เรื่อง กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล : ตำนานราชันผู้กลืนกินสวรรค์
ส่วนลึกป่าปีศาจ์ ปลายทางหุบเขาัเงียบสงบแะลึกล้ำ
แุหยินเ้าหัวที่มีขนาดตัวมหึมาหมอบอยู่เบื้องหน้าค่ายกลมังกรขด มันเบิกตาดวงโตจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่งที่เดินออกมาจากค่ายกลโบราณ
เด็กหนุ่มผู้นี้สวมอาภรณ์สีขาว ทว่าอาภรณ์สีขาวส่วนใหญ่นั้นกลับถูกชโลมไปด้วยเลือดจนแดงฉาน
"เป็นเลือดเสือดาวโลหิตขนแดง..." แุหยินเ้าหัวได้กลิ่นเสือดาวโลหิตขนแดงจากร่างกู่เฟิง ดวงตามันหรี่ลง ประกายแสงแหลมคมสว่างวาบขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
"เจ้าหนู ภายในค่ายกลมีสิ่งใดอยู่? แล้วผู้ใดเป็นคนสังหารเสือดาวโลหิตขนแดง บอกข้ามาตามตรง แล้วข้าจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอดไป"
เมื่อแุหยินเ้าหัวกล่าวจบ มันก็จงใจปลดปล่อยกลิ่นอายัแข็งแกร่งขอบเขตสามตำหนักขั้นต้นออกมา เพื่อข่มขวัญกู่เฟิง
เพียงแต่ว่า มันกลับพบว่ากู่เฟิงไม่ได้สนใจตนเองเลยแม้แต่น้อย แต่กลับกำลังมองไปที่ด้านหลังมันแทน
มันรู้สึกประหลาดใจ หนึ่งในเ้าหัวหันกลับไปมองจึงพบว่ามีผู้ฝึกตนขอบเขตสามตำหนักปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้
"กู่เฟิง รีบหนีไป เขาจะสังหารเจ้า!" เมื่อกู่อวิ๋นเห็นว่ากู่เฟิงยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ เขาก็ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดตะโกนบอก
"หนีหรือ? เขาจะหนีไปที่ใดได้?" กู่ตงหัวเราะเยาะ หากกู่เฟิงคิดจะหนี ก็มีเพียงต้องหนีไปให้พ้นจากสายตาแุหยินเ้าหัวแะตัวเขาเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
"ปล่อยตัวกู่อวิ๋นเดี๋ยวนี้!" กู่เฟิงคาดไม่ถึงว่ากู่ตงจะจับตัวกู่อวิ๋นมาด้วยจึงทั้งตกใจแะโกรธเกรี้ยว
"ปล่อยเขางั้นหรือ...?" เมื่อกู่ตงเห็นว่ากู่เฟิงใส่ใจกู่อวิ๋น เขาก็เผยรอยยิ้มัเหี้ยมเกรียมออกมาในทันที
"ขอเพียงเจ้าไม่หนีไป แะยอมถูกจับกุมแต่โดยดี ข้าก็จะปล่อยเขาไป ไม่เช่นนั้นข้าจะบีบคอเขาให้ตาย!"
กล่าวจบ กู่ตงก็คว้าคอกู่อวิ๋นเอาไว้ ยกตัวกู่อวิ๋นขึ้นเหนือหัวอย่างแรง นิ้วทั้งห้าออกแรงบีบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ บีบจนกู่อวิ๋นกระอักเลือดออกมาทางปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน
กู่เฟิงโกรธจัดจนกำหมัดแน่น ดวงตาทั้งสองข้างแทบจะลุกเป็นไฟ
หากไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง เขาคงยากจะเชื่อว่ากู่ตงจะเลวทรามต่ำช้ายิ่งกว่าเดรัจฉาน ถึงขั้นยอมนำชีวิตคนในตระกูลมาบีบบังคับเขา เพียงเพื่อความปรารถนาส่วนตัวตนเอง
"ตกลง ข้าจะไม่หนี เจ้าปล่อยเขาไป!" กู่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
"ถือว่าเจ้ารู้ความ" กู่ตงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา คลายนิ้วทั้งห้าที่บีบคอกู่อวิ๋นออก แล้วหิ้วร่างกู่อวิ๋นเหาะตรงไปยังกู่เฟิง
"เขาเป็นข้า!" แุหยินเ้าหัวจะยอมให้กู่ตงจับตัวกู่เฟิงไปได้อย่างไร ในชั่วขณะที่เห็นกู่ตงเหาะตรงไปยังกู่เฟิง มันก็พุ่งตัวออกไปตะปบใส่กู่ตงในทันที
เพียงแต่กู่ตงกลับไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย เขาโยนจานหินสีดำชิ้นหนึ่งออกไปอย่างลวก ๆ มันแปรสภาพกลายเป็นค่ายกลผนึกอย่างรวดเร็ว ผนึกร่างแุหยินเ้าหัวเอาไว้กับที่
นี่คือวิเศษประเภทผนึกที่กู่ตงได้รับมาจากสถานที่ที่เขาทะลวงขอบเขตในป่าปีศาจ์
ต่อให้เป็นยอดฝีมือในขอบเขตสามตำหนักก็ยังสามารถผนึกได้ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือ สิ่งนี้สามารถใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
วิเศษชิ้นนี้ล้ำค่ามาก จัดอยู่ในระดับห้า ทว่าหากนำไปเทียบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการจับกุมกู่เฟิงแล้ว มันยังห่างชั้นกันีไกลนัก
ดังนั้น กู่ตงจึงกระตุ้นการทำงานวิเศษชิ้นนี้โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เพื่อกักขังแุหยินเ้าหัวเอาไว้ ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าสังหารกู่เฟิงอย่างไม่ลดละ
ปัง! ปัง!
