เรื่อง เพื่อนกัน..มันส์ดี NC20+
25 ทริปล่าหมอก บทที่ 7 อุณหภูมิพุ่งสูง
25 ทริปล่าหมอก บทที่ 7 อุณหภูมิพุ่งสูง
เช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในโถงส่วนกลางของกระท่อมกระจกหรูริมเนินเขากลับทวีความอึดอัดใจจนทุกคนแทบจะอึกอักหายใจไม่ทั่วท้อง สายลมหนาวภายนอกพัดกระโชกเป็นระลอกๆ หอบเอาละอองฝนสลับสายหมอกหนามาปะทะบานกระจกใสหนารอบด้านอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิยอดดอยลดต่ำลงจนเกือบเป็นเลขตัวเดียว ทำให้ทุกคนต้องสวมเสื้อกันหนาวผ้าขนสัตว์หนาหนุ่มนั่งล้อมวงกัน
วงอาหารเช้าวันนี้มีเมนูไข่คน เบคอนกรอบ มะเขือเทศย่าง และน้ำส้มคั้นสด ทว่าบรรยากาศรอบโต๊ะกลับเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไร้ซึ่งบทสนทนาหยอกล้ออย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบจานกระเบื้องและเสียงนกป่าที่ร้องแว่วมาตามลม วินนั่งจิบกาแฟดำเงียบๆ ทว่าแววตาของเขาซ่อนเร้นความสับสนและดุดันอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มลอบสังเกตแพร แฟนสาวของตนเองด้วยสายตาจับผิด แพรทำทีเป็นตักสลัดผักเข้าปากและหลบเลี่ยงไม่ยอมสบตากับวินโดยตรง เมื่อแพรเอื้อมมือจะหยิบขวดเกลือ วินกลับคว้ามันไปวางกระแทกอีกทางอย่างเย็นชา ทำเอาแพรหน้าเสียและรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก
แพรรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ที่คอเต่าของเธอเหมือนมีรังสีอำมหิตของใครบางคนพาดผ่านตลอดเวลา ซึ่งก็เป็นจริง เพราะเมลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลอบมองแพรด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ ท่าทีสงบนิ่งเยือกเย็นของเมลหลังผ่านศึกสวาทล้างแค้นมาเมื่อคืน ทำให้บรรยากาศยิ่งทวีความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ขณะเดียวกัน แก้ม สาวเนิร์ดขี้อายของกลุ่มก็ลอบสังเกตพฤติกรรมของนนท์ แฟนหนุ่มหนุ่มแว่นของเธออย่างเงียบเชียบ นนท์ดูเหนื่อยล้าผิดปกติและมีรอยขอบตาคล้ำเล็กน้อยเหมือนคนไม่ได้นอนพักผ่อนทั้งคืน ที่สำคัญแก้มแอบได้ยินเสียงเปิดปิดประตูห้องช่วงดึกสงัดตอนประมาณตีหนึ่ง และเมื่อเช้านี้ตอนที่ช่วยนนท์หยิบเสื้อยืด