เรื่อง สอนเธอ....เสียว! NC++
ตอนที่ 102: ออเดอร์ข้ามทวีปสู่กรุงปารีส
เสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์ไอพ่นคู่ดังแหวกม่านเมฆาบนเพดานบินสี่หมื่นฟุต เครื่องบินเจ็ตความเร็วเหนือเสียงรุ่นพิเศษ ‘ดรากอนวัน’ กำลังร่อนทะยานแหวกผืนฟ้าราตรีข้ามทวีปเอเชียมุ่งหน้าสู่ยุโรปตะวันตกด้วยความเร็วเกือบสองมัค แสงไฟนำร่องสีแดงสลับเขียวตรงปลายปีกกะพริบถี่สะท้อนประกายกับเกล็ดน้ำแข็งบนกระจกหน้าต่างหนาทึบ เบื้องล่างคือทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์ที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ก่อนจะค่อยๆ ปรากฏแสงไฟสีทองระยิบระยับดั่งทะเลเพชรของมหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส นครหลวงที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งแสงสีและน้ำหอม ทว่าในค่ำคืนนี้ กลับแฝงเร้นไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและไอสังหารอันเยียบเย็นอย่างถึงที่สุด
ภายในห้องโดยสารระดับเพรสซิเดนท์ที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเบาะหนังแท้สีเบจและไม้เบิร์ลวอลนัตเคลือบเงา บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงหึ่งเบาๆ จากระบบปรับแรงดันอากาศ ผมนั่งพิงพนักเก้าอี้กว้าง ร่างกายกำยำท่อนบนสวมเสื้อยืดสีดำกระชับกล้ามเนื้อ คลุมทับด้วยแจ็กเก็ตหนังไรเดอร์สีดำทมิฬรุ่นสั่งทำพิเศษ ปักลวดลายมังกรทองสวรรค์อันวิจิตรที่ชายเสื้อและแขนเสื้อ กางเกงยีนส์เนื้อเหนียวทนไฟแนบไปกับท่อนขากำยำแข็งแกร่ง และรองเท้าบูตคอมแบทหนังแท้ที่พร้อมเหยียบย่ำทุกสมรภูมิ บนโต๊ะทำงานกระจกนิรภัยเบื้องหน้า มีกล่องเก็บความร้อนระดับควอนตัมทำจากไททาเนียมสีเงินวาววับตั้งเด่นอยู่ ภายในบรรจุ 'ซุปโอสถฟื้นคืนชีพเก้ามังกร' ที่ยังคงส่งไอร้อนกรุ่นผ่านช่องระบายแรงดันระดับไมครอน กลิ่นหอมเข้มข้นของสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์โบราณเก้าชนิดลอยอบอวลไปทั่วห้องโดยสาร ชวนให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัว
ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย เพ่งมองหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าครามของระบบที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าในม่านสายตา ตัวอักษรดิจิทัลสีทองเปล่งประกายเรืองรองอย่างทรงพลัง
[ติ๊ง! ระบบตรวจพบพิกัดปลายทาง: มหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส]
[ภารกิจข้ามทวีปฉุกเฉิน: จัดส่งซุปโอสถฟื้นคืนชีพเก้ามังกร และยื้อชีวิต ‘เจ้าหญิงวิกตอเรีย’ (เป้าหมายที่ 16)]
[สถานะเป้าหมาย: อุณหภูมิแกนกลางร่างกายลดลงเหลือ 29 องศาเซลเซียส ชีพจรเต้นอ่อนแอต่ำกว่า 30 ครั้งต่อนาที ไอเย็นคำสาป ‘เพลิงน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์’ กำลังจะแทรกซึมเข้าสู่หัวใจและสมองส่วนหน้า หากไม่ได้รับโอสถหยางบริสุทธิ์ภายใน 45 นาที เส้นเลือดหัวใจจะแข็งตัวและแตกสลายโดยสมบูรณ์!]
