เรื่อง เทพแมงดา: ข้ามภพมาโดดเดี่ยว....แต่นอนคนเดียวไม่ได้ NC++
บทที่ 61: นิกายสุริยคราสบุกถล่ม
[ ฟิ้วววววววววววว! ก๊าซซซซซซซซ! ]
ความมืดมิดสนิทดั่งรัตติกาลไร้ก้นบึ้งกลืนกินท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงแดนสวรรค์ชั้นบนจนหมดสิ้น แสงสุริยันสีทองถูกดับวูบลงด้วยไอหมอกมารสีดำมะเมื่อม ฝูงอสูรเงาทมิฬนับหมื่นตัวที่มีรูปร่างดั่งค้างคาวปีศาจหกปีกผสมมังกรกระดูก กรีดร้องเสียงแหลมสูงโหยหวนจนแก้วหูแทบแตก บินโฉบลงมาจากกลุ่มเมฆาสุริยคราสดั่ง-่าฝนสีดำทมิฬ พุ่งเข้ากระแทกม่านแสงค่ายกลสีทองคำดังกึกก้อง [ ตึง! ตึง! ตึง! ] อสูรงูเงาทมิฬขนาดยักษ์หมื่นจั้งเลื้อยรัดรอบแนวกำแพงเมือง พ่นกรดพิษสีม่วงดำกัดกร่อนหินปูพื้นจนละลายควันโขมง
ณ กำแพงเมืองด่านหน้า...
เหล่าทหารองครักษ์ตระกูลหลินและชาวเมืองต่างพากันหวาดกลัวจนหน้าถอดสี ขาสั่นพั่บๆ ด้วยความตื่นตระหนก:
"อสูรเงาทมิฬนับหมื่นตัว! นิกายสุริยคราสส่งกองทัพปีศาจมาล้างเมืองแล้ว!"
"พวกเราจะต้านทานไหวหรือ?! ประมุขมารโม่เจวี๋ยมีพลังระดับวิญญาณก่อกำเนิดขั้น 6 ขั้นสูงสุด แถมยังมีมังกรกระดูกบรรพกาลคอยหนุนหลังอีก!"
หลินเจิ้นเทียน องค์ราชันโอสถนำเหล่าผู้อาวุโสสิบแปดคนกางค่ายกลเพลิงโอสถ ยิงธนูเพลิงสวรรค์ขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อต้านทาน ทว่าจำนวนของฝูงอสูรเงากลับมีมากเกินคณานับ ลูกธนูเพลิงไม่อาจหยุดยั้งคลื่นคลั่งสีดำที่ถาโถมลงมาได้
จีเสวี่ย องค์หญิงใหญ่ก้าวขึ้นมาบนหอสังเกตการณ์ วิเคราะห์สถานการณ์ด้วยสายตาเฉียบแหลม: "พวกมันจัดทัพรูปขบวนกระหายเลือด มีหน่วยจู่โจมทางอากาศเป็นแนวหน้าและมีหน่วยแทรกซึมใต้ดิน หากไม่กวาดล้างระลอกแรกให้สิ้นซากในคราวเดียว ค่ายกลเมืองจะต้องรับภาระหนักเกินไปเจ้าค่ะ!"
สองสาวมังกร **"หลงหลิงเอ๋อร์"** และ **"อ่าวหนิง"** พลันส่งเสียงคำรามกึกก้อง แปลงร่างเป็นเงาร่างมังกรเพลิงสีแดงชาดและมังกรวารีสีครามขนาดยักษ์พันจั้ง ทะยานร่างขึ้นสู่อากาศ ประสานพลังลมหายใจมังกรเป็นท่าไม้ตาย **"สุริยันวารีผสานสวรรค์"** พ่นคลื่นเปลวเพลิงเดือดและม่านน้ำศักดิ์สิทธิ์เข้ากวาดล้างฝูงค้างคาวปีศาจจนระเบิดกลายเป็นไอน้ำร้อนมอดไหม้ไปนับพันตัวในคราวเดียว!
