เรื่อง เทพแมงดา: ข้ามภพมาโดดเดี่ยว....แต่นอนคนเดียวไม่ได้ NC++
บที่ 64: ตบจอมมารทมิฬ
[ ครืนนนนนนนนนน! ตูมมมมมมม! ]
ท้องฟ้ายามเช้าเหนือหุบเขาพระจันทร์เสี้ยวถูกพายุเปลวไฟมารทมิฬพัดหมุนวนกลืนกินจนมืดมิด แสงสุริยันยามอรุณรุ่งไม่อาจส่องผ่านม่านเมฆาปีศาจลงมาได้ ระเบิดเพลิงมารทมิฬนับร้อยลูกี่วางเรียงรายรอบหน้าผาหินถูกจุดชนวนพร้อมกัน เกิดเป็นคลื่นลูกไฟสีดำระเบิดถล่มยอดเขาจนเศษหินหนักหมื่นชั่งถล่มทลายลงมาดั่ง-่าฝน หมายจะฝังพวกเราทั้งเป็นใต้ซากปรักหักพัง!
กลิ่นดินปืนคละคลุ้งผสมกับกลิ่นคาวเลือด เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณแค้นในระเบิดมารดังก้องกังวานเสียดแทงแก้วหู แรงสั่นสะเทือนทำลายพืชสมุนไพรและต้นไม้โบราณรอบหุบเขาจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน เหล่าสัตว์อสูรน้อยใหญ่ต่างพากันวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงด้วยความหวาดกลัว
"ฮ่าๆๆ! จงแหลกสลายกลายเป็นผุยผงใต้ภูเขาหินซะเถอะ ไอ้พวกขยะแดนล่าง!" **โม่เจวี๋ย** ประมุขนิกายสุริยคราสยืนหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่งอยู่บนหลังมังกรกระดูกยักษ์ มันแสยะยิ้มอำมหิตคิดว่าแผนการลอบวางระเบิดของมันประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ศิษย์มารนับหมื่นนายต่างพากันโห่ร้องกระหายเลือดก้องฟ้า
ทว่า...
[ พึ่บ! วูบบบบบบบบ! ]
ท่ามกลางเศษหินและเปลวเพลิงี่ร่วงหล่นลงมา ผมกลับก้าวเดินออกมาจากปากถ้ำพระจันทร์เสี้ยวอย่างสง่าผ่าเผย สวมชุดคลุมไหมสวรรค์สีทองอร่าม โบกพัดกระดาษในมือเบาๆ เพียงหนึ่งครั้ง คลื่นลมปราณบริสุทธิ์ระดับ **"วิญญาณก่อกำเนิดขั้นี่ 6"** พลันระเบิดออกเป็นวงแหวนสุริยันจันทราสีทองเงินขนาดยักษ์!
[ เพล้งงงงงงงงง! ฟิ้ววววววว! ]
เศษหินหมื่นชั่งและคลื่นเพลิงมารทมิฬทั้งหมด พลันถูกคลื่นลมปราณของผมซัดสลายกลายเป็นฝุ่นผงธุลีในพริบตาเดียว! ท้องฟ้าเหนือหุบเขาเปิดกว้าง เผยให้เห็นแสงอาทิตย์สีทองส่องประกายลงมาอาบไล้ร่างของผมและเหล่าฮูหยินทั้งสิบสองนางี่ยืนเรียงแถวเคียงข้างอย่างสง่างาม
ลู่เหมยหลินถือตราหยกประจำตระกูล ไป๋หลิงกางค่ายกลกระบี่บินร้อยเล่ม เฉินฮวาชูทวนมังกรศึก จีเสวี่ยแผ่บารมีราชวงศ์ ซูเหยียนและหลินซูอวี่ถือพัดโอสถ ฮวาเชียนเสวี่ยโปรยกลีบบุปผาสวรรค์ หหลงหลิงเอ๋อร์และอ่าวหนิงแผ่ออร่ามังกรเพลิงและวารี เซินชิงเสวียนดีดลูกคิดทองคำ ถังเสวี่ยเอ๋อร์ส่องแสงวิหารศักดิ์สิทธิ์ และเย่ว์ชิงเอ๋อร์ส่องประกายจันทราสวรรค์บริสุทธิ์...