[ภัยคุกคามตรวจพบ: ดยุกมอร์แกนแห่งสภาขุนนางตะวันตก ได้ส่งกองกำลังทหารรับจ้างติดอาวุธหนักระดับพรีเมียมและเฮลิคอปเตอร์จู่โจม เข้าปิดล้อมเขตพระราชวังชั้นในและท่าอากาศยานชาร์ล เดอ โกล เรียบร้อยแล้ว]
[รางวัลความสำเร็จ: แต้มเสน่หา 500,000 แต้ม, ปลดล็อกสิทธิ์อัปเกรดยานพาหนะ ‘บิ๊กไบค์มังกรสุริยัน’ สู่ระดับ 8, ค่าความภักดีของราชวงศ์ยุโรป 100/100, และชิ้นส่วนแผนที่ขุมทรัพย์จักรพรรดิโลกโบราณ 1 ชิ้น!]
"สี่สิบห้านาทีงั้นเหรอ..." ผมพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวฉายประกายเย็นเยียบ ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน "เวลาเหลือเฟือสำหรับไรเดอร์ส่งอาหารอย่างฉัน"
การเดินทางข้ามโลกในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส่งอาหารธรรมดา แต่เป็นการประกาศศักดาของสหพันธ์มังกรสวรรค์และสถาปนาอำนาจของผมบนผืนแผ่นดินยุโรป ดยุกมอร์แกนคิดว่าการใช้กองกำลังทหารรับจ้างปิดล้อมน่านฟ้าและภาคพื้นดินจะสามารถหยุดยั้งผมได้ แต่มันคงลืมไปแล้วว่า เมื่อมังกรทะยานข้ามสมุทร ไม่มีสิ่งมีชีวิตหน้าไหนบนโลกใบนี้ที่จะขวางทางได้!
"ท่านประธานเย่ครับ พวกเรากำลังเข้าสู่เขตน่านฟ้าปารีสแล้วครับ" เสียงของกัปตันเที่ยวบินรายงานผ่านระบบอินเตอร์คอมด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "แต่หอบังคับการบินปฏิเสธการลงจอดครับ! เรดาร์ตรวจพบเครื่องบินขับไล่สองลำและเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธกำลังมุ่งหน้ามาทางเรา มีการล็อกเป้าหมายด้วยขีปนาวุธนำวิถีแล้วครับท่าน!"
"ไม่ต้องตื่นตระหนก รักษาเพดานบินไว้แล้วเปิดประตูท้ายเครื่องบินเดี๋ยวนี้" ผมสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทรงอำนาจจนทำให้กัปตันที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของสัญญาณถึงกับสงบนิ่งลงโดยสัญชาตญาณ
"แต่... แต่ว่าเราอยู่สูงถึงสามหมื่นฟุตเลยนะครับท่าน!"
"ทำตามที่ฉันสั่ง" ผมตัดบทสั้นๆ จากนั้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ร่างกายสูงใหญ่สมส่วนเปี่ยมล้นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานลมปราณมังกรสุริยันระดับเจ็ด ผมเดินตรงไปยังช่องเก็บสัมภาระพิเศษท้ายเครื่องบิน ซึ่งมีรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันมหึมาจอดตรึงอยู่บนแท่นล็อกไฮดรอลิก
นี่คือ ‘บิ๊กไบค์มังกรสุริยันระดับ 7’ ตัวถังทำจากโลหะผสมไททาเนียมและแร่ดวงดาวสีดำด้าน ลวดลายเกล็ดมังกรสีทองสลักเสลาอย่างประณีต เครื่องยนต์ควอนตัมไฮบริดขนาด 2,500 ซีซี ถูกผสานเข้ากับแกนพลังงานปราณหยางสุริยัน ล้อหน้าและล้อหลังติดตั้งระบบสนามแม่เหล็กต้านแรงโน้มถ่วง และแฮนด์บาร์ติดตั้งหน้าจอแสดงผลโฮโลแกรมเชื่อมต่อกับระบบประสาทของผมโดยตรง ด้านหลังเบาะนั่งมีกล่องส่งของนิรภัยกันกระแทกและรักษาอุณหภูมิขั้นสูง
ผมยกกล่องบรรจุซุปโอสถเก้ามังกรบรรจุลงในกล่องส่งของด้านหลัง ล็อกรหัสผ่านม่านตาและดีเอ็นเออย่างแน่นหนา จากนั้นสวมหมวกกันน็อกฟูลเฟซคาร์บอนไฟเบอร์สีดำสนิท กระจกหน้ากากฉาบสารสะท้อนแสงสีทอง เผยให้เห็นเพียงแววตาคมกริบดั่งเปลวเพลิงที่ลุกโชน
ครืนนนน!