แุหยินเ้าหัวพุ่งชนค่ายกลผนึกด้วยความโกรธเกรี้ยว ภายใต้การพุ่งชนมัน ค่ายกลแห่งนี้ก็ปรากฏรอยร้าวที่ดูน่าหวาดหวั่นขึ้นมา
หากมันต้องการจะทะลวงค่ายกลผนึกแห่งนี้ให้แตกออก ย่อมต้องใช้เวลาไม่น้อย แะช่วงเวลานี้ก็เพียงพอให้กู่ตงจับกุมตัวกู่เฟิง แล้วจากไปอย่างลอยนวล
ตุบ!
กู่ตงมองกู่เฟิงที่อยู่ห่างจากตนเองเพียงไม่กี่จั้ง คิดว่าการจับตัวีฝ่ายนั้นง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ จึงโยนกู่อวิ๋นทิ้งลงบนพื้นราวกับถุงเลือดขาด ๆ ใบหนึ่ง ก่อนจะพุ่งตัวตรงดิ่งไปหากู่เฟิง
นับตั้งแต่ที่เขาถูกเสือดาวโลหิตขนแดงกินขาไปข้างหนึ่ง นิสัยใจคอเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ในตอนนี้ เขาได้โยนเรื่องตระกูลกู่สาขาเมืองไป๋หลงทิ้งไว้เบื้องหลังตั้งนานแล้ว แะไม่เห็นกู่อวิ๋นซึ่งเป็นศิษย์อัจฉริยะรุ่นเยาว์อยู่ในสายตาเลย เขาเพียงแค่ต้องการยกระดับความแข็งแกร่งตนเอง แะสนใจเพียงแค่ตนเองเท่านั้น!
"เจ้าคนสารเลว!" กู่อวิ๋นดิ้นรนตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา มองดูผู้นำตระกูลที่ตนเคยเคารพเทิดทูนในวันวาน กำลังพุ่งเข้าสังหารกู่เฟิงด้วยกลิ่นอายที่เต็มไปด้วยความโลภ ริมฝีปากที่สั่นเทาเอื้อนเอ่ยคำด่าทอออกมา
เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมีวันที่ผู้นำตระกูลที่เขาเคารพเทิดทูน กลายเป็นคนที่ทำให้เขารู้สึกขยะแขยงได้ถึงเพียงนี้
"อ๊าก จงแตกออกไป!" แุหยินเ้าหัวเห็นกู่ตงเข้าใกล้กู่เฟิง การโจมตีมันก็ยิ่งบ้าคลั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
มันจ้องมองค่ายกลมังกรขดมานานแล้ว กว่าจะรอจนพบมนุษย์ที่สามารถเข้าไปในค่ายกลมังกรขดได้สักคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันรู้สึกว่าขอเพียงจับตัวกู่เฟิงได้ ก็จะสามารถไขความลับค่ายกลแห่งนี้ แะได้รับโชควาสนาที่ยากจะจินตนาการได้
มันจะไม่มีทางยอมให้กู่เฟิงถูกกู่ตงจับตัวไปต่อหน้าต่อตาอย่างเด็ดขาด!
ตูม!
แุหยินเ้าหัวทุ่มสุดตัว ขาที่เต็มไปด้วยขนหนาทึบทุกข้างเตะเข้าใส่ค่ายกลผนึกในจุดเดียวกัน มันทุ่มเททุกสิ่งที่มี ระเบิดการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา
ท่ามกลางเสียงระเบิดดังกึกก้องจนแสบแก้วหู ค่ายกลผนึกก็ถูกกระแทกจนเกิดเป็นรูกลวง
เมื่อแุหยินเ้าหัวเห็นเช่นนั้น ก็ยิ่งโจมตีค่ายกลผนึกอย่างบ้าคลั่ง หมายจะทะลวงออกไปให้เร็วที่สุด เพื่อแย่งชิงตัวกู่เฟิง
ไม่ว่าจะเป็นแุหยินเ้าหัวหรือว่ากู่ตง ต่างมองว่ากู่เฟิงเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือที่หยิบฉวยได้ง่ายดาย ไม่มีใครคิดว่ากู่เฟิงจะสามารถหลบหนีไปได้เลย
กู่เฟิงยืนนิ่งอยู่กับที่ จับจ้องมองกู่ตงที่พุ่งเข้าสังหารอย่างเย็นชา สีหน้าเขาสงบนิ่งจนน่าประหลาดใจ
"ช่างอวดดีนัก" ในสายตากู่ตง กู่เฟิงมีบาดแผลเต็มตัว เลือดท่วมร่าง ดูอยู่ในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตาย ตบะบารมีก็ต่ำต้อยถึงเพียงนั้น ย่อมไม่มีทางหนีรอดเงื้อมมือเขาไปได้อย่างแน่นอน
ตูม!
