เรื่อง เงาพรายอาชญากรรม
ยามโ้เ้มาเืผืนฟ้าเหนือาฝั่กุยุี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แสงอาทิตย์ัสีแดง้เข้ม่ๆ จมาไปใเส้นขอบฟ้าทะเลใต้ ทิ้งไว้เพียงเงาทะมึนของทิวเขาและผืนน้ำกว้างใหญ่ที่สะท้อนแสงวิบวับใความสลัว ลมทะเลโชยพัดเอากลิ่นไอเกลือและไอความชื้นปะทะผิวหน้าของคนทั้งสองขณะจอดรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์คันใหญ่แอบซ่อนไว้ใดงไม้รกข้างทางห่างจากจุดหมายประมาณหนึ่งกิโลเมตร
กวินและอรวรรณช่วยกันลากกิ่งไม้และเศษใบไม้แห้งมาคลุมพรางตารถจักรยานยนต์คันโปรดจนมิดชิด ทั้งคู่เปลี่ยนชุดมาสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำสนิทรัดกุม เช็คกระสุนปืน และเหน็บมันไว้ที่เอว พลางึปืนกลมือเบาติดกระบอกเก็บเสียงที่ยึดมาได้มาถือกระชับมั่นไว้ใอ้อมมือแกร่ง แววตาของเขาดุดันและมีสมาธิแน่วแน่ าุ่หันมามองอรวรรณ ยื่นไฟฉายกระเป๋าขนาดเล็กสีดำให้เธอ
“อรวรรณ... นี่ไฟฉายตัวเล็ก ผมแปะเทปพันสายไฟสีแดงทับหน้าเลนส์ไว้เพื่อให้แสงสลัวที่สุดและไม่สะท้อนเข้าตาคนอื่น เวลาใช้งานให้ครอบมือไว้ด้วยนะ” กวินกระซิบสั่งเสียงต่ำ
“ค่ะกวิน... ฉันพร้อมแล้วค่ะ” อรวรรณตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงด้วยความตื่นเต้นระคนตื่นตระหนก แต่ความมุ่งมั่นทวงความยุติธรรมและความจริงทำให้เธอก้าวข้ามความหวาดกลัวไปได้
ทั้งสองคนเดินก้าวเลาะเลียบไปตามแนวป่าชายเลนที่มืดสลัวและแฉะชื้น ยินเสียงปูแสมและสัตว์น้ำขยับตัวใโคลนเลนแผ่วเบา จนกระทั่งเบื้องหน้าปรากฏแนวรั้วลวดหนามสูงท่วมหัวที่มีป้ายเหล็กสนิมเขรอะเขียนเตือนว่า *“พื้นที่ส่วนบุคคลของบริษัท ธรณ์ มารีน จำกัด ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต”* ด้านใรั้วลวดหนามเป็นลานคอนกรีตกว้างใหญ่ มีโกดังเก็บสินค้าหลังคาสังกะสีขนาดมหึมาสามหลังตั้งตระหง่านอยู่ มีแสงไฟสปอร์ตไลท์สีขาวสว่างจ้าส่องสว่างตามมุมตึกและแนวรั้ว ทว่ามีบางจุดที่เป็นมุมอับสายตาจากกล้องวงจรปิดเนื่องจากทิศทางเสาไฟบดบัง
กวินกวาดสายตามองกล้องวงจรปิดรอบๆ ตัวตึกอย่างชำนาญ าุ่ชี้ไปที่มุมกำแพงด้านตะวันตกซึ่งมีพุ่มไม้รกครึ้มยื่นล้ำเข้ามา “ตรงนั้น... กล้องวงจรปิดตัวขวามือหันไปทางท่าเทียบเรือ ส่วนตัวซ้ายมือมีมุมส่ายพ้นแนวรั้วไปพอดี เราจะมุดข้ามรั้วตรงนั้นกัน”
