เรื่อง เป็นแมงดาในวันสิ้นโลก ด้วยระบบเทพแมงดา (NC+ ฮาเร็ม)
ตอนที่ 28: ปลดปล่อยกระแสน้ำบริสุทธิ์
ตอนที่ 28: ปลดปล่อยกระแสน้ำบริสุทธิ์
สายฝนกระหน่ำซัดสาดใส่แผ่นกระจกแตกและผนังปูนของห้องควบคุมวาล์วส่งน้ำห้วยผาหินจนเกิดเสียงเปาะแปะสะท้อนก้อง ละอองน้ำเย็นเฉียบพัดผ่านช่องหน้าต่างไม้ที่ชำรุดเข้ามาปะทะใบหน้าของชานนท์ ทว่าเหงื่อกาฬเม็ดโป้งกลับผุดซึมขึ้นตามไรผมและลำคอของชายหนุ่มจนเปียกชุ่ม ร่างกายของเขาตึงเขม็งประหนึ่งคันศรที่ถูกน้าวจนสุดสาย
เบื้องหน้าของนนท์ คือแผงวงจรกลไกที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานคันโยกเหล็กสีแดงขนาดใหญ่ เส้นลวดสลิงหนาหนึ่งมิลลิเมตรที่เชื่อมต่อจากโคนคันโยกถูกโยงผ่านรอกทองเหลืองตัวเล็กๆ ไปยังแท่งวัตถุระเบิดไดนาไมต์แปดแท่งที่มัดรวมกันเป็นกำใหญ่ ฝังแน่นอยู่ข้างถังเหล็กบรรจุสารเคมีไซยาไนด์และสารกำจัดวัชพืชเข้มข้นขนาดสองร้อยลิตรสองถัง หากคันโยกนี้ถูกดึงลงแม้เพียงครึ่งคืบ สลักสปริงจะดีดตัวจุดชนวนความร้อน ปล่อยให้แรงระเบิดฉีกกระชากถังสารพิษจนแตกกระจาย และปล่อยมัจจุราชเคมีนับร้อยลิตรให้ทะลักลงสู่ลำน้ำหลักทันที
"กิ๊ฟ น้าดา... ถอยออกไปยืนคุมเชิงนอกห้องก่อนครับ" นนท์เอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงความเด็ดขาดขั้นสูงสุด "อย่าให้ใครหรืออะไรเข้ามาในห้องนี้เด็ดขาด"
"แต่พี่นนท์คะ... มันอันตรายเกินไป!" กิ๊ฟเอ่ยด้วยความห่วงใย นัยน์ตากลมโตสั่นระริก
"เชื่อมือผมเถอะครับ ถ้าผมปลดไม่ได้ พวกเราทุกคนและค่ายสวนปู่ช้วนก็ไม่มีทางรอดอยู่ดี" นนท์หันไปสบตาสาวนักมวยและพรานสาวใหญ่ด้วยสายตามั่นคงดั่งหินผา
น้าดากัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะดึงแขนกิ๊ฟเบาๆ "ไปเถอะหนูกิ๊ฟ... ตอนนี้นายพรานของเราต้องการสมาธิขั้นเด็ดขาด พวกเรามีหน้าที่เฝ้าหลังให้เขา อย่าให้มีแมลงวันสักตัวบินเข้ามารบกวนได้"
ทั้งสองสาวถอยร่นออกไปยืนเฝ้าหน้าประตูห้องควบคุม นนท์สูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่กระจายอยู่ให้มารวมศูนย์อยู่ที่จุดเดียว ชายหนุ่มเพ่งเร่งเร้าพลังงานมานาสีฟ้าให้ไหลเวียนเข้าสู่เบ้าตาทั้งสองข้างอย่างรุนแรง