แก้มได้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยอโรม่ากลิ่นกุหลาบผสมเปปเปอร์มินต์จางๆ ลอยออกมาจากเสื้อ ซึ่งเป็นกลิ่นน้ำมันนวดขวดเดียวกับที่ริสาสวมใส่ชโลมผิวริมกองไฟเมื่อคืน แก้มกำหมัดแน่นในใจปั่นป่วนด้วยความระแวงรุนแรงแต่ไม่กล้าเอ่ยปากถามตรงๆ เพราะกลัวคำตอบที่จะขยี้หัวใจเธอให้แหลกสลาย
"เออ ไอ้นนท์... กูต้องยอมรับล่ะว่ามือนวดของมึงนี่สุดยอดจริงๆ ว่ะริสาบอกกูว่าเมื่อคืนนอนหลับสนิท สบายตัวมากเลย คลายเส้นดีชะมัด" เต้ยพูดเสียงดังลั่นพลางเคี้ยวเบคอนอย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มร่างยักษ์ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยว่าแฟนสาวของตนโดนลูบไล้จุดอ่อนไหวริมกองไฟ
นนท์ขยับแว่นสายตากระตุกยิ้มมุมปากแววตาเจ้าเล่ห์ "กูยินดีช่วยเพื่อนเสมอแหละเต้ย... ถ้าริสาปวดเมื่อยตรงไหนอีก กูยินดีนวดคลายจุดให้อีกนะ" คำพูดสองแง่สองง่ามทำเอาเรียวปากของริสาสั่นสะท้าน เธอทำช้อนร่วงหล่นกระทบจานเสียงดังเคร้ง ก่อนจะรีบก้มหน้าหยิบช้อนด้วยใบหน้าแดงซ่าน
"พวกเรา... บ่ายนี้ฝนยังไม่น่าจะตกหนักนะ ไปเดินป่าเส้นทางศึกษาธรรมชาติสั้นๆ ขึ้นไปจุดชมวิวยอดดอยกันไหม? อยู่แต่ในห้องอึดอัดแย่เลย" เต้ยเสนอขึ้นเพื่อทำลายความตึงเครียดของแฟนสาวที่นั่งเงียบกริบ
ข้อเสนอของเต้ยได้รับการตอบตกลงจากทุกคนอย่างเสียไม่ได้ เพราะการนั่งเผชิญหน้ากันในวิลล่าส่วนกลางมันชวนอึดอัดเกินกว่าจะทนไหว การออกไปผ่อนคลายในป่าธรรมชาติน่าจะช่วยให้ความตึงเครียดคลี่คลายลงบ้าง
ช่วงบ่าย คณะเดินทางทั้งแปดคนเริ่มก้าวเดินไปตามทางลาดชันของป่าสนเขา ลมหนาวพัดโชยมาเป็นระลอกพัดเอาใบไม้ร่วงกราว สายหมอกสีขาวหนาทึบเริ่มเคลื่อนตัวลงต่ำครอบคลุมผืนป่าจนทำให้ทัศนียภาพรอบตัวดูสลัวและลึกลับ แพรเดินเคียงคู่กับวินโดยพยายามเกาะแขนแฟนหนุ่มและชวนคุยเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีพิรุธ ทว่าคินกลับเดินตามหลังมาไม่ห่าง คอยจับตามองแพรอยู่เป็นระยะด้วยสายตาร้อนแรงโหยหา ส่วนเมลก็จงใจเดินกอดแขนวินชวนคุยหยอกล้ออย่างสนิทสนมเพื่อล่อสายตาคินให้หงุดหงิดใจเล่นๆ
วินลอบกระซิบถามเมลเสียงเบาเมื่อคนอื่นเดินนำไปไกล "เมล... เรื่องเมื่อคืนในออนเซ็น มันช่าง..."