ทว่า... รอยแยกมิติยังคงเปิดกว้าง อสูรเงาระลอกใหม่พวยพุ่งออกมาไม่ขาดสาย
ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน ผมกลับเดินก้าวขึ้นมายืนบนยอดหอคอยกำแพงเมืองอย่างสง่างาม ในมือยังคงถือพัดกระดาษโบกไปมาอย่างสบายอารมณ์ โดยมี **"เฉินฮวา"** แม่ทัพหญิงเหล็กในชุดเกราะทองคำถือทวนมังกรศึกเคียงข้าง **"ไป๋หลิง"** ยอดจอมยุทธ์สาวกระบี่บิน
"สามีเจ้าคะ! กองทัพมารพวกนี้มีจำนวนมหาศาลนัก หากใช้เพียงกระบี่และทวนไล่ฟัน คงต้องเหนื่อยแรงจนเหงื่อท่วมตัวแน่ๆ เลยเจ้าค่ะ!" เฉินฮวากล่าวด้วยแววตานักรบ
"คิกๆ เมียรักของข้าไม่ต้องเหนื่อยออกแรงให้เสียเหงื่อหรอกโว้ยจ้ะปู่! สามีสายแมงดาคนนี้มีของเล่นไฮเทคระดับสวรรค์มาให้พวกเจ้ากดเล่นยิงเป้าชิลๆ สนุกปานเล่นเกมตู้หยอดเหรียญ!"
ผมเปิดหน้าร้านค้าระบบ สั่งซื้ออาวุธสงครามระดับมหาจักรพรรดิทันควัน: *'ระบบรักดีจ๋า จัดการสั่งซื้อ "ปืนใหญ่ปราณมหาจักรพรรดิล้างมาร" สิบแปดกระบอก พร้อมกระสุนวิญญาณไร้ขีดจำกัดด่วนเลยโว้ย!'*
[ ติ๊ง! สั่งซื้อไอเทม: "ปืนใหญ่ปราณมหาจักรพรรดิล้างมาร (ชุด 18 กระบอก)" (ราคา 30,000 แต้ม) ]
[ รายละเอียด: ยิงลำแสงเลเซอร์ปราณทองคำศักดิ์สิทธิ์ กวาดล้างอสูรมารและความมืดมิดในรัศมีร้อยลี้ให้แหลกเป็นผง ]
*'จัดมาเลยระบบจ๋า!'* ผมกดซื้อทันที แต้มระบบหักเหลือ 320,000 แต้ม
[ วูบบบบบบบบ! ]
ปืนใหญ่โลหะสีทองคำอร่ามสลักลวดลายมังกรทองสวรรค์ขนาดยักษ์สิบแปดกระบอก พลันปรากฏขึ้นเรียงรายบนแนวกำแพงเมือง ปากกระบอกปืนส่องแสงสีทองหมุนวนชาร์จพลังงานอย่างน่าเกรงขาม มีหน้าจอกระจกวิญญาณและปุ่มกดสีแดงสำหรับเล็งเป้าหมายอัตโนมัติ
"โอ้โห! อาวุธวิเศษชิ้นนี้ช่างงดงามและใช้งานง่ายยิ่งนักเจ้าค่ะสามี!" ไป๋หลิง ลู่เหมยหลิน จีเสวี่ย และฮวาเชียนเสวี่ย ต่างพากันเข้าประจำตำแหน่งหน้ากระบอกปืนด้วยความตื่นเต้น
"มาแข่งกันไหมเจ้าคะพี่เหมยหลิน ใครยิงค้างคาวผีได้แต้มเยอะกว่า คืนนี้จะได้สิทธิ์นอนกอดสามีตรงกลางเตียงเจ้าค่ะ!" หหลงหลิงเอ๋อร์หัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน
"คิกๆ ข้าไม่ยอมแพ้หรอกนะน้องหลิงเอ๋อร์!" ลู่เหมยหลินยิ้มหวานพลางกดปุ่มยิงรัวๆ หลินซูอวี่และซูเหยียนช่วยแจกจ่ายยาบำรุงพลังให้แก่ทุกคนอย่างรวดเร็ว
"จัดไปเลยเมียจ๋า! เล็งเป้าไปที่ฝูงค้างคาวผีพวกนั้น แล้วกดปุ่มสีแดงยิงรัวๆ ได้เลยโว้ยจ้ะพี่น้อง!" ผมยิ้มกะล่อนสั่งการ
[ ตูมมมมมมมม! ตูมมมมมมมม! ตูมมมมมมมม! ]
ปืนใหญ่ปราณจักรพรรดิทั้งสิบแปดกระบอกเปิดฉากยิงกระหน่ำพร้อมกัน! ลำแสงเลเซอร์สีทองคำขนาดยักษ์สิบแปดสายพุ่งแหวกอากาศขึ้นสู่ท้องฟ้า ดั่งฝนดาวตกย้อนศร ฉีกกระชากเมฆาสุริยคราสและฝูงอสูรเงาทมิฬนับหมื่นตัวจนระเบิดแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีทองในพริบตาเดียว! [ กรี๊ดดดดดดด! บึ้มมมมม! ] พญางูเงาหมื่นจั้งถูกลำแสงทะลวงร่างขาดเป็นท่อนๆ ท้องฟ้าที่เคยมืดมิดพลันสว่างไสวเจิดจ้าด้วยแสงเพลิงทองคำอันแสนตระการตา!
