เรื่อง เจ็ดเรือยอร์ช.....จอดเรือเช็ด!! NC++
บที่ 52: ไซโคลนถล่มบาหลี
เสียงหวีดหวิวของพายุไซโคลนเขตร้อนี่พัดกระชากต้นมะพร้าวหักโค่นและคลื่นยักษ์สูงกว่า 5 เมตรี่โถมซัดเข้าหาชายหาด บีบให้ผมต้องรีบพาสาวๆ วิ่งฝ่าพายุกลับขึ้นเรือยอร์ช
ท้องฟ้าสีครามสดใสแห่งเกาะบาหลีพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬดั่งน้ำหมึกในเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว มวลเมฆหนาทึบก้อนมหึมาหมุนวนเป็นเกลียวยักษ์ดั่งพญามังกรดำี่กำลังอ้าปากกลืนกินผืนมหาสมุทรอินเดีย ลมกรรโชกแรงระดับพายุไซโคลนเขตร้อนระดับสาม ด้วยความเร็วลมกระโชกสูงสุดกว่าหนึ่งร้อยสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง หอบเอาละอองฝนเม็ดใหญ่กระหน่ำซัดสาดเข้าใส่แนวหน้าผาหินปูนและหาดทรายดำอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องประดุจเสียงปืนใหญ่จากสรวงสวรรค์ี่ถล่มลงมาไม่หยุดยั้ง สายฟ้าแลบแปลบปลาบเป็นเส้นสายสีเงินยวบยาบผ่าลงบนยอดไม้และโขดหินริมหาดจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วบริเวณ กลิ่นโอโซนและไอฝนฟ้าคะนองผสมผสานกับกลิ่นกำมะถันของเถ้าภูเขาไฟฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ
อุณหภูมิในอากาศลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ความกดอากาศต่ำมหาศาลทำให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm Surge) คลื่นทะเลลูกมหึมาี่สูงตระหง่านดั่งกำแพงน้ำขนาดยักษ์เริ่มยกตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ มวลน้ำทะเลสีครามเข้มซัดทะลักข้ามแนวหาดทรายดำเข้ามาถึงบริเวณปากถ้ำหินภูเขาไฟ สายน้ำตกธรรมชาติขนาดใหญ่ด้านนอกี่เคยไหลรินเป็นม่านน้ำอันงดงาม บัดนี้กลายสภาพเป็นกระแสน้ำป่าสีโคลนี่ไหลบ่าทะลักลงมาอย่างกราดเกรี้ยว น้ำเริ่มเอ่อท่วมพื้นทรายภายในถ้ำจนถึงระดับข้อเท้าอย่างรวดเร็ว กองไฟไม้สนี่เคยให้ความอบอุ่นถูกละอองน้ำและกระแสน้ำเย็นเฉียบดับมอดลงจนเหลือเพียงควันสีเทาจางๆ ี่ลอยเคว้งคว้าง
“ตื่นเร็วทุกคน! พายุไซโคลนถล่มบาหลีแล้ว! เราต้องออกจากถ้ำเดี๋ยวนี้!”
ผมตะโกนก้องด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ปลุกสามสาว—ซาบริน่า, คามิลล่า, และมายา—ี่กำลังนอนหลับใหลอยู่ให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ มายา เด็กสาวลูกครึ่งวัยยี่สิบสองปีตื่นขึ้นมาพบกับความมืดและเสียงฟ้าร้องกึกก้อง เธอส่งเสียงหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวเมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำทะเลเย็นเฉียบี่เริ่มไหลทะลักเข้ามาท่วมปลายเท้า ร่างบางสั่นสะท้านดั่งลูกนกเปียกฝน ซาบริน่ารีบคว้าตัวเด็กสาวเข้ามากอดแนบอกไว้แน่นเพื่อปลอบประโลม ขณะี่คามิลล่า แชมป์เซิร์ฟบอร์ดสาวคว้าเสื้อผ้าี่แห้งขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว
“ปีเตอร์! น้ำในถ้ำกำลังสูงขึ้นเร็วมาก ถ้าเราไม่ออกไปตอนนี้ ปากถ้ำจะถูกคลื่นยักษ์ปิดตายจนกลายเป็นกับดักแน่!” คามิลล่าตะโกนฝ่าเสียงลมพายุ สายตาของเธอมองออกไปนอกปากถ้ำด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่ต้องตกใจ ทุกคนมีสติไว้!” ผมคว้ากระเป๋ากันน้ำบรรจุเอกสารสำคัญและแฟลชไดรฟ์ลับสะพายขึ้นบ่า “ทุกคนสวมเสื้อชูชีพเดี๋ยวนี้!”