เสียงระบบไฮดรอลิกทำงาน ประตูท้ายเครื่องบินขนาดใหญ่ค่อยๆ ปลดล็อกและเปิดอ้าออก ลมหนาวเหน็บที่มีอุณหภูมิติดลบกว่าสี่สิบองศาเซลเซียสพัดกรรโชกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เสียงลมหวีดหวิวรุนแรงดั่งเสียงกรีดร้องของปีศาจ เมฆหมอกสีขาวทะลักเข้าสู่ห้องเก็บของ ทว่าผมกลับยืนตระหง่านนิ่งสนิทราวกับขุนเขา ไอเย็นยะเยือกไม่อาจระคายผิวหนังที่มีปราณมังกรสุริยันคุ้มกายได้แม้แต่น้อย
ผมก้าวขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์มังกรสุริยัน สองมือจับแฮนด์บาร์แน่น เท้าเหยียบที่พักเท้า ถ่ายทอดพลังลมปราณหยางสีทองบริสุทธิ์เข้าสู่แกนกลางของเครื่องยนต์ในพริบตา!
บรึ้มมมมมมมมม!
เสียงเครื่องยนต์คำรามดังกึกก้องราวกับมังกรบรรพกาลตื่นจากการหลับใหล ท่อไอเสียแฝดพ่นเปลวเพลิงสีฟ้าทองสว่างวาบ หน้าปัดดิจิทัลสว่างวาบพร้อมข้อความแสดงผล ‘DRAGON SUN LEVEL 7 - ALL SYSTEMS GREEN’
"เตรียมตัวพบกับความเร็วที่แท้จริง เจ้าพวกหนอนแมลงยุโรป" ผมกระซิบผ่านหมวกกันน็อก บิดคันเร่งจนสุดปลอก!
ฟึ่บ!
บิ๊กไบค์มังกรสุริยันพุ่งทะยานออกจากท้ายเครื่องบินเจ็ตกลางอากาศที่ความสูงสามหมื่นฟุต! ร่างของผมและมอเตอร์ไซค์ร่วงหล่นลงสู่ท้องฟ้าราตรีด้วยความเร็วดิ่งพสุธา แหวกผ่านม่านเมฆหนาทึบ ลมปะทะร่างกายอย่างรุนแรงจนชุดหนังแนบสนิทไปกับกล้ามเนื้อ ทัศนียภาพของมหานครปารีสเบื้องล่างหมุนคว้างและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แสงไฟนีออนของหอไอเฟลและถนนสายหลักส่องสว่างดั่งเส้นเลือดทองคำบนผืนดิน
หวีดดดดดด!
เสียงไซเรนเตือนภัยของระบบดังขึ้นในหมวกกันน็อก เมื่อเรดาร์จับภาพขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานสองลูกที่ยิงขึ้นมาจากฐานภาคพื้นดินของพวกทหารรับจ้าง หัวรบมิสไซล์พุ่งแหวกลมขึ้นมาหาผมด้วยความเร็วสามเท่าของเสียง ควันสีขาวลากเป็นแนวยาวบนท้องฟ้า
"กระจอกสิ้นดี!"