กู่ตงพุ่งทะยานมาถึงเหนือศีรษะกู่เฟิง กางนิ้วทั้งห้าออกแล้วตะปบลงไป เขากำลังคิดจะจับเป็นกู่เฟิง จึงตั้งใจจะใช้พลังวิญญาณกระแทกเส้นลมปราณทั่วร่างกู่เฟิงให้ขาดสะบั้น เพื่อให้สูญสิ้นตบะบารมีไปจนหมด
ด้วยวิธีนี้ เขาก็จะสามารถจับตัวกู่เฟิงไปได้อย่างสบายใจ นำตัวไปยังที่ปลอดภัยเพื่อรีดเค้นความลับทั้งหมดออกมา จากนั้นค่อยสังหารกู่เฟิงทิ้ง แล้วหิ้วหัวกู่เฟิงไปแลกเปลี่ยนโอสถวิญญาณระดับหกแะอาวุธวิญญาณระดับหกจากกู่เว่ย
ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด เพียงแค่โอสถวิญญาณระดับหกแะอาวุธวิญญาณระดับหก ก็เป็นโชควาสนาที่ยากจะไขว่คว้าได้แล้ว มันสามารถทำให้กู่ตงผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็นเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง แะมีความแข็งแกร่งเิ่ึ้ไปีขั้น!
"นี่คือโชควาสนาัยิ่งใหญ่ที่์ประทานมาให้ข้าผงาดขึ้นมาสินะ!" กู่ตงที่เห็นว่ากำลังจะจับตัวกู่เฟิงได้อยู่รอมร่อ ตื่นเต้นจนหัวเราะออกมาเสียงดัง
แม้เขาจะสูญเสียขาไปหนึ่งข้าง แต่ก็ได้รับโชคจากเคราะห์ร้ายจนสามารถทะลวงขอบเขตได้ ีทั้งยังจับเป็นกู่เฟิงได้ โอสถวิญญาณระดับหกแะอาวุธวิญญาณระดับหกอยู่แค่เอื้อม
ีทั้งยังมีความลับต่าง ๆ บนตัวกู่เฟิง... เขารู้สึกว่าตนเองกำลังจะได้ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ในอนาคตจะสามารถก้าวขึ้นสู่เวทีที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้ หาใช่เป็นเพียงผู้นำตระกูลกู่สาขาเล็ก ๆ ในเมืองไป๋หลง
ใบหน้ากู่ตงประดับด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างยินดี ในขณะที่เขาเข้าใกล้กู่เฟิงในระยะห้าวา เขากลับบังเอิญพบว่ามุมปากกู่เฟิงยกขึ้น เผยรอยยิ้มแปลกประหลาดออกมา
"ค่ายกล... ทำงาน!" สิ้นเสียงตะโกนกึกก้องกู่เฟิง ไม้เท้าเทวะไท่ชูที่ดูธรรมดาก็ปลดปล่อยปราณเซียนโบราณจนสั่นสะเทือนฟ้าดิน
ค่ายกลมังกรขดที่หลับใหลมานานนับหมื่นปี เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีเจิดจรัสเทียบเคียงแสงตะวัน สาดส่องท้องฟ้าป่าปีศาจ์จนสว่างไสวผิดปกติ
ฟุ่บ!
แสงสีขาวนวลดุจน้ำนมสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากค่ายกลมังกรขด ทะลวงมิติให้แหลกสลายไปเป็นชั้น ๆ ตลอดทางที่พาดผ่าน แสงเซียนร่วงหล่นโปรยปราย กลิ่นอายช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
พรวด!
กู่ตงยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวนเลยแม้แต่น้อย ก็แปรเปลี่ยนเป็นดอกไม้โลหิต ระเบิดกระจายกลางอากาศเสียงดังสนั่น
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ซากศพแะเศษกระดูกกู่ตงร่วงหล่นลงพื้นราวกับ-่าฝน บางส่วนยังตกลงมาแทบเท้ากู่เฟิง
ครืน!
ภาพเหตุการณ์ัน่าขวัญผวาเช่นนี้ ทำเอาแุหยินเ้าหัวแะกู่อวิ๋นถึงกับตกตะลึงจนตาค้างไปตาม ๆ กัน...
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??