เรื่อง เกิดใหม่ในยุคสามก๊ก พร้อมระบบสังหารศัตรูอัปเลเวล!
หยางเาและาพี่น้องเ่ากวนเีร่วมมือกัน กำจัดศัตรูที่เข้าขัดขวางจนหมดสิ้น แล้วเร่งเดินทางต่อ
ไม่รู้ว่าวิ่งหนีมาไกลเท่าใด เมื่อเห็นว่าด้านหลังไม่มีทหารไล่ล่าตามมาทัน พวกเขาจึงหยุดพักลง
"ผู้น้อยหยางเา นามรองหมิงกวาง ขอบพระคุณทั้งาท่านที่ช่วยชีวิต"
หยางเาแสร้งทำเป็นไม่รู้จักาพี่น้องเ่ากวนเี แล้วเอ่ยแนะนำตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก
เ่าปี่จัดแจงเสื้อผ้า ก่อนจะลุกขึ้นกล่าวว่า "ผู้น้อยเ่าปี่ นามรองเสวียนเต๋อ เชื้อสายหลิวเซิ่ง อ๋องจิ้งแห่งเมืองจงซาน สองท่านนี้คือน้องร่วมสาบานของข้า กวนอู นามรองหุนเตี๋ยง และเีหุย นามรองเอ๊กเต๊ก"
กล่าวจบ เขาก็มองไปทางหลิวจง ประสานมือโค้งกาย "คารวะท่านอ๋อง!"
"เจ้าก็เป็นเชื้อพระวงศ์หรือ?"
หลิวจงราวกับพบกลุ่มพวกพ้อง ยื่นมือไปกุมมือเ่าปี่ไว้อย่างสนิทสนม ทั้งยังเอ่ยด้วยความอิจฉาริษยาว่า "หากข้ามีความาารถเช่นเสวียนเต๋อ คงไม่ต้องตกอับถึงเพียงนี้ เห็นแก่ที่เราสองคนเป็นเชื้อพระวงศ์เหมือนกัน พวกเจ้าต้องคุ้มครองข้ากลับไปให้ได้นะ เมื่อถึงลั่วหยาง ข้าจะกราบทูลขอความดีความชอบให้พวกเจ้าแน่นอน"
หยางเารู้สึกว่า หมอนี่เขียนตั๋วสัญญาปากเปล่าจนเสพติดเสียแล้ว
คำพูดเรื่องขอความดีความชอบ หลิวจงไม่ได้เอ่ยเป็นครั้งแรก
"บอกตามตรงนะเสวียนเต๋อ ข้ากับฮ่องเต้ แม้จะพบกันน้อยครั้ง แต่ความสัมพันธ์นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว"
หลิวจงโยนเหยื่อชิ้นใหญ่ออกมาให้อีกครั้ง
ในใจเ่าปี่รู้สึกอิจฉาริษยาอ๋องกานหลิงผู้นี้อยู่ไม่น้อย
ทุกคนล้วนเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่อ๋องกานหลิงหลิวจงกลับมีเมืองศักดินา ใช้ชีวิตสุขสบายยิ่งนัก ส่วนตนกลับทำได้เพียงสานรองเท้าฟางขาย ในใจพลันเกิดความเหลื่อมล้ำขึ้นมา ทันทีที่ได้ยินหลิวจงเอ่ยเช่นนี้ ก็รู้สึกว่าตนเองคว้าโอกาสทองไว้ได้แล้ว
หากหลิวจงกราบทูลความดีความชอบให้ ไม่แน่ว่าตนเองอาจจะได้เมืองศักดินามาครอบครองบ้าง
เ่าปี่คิดเช่นนั้นในใจ แต่ปากกลับเอ่ยอย่างมีคุณธรรมว่า "ท่านอ๋องโปรดอย่าได้เอ่ยเช่นนี้ พวกข้าออกปราบปรามกบฏก็เพื่อความถูกต้อง เพื่อปกป้องบ้านเมือง มิใช่เพื่อลาภยศสรรเสริญ"
"กล่าวได้ดี!" หลิวจงส่งเสียงชมเชย
เมื่อครู่เห็นสองพี่น้องกวนเีกล้าหาญยิ่งนัก เขาจึงเร่งกระชับความสัมพันธ์ต่อ "ข้าอายุมากกว่าเสวียนเต๋อไม่กี่ปี หลังจากนี้อย่าได้เกรงใจไปเลย พวกเรานับถือกันเป็นพี่น้อง ข้าขอถือวิสาสะเรียกว่าน้องชายแล้วกัน!"