ผมไม่แม้แต่จะกระพริบตา รวบรวมพลังปราณมังกรสุริยันไว้ที่ฝ่ามือซ้ายแล้วสะบัดออกไปกลางอากาศ คลื่นพลังงานสีทองรูปฝ่ามือมังกรขนาดยักษ์พุ่งกระแทกเข้าใส่หัวรบมิสไซล์ทั้งสองลูกอย่างแม่นยำ!
ตูมมมมมมมม! ตูมมมมมมมมม!
ลูกไฟขนาดมหึมาระเบิดสว่างจ้ากลางเวหา เปลวเพลิงและเศษซากโลหะฉีกขาดกระจัดกระจาย บิ๊กไบค์มังกรสุริยันพุ่งทะลุม่านควันและเปลวไฟลงมาอย่างสง่างาม เมื่อถึงระยะความสูงหนึ่งพันฟุตเหนือพื้นดิน ผมกดปุ่มเปิดระบบไอพ่นต้านแรงโน้มถ่วงที่ใต้ท้องรถทันที!
ฟู่วววววววววว!
ลำแสงพลาสมาสีฟ้าพวยพุ่งลงสู่พื้น ชะลอความเร็วในการตกอย่างนุ่มนวล ล้อหน้าและล้อหลังที่มีระบบดูดซับแรงกระแทกแม่เหล็กไฟฟ้าสัมผัสลงบนหลังคารถบรรทุกหุ้มเกราะของกองกำลังรับจ้างที่จอดขวางถนนวงแหวนรอบนอกปารีสอย่างจัง!
โคร่มมมมมมมม!
แรงปะทะมหาศาลทำให้หลังคารถบรรทุกหุ้มเกราะยุบตัวลงจนแบนแต๊ดแต๋ กระจกกันกระสุนแตกร้าวละเอียด คนขับและทหารรับจ้างข้างในสลบเหมือดในพริบตา บิ๊กไบค์มังกรสุริยันดีดตัวลอยขึ้นสู่อากาศอีกครั้ง ก่อนจะแลนดิ้งลงบนพื้นถนนลาดยางอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงยางบดถนนดังเอี๊ยดดดด ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับรถที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วกว่า 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง!
"ศัตรูลงมาถึงพื้นแล้ว! ทุกหน่วยระดมยิง! ฆ่ามันซะ!"
เสียงสั่งการผ่านวิทยุสื่อสารของทหารรับจ้างดังก้อง ถนนสายหลักถูกปิดกั้นด้วยขบวนรถเอสยูวีสีดำติดเกราะและป้อมปืนกลหนักนับสิบคัน ทหารรับจ้างในชุดเกราะกันกระสุนสีดำนับร้อยนายตั้งแถวหน้ากระดาน ระดมสาดกระสุนปืนกลขนาด 7.62 มิลลิเมตรเข้าใส่ผมดั่ง-่าฝน แสงประกายไฟจากปากกระบอกปืนสว่างวาบเป็นแนวยาว
เปรี๊ยะๆๆๆๆ! แกร๊งๆๆๆๆ!
-่ากระสุนนับพันนัดพุ่งเข้าใส่ผม ทว่าทันทีที่หัวกระสุนเฉียดเข้าใกล้ในระยะหนึ่งเมตร 'เกราะเทพมังกรสุริยันระดับ 7' ที่แผ่ออกมาจากร่างกายของผมก็ทำงาน คลื่นพลังสีทองโปร่งแสงหมุนวนรอบตัวดั่งกระดองเต่ามังกร กระสุนตะกั่วและเหล็กกล้าบิดเบี้ยวแบนราบร่วงหล่นลงบนพื้นถนนราวกับเศษขยะ ไม่มีแม้แต่สะเก็ดเดียวที่จะระคายผิวหนังหรือสร้างรอยขีดข่วนให้แก่ตัวถังรถได้!
