เรื่อง หนูน้อยผู้สะสมบุญข้ามภพ มาเกิดใหม่พร้อมระบบร้านค้าบุญกุศล
สายลมแห่งสงครามพัดกระหน่ำขึ้นในอีกไม่กี่วันให้หลัง
ทุกสิ่งดำเนินไปตามหมากที่เหยาเหยาได้คาดการณ์ไว้ไม่มีผิดเพี้ยน — กองทัพเป่ยเหลียงกรีธาทัพมุ่งตรงเข้าโจมตีด่านเหอกวนทางทิศตะวันตก ด้วยปักใจเชื่ออย่างสนิทใจว่านี่คือจุดอ่อนแอที่สุดตามที่ระบุไว้ในแผนผังป้องกันประเทศที่พวกมันอุตส่าห์ขโมยไปได้
‘มาตามแผนผังปลอมจริงๆ ด้วย!’ เหยาเหยาพึมพำในใจขณะสบรายงานในกระโจมบัญชาการ ดวงตากลมโตทอประกายระยับพลางคิดอย่างย่ามใจ ‘มู่หรงเยี่ยนเอ๋ยมู่หรงเยี่ยน เจ้ายังไม่รู้ตัวสินะว่าแผนผังนั่นเป็นของปลอม ถึงได้ทุ่มเทกำลังพลเกือบทั้งหมดมาตีด่านเหอกวนเช่นนี้’
ทว่าด่านเหอกวนที่พวกเป่ยเหลียงคิดว่าเป็นจุดอ่อนและพิชิตได้ง่ายดาย แท้จริงแล้วกลับเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุด! ด้วยกำแพงเมืองที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงชันอันได้เปรียบ อีกทั้งเหยาเหยายังได้สั่งการให้เสริมกำลังพลและสะสมเสบียงเอาไว้จนพร้อมสรรพเพื่อรอต้อนรับพวกมันโดยเฉพาะ
——————
กองทัพเป่ยเหลียงบุกเข้าโจมตีด่านเหอกวนอย่างดุดันและบ้าคลั่ง เสียงเกือกม้าศึกย่ำพสุธาและเสียงโห่ร้องกึกก้องกัมปนาทไปทั่วผืนป่าและทุ่งกว้าง บันไดพาดกำแพงและซุงกระทุ้งประตูเมืองถูกลำเลียงเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่าราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาดเข้าใส่โขดหิน
ทว่า สิ่งที่พวกมันต้องเผชิญกลับเป็นแนวป้องกันอันแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ทหารต้าเหยียนบนกำแพงเมืองสูงระดมยิง-่าฝนเกาทัณฑ์เข้าใส่ข้าศึกอย่างไม่ขาดสาย ทั้งยังสาดเทน้ำมันเดือดพล่านและกลิ้งหินยักษ์ลงมาบดขยี้ ร่างของทหารเป่ยเหลียงที่พยายามปีนป่ายกำแพงร่วงหล่นลงมาล้มตายเป็นเบือ ซากศพทับถมสูงพะเนินอยู่ที่เชิงกำแพงจนทหารทัพหลังต้องเหยียบย่ำซากศพพวกพ้องเพื่อปีนขึ้นไปใหม่
‘ด่านเหอกวนแข็งแกร่งสมคำเล่าลือจริงๆ’ เหยาเหยาเฝ้ามองสถานการณ์การรบอันดุเดือดจากบนหอบัญชาการด้วยสายตาเรียบนิ่ง ‘เป่ยเหลียงทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อตีป้อมค่ายที่ไม่มีวันแตก ยิ่งพวกมันดึงดันจะชิงด่านนี้ให้ได้ ก็ยิ่งมีแต่จะสูญเสียกำลังพลไปโดยเปล่าประโยชน์...’
ขณะเดียวกัน เป้ยจิ้งหานยืนบัญชาการรบอยู่บนหอเฝ้าระวัง สายตาคมปลาบดุจพญาเหยี่ยวจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวในสนามรบอย่างไม่วางตา
‘เป่ยเหลียงเริ่มอ่อนล้าแล้ว’ เขาประเมินในใจ เมื่อสังเกตเห็นว่าการบุกทะลวงของข้าศึกเริ่มแผ่วกำลังลง การโจมตีระลอกหลังขาดทั้งความเฉียบคมและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ‘ได้เวลาโต้กลับแล้ว!’