สิบสองนางฟ้าผู้งดงามเลิศล้ำ ต่างแผ่รังสีพลังลมปราณหลากหลายธาตุ ประสานกันเป็นดั่งกองทัพสวรรค์ี่ไร้เทียมทาน!
"บะ... บ้าน่า! ระเบิดเพลิงมารหมื่นชั่งทำอะไรพวกมันไม่ได้เลยงั้นรึ?!" โม่เจวี๋ยถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาสีเลือดเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง: "แถมกลิ่นอายพลังของไอ้หนุ่มนั่น... มันทะลวงขึ้นสู่วิญญาณก่อกำเนิดขั้นี่ 6 ได้อย่างไรกันในคืนเดียว?!"
"ฮ่าๆๆ! ไอ้แก่โม่เจวี๋ยเอ๋ย... คิดว่าเอาประทัดเด็กเล่นมาปาหน้าบ้าน แล้วจะฝังเขยหน้าขาวผู้หล่อเหลาอย่างข้าได้งั้นรึวะจ้ะพี่น้อง!"
ผมเดินก้าวขึ้นสู่ยอดหน้าผาหินอย่างชิลล์ๆ แคะหูโบกพัดกระดาษยิ้มกวนประสาท: "ข้าเพิ่งนอนกอดเมียรักคนี่สิบสองตื่นมา อารมณ์กำลังแจ่มใสแท้ๆ วันนี้ข้าจะใจดีช่วยสงเคราะห์ตัดแขนตัดขาและถอนฟันเน่าๆ ของแกให้หมดปากเลยโว้ยจ้ะปู่!"
"ไอ้สารเลวปากมาก! อย่าคิดว่าเลื่อนขั้นแล้วจะรอดพ้นความตายไปได้! นิกายสุริยคราสของข้าสืบทอดมาจากมหาเทพมารดึกดำบรรพ์ จงเปิดใช้งาน **'อาณาเขตสุริยคราสอนธการ'** และรับ **'เก้ากระบวนท่าแส้มังกรฟ้าผ่าพิภพ'** ของข้าไปซะ!"
โม่เจวี๋ยกางอาณาเขตความมืดมิดครอบคลุมขุนเขา รวบรวมลมปราณมารขั้น 6 ขั้นสูงสุดทั้งหมดลงสู่ **"แส้มังกรฟ้าทมิฬ"** แส้หนังกระดูกมังกรดำเปล่งประกายสายฟ้าสีม่วงดำยาวสิบจั้ง ฟาดฟันแหวกมิติลงมาใส่หน้าอกของผมด้วยความเร็วเหนือเสียง! [ เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงง! ]
สายฟ้ามารสีดำเก้าสายพุ่งฉีกกระชากอากาศ ก่อเกิดพายุหมุนอสนีบาตฟาดผ่าลงมาใส่แผ่นอกของผมดั่งอุกกาบาต แรงฟาดรุนแรงถึงขนาดผ่าแยกภูเขาหินด้านหลังออกเป็นสองซีก ทหารมารนับหมื่นนายต่างพากันส่งเสียงเชียร์ด้วยความมั่นใจ
ขณะเดียวกัน เหล่าฮูหยินนำโดยเฉินฮวาและไป๋หลิงได้เปิดฉากกวาดล้างขุนพลมารรอบนอก กองทัพกระบี่บินและทวนมังกรศึกกวาดล้างเหล่าสมุนมารจนแตกพ่ายระเนระนาด
ทว่า... กึ่งกลางพายุสายฟ้า...
[ เคร้งงงงงงงงงงงงงง! เพล้งงงงงง! ]
เสียงี่ดังก้องกังวานขึ้น กลับไม่ใช่เสียงกระดูกหักของผม แต่เป็นเสียงของ **"แส้มังกรฟ้าทมิฬ"** ศาสตราวุธระดับเทพมาร ี่ฟาดเข้าใส่แผ่นอกกำยำของผม แล้วกลับหักสะบั้นแตกกระจายออกเป็นเศษกระดูกชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า!