"เป็นไปไม่ได้! มันใส่เกราะอะไรกันแน่! ปืนกลหนักยิงไม่เข้าเลย!" หัวหน้าหน่วยทหารรับจ้างตะโกนลั่นด้วยความหวาดผวา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสยดสยอง
"หลีกไปซะ ไอ้พวกขยะ!"
ผมส่งเสียงคำรามก้อง สองมือควบคุมแฮนด์บาร์หักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางด้วยความพริ้วไหวดั่งมังกรเลื้อยผ่านสายน้ำ พร้อมกับยกมือขวาขึ้น รวมปราณหยางสุริยันซัด 'หมัดมังกรทลายภูผา' ออกไปด้านหน้า คลื่นลมปราณสีทองขนาดใหญ่พุ่งแหวกอากาศซัดกระแทกรถเอสยูวีหุ้มเกราะสามคันที่จอดขวางถนนจนปลิวกระเด็นลอยละลิ่วขึ้นไปบนฟ้า ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นระเบิดสนั่นหวั่นไหว!
ตูมมมมมมมมมมม!
เปลวไฟลุกท่วมสว่างไสวเปิดทางโล่งให้แก่ผม บิ๊กไบค์มังกรสุริยันพุ่งทะยานผ่านเปลวเพลิง มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางมหานครปารีส ผ่านประตูชัย (Arc de Triomphe) และถนนช็องเซลีเซ (Champs-Élysées) ด้วยความเร็วสูง ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่ริมสองฝั่งถนนต่างตกตะลึงอ้าปากค้าง มองเห็นเพียงประกายแสงสีทองที่เคลื่อนที่ผ่านไปด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ ดั่งดาวตกสีทองที่พุ่งทะยานผ่านราตรีกาล
เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดบอกเวลาว่าผ่านไปแล้วยี่สิบนาที เหลือเวลาอีกเพียงยี่สิบห้านาทีเท่านั้นก่อนที่หัวใจของเจ้าหญิงวิกตอเรียจะหยุดเต้น!
เส้นทางมุ่งหน้าสู่พระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) ซึ่งเป็นที่ประทับลับของราชวงศ์ยุโรปชั้นใน เริ่มปรากฏป่าไม้ร่มรื่นและกำแพงหินโบราณ ทว่าเบื้องหน้า ประตูเหล็กดัดสีทองขนาดใหญ่ถูกปิดล็อกอย่างแน่นหนา เสริมด้วยตาข่ายเลเซอร์ความร้อนสูงและทหารคุ้มกันส่วนตัวของดยุกมอร์แกนอีกกว่าสองร้อยนาย พร้อมปืนยิงลูกระเบิดและจรวดประทับบ่า
"ใครกล้าบุกรุกพื้นที่หวงห้าม ยิงทิ้งได้ทันที!"
เสียงหวีดหวิวของจรวดนำวิถีประทับบ่าพุ่งตรงมายังผมจากสามทิศทาง ผมกระตุกแฮนด์รถขึ้น ล้อหน้ายกสูง บิ๊กไบค์มังกรสุริยันกระโจนเหินข้ามรั้วกั้นคอนกรีตอย่างงดงาม ในจังหวะที่ลอยอยู่กลางอากาศ ผมหมุนตัวสะบัดเท้าเตะผ่าอากาศ ปล่อยใบมีดสุริยันตัดจรวดทั้งสามลูกจนระเบิดกลางอากาศเป็นลูกโซ่ จากนั้นพุ่งดิ่งลงกระแทกทะลวงประตูเหล็กดัดพระราชวังจนพังทลายเป็นผงเหล็กกระจายว่อน!
เปรี้ยงงงงงงง!