ผมหยิบเสื้อชูชีพมาตรฐานสากลจากเรือยางมาสวมให้สาวๆ ทั้งสามคนอย่างรวดเร็วและรัดกุม ตรวจสอบสายรัดเอวและสายรัดอกทุกจุดจนมั่นใจว่าแน่นหนาพอี่จะทานทนแรงคลื่น “เกาะกลุ่มกันไว้ให้แน่น จับมือกันไว้ให้มั่น อย่าปล่อยมือจากกันเด็ดขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”
ผมอุ้มมายาขึ้นขี่หลัง ให้สองแขนเล็กๆ ของเธอกอดคอผมไว้แน่น แขนซ้ายอันทรงพลังของผมโอบประคองเอวของซาบริน่าไว้ ส่วนมือขวาจับมือของคามิลล่าไว้มั่น เราทั้งสี่คนก้าวฝ่ากระแสน้ำี่เชี่ยวกรากบริเวณปากถ้ำ ทะลวงผ่านม่านน้ำตกี่ซัดกระหน่ำลงมาดั่ง-่ากระสุนน้ำ ละอองน้ำเย็นเฉียบซัดปะทะใบหน้าจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น ลมพายุพัดกระโชกอย่างรุนแรงจนร่างของพวกเราเซถลาไปตามแรงลม ทว่าสองขาี่แข็งแกร่งของผมยังคงปักหลักมั่นคงดั่งสมอเรือ พาพวกเธอฝ่าออกมาจนพ้นปากถ้ำได้สำเร็จ
เมื่อก้าวพ้นปากถ้ำออกมาสู่ชายหาด ทัศนียภาพเบื้องหน้าช่างน่าสะพรึงกลัวประดุจสมรภูมิวันสิ้นโลก ต้นมะพร้าวริมหาดนับสิบต้นหักโค่นระเนระนาด เศษกิ่งไม้และซากประการังปลิวว่อนไปทั่วอากาศ คลื่นยักษ์สูงกว่าห้าเมตรกำลังโถมซัดเข้าหาชายหาดอย่างต่อเนื่อง เสียงเกลียวคลื่นคำรามกึกก้องประหนึ่งเสียงกรีดร้องของอสูรกายแห่งท้องทะเลี่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
เรือยางติดเครื่องยนต์ขนาดเล็กถูกคลื่นซัดเหวี่ยงไปมาอยู่ริมหาด น้ำทะเลเริ่มทะลักเข้ามาในตัวเรือ ผมใช้พละกำลังทั้งหมดดันเรือยางลงสู่ผิวน้ำ สั่งให้สาวๆ ทั้งสามคนกระโดดขึ้นไปนั่งกอดกันกลมอยู่ตรงกลางลำเรือเพื่อถ่วงน้ำหนัก ก่อนี่ผมจะกระโดดขึ้นท้ายเรือและกระชากสายสตาร์ทเครื่องยนต์ทันที!