ผิวหน้าอกกายาอมตะของผมไม่ปรากฏรอยขีดข่วนหรือรอยฟกช้ำเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟสีทองแตกกระจายออกมาอย่างสวยงาม ผมเอามือปัดฝุ่นี่หน้าอกพลางหาวหวอด: "อาห์... แรงฟาดของแกน่ะ พอๆ กับการนอนแช่น้ำอุ่นในสปาเลยโว้ยจ้ะปู่ นวดหลังได้สบายดีแท้ ๆ!"
"บะ... บ้าน่า! แส้มังกรฟ้าทมิฬของข้าหักคากล้ามอกมันเนี่ยนะ?! กายาของมันสร้างจากอะไรกันแน่?!" โม่เจวี๋ยช็อกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง มันกัดฟันกรอด รวบรวมวิญญาณแค้นแสนดวงสร้างเป็น **"เกราะกระดูกมารทมิฬบรรพกาล"** สวมทับร่างหมายจะสู้ตาย
"ไอ้แก่เอ๋ย... เกราะกระดูกของแกดูเหมือนชุดแฟนซีฮาโลวีนเกรดต่ำสิ้นดีโว้ยจ้ะปู่!"
ผมยิ้มกะล่อนพราวเสน่ห์ เปิดหน้าร้านค้าระบบ สั่งซื้อวิชาตบสั่งสอนทันควัน: *'ระบบรักดีจ๋า จัด "ฝ่ามือตบจักรพรรดิลอยละลิ่ว" ขยี้หน้าไอ้แก่โม่เจวี๋ยด่วนเลยโว้ย!'*
[ ติ๊ง! สั่งซื้อเคล็ดวิชา: "ฝ่ามือตบจักรพรรดิลอยละลิ่ว (ระดับมหาจักรพรรดิ)" (ราคา 15,000 แต้ม) ]
[ แต้มสะสมปัจจุบันคงเหลือ: 355,000 แต้ม ]
[ ชิ้งงงงงงง! เพล้งงงง! ]
ผมสะบัดพัดกระดาษในมือขวา ปลดปล่อยคลื่นพลังกระบี่จักรพรรดิสะบั้นมิติ ฟาดฟันตัดเกราะกระดูกมารและตัดแขนขวาของโม่เจวี๋ยจนขาดสะบั้นกระเด็นลอยไปในอากาศ เลือดสีดำพุ่งทะลัก [ อ๊ากกกกกก! ]
ก่อนี่มันจะได้ทันตั้งตัว ผมก็ก้าวพริบตาเดียวไปโผล่ตรงหน้ามัน แล้วยกมือซ้ายตบฟาดเข้าี่แก้มขวาของโม่เจวี๋ยเต็มเหนี่ยวด้วยฝ่ามือตบจักรพรรดิ!
[ เพียะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ! โครมมมมมมมมมมมมม! ]
เสียงตบดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านขุนเขา! ฟันทั้งหมดในปากของโม่เจวี๋ยแตกละเอียดหลุดร่วงกราวออกมาพร้อมกับเลือดสดๆ ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวผิดรูป ร่างกายหมุนควงสว่านลอยละลิ่วปลิวทะลุภูเขาหินไปถึงสามลูกซ้อน ก่อนจะร่วงลงไปกระแทกพื้นดินจมลึกเป็นหลุมยักษ์ร้อยจั้ง นอนหมดสภาพเลือดท่วมตัว ไร้เรี่ยวแรงจะขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วเดียว!
"ท่านประมุขพ่ายแพ้ในฝ่ามือเดียว!" กองทัพมารสุริยคราสนับหมื่นนายต่างพากันหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ทิ้งอาวุธและคุกเข่าก้มกราบยอมจำนนกันระเนระนาด
เซินชิงเสวียนก้าวออกมายิ้มหวาน ดีดลูกคิดทองคำเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง: "คิกๆ ยึดทรัพย์สมบัติและคลังศิลาเซียนของนิกายสุริยคราสทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ากว่าสามร้อยล้านผลึกเซียนเจ้าค่ะสามี! หอการค้าตระกูลลู่ของพวกเรารวยเละเทะแล้วเจ้าค่ะ!"
