เรื่อง เกิดใหม่ในยุคสามก๊ก พร้อมระบบสังหารศัตรูอัปเลเวล!
เมื่อาค่ายทหารแะกลับึ้มาบนหอคอยกำแพงเมือง หลินผู่ได้โอนย้ายทหารรักษาการณ์ประตูเฟิ่งหยางทั้งหมดให้แก่หยางเจา พลางกล่าวว่า "ยามนี้กำลังพลในกองทัพไม่เพียงพอ โดยเฉพาะนายทหาร ท่านตูเว่ยจึงเลื่อนขั้นให้เจ้าเป็นจวินโฮ่วเพื่อรับผิดชอบประตูเมืองหนึ่งแห่งได้เท่านั้น ส่วนตัวข้านั้นต้องไปประจำการที่ประตูจงหยาง หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจให้มาหาข้าได้ทุกเมื่อ"
เขามองออกไปยังค่ายทหารกองกบฏโพกผ้าเหลืองนอกเมือง แล้วถอนหายใจว่า "ไม่รู้เหมือนกันว่าเมืองเยี่ยเฉิงจะรักษาเอาไว้ได้หรือไม่"
"พวกเราต้องรักษาเมืองไว้ได้อย่างแน่นอนขอรับ" หยางเจากล่าวอย่างมั่นใจ
หลังจากส่งมอบหน้าที่เสร็จสิ้น หลินผู่ก็มุ่งหน้าไปยังประตูจงหยาง ประตูเมืองแห่งนี้จึงอยู่ภายใต้การนำหยางเจาโดยสมบูรณ์ เหล่าทหารที่นี่รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
พวกเขาไม่ได้รู้สึกแปลกหน้ากับหยางเจาแม้แต่น้อย หากไม่มีชายผู้ดุดันผู้นี้ ประตูเฟิ่งหยางคงแตกพ่ายไปนานแล้ว
หยางเจาเอ่ยคำปลุกใจทหารสองสามประโยค พร้อมกับจัดตารางเวรยามสำหรับคืนนี้ ไม่นานนักเมื่อความมืดเข้าปกคลุมจนไม่มีภารกิจอื่นแล้ว เขาก็ได้โอกาสเปิดหน้าต่างสถานะตนเอง
[โฮสต์] : หยางเจา
[ระดับ] : lv12 (0/120)
[ทักษะ] : วิชาดาบ (ระดับชำนาญ ขั้นกลาง), วิชาธนู (ระดับเริ่มต้น ขั้นกลาง), วิชาหอก (ยังไม่เริ่มต้น)
[แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร] : 2
หยางเจามองผ่านหน้าต่างเล็กน้อย พบว่ามีทักษะใหม่เพิ่มเข้ามา จึงนำแต้มทักษะทั้งสองแต้มไปเพิ่มให้แก่วิชาหอก ก่อนจะปิดหน้าต่างสถานะลง
การมีระบบอยู่กับตัวทำให้ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายจากนี้ไป เขาจึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีชีวิตรอด
ทว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นไม่ใช่เพียงแค่การมีชีวิตรอด ในเมื่อได้ข้ามมิติมาถึงที่นี่แล้ว ก็ต้องฝากชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ให้จงได้
‘ข้าเป็นเพียงรากหญ้า แม้แต่ตระกูลขุนนางชั้นผู้น้อยก็ยังไม่ใช่ ไม่มีเบื้องหลัง ไม่มีฐานะ จึงยากยิ่งที่จะไต่เต้าึ้ไป จำต้องเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันเสียใหม่’
‘แม้จะไม่ได้เป็นจากตระกูลใหญ่ แต่ข้าสามารถเป็นขุนศึกได้ แม้ไม่ได้เป็นตระกูลขุนนาง แต่ข้าก็สามารถสร้างตระกูลตนเองึ้มาได้’
หยางเจาพึมพำในใจ พลางวางแผนเส้นทางเดินในอนาคตตนเอง
ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาทุกอย่างดำเนินไปอย่างเงียบสงบ
เช้าวันรุ่งึ้ หยางเจาหยิบหอกยาวึ้มาเล่มหนึ่งขณะกำลังจะฝึกวิชาหอก เสียงกลองศึกก็ดังึ้โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
เขามองออกไปด้านนอก พบศัตรูอีกกว่าหมื่นนายกำลังพุ่งตรงมายังประตูเฟิ่งหยาง
"พลธนูเตรียมตัว ยิง!"