เมื่อสบโอกาสที่ทัพเป่ยเหลียงกำลังอ่อนแรง เป้ยจิ้งหานจึงสั่งการให้เปิดประตูเมือง ก่อนจะนำทัพม้าเหล็กออกไปอย่างฉับพลัน! ทหารม้าต้าเหยียนพุ่งทะยานออกจากประตูด่านราวกับอสนีบาตฟาดฟัน เข้าตะลุมบอนกับทัพเป่ยเหลียงที่กำลังเหนื่อยล้าและตั้งตัวไม่ทันจนแตกกระเจิง
ในจังหวะเดียวกัน ซ่งติ้งหย่วนก็นำทัพม้าอีกปีกหนึ่งอ้อมโอบล้อมเข้าตีขนาบข้าง ทัพเป่ยเหลียงที่ขวัญเสียและสูญเสียกำลังพลไปมหาศาลอยู่ก่อนแล้ว ไม่อาจต้านทานการโจมตีอันดุดันนี้ได้ จึงแตกพ่ายและถอยร่นหนีตายกันอลหม่าน ทิ้งไว้เพียงซากศพและศาสตราวุธเกลื่อนกลาดเต็มสนามรบ
——————
เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของทหารต้าเหยียนดังก้องฟ้าด้วยความฮึกเหิม ขณะมองดูทัพเป่ยเหลียงถอยร่นไม่เป็นขบวน ศึกแรกนี้จบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของต้าเหยียน โดยที่เป่ยเหลียงต้องสูญเสียไพร่พลไปอย่างมหาศาลโดยไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลยแม้แต่น้อย
เป้ยจิ้งหานควบม้ากลับเข้าด่าน ใบหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินและคราบโลหิตของศัตรู ทว่าดวงตากลับทอประกายแห่งความมั่นใจและภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด เขาตรงเข้าไปหาภรรยาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ศึกแรกเป็นของเรา ต้องขอบคุณกลอุบายอันชาญฉลาดของเจ้าแท้ๆ เหยาเหยา แผนผังปลอมที่เจ้าวางหมากไว้ตั้งแต่ปีก่อน ได้ผลลัพธ์เกินกว่าที่คาดไว้เสียอีก"
‘ศึกแรกเราชนะแล้วก็จริง...’ เหยาเหยาคิดในใจ ทว่าแววตาของนางยังคงเปี่ยมไปด้วยความสุขุมรอบคอบ ไม่ประมาทแม้เพียงเสี้ยวอึดใจ ‘นั่นเป็นเพราะมู่หรงเยี่ยนยังคงปักใจเชื่อในแผนผังปลอมแผ่นนั้น แต่นางเป็นสตรีที่ฉลาดปราดเปรื่องเกินกว่าจะพลาดท่าซ้ำสอง หลังจากนี้นางต้องเริ่มเอะใจแล้วแน่ๆ ว่าเหตุใดจุดที่ควรจะอ่อนแอที่สุด กลับกลายเป็นปราการที่แข็งแกร่งที่สุดเช่นนี้’
และก็เป็นจริงดังคาด ณ ค่ายทหารเป่ยเหลียง มู่หรงเยี่ยนกำลังเคร่งเครียดถึงเรื่องนี้อยู่พอดี
"ด่านเหอกวนที่ในแผนผังระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นจุดที่อ่อนแอและโจมตีง่ายที่สุด กลับกลายเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งและยากจะต่อกรที่สุด" มู่หรงเยี่ยนเอ่ยกับบรรดาแม่ทัพนายกองด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ใบหน้างดงามบัดนี้เรียบตึงและเย็นชา
"เราต้องสูญเสียทัพหลักไปอย่างเปล่าประโยชน์กับการเข้าตีป้อมที่ไม่มีวันแตก... เรื่องนี้มันผิดปกติเกินไป"
‘หรือว่า...’ มู่หรงเยี่ยนหรี่ตาลง แววตาแฝงด้วยความระแวง ‘แผนผังที่เราอุตส่าห์ส่งคนไปเสี่ยงชีวิตขโมยมานั้น... จะเป็นของปลอม?’
นางกำหมัดแน่นจนข้อข้อนิ้วกลายเป็นสีขาว “นางทำแผนผังปลอมขึ้นมาเพื่อดักทางเราไว้ตั้งแต่แรกแล้ว! และวันนี้กับดักของนางก็สัมฤทธิ์ผล... อ๋องหญิงเป่ยกุย เจ้าถึงกับวางหมากเดินเกมล่วงหน้าไว้เป็นปีเชียวรึ!”