"มิกล้า มิกล้า!" เ่าปี่เอ่ยตามมารยาท "พี่ชายโปรดพักผ่อนก่อน อีกครู่พวกเราต้องเร่งเดินทางต่อ"
หยางเาทนดูความเสแสร้งของพวกเขาไม่ไหวจริง ๆ จึงเอ่ยขัดขึ้นว่า "ตามแผนการของเรา ท่านหลูจงหลางควรส่งค่ายถุนฉีมารับตัว เหตุใดจึงเป็นพวกท่านาพี่น้องเ่า?"
เ่าปี่อธิบายว่า "พวกข้าเดินทางมารับตัวพร้อมกับค่ายถุนฉี แต่เกรงว่าค่ายถุนฉีจะมาไม่ทัน จึงเร่งเดินทางล่วงหน้ามาตลอดคืน โชคดีที่พวกข้ามาถึงไวกว่าก้าวหนึ่ง"
‘โชคดีจริง ๆ !’
หยางเานึกในใจ
เ่าปี่มาได้ประจวบเหมาะยิ่งนัก หากมาช้ากว่านี้อีกนิด เขาคงทำได้เพียงทอดทิ้งหลิวจงแล้ว
…
ณ ค่ายใหญ่ของราชสำนัก นอกเมืองกว่างผิง
"ท่านหลูจงหลาง พวกกบฏมาแล้วขอรับ"
โจโฉเดินเข้ามาในกระโจมทัพเอ่ยรายงาน
โลติดรีบเดินออกไปดูที่ค่ายประตู เห็นกองทัพกบฏมุ่งหน้าลงใต้ กำลังจะมาลอบโจมตีค่าย ก็เอ่ยเสียงเข้มว่า "จริงดังที่หยางซือหม่าคาดไว้ ทหารทั้งหมดเตรียมพร้อมรับศึก!"
ตึง! ตึง! ตึง!
ภายในค่ายใหญ่ เสียงกลองศึกดังสนั่น
ทหารจากาค่ายที่เหลือ รวบรวมกำลังพลเดินออกจากค่ายทหาร เพื่อรับศึกกับกองกบฏ
สงครามพร้อมเปิดฉากทุกเมื่อ
โลติดนั่งอยู่ใต้ธงทัพหลักคอยบัญชาการการศึก โจโฉและเซี่ยวเว่ยคนอื่น ๆ ชักกระบี่นำทหารเข้าเข่นฆ่า ศัตรูกบฏยกทัพมาเกือบทั้งหมด ฝ่ายราชสำนักจึงต้องรับแรงกดดันมหาศาล
'ติงมู่ เสิ่นเจี๋ย ต่อไปคงต้องหวังพึ่งพวกเจ้าแล้ว'
โลติดนึกในใจ
ยามนี้ติงมู่และเสิ่นเจี๋ยกำลังนำค่ายถุนฉีและค่ายเยว่ฉีบุกทะลวงเข้าไปในกลุ่มศัตรู
"ท่านเซี่ยวเว่ยทั้งสอง ศัตรูมีความเคลื่อนไหวจริง ๆ ขอรับ เีก๊กส่งทหารมุ่งหน้าลงใต้ เพื่อบุกตีค่ายใหญ่ของพวกเราแล้ว"
ทหารสอดแนมคนหนึ่งควบม้าเร่งรุดกลับมาจากทางทิศเหนือ เอ่ยรายงานข่าวนี้
เสิ่นเจี๋ยเอ่ยถามว่า "ติงเซี่ยวเว่ย จะทำอย่างไรดี?"