*วาบ...*
**'เนตรวิเคราะห์ (Analyze Eye)'** ระเบิดพลังการมองเห็นทะลุปรุโปร่งขึ้นมาในทันที!
ในสายตาของนนท์เวลานี้ โครงสร้างของกับดักระเบิดแสวงเครื่อง (IED) ปรากฏเป็นเส้นใยพลังงานและภาพตัดขวางสามมิติอย่างชัดเจน เขามองเห็นวงจรไฟฟ้าขนาดเล็กที่พ่วงอยู่กับแบตเตอรี่แห้งขนาดเก้าโวลต์ เห็นตัวเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า และเห็นสปริงดีดตัวที่ซ่อนอยู่ใต้ฝาครอบเหล็กสนิมเขรอะ
[ผลการวิเคราะห์โครงสร้างกับดักระเบิด: แสวงเครื่องผสานกลไกแรงดึงคู่ (Dual-Tension Trigger)]
[กลไกที่ 1: สลิงแรงดึงเชิงกล - หากถูกดึงหรือถูกตัดโดยไม่ปลดสลักล็อก สปริงจะดีดจุดชนวนทันที]
[กลไกที่ 2: วงจรไฟฟ้าตรวจจับแรงตึง - ต่อขนานด้วยสายไฟสีแดงและสายไฟสีดำ หากตัดสายผิดเส้น กระแสไฟฟ้าลัดวงจรจะกระตุ้นตัวจุดระเบิดทางความร้อน (Electric Match)]
[ขั้นตอนการปลดชนวนที่ปลอดภัย: ต้องตัดสายไฟสีดำเพื่อตัดกระแสลัดวงจร จากนั้นใช้สลักตรึงขารอกสลิง แล้วจึงตัดสายสลิงหลักได้]
"มีทั้งกลไกเชิงกลและวงจรไฟฟ้าซ้อนกันสองชั้น... เจ้าเล่ห์สมกับเป็นพวกผู้ใหญ่อรรถจริงๆ"
นนท์พึมพำลอดไรฟัน ชายหนุ่มดึงมีดพรานเดินป่าด้ามประกบไม้มะค่าที่น้าดาให้ยืมออกมาจากฝัก ใบมีดเหล็กกล้าคมกริบสะท้อนแสงไฟฉายวาววับ ปลายนิ้วของนนท์นิ่งสนิทไร้การสั่นไหว เขาค่อยๆ สอดปลายมีดเข้าไปสะกิดปลอกสายไฟสีดำที่ซ่อนอยู่หลังแผงวงจร
หยาดเหงื่อเย็นเฉียบไหลรินจากหน้าผาก หยดลงบนหลังมือของเขา ทว่าดวงตาของนนท์ไม่กะพริบเลยแม้แต่วินาทีเดียว
*กริ๊ก...*
...
ขณะเดียวกัน ที่บริเวณลานดินหน้าประตูค่ายเขื่อนดินที่พังทลาย...
*ฟู่... ซ่า...*
สายฝนยังคงสาดซัดไม่ขาดสาย ทว่าในความมืดมิดเบื้องล่าง หูของน้าดาที่ได้รับการตื่นรู้จากพลังยีน 'Mystic Hunter' พลันกระดิกรับคลื่นเสียงที่ผิดปกติ พรานสาวใหญ่หรี่ตาก้มตัวลงแนบหูกับพื้นดินโคลน ก่อนจะผุดลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างที่สุด
"แย่แล้ว... หนูกิ๊ฟ!" น้าดาตะโกนเตือนพลางชี้คันธนูลงไปยังเส้นทางลาดชันตีนเนินดิน "เสียงฝีเท้านับสิบคู่... มันกำลังแห่กันขึ้นมาทางนี้!"
"พวกมันเหรอคะน้าดา? กำลังเสริมของผู้ใหญ่อรรถงั้นเหรอ?!" กิ๊ฟกระชับท่อนเหล็กแป๊บในมือแน่น เตรียมตั้งการ์ด
"ไม่ใช่คน!" น้าดาส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว กลิ่นสาบสางเน่าเหม็นรุนแรงโชยมาตามลมฝนจนชวนคลื่นเหียน "มันคือพวกซอมบี้ป่า! เสียงพังประตูค่าย เสียงปืนที่พวกสมุนยิงสุ่มเมื่อกี้ บวกกับกลิ่นคาวเลือดของพวกที่บาดเจ็บ... มันล่อพวกผีดิบในหุบเขาให้ปีนขึ้นมาเกือบยี่สิบตัว!"
