
ทันใดนั้นนางก็สะดุ้งโหยงพลางลูบแก้มตัวเองร้อนผ่าว 'โอ๊ย! นี่ข้าคิดฟุ้งซ่านอะไรอยู่เนี่ย? ไฉนถึงไปเชียร์พี่หานให้ชนะพี่ชายตัวเองเสียได้? เหยาเหยาหนอเหยาเหยา เจ้ามันศิษย์ทรยศ รักบุรุษมากกว่าพี่ชายแท้ๆ เสียแล้ว!'
เสิ่นว่านอวี๋ ซึ่งสามารถรับรู้เสียงในใจของบุตรสาวได้ อดไม่ได้ี่จะยกมือขึ้นปิดปากกลั้นยิ้มอย่างเอ็นดู... ลูกสาวตัวดีของนางยังไม่ทันแต่งออกไป ก็เอนเอียงเข้าข้างว่าี่สามีเสียจนหมดหัวใจแล้ว
——————
ลานฝึกยุทธ์ของจวนสกุลซ่งกลายเป็สังเวียนประลองชั่วคราว เป้ยจิ้งหานในฐานะเป่ยกุยอ๋องผู้เกรียงไกรปราบเผ่าเป่ยหรงจนราบคาบ ปะทะกับซ่งติ้งหย่วน แม่ทัพใหญ่ผู้เจนศึก ทั้งคู่ต่างเป็ยอดฝีมือี่หาตัวจับยากในแผ่นดิน
เคร้ง! เคร้ง!
เสียงคมดาบปะทะกันดังกังวานก้องลานฝึก ทั้งสองรุกรับด้วยท่วงท่าเฉียบคม ดุดัน ทว่าแฝงไว้ด้วยความงดงามดุจระบำดาบอันพลิ้วไหว การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดสูสี จนกระทั่งถึงช่วงจังหวะตัดสิน เป้ยจิ้งหานอาศัยไหวพริบ พลิกแพลงกระบวนท่าอย่างพิสดาร เพียงพริบตาเดียว ดาบในมือของซ่งติ้งหย่วนก็ถูกแรงปะทะจนกระเด็นหลุดลอยไปกลางอากาศ ก่อนี่ปลายดาบเย็นเยียบของอ๋องหนุ่มจะมาหยุดนิ่งจ่ออยู่ี่คอหอยของแม่ทัพหนุ่ม
"ล่วงเกินท่านแล้ว" เป้ยจิ้งหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบราบเรียบ พลางตวัดดาบเก็บเข้าฝักอย่างรวดเร็ว และประสานมือคำนับอย่างสุภาพอ่อนน้อม
ซ่งติ้งหย่วนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอย่างพึงพอใจ เขาเดินเข้าไปตบบ่าเป้ยจิ้งหานเสียงดังปึก
"ฮ่าๆๆ ดีมาก! ฝีมือร้ายกาจสมคำร่ำลือ! เช่นนี้ข้าถึงจะวางใจว่าเจ้ามีความสามารถพอจะปกป้องน้องเล็กของข้าได้... เอาเถอะ ข้ายอมรับเจ้าเป็น้องเขยแล้ว! แต่จำไว้ให้ดี หากวันใดเจ้าทำให้น้องสาวข้าต้องหลั่งน้ำตา แม้ต้องบุกน้ำลุยไฟ ข้าก็จะตามล่าเจ้าไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว!"
เหยาเหยาี่ลอบมองผ่านช่องหน้าต่าง ดีใจจนดวงตาเป็ประกาย แก้มสุกปลั่งแดงซ่าน
'พี่หานชนะแล้ว! เก่งี่สุดเลย!' หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองรบ 'แถมพี่รองยังยอมรับพี่หานแล้วด้วย... เช่นนั้นก็แปลว่า ข้ากับพี่หานจะได้...' นางเขินอายจนหน้าแดงลามไปถึงใบหู ไม่กล้าี่จะคิดฟุ้งซ่านอีกต่อไป
——————
ในค่ำคืนนั้น หลังจากพิธีหมั้นหมายอันยิ่งใหญ่เสร็จสิ้นลงอย่างราบรื่น เป้ยจิ้งหานได้เอ่ยชวนเหยาเหยาออกไปเดินเล่นเคียงคู่กันในสวนบุปผา ภายใต้แสงจันทร์นวลตาี่สาดส่องลงมาประหนึ่งจะร่วมอวยพรให้แก่ความรักของทั้งสอง...