เหล่าทหารรับจ้างถูกคลื่นกระแทกซัดกระเด็นระเนนระนาด บิ๊กไบค์แล่นเข้ามาหยุดนิ่งสนิทอยู่ตรงลานหินอ่อนหน้าบันไดทางขึ้นพระตำหนักหลัก ผมดับเครื่องยนต์ ก้าวลงจากรถ ปลดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มีเหงื่อซึมเล็กน้อย แววตาเยือกเย็นดั่งบ่อน้ำลึก ผมเอื้อมมือไปปลดล็อกกล่องนิรภัยด้านหลัง ดึงกล่องบรรจุซุปโอสถฟื้นคืนชีพเก้ามังกรออกมาถือไว้ในมืออย่างมั่นคง
รอบบริเวณมีซากปรักหักพังและรอยกระสุนเกลื่อนกลาด แสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ของราชวงศ์ได้ต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อปกป้องเจ้าหญิง แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับกองกำลังทหารรับจ้างของดยุกมอร์แกน
ผมก้าวเดินขึ้นบันไดหินอ่อนอย่างสุขุม กลิ่นอายความเย็นเยือกที่ผิดธรรมชาติเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากประตูบานคู่ของห้องบรรทมชั้นบนสุด ความเย็นนั้นไม่ใช่ความเย็นของฤดูหนาวธรรมดา แต่เป็นไอเย็นแห่งความตายที่กัดกร่อนกระดูก แม้แต่เสาหินอ่อนและโคมระย้าคริสตัลก็ยังถูกเคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีขาวขุ่นจนหมดสิ้น
แอ๊ดดดดด...
ผมผลักประตูห้องบรรทมเข้าไปอย่างช้าๆ ไอหมอกสีขาวจัดพวยพุ่งออกมาดั่งลมหายใจของมังกรน้ำแข็ง อุณหภูมิภายในห้องติดลบต่ำกว่ายี่สิบองศาเซลเซียส พื้นห้องกลายเป็นลานน้ำแข็งลื่น เฟอร์นิเจอร์หลุยส์สี่ทองคำถูกหุ้มด้วยน้ำแข็งใส และตรงกึ่งกลางห้อง บนเตียงบรรทมขนาดคิงไซส์ที่ประดับด้วยผ้าม่านกำมะหยี่สีแดง มีร่างของหญิงสาวนางหนึ่งกำลังนอนทอดกายอยู่
เธอคือ ‘เจ้าหญิงวิกตอเรีย’ (Victoria) ทายาทสายเลือดบริสุทธิ์อันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์ยุโรป!
แม้ในยามที่ใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือดและริมฝีปากบางเฉียบกลายเป็นสีม่วงคล้ำ แต่ความงามอันไร้ที่ติของเธอก็ยังคงเปล่งประกายเจิดจ้าจนทำให้หัวใจของบุรุษทุกคนต้องหยุดเต้น ผิวพรรณของเธอขาวเนียนละเอียดดั่งหิมะแรก ใบหน้ารูปไข่ได้รูปสมบูรณ์แบบ ขนตายาวงอนเป็นแพมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะพราว จมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นบ่งบอกถึงความหยิ่งทะนงในสายเลือดกษัตริย์ รูปร่างของเธอสมบูรณ์แบบอย่างเหลือเชื่อภายใต้ชุดกระโปรงนอนผ้าไหมสีขาวบางเบาที่แนบชิดไปกับทรวดทรงอกอิ่มคัพ 36E ที่ดันตัวขึ้นสูงดั่งภูเขาหิมะคู่ เอวคอดกิ่วเพียงยี่สิบสามนิ้ว และสะโพกผายกลมกลึงสามสิบหกนิ้วที่ทอดเหยียดอยู่บนผ้าปูเตียง
เธอนอนขดตัวด้วยความทรมาน ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบไม่ขยับ เสื้อผ้าไหมบางเบาถูกไอเย็นและหยาดเหงื่อเย็นเฉียบแนบจนมองเห็นทรวดทรงองค์เอวทุกสัดส่วน ยอดอกสีชมพูสลัวแข็งเป็นไตดันเนื้อผ้าขึ้นมาอย่างน่าหลงใหล
[ติ๊ง! ตรวจพบเป้าหมาย: เจ้าหญิงวิกตอเรีย (Target #16)]
[อายุ: 21 ปี]
[ระดับความงาม: 9.8/10]
[สัดส่วน: อก 36E - เอว 23 - สะโพก 36]
[สถานะ: อาการโคม่าจากคำสาป ‘เพลิงน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์’ (Holy Frostbite Curse) หัวใจกำลังจะหยุดทำงานในอีก 5 นาที!]