*กรรร... แฮ่... ก๊าซซซ!*
เสียงขู่คำรามดังกึกก้องฝ่าม่านสายฝน ร่างเน่าเปื่อยน่าเกลียดน่ากลัวนับสิบร่างเริ่มโผล่พ้นแนวบันไดหินตีนเขื่อนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง พวกมันไม่ใช่ซอมบี้ที่เดินโซซัดโซเซเหมือนในเมือง ทว่าซอมบี้ป่าพวกนี้มีความดุร้ายและเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว เล็บมือดำคล้ำยาวเฟื้อย เบ้าตากลวงโบ๋ และปากที่อ้ากว้างเต็มไปด้วยฟันแหลมคมเปรอะคราบเลือดแห้งกรัง พวกมันพุ่งตรงเข้ามายังช่องว่างของประตูค่ายที่หักสะบั้น หมายจะฉีกกระชากสิ่งมีชีวิตทุกร่างให้เป็นชิ้นๆ!
"ข้างหลังเราคือพี่นนท์ที่กำลังกู้ระเบิด..."
กิ๊ฟกัดฟันกรอด แววตาสาวนักมวยฉายประกายดุดันไร้ความกลัว หญิงสาวก้าวเท้าออกไปยืนปักหลักอยู่ตรงกึ่งกลางซากประตูไม้ซุงที่พังทลายเพียงลำพัง
"กิ๊ฟจะไม่ยอมให้พวกแกก้าวผ่านประตูนี้ไปได้แม้แต่ก้าวเดียว... ไอ้พวกศพเดินได้!"
*บึ้มมม!*
คลื่นพลังงาน 'กายาเทวะ' ปะทุออกจากร่างของกิ๊ฟจนม่านฝนรอบกายแตกกระจาย ออร่าสีทองสว่างวาบเคลือบกล้ามเนื้อแขนขาที่หนั่นแน่น หญิงสาวโยกตัวหลบกรงเล็บของซอมบี้ตัวแรกที่กระโจนเข้ามาอย่างพลิ้วไหวตามหลักการฟุตเวิร์กมวยไทย ก่อนจะเหวี่ยงท่อนเหล็กแป๊บหนาในมือเข้าใส่ขมับของมันเต็มแรง!
*เปรี้ยงงงง!*
กะโหลกศีรษะของซอมบี้ตัวแรกแตกละเอียดกระจายดั่งแตงโมถูกทุบ เลือดสีดำคล้ำและเศษเนื้อเน่าสาดกระเซ็นไปทั่ว ทว่าตัวที่สองและสามกลับพุ่งกระหน่ำตามเข้ามาติดๆ กิ๊ฟไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว หญิงสาวสลับท่อนเหล็กไปมือซ้าย แล้วระเบิด 'หมัดขวาตรง' ทะลวงเข้าใส่กลางอกของซอมบี้ร่างยักษ์จนซี่โครงยุบหักทะลุหลัง!
*พลั่ก! กร๊อบ!*
"เข้ามาเลย! หน้าไหนก็เข้ามา!"
กิ๊ฟแผดเสียงก้อง สลับใช้แม่ไม้มวยไทย ทั้งศอกกลับ เข่าลอย และการเตะกวาดลานทำลายล้าง ท่อนเหล็กในมือของเธอหมุนวนเป็นพายุเหล็กกล้า ฟาดฟันร่างของพวกผีดิบจนกระดูกแหลกละเอียดลอยละลิ่วไปตัวแล้วตัวเล่า
ในขณะเดียวกัน น้าดาที่ยืนคุมเชิงอยู่บนแท่นปูนด้านบนก็น้าวสายธนูยาวอย่างไม่หยุดยั้ง ลูกศรมานาสีครามโปร่งแสงถูกแผลงออกไปดั่ง-่าฝน *ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!* ลูกศรพุ่งเสียบทะลุเบ้าตาและกะโหลกของซอมบี้ตัวที่พยายามจะปีนป่ายกำแพงด้านข้างอย่างแม่นยำทุกนัด สองสาวร่วมมือกันปักหลักต้านฝูงซอมบี้เกือบยี่สิบตัวไว้อย่างสุดชีวิต เลือดเนื้อเน่าเหม็นไหลนองปนน้ำฝน ทว่าพวกมันก็ยังคงกรูกันเข้ามาไม่ขาดสาย!