*บรืนนนน! ซ่าาาาา!*
เครื่องยนต์เรือยางคำรามก้อง ใบพัดเรือเริ่มหมุนปั่นน้ำ เรือยางพุ่งทะยานฝ่าแนวน้ำตื้น โต้เกลียวคลื่นลูกยักษ์ี่ซัดเข้ามาเป็นระลอก ละอองน้ำเค็มสาดซัดท่วมตัวเรือจนเปียกโชกไปหมด มายาหลับตาแน่นสวดภาวนา ซาบริน่ากอดเด็กสาวไว้แน่นด้วยความรัก ขณะี่คามิลล่าใช้ไม้พายช่วยคัดท้ายเรืออย่างชำนาญ ผมกัดฟันเกร็งกล้ามเนื้อแขน ควบคุมคันเร่งและหางเสือเรือยางฝ่าคลื่นลมแรง มุ่งหน้าสู่เรือซูเปอร์ยอร์ช Golden Empress ี่ทอดสมออยู่ห่างออกไปราวสองร้อยเมตร
เรือ Golden Empress บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับศึกหนักี่สุดนับตั้งแต่ต่อสร้างมา โซ่สมอเรือเหล็กกล้าขนาดมหึมาตึงเปรี๊ยะจนส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะขาดสะบั้น ตัวเรือขนาดร้อยยี่สิบฟุตโคลงเคลงอย่างรุนแรงตามแรงเหวี่ยงของคลื่นยักษ์ กราบเรือเอียงวูบวาบจนแทบจะแตะผิวน้ำ หากปล่อยให้สมอเรือรับน้ำหนักแบบนี้ต่อไป โซ่สมออาจจะขาด และเรือยอร์ชจะถูกคลื่นซัดไปชนกับหน้าผาหินภูเขาไฟแหลมคมจนอับปางแน่นอน!
“ระวังตัวนะทุกคน! เตรียมคว้าบันไดกราบเรือ!”
ผมเร่งเครื่องยนต์เรือยางเข้าเทียบข้างกราบขวาของเรือยอร์ชในจังหวะี่คลื่นยกตัวขึ้นสูง คามิลล่าอาศัยทักษะความคล่องแคล่วกระโดดคว้าบันไดลิงไว้ได้ก่อนเป็นคนแรก เธอปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าอย่างรวดเร็วและช่วยดึงซาบริน่าและมายาขึ้นสู่ดาดฟ้าเรือได้อย่างปลอดภัยในวินาทีเฉียดฉิว ผมปีนตามขึ้นไปเป็นคนสุดท้าย ผูกเรือยางไว้แน่นหนา ก่อนจะรีบพาสามสาววิ่งฝ่าสายฝนและลมพายุลงสู่ห้องโดยสารชั้นล่าง
ภายในเรือยอร์ช โครงสร้างสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกของคลื่นจนข้าวของเครื่องใช้ตกกระจายเกลื่อนพื้น ผมพาสาวๆ เข้าสู่ ‘ห้องมาสเตอร์สวีทใต้ท้องเรือ’ ซึ่งเป็นห้องี่มีโครงสร้างเหล็กกล้าเสริมเคฟลาร์แข็งแรงี่สุดและอยู่ใกล้จุดศูนย์ถ่วงของเรือมากี่สุด
“พวกคุณอยู่ข้างในนี้ ปิดประตูล็อกให้แน่นหนา รัดเข็มขัดนิรภัยบนโซฟาไว้” ผมสั่งการด้วยน้ำเสียงอบอุ่นทว่าเด็ดขาด “ตราบใดี่ผมยังยืนอยู่บนสะพานเดินเรือ เรือลำนี้จะไม่มีวันจมเด็ดขาด… ผมสัญญาด้วยเกียรติของกัปตัน!”
ซาบริน่าโผเข้ากอดผมแน่น น้ำตาไหลอาบแก้มเนียน “ระวังตัวด้วยนะคะปีเตอร์… กลับมาหาพวกเราให้ได้นะ!”