เมื่อเห็นศัตรูเข้าสู่ระยะยิง เหล่าพลธนูบนหอคอยกำแพงเมืองต่างพากันน้าวสายธนู
หยางเจาหยิบคันธนูึ้มาอีกคันหนึ่ง เพื่อช่วยพลธนูสังหารศัตรูที่เข้าใกล้กำแพงเมือง
กองกบฏโพกผ้าเหลืองเตรียมการมาเป็นอย่างดี พวกมันยกโล่ึ้มาบังทนรับ-่าธนูเพื่อรุกคืบเข้าใกล้หอคอยกำแพงเมือง อีกทั้งยังมีทหารที่คอยยิงธนูึ้มาเพื่อกดดันพลธนูเมืองเยี่ยเฉิง ภายใต้การคุ้มครองหลากหลายรูปแบบ ในที่สุดพวกมันก็ติดตั้งบันไดลิงได้สำเร็จ
"ฟางรุ่ย นำไปขนไม้แะหิน ทุ่มลงไป!"
หยางเจาตะโกนสั่งพลางหมุนตัวไปยกก้อนหินหนักหลายสิบชั่งแล้วทุ่มลงไปยังบันไดลิงอย่างแรง
ตึง!
ก้อนหินยักษ์กระแทกลงมาอย่างหนักหน่วงจนบันไดลิงหักสะบั้น อีกทั้งยังสังหารศัตรูไปได้อีกจำนวนไม่น้อย
"รีบเข้ามาเร็ว เข้ามาทุ่ม!"
ฟางรุ่ยแะอื่น ๆ เห็นหยางเจาลงมือด้วยตนเองก็รู้สึกเลือดเดือดพล่านึ้มาทันที เขาสั่งการว่า "ปกป้องเมืองเยี่ยเฉิง!"
"ปกป้องเมืองเยี่ยเฉิง!"
ทหารทุกต่างตะโกนประสานเสียงพร้อมกัน ช่วยปลุกขวัญกำลังใจได้เป็นอย่างดี
หิน ท่อนไม้กลิ้ง แะลูกธนู ต่างถูกสาดซัดเข้าใส่ศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
เนื่องจากน้ำมันไฟแะน้ำสีทองยังอยู่ระหว่างการรวบรวม จึงยังไม่สามารถนำมาใช้งานได้ ทำได้เพียงรับมือกับศัตรูอย่างตรงไปตรงมา
"ท่านจวินโฮ่ว ศัตรูกำลังจะปีนึ้มาแล้วขอรับ!"
นายสิบหนึ่งตะโกนบอกด้วยความร้อนรน
"หยิบดาบ หยิบหอก แล้วฆ่าพวกมันซะ!"
หยางเจาหยิบหอกยาวตนึ้มา จังหวะที่ศัตรูหนึ่งยกโล่ึ้บังธนูเตรียมจะปีนข้ามกำแพงเข้ามาพอดี
เขาก็แทงหอกออกไปอย่างรวดเร็ว ปลายหอกทะลุผ่านโล่ไป ก่อนจะกระซวกอย่างแรงจนศัตรูนั้นร่วงตกลงไปทันที
เหล่าทหารรักษาการณ์ที่ถือหอกเห็นทหารโพกผ้าเหลืองบนบันไดลิงกำลังจะปีนเข้ามา จึงยกหอกแทงลงไปด้านล่าง ศัตรูตายตกไปจำนวนมาก สถานการณ์การสู้รบยิ่งทวีความรุนแรงึ้
มีหยางเจาคอยคุมจังหวะ การป้องกันประตูเฟิ่งหยางจึงยังคงมั่นคง
จวินโฮ่วผู้นี้ดุดันถึงเพียงนี้ ต่อให้ทหารจะอ่อนแอเพียงใดขวัญกำลังใจก็ไม่มีวันตกต่ำ ตราบใดที่มีขวัญกำลังใจก็สามารถรวมพลังกันต่อต้านศัตรูได้
ความสามัคคีคือพลัง
"ฆ่า!"