"กิ๊ฟ... ระวังข้างหลัง!" น้าดาตะโกนลั่นเมื่อเห็นซอมบี้ตัวหนึ่งกระโจนลงมาจากซากหลังคา
กิ๊ฟที่กำลังติดพันกับซอมบี้สองตัวด้านหน้าหันกลับมาไม่ทัน ท่อนเหล็กในมือติดคาอยู่ในซี่โครงของศัตรู กรงเล็บดำคล้ำของซอมบี้ตัวนั้นอยู่ห่างจากลำคอของเธอเพียงไม่กี่คืบ!
...
ภายในห้องควบคุม...
*ติ๊ง!*
[ตัดวงจรไฟฟ้าสีดำสำเร็จ: ระบบจุดระเบิดลัดวงจรถูกยกเลิก]
[สลักรอกสลิงถูกตรึงแน่นหนา: ปลอดภัยสำหรับการตัดสายกลไกหลัก]
"เสร็จฉันล่ะ!"
นนท์ตวาดในใจ ชายหนุ่มตวัดมีดพรานตัดสายสลิงเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นในฉับเดียว!
*ชิ้ง! ผึง!*
สายสลิงดีดตัวกลับโดยไม่เกิดประกายไฟ กลไกสปริงของตัวจุดระเบิดหยุดนิ่งสนิท แท่งไดนาไมต์ทั้งแปดแท่งกลายเป็นเพียงท่อนสารเคมีไร้พิษสงในทันที!
[การปลดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง (IED) สำเร็จ 100%]
[ระบบความปลอดภัยของประตูระบายน้ำ: ปลดล็อกสมบูรณ์]
นนท์ไม่เสียเวลาแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ชายหนุ่มทิ้งมีดแล้วกระโจนเข้าจับคันโยกเหล็กสีแดงขนาดใหญ่ด้วยสองมือแกร่ง จากนั้นจึงออกแรงดึงคานโยกลงมาสุดแรงเกิด!
*โครมมมมมมมมมม!!!*
เสียงฟันเฟืองเหล็กกล้าขนาดมหึมาใต้เขื่อนดินบดขยี้ส่งเสียงดังกึกก้องกัมปนาท ประตูระบายน้ำบานยักษ์ที่ทำจากเหล็กหนาหลายตันถูกยกตัวขึ้นอย่างช้าๆ เผยมวลน้ำมหาศาลที่ถูกกักเก็บอยู่เหนือเขื่อนดิน
*ซู่มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!*
กระแสน้ำป่าบริสุทธิ์จากต้นน้ำธรรมชาติอันใสสะอาด ไหลบ่าทะลักผ่านช่องประตูน้ำลงสู่ร่องน้ำหลักด้วยความเร็วและพลังทำลายล้างมหาศาล! คลื่นน้ำสีขาวนวลซัดสาดกระทบโขดหินเกิดเป็นละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วหุบเขา เสียงกระแสน้ำไหลหลากดั่งฟ้าร้องคำรามก้องพสุธา
มวลน้ำสะอาดมหาศาลไหลบ่าผ่านช่องทางน้ำหลักที่แยกออกจากบ่อพักสารเคมีพิษอย่างสิ้นเชิง กระแสน้ำสะอาดที่ทรงพลังชะล้างโคลนตมและมลทินทั้งปวง ก่อนจะไหลบ่าทะยานลงสู่ลำห้วยผาหิน มุ่งตรงสู่แปลงผัก บ่อปลา และค่ายสวนปู่ช้วนเบื้องล่างในทันที!
วิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำสะอาดและภัยคุกคามจากสารเคมีพิษของค่ายสวนปู่ช้วน ถูกคลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ในวินาทีนี้!
...
*ฟุ่บ!*
เมื่อภารกิจกู้ระเบิดและเปิดประตูน้ำเสร็จสิ้น นนท์ก็พุ่งตัวออกจากห้องควบคุมดั่งสายฟ้าฟาดด้วยค่าความเร็ว +100!