"ทำตามแผนต่อ แต่ต้องระมัดระวังให้ดี"
ติงมู่หันกลับไปมองทหารใต้บังคับบัญชาคนหนึ่ง พลางสั่งการว่า "เจ้าจงนำทหารสองพันนายแยกตัวออกจากพวกเรา ไปรับตัวอ๋องกานหลิง ส่วนกำลังพลค่ายถุนฉีที่เหลือ จงตามข้าไปลอบโจมตีค่ายศัตรู"
เสิ่นเจี๋ยตวาดสั่ง "คนของค่ายเยว่ฉี ก็จงตามข้าไปลอบโจมตีค่ายศัตรูเช่นกัน!"
ทหารของสองค่ายแบ่งออกเป็นสองสาย
ติงมู่และเสิ่นเจี๋ยนำกำลังหลักควบม้าจู่โจมจากด้านหลังของค่ายศัตรู ก่อนจะบุกตรงเข้าไปในค่ายทหารทันที
"ท่านต้าเสียนเหลียงซือกล่าวไว้ไม่มีผิด โลติดมีอุบายจริง ๆ ทุกคนจงออกไปสังหารศัตรูเสีย!"
กวนไฮที่ซุ่มอยู่ในค่ายทหาร นำกำลังปรากฏตัวขวางหน้าทหารม้าของทั้งสองค่ายไว้
เมื่อเห็นดังนั้น ติงมู่ก็ตกใจลนลาน "แย่แล้ว มีศัตรูซุ่มโจมตี!"
"ตีฝ่าออกไปก่อน!"
เสิ่นเจี๋ยตวาดเสียงสั่งการ "แล้วค่อยหาโอกาสบุกกลับเข้ามาจุดไฟเผาค่ายศัตรู"
พวกเขามีทหารม้าเป็นหลัก ความคล่องตัวจึงสูงยิ่ง ทหารราบทั่วไปไม่อาจสกัดไว้ได้ พริบตาเดียวก็บุกทะลวงผ่านไปได้ จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ยื้อยุดปะทะกันอยู่บริเวณใกล้เคียงค่ายทหารกบฏ
ตามแผนการเดิมไม่ใช่เช่นนี้ พวกติงมู่นึกไม่ถึงเลยว่า ภายในค่ายศัตรูจะมีศัตรูซุ่มรอโจมตีอยู่
ติงมู่และเสิ่นเจี๋ยร้อนรุ่มใจยิ่งนัก หลายครั้งที่คิดจะบุกเข้าค่ายศัตรู แต่ก็ถูก-่าธนูของศัตรูสกัดไว้ ทว่าศัตรูเองก็ทำอะไรพวกเขาทั้งสองค่ายไม่ได้เช่นกัน
พวกหยางเาเร่งเดินทางต่อมาอีกช่วงหนึ่ง
เสียงม้าตะเบ็งดังมาจากระยะไกล
เงาร่างของค่ายถุนฉีปรากฏขึ้นตรงหน้า เมื่อมีค่ายถุนฉีมารับตัว ต่อให้ทหารกบฏด้านหลังจะไล่ตามมาทัน ก็ไม่มีสิ่งใดต้องหวาดกลัวอีกต่อไป ในที่สุดพวกเขาก็ทำภารกิจช่วยคนเสร็จสิ้น
"ยามนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?" หยางเาเอ่ยถามเป็นคนแรก
นายทหารใต้บังคับบัญชาของติงมู่อธิบายว่า "กองทัพกบฏมุ่งหน้าลงใต้ บุกตีค่ายใหญ่ของพวกเราแล้ว ท่านหลูจงหลางให้ค่ายถุนฉีและค่ายเยว่ฉีแสร้งทำเป็นมารับตัวอ๋องกานหลิง ตามแผนการ ยามนี้น่าจะกำลังลอบโจมตีค่ายศัตรูอยู่ขอรับ"
"ค่ายถุนฉีและค่ายเยว่ฉีออกไปพร้อมกันเลยหรือ?"