เสียงตะโกนสังหารดังระงมไปทั่วประตูเฟิ่งหยาง
"หยางจวินโฮ่ว ท่านพอจะไปช่วยข้าที่นั่นได้หรือไม่?"
หลินผู่รีบวิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือด้วยความร้อนรน
ประตูเฟิ่งหยางกับประตูจงหยางอยู่ห่างกันไม่ไกลนัก หยางเจามองึ้ไปเห็นประตูจงหยางกำลังจะต้านทานไม่ไหว จึงตัดสินใจมอบหมายหน้าที่บัญชาการชั่วคราวให้แก่ถุนจ่าง*[1] สองสาม แล้วนำทหารห้าร้อยนายมุ่งหน้าไปสนับสนุนทันที
ด้วยการสนับสนุนจากหยางเจา ประตูจงหยางที่กำลังจะแตกพ่ายก็กลับมาได้เปรียบอีกครั้ง
"ท่านจวินโฮ่ว ทางนี้ไม่มีท่อนไม้กลิ้งกับหินแล้วขอรับ"
ฟางรุ่ยกำลังจะสั่งการทหารรักษาการณ์ให้ตีโต้ เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูปีนบันไดลิงึ้มาได้
หยางเจากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ใช้หอกยาวเกี่ยวศพศัตรูึ้มา แล้วทุ่มลงไปใส่บันไดลิงด้านนอกพลางกล่าวว่า "ใช้ศพศัตรู แทนท่อนไม้กลิ้ง"
"ขนศพ! ทุ่มมันลงไป!"
ทหารรักษาการณ์ที่ประตูจงหยางได้รับแรงบันดาลใจ บนหอคอยกำแพงเมืองเองก็มีศพศัตรูอยู่ไม่น้อย พวกเขาจึงรีบขนศพทุ่มลงไปทันที
"หยางจวินโฮ่ว ท่านพอจะไปที่ประตูกว่างหยางเพื่อช่วยพวกเราบ้างได้หรือไม่?"
เปี๋ยปู้ซือหม่าอีกเดินเข้ามาขอความช่วยเหลือ
หยางเจา "..."
พวกเจ้าเป็นอะไรกันไปหมด? เหตุใดถึงได้อ่อนแอเพียงนี้? แบบนี้ยิ่งทำให้เขากลายเป็นแข็งแกร่งึ้เรื่อย ๆ น่ะสิ
เขาจำต้องนำฟางรุ่ยแะทหารอีกห้าร้อยนายบุกไปช่วยเหลือ
การสู้รบครั้งนี้ลากยาวตั้งแต่เช้ายันบ่าย
แม่ทัพกองกบฏโพกผ้าเหลืองเห็นว่าไม่ได้ประโยชน์อันใด จึงจำต้องสั่งการให้ตีฆ้องถอยทัพ
หยางเจาวิ่งรอกไปมาทั้งสามประตูทางทิศใต้เมืองเยี่ยเฉิง ที่ไหนต้องการความช่วยเหลือเขาก็ไปที่นั่น จนถึงช่วงท้ายเขาก็เหนื่อยจนแทบจะคลานอยู่แล้ว
"ท่านหลินซือหม่า คราวหน้าหากพวกท่านรับมือไม่ไหวจริง ๆ ค่อยมาหาข้า"
เขาพูดด้วยเสียงหอบเหนื่อยว่า "สู้รบไปศึกหนึ่ง ข้าวิ่งจนขาแทบลากแล้ว!"
หลินผู่เช็ดคราบเลือดบนใบหน้าพลางหัวเราะอย่างอดไม่ได้ว่า "หยางจวินโฮ่วกลายเป็นกุญแจสำคัญการป้องกันเมืองเยี่ยเฉิงทางทิศใต้ไปแล้ว ต้องขอบคุณเจ้าจริง ๆ !"