สายตาคมกริบของเขาเห็นภาพที่กิ๊ฟกำลังจะถูกซอมบี้ตะครุบคอจากด้านหลัง ชานนท์ไม่รอช้า สองเท้าถีบส่งร่างลอยตัวขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะเหวี่ยงบาทาฟาดเข้าใส่ขมับของซอมบี้ตัวนั้นเต็มเหนี่ยว!
*โครมมมมมม!*
ร่างของซอมบี้ตัวนั้นปลิวกระเด็นกระแทกทะลุกำแพงไม้ไผ่ขาดเป็นสองท่อนในพริบตาเดียว!
"พะ...พี่นนท์!" กิ๊ฟอุทานออกมาด้วยความดีใจ ปาดเหงื่อและคราบเลือดบนใบหน้า
"ปลอดภัยแล้ว กิ๊ฟ!" นนท์คว้าปืนลูกซองยาวห้านัดที่สะพายอยู่ด้านหลังขึ้นมาประทับบ่า เล็งใส่ฝูงซอมบี้สี่ห้าตัวสุดท้ายที่ยังคงดาหน้าเข้ามา
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงปืนลูกซองคำรามลั่น ม่านลูกปรายตะกั่วฉีกกระชากร่างของพวกผีดิบจนแหลกเหลวเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย น้าดาแผลงศรมานาเก็บตกตัวที่เหลืออย่างแม่นยำ จนกระทั่งร่างของซอมบี้ตัวสุดท้ายล้มตึงลงแน่นิ่งกับพื้นโคลน
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ค่ายเขื่อนดินอีกครั้ง มีเพียงเสียงกระแสน้ำสะอาดที่ไหลซัดซ่าอย่างทรงพลังและเสียงหยดน้ำฝนที่เริ่มซาเม็ดลงเรื่อยๆ
"สำเร็จแล้ว... พวกเราทำสำเร็จแล้ว!" กิ๊ฟทิ้งท่อนเหล็กลงพื้น แล้วโผเข้ากอดคอนนท์แน่นด้วยความตื่นเต้นดีใจ ร่างกายอันนุ่มแน่นของสาวนักมวยเบียดชิดแนบสนิทกับแผงอกของชายหนุ่ม นนท์หัวเราะเบาๆ พลางกอดตอบและลูบแผ่นหลังปลอบประโลมเธอ
น้าดาเดินยิ้มกริ่มเข้ามาสมทบ พลางมองมวลน้ำสะอาดที่ไหลบ่าลงสู่ลำห้วยด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความหวัง "น้ำสะอาดไหลลงไปถึงค่ายปู่ช้วนแล้วล่ะ ป่านนี้หมอแพร ปู่ช้วน กับทุกคนในค่ายคงดีใจกันจนน้ำตาไหลแน่ๆ"
"ต้องขอบคุณพวกเราทุกคนครับ" นนท์ยิ้มรับอย่างภาคภูมิใจ
...
หลังจากศึกใหญ่สงบลง ทั้งสามก็เริ่มลงมือเคลียร์พื้นที่สนามรบและรวบรวมทรัพยากรทั้งหมดภายในค่ายเขื่อนดินของผู้ใหญ่อรรถ
สมุนสองคนที่ยอมจำนนถูกกิ๊ฟคุมตัวไปนั่งคุกเข่าอยู่ใต้ชายคา ทั้งสองตัวสั่นงันงกไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตานนท์ ชานนท์และน้าดาช่วยกันค้นและยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดในค่าย ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าสำหรับการเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก:
- ปืนลูกซองยาว 5 นัด จำนวน 3 กระบอก
- ปืนไรเฟิลล่าสัตว์ติดกล้องเล็ง 1 กระบอก (พร้อม Thermal Scope ที่นนท์ยึดได้ก่อนหน้านี้)
- ปืนลูกกรดขนาด .22 จำนวน 2 กระบอก
- กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 รวมกว่า 80 นัด และกระสุนไรเฟิลอีก 40 นัด
- ถังน้ำมันดีเซลบริสุทธิ์ขนาด 200 ลิตร จำนวน 2 ถัง (สำหรับเครื่องปั่นไฟ)
- เสบียงอาหารแห้ง ข้าวสาร ปลากระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกหลายลัง
นนท์จัดแจงเก็บกระสุนและของจำเป็นส่วนหนึ่งเข้าสู่คลังระบบไอเท็ม ส่วนที่เหลือถูกมัดรวมกันเพื่อเตรียมขนย้ายกลับค่าย
...