"ช่างเป็นผู้หญิงที่งดงามและเย้ายวนเหลือเกิน..." ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้ กลิ่นกายสาวบริสุทธิ์ผสมกลิ่นดอกไอริสและไอเย็นแผ่ออกมาสัมผัสปลายจมูก
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงขึ้นลำกล้องปืนกลนับสิบกระบอกก็ดังกึกก้องมาจากทางเดินหน้าห้องบรรทม!
"ฮ่าๆๆๆ! ไอ้หนุ่มไรเดอร์หน้าโง่! แกคิดว่าแกจะเข้ามาเป็นวีรบุรุษช่วยเจ้าหญิงได้ง่ายๆ รึไง!"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังก้อง ชายร่างสูงใหญ่ในชุดทวยเทพสงครามสีเงิน คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์หรูหรา ก้าวเดินนำทหารรับจ้างระดับหัวกะทิพร้อมปืนเลเซอร์ความเข้มข้นสูงเข้ามาปิดล้อมทางออกห้องบรรทมไว้ทุกทิศทาง ที่หน้าอกของเขาประดับด้วยเหรียญตราขุนนางประจำตระกูลมอร์แกน
ดยุกมอร์แกนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น สายตาเต็มไปด้วยความอำมหิตและโลภโมโทสัน จ้องมองผมดั่งมองคนตาย
"แกมาสายไปแล้วไอ้หนู! เจ้าหญิงวิกตอเรียไม่มีทางรอดชีวิตพ้นคืนนี้ไปได้! และเมื่อเธอตาย บัลลังก์และทรัพย์สมบัติทั้งหมดของราชวงศ์จะตกเป็นของข้า! ส่วนแก... จะต้องกลายเป็นศพเฝ้าห้องนอนของเธอที่นี่!" ดยุกมอร์แกนคำรามลั่นพร้อมยกมือส่งสัญญาณ "ทุกหน่วย เล็งไปที่หัวมัน! ยิงให้แหลกเป็นผง!"
ทว่า ผมกลับไม่แม้แต่จะหันไปมองกระบอกปืนเหล่านั้น สองมือค่อยๆ แกะฝาเปิดกล่องซุปโอสถฟื้นคืนชีพเก้ามังกร ไอความร้อนสีทองอร่ามพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานห้อง ละลายเกล็ดน้ำแข็งในอากาศจนกลายเป็นหยดน้ำในพริบตา
ผมหันกลับมาสบสายตากับดยุกมอร์แกน ดวงตาของผมเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามดั่งดวงสุริยัน แผ่กลิ่นอายสังหารมหาศาลจนทำให้ทหารรับจ้างหลายคนถึงกับตัวสั่นงันงก ขาแทบก้าวไม่ออก!
"คิดจะแตะต้องลูกค้าของฉันงั้นเหรอ?" ผมเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังดั่งเสียงฟ้าร้องสะท้านปฐพี "พวกแกคงยังไม่รู้สินะ... ว่าเวลาไรเดอร์อย่างฉันส่งออร์เดอร์ ต่อให้ยมทูตมาขวางหน้า ฉันก็จะกระชากวิญญาณมันลงนรก!"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??