"สามีสุดยอดี่สุดในใต้หล้าเลยเจ้าค่ะ!" เหล่าฮูหยินทั้งสิบสองคนต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ วิ่งเข้ามารุมล้อมกอดแขนกอดเอวหอมแก้มผมกันยกใหญ่ แย่งกันปรนนิบัติพัดวีและนวดไหล่ให้ผมอย่างอบอุ่น
เรือเหาะมังกรทองและกองทัพพันธมิตรตระกูลหลินนำโดยหลินเจิ้นเทียนบินเข้ามาสมทบ ส่งเสียงไชโยกึกก้องสะท้านฟ้า เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ี่กวาดล้างนิกายสุริยคราสจนสิ้นซาก ปลดแอกแดนสวรรค์ชั้นบนให้กลับคืนสู่ความสงบสุข!
ทว่า... ในวินาทีี่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองอยู่นั้นเอง!
[ ครืนนนนนนนนนน! เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงง! ]
ท้องฟ้าเหนือสวรรค์เก้าชั้นฟ้าพลันแยกออกเป็นรอยแยกมิติสีทองคำเจิดจ้า บันไดสวรรค์ทองคำเก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าขั้นทอดยาวลงมาจากฟากฟ้า ดอกบัวสวรรค์เก้าสีโปรยปรายลงมาจากห้วงเวหา เสียงแตรเขาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และดนตรีทิพย์ดังกึกก้อง มหาเมฆาสีรุ้งแปดทิศหมุนวน ปรากฏ **"เงาเทพทองคำจักรพรรดิ"** ขนาดยักษ์หมื่นจั้ง ลอยลงมาจากสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด ในมือของเงาเทพถือ **"พระราชโองการทองคำแห่งสวรรค์เก้าชั้นฟ้า"**
เสียงก้องกังวานดั่งฟ้าร้องสะท้านทั่วทั้งสามภพ:
*"เซียวเฉิน ผู้พิชิตความมืด ปราบจอมมารโม่เจวี๋ย และกอบกู้แดนสวรรค์ชั้นบน! บัดนี้ถึงกาลเวลาอันควรแล้ว จงก้าวขึ้นสู่พระราชวังหยกเพชร เพื่อรับการสถาปนาเป็น **'เจ้าผู้ปกครองสูงสุดแห่งสวรรค์เก้าชั้นฟ้า'** ณ บัดนี้!"*
ผมมองดูบันไดสวรรค์เก้าหมื่นเก้าพันขั้น พลางหาวหวอดสะบัดพัดยิ้มกะล่อน: *"บันไดสูงขนาดนี้ ใครจะเดินให้เมื่อยขากันวะโว้ยจ้ะปู่! เมียรักทั้ง 12 คน... ยกโซฟาไหมสวรรค์ขึ้นเรือเหาะมังกรทองคำ เดี๋ยวพวกเราจะนั่งโซฟาขึ้นไปครองบัลลังก์สวรรค์แบบชิลล์ๆ กันเลยโว้ยจ้ะพี่น้อง!"*
[ ก๊าซซซซซซซซ! ฟิ้ววววววววว! ]
เรือเหาะมังกรทองคำขนาดยักษ์แบกรับโซฟานุ่มและขบวนฮาเร็มสิบสองนางฟ้า พุ่งทะยานแหวกม่านเมฆาสีรุ้ง ผ่านชั้นฟ้าทั้งเก้าชั้น ทะลวงม่านดวงดาราระยิบระยับขึ้นสู่ยอดสวรรค์ชั้นบนสุดอย่างสง่าผ่าเผย ท่ามกลางเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญของเหล่าเซียนและเทพยดานับล้านทั่วทั้งพิภพ!
---
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??