เมลกระตุกยิ้มตอบเบาๆ "วินชอบใช่ไหมล่ะคะ? ดูสิคะ คินมองเราตาแทบหลุดแล้ว ปล่อยให้เขาหึงจนกระอักเลือดตายไปเลยค่ะ"
นนท์เดินตามหลังสุดเคียงข้างริสาที่แสร้งทำเป็นเก็บดอกไม้ป่าถ่ายรูป แต่เมื่อสบโอกาสที่คนอื่นเดินทิ้งระยะห่างไปโค้งข้างหน้า ปลายนิ้วหนาของนนท์ก็ลอบเข้าไปกุมมือริสาและบีบเบาๆ สื่อความนัยอันเร่าร้อนถึงนัดหมายเมื่อคืน ริสาหน้าร้อนผ่าวสะดุ้งน้อยๆ แต่ยอมให้นนท์กุมมือและลูบไล้นิ้วมือเงียบๆ ภายใต้เสื้อคลุมตัวหนาโดยที่เต้ยเดินอยู่ข้างหน้าไม่กี่ก้าว
ทว่า สภาพอากาศบนยอดดอยสูงแปรเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คาดคิด ท้องฟ้าเหนือยอดดอยที่เคยสลัวสลัวพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำครึ้มราวกับกลางคืน เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นป่า ลมพายุพัดกรรโชกแรงหอบเอาละอองฝนชุดแรกตกลงมาปะทะใบหน้า
"เฮ้ย! พายุฝนจะมาแล้ว วิ่งหาที่หลบเร็วทุกคน!" เต้ยตะโกนลั่นพรางคว้าข้อมือริสาวิ่งนำหน้าไปทางชะง่อนผาหินที่ใกล้ที่สุด
ฝน-่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งในพริบตา สายน้ำสีขาวสาดซัดบดบังวิสัยทัศน์จนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า ทุกคนวิ่งแตกกระเจิงหนีฝนกันไปคนละทิศละทาง คินที่กำลังวิ่งตามหลังแพรกลับโดนกิ่งสนใหญ่หักโค่นลงมาขวางหน้าทำให้พลัดหลง ชายหนุ่มหันรีหันขวางท่ามกลางเสียงฝนเทกระหน่ำและเสียงฟ้าร้องคำราม พลันสายตาของเขาปะทะเข้ากับแก้ม สาวเนิร์ดขี้อายที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เสื้อยืดบางๆ เปียกชุ่มจนแนบเนื้อขาวนวลสั่นระริก
"แก้ม! วิ่งมานี่เร็ว!" คินตะโกนสั่งพร้อมกระชากข้อมือเล็กของแก้มให้วิ่งฝ่าสายฝนไปด้วยกัน แก้มสะดุ้งแต่ไม่มีทางเลือกในสถานการณ์วิกฤต เธอจำต้องวิ่งตามแรงกระชากของคินฝ่าดงหญ้ารกชัฏขึ้นไปบนเนินเขาลาดชันที่เปียกแฉะไปด้วยโคลนดินจนทุลักทุเล ในระหว่างที่วิ่ง แก้มเสียหลักลื่นไถลรากไม้เกือบจะหงายหลัง คินพุ่งตัวเข้าไปช้อนเอวอวบอัดของเธอเอาไว้ได้ทัน ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ คินสัมผัสได้ถึงความหนุ่มแน่นอวบหยุ่นของสาวเนิร์ดที่กระตุ้นสัญชาตญาณชายของเขาให้ตื่นตัว ก่อนจะพยุงตัวเธอวิ่งต่อ
ทั้งสองวิ่งกระหืดกระหอบฝ่าพายุฝนจนกระทั่งสะดุดเข้ากับกระท่อมไม้ร้างหลังเล็กที่ตั้งหลบมุมอยู่กลางป่าทึบ สภาพของมันผุพังแต่หลังคาสังกะสียังพอเป็นที่หลบภัยได้ คินผลักประตูไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดเข้าไปด้านใน และกระชากแก้มให้ถลันตามเข้ามาทันที ก่อนจะกระแทกประตูปิดลงเสียงดังปัง! ตัดขาดจากพายุโหมกระหน่ำภายนอกโดยสิ้นเชิง