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งสายฝนหยุดตกสนิท ท้องฟ้ายามดึกเริ่มเปิดออก เผยให้เห็นแสงจันทร์นวลสลัวที่ส่องกระทบสายหมอกสีขาวหนาทึบที่ลอยเรี่ยยอดไม้และผิวน้ำ อากาศในป่าเย็นฉ่ำสดชื่น ไอดินชื้นโชยกลิ่นหอมสะอาดของธรรมชาติหลังพายุฝน
นนท์หันมาจัดสรรหน้าที่การเดินทางกลับ "กิ๊ฟ... พี่อยากให้เธอคุมตัวเชลยสองคนนี้ พร้อมกับลำเลียงปืนบางส่วนและเสบียงอาหารแห้ง ล่วงหน้ากลับไปที่ค่ายสวนปู่ช้วนก่อน เดินตามทางน้ำสะอาดลงไป เส้นทางนั้นปลอดภัยและซอมบี้ถูกเคลียร์หมดแล้ว ไปแจ้งข่าวดีให้ปู่ช้วนกับหมอแพรทราบ แล้วจัดเวรยามเฝ้าแปลงผักให้เรียบร้อย"
"ได้เลยค่ะพี่นนท์!" กิ๊ฟพยักหน้ารับคำสั่งอย่างแข็งขัน หญิงสาวหยิบเชือกจูงคอนักโทษทั้งสองขึ้นมา "แล้วพี่นนท์กับน้าดาล่ะคะ? ไม่กลับไปพร้อมกันเหรอ?"
น้าดาเดินเข้ามาแตะไหล่นนท์เบาๆ พร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมที่มีความหมายลึกซึ้ง "ฉันจะพานนท์ไปตรวจสอบ **กระท่อมไม้ซุงด่านหน้า** ที่อยู่หลังแนวสันเขาเขื่อนดินจ้ะ ที่นั่นเคยเป็นที่พักของพวกพรานและมีตู้เหล็กเก็บกระสุนพิเศษซ่อนอยู่ แถมยังเป็นจุดตรวจการณ์เส้นทางหนีทีไล่รอบเขื่อนด้วย เราต้องเคลียร์พื้นที่ให้แน่ใจว่าไม่มีพวกผู้ใหญ่อรรถคนอื่นแอบกบดานอยู่"
"อ๋อ... เข้าใจแล้วค่ะ" กิ๊ฟยิ้มกริ่ม นัยน์ตาสาวนักมวยฉายแววรู้ทัน "งั้นกิ๊ฟขอตัวพานักโทษกลับค่ายก่อนนะคะ... อย่ามัวแต่ 'ตรวจสอบ' กันจนเพลินล่ะพี่นนท์ ระวังแรงหมดนะ!"
กิ๊ฟเอ่ยเย้าแหย่ทิ้งท้ายก่อนจะคุมตัวเชลยทั้งสองเดินลัดเลาะลงเขาไป ทิ้งให้นนท์และน้าดายืนอยู่ตามลำพังท่ามกลางสายหมอกสีขาวที่เริ่มโรยตัวหนาขึ้นเรื่อยๆ
...