กวินึคีมตัดลวดหนามขนาดพกพาที่เขาแอบหยิบมาจากเครื่องมือใเบาะรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมา ออกแรงตัดลวดหนามเส้นล่างสุดขาดออกสองเส้นเสียงดัง *แกร๊ก* เบาๆ าุ่ใช้เท้าเหยียบก้านลวดหนามไว้แล้วก้มตัวมุดลอดเข้าไปคนแรก ก่อนจะหันมาพยุงร่างของอรวรรณให้คลานลอดตามเข้ามาได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
ทั้งสองคนก้มตัวต่ำ วิ่งลัดเลาะไปตามเงามืดของู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าสีน้ำเงินและแดงที่วางซ้อนทับกันสูงชันดั่งกำแพงเหล็ก กลิ่นสนิมเหล็ก คราบน้ำมันเครื่อง และไอทะเลตลบอบอวลอยู่ใบรรยากาศชวนให้อึดอัด กวินคอยหันหลังระวังภัยให้และสแกนมองาามตรวจการณ์ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของชายสองคนเดินย่ำพื้นคอนกรีตดังมาใกล้ๆ กวินรีบคว้าเอวบางของอรวรรณึเข้าซอกระหว่างู้คอนเทนเนอร์สองู้ทันที ร่างกายของทั้งสองเบียดชิดกันแน่นจนอรวรรณรู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจกวินและไอร้อนระอุจากกายแกร่ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เงาของชายฉกรรจ์ใชุดยามธรรมดาแต่ที่เอวมีปืนพกเหน็บอยู่เดินผ่านช่องทางไป กวินสะกิดบ่าอรวรรณให้เคลื่อนตัวต่อ ทั้งคู่รีบวิ่งตัดลานโล่งเข้าไปจนถึงประตูเหล็กบานเล็กด้านข้างของโกดังหลังแรก กวินควักชุดอุปกรณ์สะเดาะกุญแจขนาดพกพาออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต สอดลวดเหล็กเส้นบางเข้าไปขยับไขใแม่กุญแจประตูอย่างใจเย็น ปลายหูฟังเสียงกลไกภายใกริ๊กๆ เพียงไม่ถึงสามสิบวินาที เสียงปลดล็อกก็ดังขึ้นเบาๆ *แก๊ก*
กวิน่ๆ ผลักประตูเหล็กเปิดออกกว้างพอให้แทรกตัวเข้าไปได้ แล้วึอรวรรณตามเข้ามา ก่อนจะปิดประตูกลอนลงตามเดิมอย่างเงียบเชียบที่สุด
ภายใโกดังมืดมิดและเงียบสงัด มีเพียงแสงสว่างสีฟ้านวลจากช่องลมเพลิงบนหลังคาที่สาดส่องลงมากระทบกองกล่องกระดาษและถังเหล็กบรรจุสารเคมีขนาดสองร้อยลิตรวางเรียงรายละลานตาเป็นระเบียบ อรวรรณไม่รอช้า รีบก้าวเดินตรงไปยังบันไดเหล็กแคบที่ทอดตัวขึ้นสู่ห้องกระจกสำนักงานชั้นลอยซึ่งตั้งตระหง่านอยู่หัวมุมโกดัง โดยมีกวินเดินตามประกบหลังคอยส่ายกระบอกปืนระวังภัยรอบตัว
ทั้งสองคนก้าวเข้าสู่ห้องสำนักงานสลัว อรวรรณหยิบไฟฉายกระเป๋าครอบมือสาดแสงสีแดงสลัวเปิดค้นหาแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานและู้เหล็กเก็บเอกสารอย่างรวดเร็ว เสียงกระดาษพลิกไปมาดังสม่ำเสมอสอดประสานกับเสียงฝนตกปรอยๆ บนหลังคาสังกะสีด้านนอก หญิงสาวค้นหาแฟ้มแล้วแฟ้มเล่าแต่ส่วนใหญ่เป็นเพียงบัญชีขนส่งสินค้าทั่วไปเกี่ยวกับการค้าปุ๋ยและสารเคมีการเกษตรบังหน้า