ชาวเมืองและเหล่าผู้อาวุโสตระกูลหลินต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องกึกก้องด้วยความดีใจ: "ยอดเยี่ยมที่สุด! กองทัพอสูรเงานับหมื่นตัวถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นในพริบตาเดียว!"
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองอยู่นั้นเอง!
[ วูบบบบบบ! ]
รอยแยกมิติมืดดำพลันเปิดออกกึ่งกลางลานจวนตระกูลหลินด้านหลังกำแพงเมือง ปรากฏร่างของ **"สี่ขุนพลเงาทมิฬ"** แห่งนิกายสุริยคราส (เงาโลหิต, เงาอสนีบาตดำ, เงากลืนวิญญาณ, และเงาไร้ลักษณ์) ที่ลักลอบแฝงตัวเข้ามาผ่านค่ายกลเงาล่องหน! พวกมันสะบัดมือ ร่ายค่ายกลมืดสะกดจิตและโยนของวิเศษโบราณ **"กรงขังเงาทมิฬนิรันดร์"** พุ่งเข้าครอบร่างของ **"เซินชิงเสวียน"** และ **"ถังเสวี่ยเอ๋อร์"** ที่กำลังยืนจัดเตรียมเสบียงโอสถ!
ถังเสวี่ยเอ๋อร์พยายามปลดปล่อยปราณวิหารศักดิ์สิทธิ์ต่อต้าน ทว่ากรงขังเงาทมิฬมีคุณสมบัติดูดซับพลังวิญญาณและตัดขาดการเชื่อมต่อกับสวรรค์ โซ่ตรวนทมิฬรัดร่างของสองสาวแน่นจนขยับตัวไม่ได้!
"กรี๊ดดดด! สามีช่วยด้วยเจ้าค่ะ!" เซินชิงเสวียนและถังเสวี่ยเอ๋อร์กรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อร่างของพวกนางถูกดึงลอยขึ้นสู่ฟากฟ้า
"ฮ่าๆๆ! จับตัวประกันได้สำเร็จแล้ว!" สี่ขุนพลเงาคำรามลั่น รีบดึงกรงขังลอยทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ลอยเด่นอยู่กึ่งกลางกลุ่มเมฆาสุริยคราสเหนือเมืองหลวง
ร่างเงายักษ์ของประมุขมาร **"โม่เจวี๋ย"** ปรากฏขึ้นเหนือความมืด แสยะยิ้มชั่วร้ายสะท้านฟ้า:
"เซียวเฉิน! ไอ้หนุ่มหน้าขาว! หากเจ้าไม่อยากให้ฮูหยินสุดที่รักทั้งสองคนของเจ้าต้องถูกสูบเลือดเป็นเครื่องสังเวยมาร จงนำ 'คัมภีร์โอสถจักรพรรดิ' และหญิงงามที่เหลือทั้งหมด เดินทางมาคุกเข่าส่งมอบให้ข้าที่ **'ป้อมปราการลอยฟ้านิกายสุริยคราส'** ภายในสามวัน! ไม่อย่างนั้น เจ้าจะได้เห็นเพียงร่างไร้วิญญาณของพวกนางกลายเป็นทาสมาร!"