"เหยาเหยา" ในี่สุดเป้ยจิ้งหานก็ทำลายความเงียบลง เขาหันมาสบประสานสายตากับนางด้วยแววตาี่เปี่ยมล้นไปด้วยความอ่อนโยนลึกซึ้ง "เจ้ายังจำได้หรือไม่... วันี่ข้าเคยบอกไว้ว่าจะรอจนกว่าเจ้าจะเติบโต แล้วจะบอกความในใจบางอย่างแก่เจ้า"
หัวใจดวงน้อยของเหยาเหยาพลันเต้นระรัวราวกับเสียงกลอง นางพยักหน้ารับเบาๆ "จำได้เจ้าค่ะ... พี่หานมีสิ่งใดจะบอกเหยาเหยาหรือ"
เป้ยจิ้งหานนิ่งงันไปชั่วครู่ ราวกับกำลังสะกดกลั้นความตื้นตัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำี่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกทั้งหมดี่มี "นับตั้งแต่วันแรกี่เจ้ายังเป็เพียงเด็กน้อยี่เฝ้ามองข้าด้วยดวงตากลมโตใสซื่อ ข้าก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าคือคนพิเศษ... และยิ่งเฝ้ามองเจ้าเติบโตขึ้นในทุกๆ วัน ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งสลักลึกในใจ จนกระทั่งข้าแน่ใจแล้วว่า—ข้ารักเจ้า เหยาเหยา ข้าไม่ได้รักเจ้าในฐานะน้องสาว แต่รักในฐานะสตรีผู้หนึ่ง... สตรีี่ข้าปรารถนาจะใช้ชีวิตี่เหลืออยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่า"
หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อคลอหน่วยตาคู่สวยของเหยาเหยา
'พี่หานบอกรักข้า... วันนี้ วันี่ข้าเฝ้ารอคอยมาแสนนาน ในี่สุดมันก็มาถึงจริงๆ แล้ว!' หัวใจของนางพองโตจนแทบคับอก
เด็กสาวช้อนสายตาขึ้นสบมองเป้ยจิ้งหาน ดวงตาคู่งามเปล่งประกายระยิบระยับด้วยความสุขล้นพ้น "เหยาเหยาก็รักพี่หานเจ้าค่ะ... รักมาตลอด รักมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย..."
รอยยิ้มละมุนพลันผลิบานบนใบหน้าของเป้ยจิ้งหาน มันช่างเป็รอยยิ้มี่อบอุ่นี่สุดเท่าี่เหยาเหยาเคยพบพานมาในชีวิต ชายหนุ่มยื่นมือออกไปกุมมือนางไว้อย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมภายใต้แสงจันทร์นวลตา สองดวงใจี่ถักทอสายใยผูกพันกันมาตลอดสิบห้าปี ในี่สุดก็สอดประสานเป็หนึ่งเดียวอย่างงดงาม
"ข้าจะรอจนกว่าจะถึงวันี่เจ้าพร้อมออกเรือน" เป้ยจิ้งหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานอ่อนโยน "ไม่ว่าจะต้องรออีกกี่ปี ข้าก็ยินดีจะรอ... เพราะสำหรับข้าแล้ว เจ้ามีค่าคู่ควรแก่การเฝ้ารอเสมอ"
เหยาเหยาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตฉายแววหวานล้ำระคนขัดเขิน "พี่หานไม่ต้องรอนานขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ... เหยาเหยาจะรีบเติบโตให้เร็วี่สุดเลย!"