หลังจากส่งหลินผู่กลับไป หยางเจาก็เปิดหน้าต่างสถานะึ้มา
ระบบยกระดับึ้เป็น lv14
หยางเจานำแต้มทักษะใหม่สี่แต้มที่ได้รับมาเพิ่มวิชาหอกทั้งหมด จนกลายเป็นระดับชำนาญ ขั้นต้น
ผ่านการอัปเลเวลมาหลายครั้ง พลังโดยรวมหยางเจา ความแข็งแกร่งร่างกาย แะพลังเทพแต่กำเนิด ต่างได้รับการเสริมสร้างอย่างต่อเนื่อง จนเขารู้สึกว่าตนเองสามารถต่อกรกับ ‘ลิโป้*[2]’ ได้แบบตัวต่อตัวแล้ว
‘ลิโป้ เจ้าจงรอข้าก่อนเถอะ!’
หยางเจาจินตนาการในใจ
หลังจากนั้น กองกบฏโพกผ้าเหลืองก็ไม่ได้เปิดฉากโจมตีอีก แต่การป้องกันเมืองเยี่ยเฉิงก็ยังไม่ชะล่าใจ
ขณะเดียวกัน ภายในค่ายทหารกองกบฏโพกผ้าเหลือง
เตียวเหลียง*[3] เป็นแม่ทัพใหญ่ในการโจมตีเมืองเยี่ยเฉิงครั้งนี้ พวกเขาตั้งกองกำลังหลักไว้ที่ประตูเมืองทางทิศตะวันออกแะทิศใต้เพื่อโจมตีอย่างหนักหน่วงติดต่อกันสองวันแล้ว
กองกบฏโพกผ้าเหลืองเกือบจะบุกยึดเมืองได้หลายครั้ง แต่ก็ถูกตีกลับมาเสียทุกคราว
"เมืองเยี่ยเฉิงช่างตีแตกได้ยากยิ่งนัก หากยืดเยื้อต่อไป กองหนุนจากลั่วหยางมาถึง เราก็มีแต่ต้องถอยทัพ แผนการพิชิตแคว้นจี้โจวก็จะไม่มีวันสำเร็จ"
เขารำพึงกับตัวเอง
ในตอนนั้นเอง แม่ทัพหนึ่งนามว่าหุยง่วนเสี้ยว*[4] ก็เดินเข้ามากล่าวว่า "ท่านเหรินกงเจียงจวิน*[5] ตามข่าวที่ได้รับมาเมื่อครู่ เป่ยจงหลางเจียงหลูจื๋อนำกองทัพทหารชั้นยอดแปดหมื่นนายกำลังมุ่งหน้ามายังเมืองเยี่ยเฉิง คาดว่าจะเดินทางมาถึงในอีกหกวันขอรับ"
ทันใดนั้น เตียวเหลียงก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลทันที
[1] ถุนจ่าง เป็นตำแหน่งนายทหารคุมกำลังพลระดับกองร้อย (ประมาณ 50 นาย) รองจากจวินโฮ่ว
[2] ลิโป้ หรือชื่อในภาษาจีนกลางคือลฺหวี่ปู้ เป็นยอดขุนศึกแห่งยุคปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์จนได้ฉายาว่า เทพเจ้าแห่งสงคราม มีฝีมือโดดเด่นด้านการใช้ทวนแะการสู้รบบนหลังม้า
[3] เตียวเหลียง หรือชื่อในภาษาจีนกลางคือจางเหลียง เป็นหนึ่งในผู้นำกองกบฏโพกผ้าเหลือง แะเป็นน้องชายสุดท้องเตียว๊
[4] หุยง่วนเสี้ยว หรือชื่อในภาษาจีนกลางคือเผยหยวนเซ่า เป็นนายทหารกองกบฏโพกผ้าเหลือง รับหน้าที่เป็นนายทหารสนิทผู้รับใช้ใกล้ชิดเตียวเหลียงในการศึก
[5] เหรินกงเจียงจวินมีความหมายว่าขุนพลแห่งปวงชน เป็นสมญานามเตียวเหลียง (จางเหลียง) น้องชายสุดท้องเตียว๊
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??