นนท์และน้าดาเดินเคียงคู่กันฝ่าสายหมอกเย็นเยียบ ลัดเลาะไปตามแนวสันเขาด้านหลังเขื่อนดิน บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไรและเสียงหยดน้ำที่ร่วงหล่นจากใบไม้กระทบพื้นหิน ละอองหมอกสีขาวนวลปกคลุมรอบกายจนดูราวกับดินแดนในความฝัน
กระทั่งทั้งสองเดินมาถึงกระท่อมไม้ซุงหลังย่อมที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไทรใหญ่ กระท่อมหลังนี้สร้างจากไม้ซุงเนื้อแข็งอย่างแน่นหนา มีระเบียงไม้ยื่นออกไปชมวิวหน้าผาที่มองเห็นสายน้ำสะอาดไหลรินอยู่เบื้องล่าง
นนท์ผลักประตูไม้บานหนาเปิดออก กลิ่นอายของไม้สนและสมุนไพรแห้งโชยมาแตะจมูก ภายในกระท่อมมีเตียงไม้ปูด้วยฟางแห้งและผ้าห่มหนาผืนใหญ่ มีโต๊ะไม้และเตาผิงหินที่ยังคงหลงเหลือไออุ่นจางๆ
*ปัง! กริ๊ก!*
เสียงประตูปิดลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงลงกลอนล็อกไม้ดังแน่นหนา!
นนท์หันขวับกลับมามอง น้าดายืนพิงหลังแนบกับบานประตูกระท่อม แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างส่องกระทบใบหน้าสวยคมเข้มของพรานสาวใหญ่ ดวงตาคู่คมของเธอในยามนี้ไม่ได้ฉายแววดุดันของนักล่าอีกต่อไป ทว่ามันกลับฉ่ำเยิ้ม เปล่งประกายหวานหยดย้อยและร้อนแรงดั่งเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
มือเรียวสีน้ำผึ้งของน้าดาค่อยๆ เอื้อมขึ้นไปจับหัวซิปของเสื้อกั๊กหนังเดินป่าที่เปียกชื้น ก่อนจะรูดซิปเลื่อนลงมาอย่างช้าๆ...
*ฟรูด...*
เสื้อกั๊กหนังแหวกแยกออกจากกัน เผยให้เห็นเสื้อกล้ามรัดรูปตัวในที่บางเฉียบและเปียกแนบเนื้อ จนมองเห็นทรวดทรงองค์เอวคอดกิ่ว และเนินเนื้อปทุมถันอวบใหญ่เต่งตึงสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดที่ล้นทะลักขอบเสื้อออกมาท้าทายสายตา ยอดถันชูชันดันเนื้อผ้าบางเบาจนเห็นเป็นรอยนูนเด่นชัดเพราะความหนาวเย็นของละอองหมอก
น้าดาสาวเท้าก้าวเข้ามาหานนท์อย่างเชื่องช้า ทุกลีลาการย่างกรายเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนของแม่เสือสาวผู้เจนจัด เธอเอื้อมมือเรียวอันอบอุ่นขึ้นมาลูบไล้แผงอกหนาแน่นของนนท์ผ่านเนื้อผ้า สัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของชายหนุ่มที่เริ่มเต้นกระหน่ำเร็วขึ้น
ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อของพรานสาวใหญ่คลี่ยิ้มยั่วยวนชวนละลาย เธอเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย กระซิบชิดริมฝีปากของนนท์ด้วยน้ำเสียงกระเส่าพร่าสั่นที่เต็มไปด้วยความกระสันรักอันยากจะระงับ:
"ทำศึกรบฝ่าดงกระสุนและฝูงซอมบี้จนชนะแล้ว... ปลดปล่อยน้ำสะอาดช่วยค่ายได้สำเร็จแล้วด้วย..."
น้าดาเลื่อนมือลงไปกุมกระชับเป้ากางเกงของนนท์ที่เริ่มดุนดันแข็งขืนขึ้นมาสู้มือ สัมผัสได้ถึงความมหึมาของมังกรยักษ์ที่พร้อมจะตื่นขึ้นอีกครั้ง แววตาของเธอเปล่งประกายฉ่ำหวานเยิ้มสะท้านวิญญาณ
"แล้วตอนนี้... ถึงเวลาที่นายต้องมาทำ 'ศึกรัก' บนเตียงฟาง ปลดปล่อยน้ำสวาทสุดเร่าร้อนฉลองชัยชนะให้สมใจฉันแล้วนะ... พ่อนายพรานรูปหล่อของฉัน..."
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
ปักหมุด
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??