เป้ยจิ้งหานหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำอบอุ่นนั้นทำเอาหัวใจของเหยาเหยาแทบละลายกลายเป็น้ำ ทั้งสองยืนเคียงข้างกันภายใต้แสงจันทร์ทอประกาย ความรักี่บ่มเพาะและทะนุถนอมมาตลอดสิบห้าปี บัดนี้ได้ผลิบานสะพรั่งอย่างงดงามี่สุดแล้ว
——————
ค่ำคืนนั้น ณ เรือนนอนของเหยาเหยา ร่างบางนอนเล่นกำไลกระดิ่งี่เป้ยจิ้งหานเคยมอบให้ตั้งแต่ครั้งยังเยาว์วัย ใบหน้านวลแต้มยิ้มหวานละมุนไม่ยอมเลือนหาย
'ข้ากับพี่หานหมั้นกันแล้ว!' ความคิดนั้นทำให้หัวใจของนางฟูฟ่องจนแทบลอยล่องไปในอากาศ 'ในนิยายฉบับเดิม พี่หานต้องเป็ของฟ่านชิงเสวี่ยผู้นั้น แต่ในชีวิตจริงตอนนี้ เขาเป็ของข้า... ชะตากรรมี่เคยถูกลิขิตไว้ ข้าสามารถพลิกผันมันได้สำเร็จอีกครั้งแล้ว!'
'คิดดูสิ... จากเด็กน้อยี่ถูกกำหนดให้ต้องตายตั้งแต่อายุเพียงสามขวบ แต่ตอนนี้ข้ากลับได้หมั้นหมายกับชายี่รัก มีครอบครัวี่แสนอบอุ่น ทุกคนในบ้านต่างปลอดภัยและรุ่งเรือง...' นางยิ้มทั้งน้ำตาี่รินไหลด้วยความซาบซึ้ง 'ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ ี่ทำให้ชีวิตในชาตินี้ของข้ามีความสุขมากมายเหลือเกิน'
เสิ่นว่านอวี๋ี่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง เมื่อได้ยินเสียงความคิดอันเปี่ยมสุขของบุตรสาว ก็อดยิ้มทั้งน้ำตาด้วยความตื้นตันไม่ได้
แม้ว่าเหยาเหยาจะเติบใหญ่ นางก็ยังไม่อาจห่างกายบุตรสาวด้วยความอาวรณ์ จากทารกน้อยในอ้อมอกวันนั้น บัดนี้ได้เติบโตเป็สตรีเลอโฉมี่กำลังจะสร้างครอบครัวของตนเอง ในอกของคนเป็แม่พลันเอ่อล้นด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย... ทั้งดีใจ ภูมิใจ และอดใจหายไม่ได้ี่ลูกน้อยกำลังจะเติบโต-่างอกไปทีละน้อย
'เอ... แต่จะว่าไป...' ความคิดเหยาเหยาเริ่มล่องลอย 'ตลอดเวลาี่ผ่านมา ข้ารู้สึกว่าคนในครอบครัวช่างเข้าใจข้าดีเหลือเกิน เหมือนพวกเขารู้ใจข้าไปหมดทุกอย่าง... ตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าข้าจะกังวลเรื่องใด ครอบครัวก็มักจะจัดการให้เสร็จสรรพ หรือเวลาข้าคิดอะไรขึ้นมา เรื่องนั้นก็คลี่คลายไปได้อย่างง่ายดายเสมอ'
'มันจะบังเอิญเกินไปหน่อยไหมนะ...' ความคิดเริ่มพร่าเลือนด้วยความง่วงงุนี่เข้าจู่โจม 'ช่างเถอะ... คงเป็เพราะพวกเรารักกันมากกระมัง ถึงได้เชื่อมถึงกันได้ขนาดนี้... อือ ง่วงเหลือเกิน ราตรีสวัสดิ์นะทุกคน...'
เสิ่นว่านอวี๋ี่ได้ยินเสียงพึมพำในใจนั้น มือี่กำลังลูบผมลูกสาวพลันชะงักไปเล็กน้อย... บุตรสาวตัวน้อยของนางเริ่มเอะใจในความ 'บังเอิญ' ตลอดสิบห้าปีี่ผ่านมาเสียแล้ว
บางที... คงถึงเวลาี่คนในครอบครัวต้องมาหารือกันอย่างจริงจังแล้วว่า ควรจะบอกความจริงเรื่อง 'ความลับี่พวกตนได้ยินเสียงในใจ' ให้เหยาเหยารับรู้ดีหรือไม่
--------------------------
[1] เสี่ยว เป็คำเีคนสนิที่มีอายุ้่า
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??