“ไม่ใช่ห้องนี้แน่ค่ะกวิน... ข้อมูลธุรกรรมลับระดับนี้ต้องอยู่ใู้นิรภัยเฉพาะหรือแฟ้มซ่อนเร้น” อรวรรณกระซิบอย่างขัดใจ
กวินกวาดสายตามองรอบห้องทำงานสลัว าุ่เดินไปทีู่้เอกสารเหล็กขนาดใหญ่กึ่งกลางห้อง เอื้อมมือเคาะผนังู้ด้านหลังและด้านข้างยินฟังเสียงสะท้อนทึบต่ำ ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นรอยขูดขีดบนพื้นปูนคอนกรีตใตู้้เหล็ก าุ่ออกแรงึู้เหล็กให้เลื่อนออกมาด้านข้างเผยให้เห็นช่องกำแพงปูนเจาะลึกเข้าไปด้านหลังซึ่งมีู้เซฟเหล็กกล้าสีเทาเข้มขนาดเท่าลังเบียร์ฝังอยู่แน่นหนา
“อรวรรณ... มาดูนี่สิ”
อรวรรณตาเป็นประกาย รีบเดินก้าวเข้ามานั่งยองๆ หน้าู้เซฟเหล็ก าุ่พยายามบิดหมุนรหัสตัวเลขแตู่้นิรภัยปิดแน่นหนา “มันล็อครหัสผ่านค่ะกวิน... และใช้กุญแจควบคู่กันด้วย”
“กุญแจอยู่ที่ผมเอง” กวินหยิบพวงกุญแจแปลกๆ ที่เขายึดมาจากมือสังหารนกฮูกที่อัมพวาขึ้นมายื่นให้อรวรรณลองใช้ หญิงสาวสอดปลายกุญแจแบนสลักลายดวงตานกฮูกเข้าไปใช่องไขกุญแจของู้เซฟเหล็ก มันสวมเข้าได้พอดีอย่างน่าอัศจรรย์!
“แล้วรหัสผ่านล่ะคะ” อรวรรณถาม
กวินขมวดคิ้ววิเคราะห์ใใจอย่างรวดเร็ว “ลองรหัส *1012*... มันคือวันที่เกิดคดีสังหารหมู่ Vesper Group เมื่อสิบปีก่อน วันที่กลุ่มสมาคมนกฮูกเริ่มต้นขยายอำนาจฟอกเงินใแวดวงยุติธรรม”
อรวรรณหมุนบิดตัวเลขรหัสผ่านตามที่กวินบอกทันที บิดซ้าย บิดขวา จนตัวเลขหยุดอยู่ที่เลขนำทาง *1-0-1-2* ทันใดนั้น มีเสียงกลไกภายใู้เซฟดัง *คลิก* เบาๆ อรวรรณออกแรงหมุนที่จับเหล็กึบานประตูหนาหนักเปิดออกกว้างได้สำเร็จ!
ด้านใู้เซฟอัดแน่นไปด้วยห่อเอกสารกระดาษสีน้ำตาลหลายแฟ้ม และกล่องพลาสติกใสบรรจุหลอดยาแก้วขนาดเล็กจำนวนสิบกว่าหลอด ภายใหลอดแก้วมีหยาดน้ำใสสีเหลืองอ่อนขุ่นข้น อรวรรณหยิบกระดาษแผ่นบนสุดขึ้นมาส่องไฟฉายสีแดงอ่านอย่างรวดเร็ว แววตาของเธอสั่นไหวด้วยความยินดีระคนตกใจสุดขีด
“กวิน! ดูนี่สิคะ! นี่คือใบตราส่งสินค้า (Shipping Manifests) และใบตรวจรับสารเคมีดิบนำเข้าจริงจากท่าเรือกุยุี รายการสินค้าระบุชัดเจนว่าเป็นสารพิษสกัดบริสุทธิ์จากต้นอะโคนิทัม (Aconitum) ปลายทางการจัดส่งระบุว่าโอนส่งไปยังสถานที่เก็บลับของสมาคมนกฮูก และที่สำคัญที่สุด...” นิ้วเรียวชี้ไปที่ช่องลงชื่อผู้ตรวจรับสีกากีระดับสูง “...มีลายเซ็นของ พลตำรวจโทไพบูลย์ อัครมณี ลงนามอนุมัติยกเว้นการตรวจสอบู้คอนเทนเนอร์นี้เป็นกรณีพิเศษด้วยตัวเองค่ะ!”