แม่ทัพเป่ยเหลียงคนหนึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด "หากแผนผังนั่นเป็นของปลอมจริง เท่ากับว่าที่ผ่านมาพวกเราถูกปั่นหัวมาโดยตลอด... แล้วเช่นนี้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าจุดใดคือจุดอ่อนที่แท้จริงของต้าเหยียนกันแน่ขอรับ?"
"นั่นแหละคือปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้" มู่หรงเยี่ยนเอ่ยเสียงเรียบพลางทอดสายตาออกไปไกล "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามผู้ใดอ้างอิงแผนผังที่ขโมยมานั่นอีกเด็ดขาด มันเป็นเพียงกับดักลวงโลกที่อ๋องหญิงเป่ยกุยทำไว้ดักเล่นงานเรา... เราจะเริ่มวางแผนการรบกันใหม่ทั้งหมด โดยอาศัยเพียงข้อมูลจากการส่งหน่วยลาดตระเวนไปสำรวจพื้นที่จริงเท่านั้น และจากนี้ไปต้องระวังทุกฝีก้าว เพราะอ๋องหญิงผู้นั้นวางหมากลึกซึ้งและมองการณ์ไกลเกินกว่าที่ข้าเคยพบเจอมาทั้งหมด"
‘ข้าประเมินนางต่ำเกินไปจริงๆ’ มู่หรงเยี่ยนคิดในใจ ความแค้นคุกรุ่นปนเปไปกับความเลื่อมใสในสติปัญญาของคู่ต่อสู้ ‘นางสร้างแผนลวงนี้ขึ้นมาเพื่อรอคอยจังหวะเล่นงานข้าล่วงหน้าเป็นปี... ทว่าในเมื่อยามนี้ข้ารู้เท่าทันแล้ว กระดานหมากนี้ย่อมต้องเปลี่ยนไป!’
ในเวลาเดียวกัน ณ กระโจมบัญชาการของต้าเหยียน เหยาเหยาก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสนามรบเช่นกัน
‘มู่หรงเยี่ยนสั่งหยุดโจมตีด่านเหอกวนแล้ว และเริ่มถอยทัพกลับไปตั้งหลัก’ เหยาเหยาคิดพลางพิจารณารายงานการเคลื่อนไหวของข้าศึกที่เพิ่งส่งมา ‘นางคงรู้ตัวแล้วสินะว่าแผนผังนั่นเป็นของปลอม... แต้มต่อที่ข้าเคยมีบัดนี้ได้หมดลงแล้ว ตั้งแต่นี้ไป มันคือการประลองสติปัญญาและความสามารถตัวต่อตัวระหว่างข้ากับนางอย่างแท้จริง!’
เป้ยจิ้งหานเห็นฮูหยินยืนนิ่งเงียบพลางขมวดคิ้วมุ่น จึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย "เจ้าเป็นอะไรไปหรือเหยาเหยา? ศึกแรกนี้เราชนะอย่างงดงามแท้ๆ"
"พี่หาน ศึกแรกเราชนะได้เพราะเรามีแต้มต่อจากแผนผังปลอมนั่น" เหยาเหยาหันมาสบตาเขาด้วยสีหน้าจริงจัง "ทว่ายามนี้มู่หรงเยี่ยนคงรู้ตัวแล้วว่าโดนหลอก ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปนางจะวางแผนการรบด้วยความระมัดระวังและรัดกุมยิ่งขึ้น... ศึกที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากเจ้าค่ะ"
เป้ยจิ้งหานพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและจริงจัง "ถ้าเช่นนั้นเราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ข้าจะสั่งการให้หน่วยลาดตระเวนเพิ่มความเข้มงวดขึ้น คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของกองทัพเป่ยเหลียงทุกฝีก้าว ไม่ให้คลาดสายตา"
‘มู่หรงเยี่ยน...’ เหยาเหยาทอดสายตามองออกไปนอกกระโจม มุ่งตรงไปยังทิศทางที่ตั้งค่ายของเป่ยเหลียงที่อยู่ห่างไกลออกไป ‘เจ้านับว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่คู่ควรและน่าเกรงขามยิ่งนัก... ทว่าข้ายังมีสิ่งที่เจ้าไม่มี นั่นคือครอบครัวที่รวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว สามีที่เป็นยอดแม่ทัพไร้พ่าย พี่ชายที่เป็นจอมทัพผู้อาจหาญ และความรักอันยิ่งใหญ่ที่เป็นพลังผลักดันอยู่เบื้องหลังทุกการตัดสินใจของข้า... เกมนี้ ข้าจะไม่มีวันแพ้เจ้าเด็ดขาด’
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??