ภายในกระท่อมมืดสลัวและเย็นเยียบ แสงสลัวๆ สาดส่องผ่านรอยแตกของไม้กระดาน กลิ่นอับชื้นและฝุ่นผงผสมผสานกับเสียง-่าฝนที่ตกกระทบสังกะสีดังสนั่น เสื้อยืดสีอ่อนของแก้มเปียกชุ่มลู่แนบสนิทไปกับเรือนร่าง เผยให้เห็นทรวดทรงอวบอัดและขอบบราเซียสีหวานอย่างชัดเจน ผิวขาวจัดที่เปียกปอนสะท้อนแสงสลัวดูเย้ายวนเกินห้ามใจ คินซึ่งเสื้อผ้าเปียกชุ่มไม่ต่างกัน ยืนหอบหายใจลึก สายตาดุดันราวกับนักล่าจับจ้องไปที่หน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงของสาวเนิร์ดตรงหน้า ความหงุดหงิดที่สะสมมาทั้งวันแปรเปลี่ยนเป็นแรงอารมณ์ปรารถนาที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างกะทันหัน
แก้มยืนตัวสั่นระริก ปลายคางและฟันกระทบกันกึกๆ ด้วยความหนาวและประหม่าสุดขีดเมื่อต้องอยู่สองต่อสองกับคิน แฟนของเพื่อนสนิทที่เคยแอบมีรสรักลึกซึ้งร่วมกันในอดีต "ค... คินคะ... แก้มหนาวจังเลย... เสื้อผ้าแก้มเปียกหมดแล้ว"
คินขยับแววตาลุกวูบจับจ้องปทุมถันอวบอัดที่ดันเสื้อเปียกน้ำจนเกือบโปร่งแสง "เปียกขนาดนี้ ถ้าไม่ถอดเสื้อผ้าออกเดี๋ยวปอดบวมตายพอดีแก้ม... มานี่สิ เดี๋ยวคินช่วยถอดเสื้อโค้ทเปียกๆ ออกให้เอง" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าพลางก้าวเท้าเข้าหา ร่างหนาเบียดบังร่างกายของเธอเข้าหาฝาไม้สาก
คินเอื้อมมือหนาไปรูดซิปเสื้อคลุมตัวเปียกปอนของแก้มออกช้าๆ มือของเขาสัมผัสเฉียดโดนเนินอกนุ่มหยุ่นที่สั่นสะท้านอย่างจงใจ แก้มหน้าร้อนผ่าวตัวแข็งทื่อหายใจไม่ออกเมื่อปลายนิ้วอุ่นของคินสัมผัสแผ่นผิวที่เปียกชื้นของเธอ เธอรู้ดีว่าคำเตือนของเขาแฝงไปด้วยเจตนาอื่น แต่ในส่วนลึกของหัวใจ เธอกลับโหยหาความร้อนแรงจากเขาเพื่อปัดเป่าลมหนาวและความอ้างว้างในอก
คินไม่ตอบคำถามของแก้ม รอยยิ้มดิบเถื่อนประดับบนใบหน้าหล่อเหลา เขาเดินไปที่ประตูกระท่อมไม้เก่าที่มีละอองฝนสาดกระทบตามร่องไม้รัวๆ
คินเลื่อนท่อนไม้เนื้อแข็งขัดสลักล็อกประตูกระท่อมไม้ร้างดังแกรก! ปิดตายช่องทางหนีและตัดขาดพวกเขาสองคนจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เขาถอดเสื้อคลุมเปียกชุ่มของตัวเองโยนทิ้งลงบนพื้น แล้วหันกลับมาย่างสามขุมเข้าหาแก้มช้าๆ ทว่าคุกคาม แววตาของเขาจับจ้องทรวดทรงอวบอิ่มที่สั่นสะท้านของเธออย่างหิวหกระหาย
แก้มก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังบางเบียดชิดติดฝาผนังไม้สาก หัวใจเต้นระทึกกระดอนกระดอนราวกับจังหวะรัวกลอง ประสานไปกับเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั้งดอย คินคุกคามเข้าประชิดเรือนร่างที่เปียกปอน เขายื่นมือหนาไปเชยคางมนของเธอขึ้น สบประสานกับดวงตากลมโตที่สั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกปนปรารถนาที่ซ่อนเร้น ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนที่กรุ่นกลิ่นฝนปนกลิ่นกายสาว แก้มครางสั่นสะท้านยอมจำนนต่อสัมผัสร้อนแรง สองมือหนาเริ่มบีบเคล้นความอวบหยุ่นอย่างย่ามใจ ปลุกเร้าพายุสวาทให้ลุกโชนขึ้นท้าทายสายฝนที่กระหน่ำอยู่เบื้องนอก!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
ปักหมุด
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??