กวินจ้องมองตัวหนังสือและลายเซ็นคุ้นตาของอดีตอาจารย์ผู้มีพระคุณด้วยหัวใจที่เย็นเฉียบและเดือดดาล หลักฐานชิ้นนี้มัดตัวพลตำรวจโทไพบูลย์และสมาคมนกฮูกอย่างแน่นหนาและปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป
“อรวรรณ! รีบใช้มือถือถ่ายภาพเอกสารทุกหน้าไว้ด่วนที่สุด! ถ่ายให้ชัดทุกตัวอักษรรวมถึงลายเซ็นและตราประทับนกฮูกด้วย!” กวินสั่งการเสียงเข้มขรึม
อรวรรณไม่รอช้า หยิบโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนขึ้นมาปรับโหมดกล้องถ่ายรูปความละเอียดสูง สาดแสงไฟสีแดงสลัวนำทางและกดรัวชัตเตอร์ถ่ายภาพเอกสารสำคัญทีละแผ่นๆ ใบเสร็จรับเงิน เอกสารโอนเงิน บันทึกการส่งมอบสารพิษ ทุกอย่างถูกจารึกลงใความจำมือถือของเธออย่างครบถ้วน หญิงสาวรวบเอาสมุดบันทึกเล่มเล็กเล่มหนึ่งใู้เซฟใส่กระเป๋าสะพายติดตัวไปด้วยเพื่อเป็นหลักฐานทางกายภาพส่งมอบให้กองปราบ
ทว่า... ใจังหวะที่อรวรรณกำลังจะเก็บแฟ้มเอกสารแผ่นสุดท้ายใสู่้เซฟตามเดิมนั่นเอง
ปัง!
เสียงประตูด้านล่างโกดังเหล็กพลันกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรง แสงไฟสปอร์ตไลท์สีขาวจ้าจากภายนอกสาดส่องเข้ามาเป็นทางยาวกว้างขวาง สรรพเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนหลายคนวิ่งเหยียบย่ำเข้ามาด้านใอย่างรวดเร็วสลัดความเงียบสงบไปสิ้นเชิง
“มีรอยกุญแจโดนตัดที่รั้วด้านนอก! พวกมันบุกเข้ามาข้างในี้แน่ ค้นหาทุกซอกตึกด่วน!” เสียงตะโกนเข้มของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังก้องสะท้อนไปตามโครงหลังคาเหล็กของโกดัง
กวินรีบโถมตัวกดร่างของอรวรรณให้นอนราบลงกับพื้นปูนใต้โต๊ะทำงานสำนักงานทันที าุ่แอบชะโงกหน้าลอดซอกหน้าต่างกระจกสำนักงานชั้นลอยมองลงไปเบื้องล่าง ภาพที่เห็นทำให้หัวใจเต้นโครมคราม ชายฉกรรจ์ใชุดคลุมดำ สวมหน้ากากโลหะลายนกฮูกดุดันสามคน กำลังถือปืนไรเฟิลจู่โจมและปืนกลมือส่ายสแกนส่องแสงไฟฉายสีขาวความสว่างสูงไปตามทางเดินแคบๆ ระหว่างชั้นวางสินค้า มุ่งหน้าตรงมาทางบันไดขึ้นห้องทำงานชั้นลอยอย่างรวดเร็ว
“หัวหน้า! มีประตูเหล็กทางขึ้นออฟฟิศเปิดแง้มทิ้งไว้ครับ!” ยามคนหนึ่งตะโกนก้องชี้ปืนขึ้นมาด้านบน
“ยิงถล่มขึ้นไปเลย! อย่าให้มันหนีรอดไปได้!”