หยางเาชะงักไป แผนการเดิมของเขาขอเพียงส่งมาค่ายเดียวก็เพียงพอสำหรับการช่วยอ๋องกานหลิงแล้ว
ยามนี้ส่งออกมาถึงสองค่าย ดูเหมือนจะเกินความจำเป็นไปเสียหน่อย
"แย่แล้ว หากส่งมาค่ายเดียว เีก๊กอาจจะยังไม่สงสัย แต่หากส่งมาสองค่าย สถานการณ์อาจจะเปลี่ยนไปได้"
หยางเาเอ่ยอย่างตื่นตระหนก "เสวียนเต๋อ รบกวนท่านนำทหารของฟางรุ่ย คุ้มครองอ๋องกานหลิงกลับไป มอบม้าให้ข้าตัวหนึ่ง พวกเราต้องรีบไปช่วยลอบโจมตีค่ายศัตรูด่วน!"
กล่าวจบ เขาก็ดึงทหารม้าคนหนึ่งลงมาจากหลังม้า แล้วควบม้าพุ่งตรงไปยังเมืองกว่างจงทันที
นายทหารผู้นั้นเข้าใจความหมายของหยางเาทันที ร้องอุทานในใจว่าแย่แล้ว ก่อนจะรีบเอ่ยสั่งว่า "รีบตามหยางซือหม่าไปเร็ว!"
ทหารม้าสองพันนาย พริบตาเดียวก็หายลับไปไร้ร่องรอย
ทอดทิ้งให้าพี่น้องเ่ากวนเีและหลิวจงยืนงงงวยอยู่กับที่
"หยางซือหม่า ท่านต้องกลับมาให้ได้นะ"
หลิวจงยังคงซาบซึ้งใจในบุญคุณช่วยชีวิตของหยางเา
ฟางรุ่ยเองก็อยากจะตามไปด้วย แต่สองขาไม่อาจวิ่งแข่งกับม้าได้ จึงทำได้เพียงยอมจำนน
กวนอูเอ่ยถามว่า "พี่ใหญ่ พวกเราจะทำอย่างไรกันต่อ?"
"กลับไปพบอาจารย์ก่อน!"
เ่าปี่ไม่ค่อยแน่ใจนักว่า โลติดและหยางเามีแผนการใดกันแน่
ภารกิจหลักของเขาคือการช่วยคน ยามนี้ช่วยคนได้แล้ว เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
หยางเาและพวกพ้องควบม้าเร่งรุด จนกระทั่งมาถึงด้านหลังของค่ายศัตรู
มองออกไปจากระยะไกลเห็นพวกติงมู่ยังคงยื้อยุดปะทะกับกวนไฮอยู่ เมื่อสายตามองไกลออกไปทางทิศใต้ของค่ายศัตรู ก็เห็นทหารโพกผ้าเหลืองบางส่วนเริ่มมุ่งหน้าขึ้นเหนือ เตรียมจะโอบล้อมพวกติงมู่ทั้งสองคน
สถานการณ์เปลี่ยนไปจริง ๆ การที่ส่งสองค่ายมารับตัวอ๋องกานหลิงสร้างความสงสัยให้แก่เีก๊กจริง ๆ ด้วย
"รีบไปช่วยท่านเซี่ยวเว่ย!" นายทหารใต้บังคับบัญชาของติงมู่เอ่ยด้วยความร้อนใจ
"อย่าเพิ่ง!"
หยางเาสกัดพวกเขาไว้ "ยามนี้เข้าไปสมทบไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก มีแต่จะถูกศัตรูสกัดไว้เช่นกัน สู้ไปทางทิศตะวันตกของค่ายศัตรูดีกว่า ทางนั้นต้องไม่มีคนป้องกันมากแน่ บุกเข้าไปทำลายด้านในเลย ไป!"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??