[ วูบบบบ! ]
กลุ่มเมฆาสุริยคราสและกรงขังเงาทมิฬพลันหมุนวนและเลือนหายไปในห้วงมิติ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นในใจของทุกคน
หลินเจิ้นเทียนรีบก้าวเข้ามาคลี่แผนที่โบราณ: "ท่านเซียวเฉิน... ป้อมปราการลอยฟ้านิกายสุริยคราสซ่อนตัวอยู่ใน **'หุบเหวสุริยคราสอนธการ'** ทางทิศเหนือ มีค่ายกลหนามดำและกับดักมรณะล้อมรอบนับพันชั้น หากบุกเข้าไปตรงๆ จะต้องเผชิญกับกองทัพมารนับแสนนายขอรับ!"
ผมเปิดหน้าร้านค้าระบบ สแกนพิกัดและสั่งซื้อไอเทมสนับสนุนศึกทันควัน:
*'ระบบรักดีจ๋า สแกนพิกัดหุบเหวสุริยคราส และจัด "เรือเหาะมังกรทองสงครามสวรรค์" พร้อมเกราะสะท้อนคำสาปมาด่วนเลยโว้ย!'*
[ ติ๊ง! สั่งซื้อไอเทม: "เรือเหาะมังกรทองสงครามสวรรค์ (ระดับจักรพรรดิ)" (ราคา 20,000 แต้ม) ]
[ แต้มสะสมปัจจุบันคงเหลือ: 300,000 แต้ม ]
[ ตรวจพบชีพจรวิญญาณของเซินชิงเสวียนและถังเสวี่ยเอ๋อร์ปลอดภัยดี อยู่ที่ใจกลางคุกศิลาทมิฬชั้นใน ]
แววตาของผมที่เคยกะล่อนขี้เล่น บัดนี้กลับเปล่งประกายความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งหมื่นปี รังสีสังหารของขอบเขต **"วิญญาณก่อกำเนิดขั้นที่ 5"** ปะทุออกมาสะเทือนฟ้าดิน! ลมพายุหมุนวนพัดสะบัดชุดคลุมไหมสวรรค์ให้โบกสะบัดอย่างสง่างาม
ผมก้าวขึ้นสู่หัวเรือเหาะมังกรทองคำ นั่งเอนกายบนบัลลังก์นวมทองคำอย่างสง่าผ่าเผย สะบัดพัดกระดาษในมือดัง [ พึ่บ! ] แค่นเสียงเย็นชาสะท้านกระดูก:
*"ไอ้แก่โม่เจวี๋ยเอ๋ย... กล้าดียังไงมาแตะต้องเมียรักของข้า! คิดว่ามีป้อมปราการลอยฟ้าแล้วข้าจะไม่กล้าบุกไปกระทืบถึงที่งั้นรึ?! แผนการรบคือ: ให้เรือเหาะยิงถล่มค่ายกลรอบนอก ส่วนข้าจะเทเลพอร์ตเข้าไปในคุก ช่วยเมียและกระทืบพวกมันให้จมดิน! ลู่เหมยหลิน เฉินฮวา ไป๋หลิง ซูอวี่ หลินซูอวี่... ประจำตำแหน่งให้พร้อม! วันนี้พวกเราจะยกทัพไปถล่มนิกายสุริยคราสให้ราบเป็นหน้ากลอง และสับไอ้แก่โม่เจวี๋ยให้กลายเป็นอาหารหมาโว้ยจ้ะพี่น้อง!"*
"พวกเราพร้อมแล้วเจ้าค่ะสามี! ไปถล่มพวกมารและช่วยน้องหญิงชิงเสวียนกับน้องหญิงเสวี่ยเอ๋อร์กลับมากันเถอะเจ้าค่ะ!" เหล่าฮูหยินทุกคนประสานเสียงขานรับด้วยความฮึกเหิม
[ ก๊าซซซซซซซ! ฟิ้ววววววววว! ]
เรือเหาะมังกรทองคำพุ่งทะยานแหวกม่านเมฆ มุ่งหน้าตรงสู่หุบเหวสุริยคราสอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ทิ้งรอยสายรุ้งสีทองไว้บนท้องฟ้า พร้อมจะเปิดฉากสงครามกอบกู้ฮูหยินรักและสั่งสอนนิกายสุริยคราสให้รู้ซึ้งถึงโทสะของมหาเทพแมงดาอย่างดุเดือดสะท้านพิภพ!
---
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??