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนไรเฟิลจู่โจมระเบิดแผดเสียงยิงสาดกระสุนถล่มขึ้นมาทันควัน กระสุนปืนเจาะทะลุหน้าต่างกระจกออฟฟิศแตกกระจายปลิวว่อนดุจ-่าฝนเศษแก้วระยิบระยับ อรวรรณกรีดร้องแหบต่ำกอดหัวตัวเองแน่นหนาอยู่ใต้โต๊ะทำงานปูน กวินไม่รอช้า าุ่เอื้อมมือคว้าปืนกลมือเบาที่ยึดมาขึ้นลำ ยื่นกระบอกปืนพ้นขอบหน้าต่างกระจกที่แตกแล้วเหนี่ยวไกยิงสวนกลับไปสี่นัดซ้อนเสียงปังปังปังปัง!
กระสุนเจาะเข้าไหล่ของมือสังหารคนแรกจนเสียหลักร่วงหล่นกระแทกพื้นกล่องกระดาษพังพินาศร้องโอดโอย กวินหันกลับมาฉุดข้อมือบางของอรวรรณวิ่งลุยฝ่าเศษแก้วที่แตกกระจายเต็มพื้นห้อง “อรวรรณ! วิ่งไปทางบันไดหนีไฟด้านหลังเร็ว! ผมจะคอยยิงสกัดให้เอง!”
กวินยิงปืนกดดันข่มขู่พยุงทางหนี อรวรรณวิ่งโซซัดโซเซสะพายกระเป๋าแน่นพุ่งตัวทะลุประตูหนีไฟเหล็กสีแดงด้านหลังสำนักงานออกสู่บันไดเหล็กนอกตัวอาคารที่ลื่นไปด้วยละอองฝนตกปรอยๆ ทั้งสองคนวิ่งลงบันไดวนอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดและเสียงปืนที่สาดถล่มตามหลังมาอย่างบ้าคลั่ง กระสุนปืนปะทะราวบันไดเหล็กสาดประกายไฟวาบวูบระทึกขวัญ
เมื่อเท้าสัมผัสพื้นดินชายเลนด้านล่าง กวินพารุ่นน้องสาววิ่งฝ่าพงหญ้ารกสูงมุ่งตรงไปยังพิกัดป่าละเมาะที่ซ่อนรถบิ๊กไบค์ไว้ทันที ยินเสียงปืนไล่ล่าตามหลังและเสียงสั่งการของพวกมันดังไล่บี้กระชั้นชิดใระยะไม่ถึงห้าสิบเมตร
“สตาร์ทรถเร็วอรวรรณ! กอดเอวผมไว้ให้แน่นหนาที่สุด!” กวินแผดเสียงตะโกนสั่งขณะสะบัดกิ่งไม้พรางตารถออกอย่างรวดเร็ว าุ่สตาร์ทเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ดังสตาร์ทกระหึ่มเร่งเครื่องเร้ากระโดดขึ้นคร่อมคันจับ
อรวรรณกระโดดขึ้นซ้อนท้ายสวมหมวกนิรภัยแน่นหนากอดกระชับเอวแกร่งของกวินไว้ดุจที่พึ่งสุดท้าย กวินบิดคันเร่งสุดแรง ล้อรถบิ๊กไบค์ขนาดใหญ่หมุนปั่นเศษหินดินเลนดินระเบิดกระจายสาดพุ่งตัวแหกวงล้อมแนวรบป่าละเมาะพุ่งทะยานออกสู่ถนนหลักอย่างรวดเร็วทิ้งเงามืดมนและความล้มเหลวของกลุ่มมือสังหารสมาคมนกฮูกไว้เบื้องหลัง ท่ามกลางเสียงหวอเตือนภัยของโกดังที่ดังระงมก้องป่าชายเลนพินาศราบไปชั่วนิรันดร์
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??