มายาและคามิลล่ามองผมด้วยสายตาเปี่ยมศรัทธา พวกเธอมอบรอยจูบอันอบอุ่นลงบนแก้มของผมเป็นกำลังใจ ผมปิดประตูห้องลงอย่างแน่นหนา ก่อนจะสับฝีเท้าปีนบันไดขึ้นสู่สะพานเดินเรือชั้นบนสุดทันที
ระหว่างทาง ผมแวะตรวจดูห้องเครื่องยนต์ใต้ท้องเรือ กลิ่นน้ำมันดีเซลร้อนผ่าวผสมกับไอน้ำเค็มคลุ้งไปทั่ว ปั๊มน้ำท้องเรืออัตโนมัติกำลังทำงานเต็มกำลังเพื่อสูบน้ำทะเลี่รั่วซึมเข้ามาออกสู่ภายนอก ผมตรวจสอบวาล์วน้ำมันเชื้อเพลิงและระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบทั้งสองตัว เมื่อมั่นใจว่าระบบขับเคลื่อนยังสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมจึงรีบวิ่งกลับขึ้นไปยังสะพานเดินเรือชั้นบนสุด
เมื่อก้าวเข้าสู่สะพานเดินเรือ ทัศนวิสัยภายนอกแทบเป็นศูนย์ ม่านฝนสีขาวโพลนบดบังทุกสิ่ง ลมพายุหวีดหวิวเสียดแก้วหู เข็มวัดความเร็วลมบนแผงควบคุมสั่นระริกชี้ไปี่เจ็ดสิบห้าน็อต และในจังหวะนั้นเอง…
*เปรี้ยงงงงงงง!*
สายฟ้าเส้นยักษ์ผ่าลงบนเสาสัญญาณเรดาร์บนหลังคาเรือยอร์ชอย่างจัง! ประกายไฟแลบวาบไปทั่วแผงควบคุม ระบบไฟฟ้าหลักดับวูบลงทันที หน้าจอดิจิทัล จีพีเอส และระบบเรดาร์บอกตำแหน่งดับสนิท เหลือเพียงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวี่ส่องสว่างอยู่กลางห้องควบคุม
“บ้าเอ๊ย! ระบบนำทางพังหมด!”
ผมสบถต่ำ แต่ไม่มีเวลาให้ตื่นตระหนกแม้แต่วินาทีเดียว ผมสับสวิตช์ระบบไฟฟ้าสำรอง ปลดล็อกระบบพวงมาลัยเข้าสู่ ‘โหมดแมนนวล’ (Manual Steering) ใช้สัญชาตญาณ ประสบการณ์ และสัมผัสทั้งห้าของกัปตันเรือล้วนๆ ในการควบคุมเรือยอร์ชลำยักษ์นี้!
ผมกดปุ่มตัดโซ่สมอเรือทิ้งทันที เพื่อปลดปล่อยตัวเรือให้เป็นอิสระจากการถูกดึงรั้ง ก่อนจะดันคันเร่งเครื่องยนต์ดีเซลคู่ขึ้นสุดกำลัง หักพวงมาลัยสู้แรงคลื่น นำหัวเรือพุ่งเข้าปะทะกับคลื่นลมตรงๆ เพื่อไม่ให้เรือถูกซัดขวางคลื่นจนพลิกคว่ำ
เรือ Golden Empress สั่นสะท้านอย่างรุนแรง หัวเรือพุ่งทะยานตัดผ่านคลื่นยักษ์ลูกแล้วลูกเล่า แรงกระแทกของมวลน้ำมหาศาลดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีค้อนยักษ์ทุบเข้าี่ตัวเรือ ท้องทะเลกลายเป็นหุบเหวลึกี่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
ผมจับพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองข้างอย่างมั่นคง สายตาจับจ้องไปี่เข็มทิศแมกเนติกแอนะล็อกแบบโบราณเพียงชิ้นเดียวี่ยังคงทำงานอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ท่ามกลางกระแสน้ำวนี่เกิดจากคลื่นปะทะแนวสันทรายใต้ทะเล ตัวเรือถูกกระแสน้ำหมุนดึงให้เอียงไปทางกราบซ้ายอย่างอันตราย หากปล่อยให้ลำเรือขนานกับแนวคลื่นแม้แต่วินาทีเดียว แรงเหวี่ยงจะพลิกคว่ำเรือยอร์ชขนาดร้อยยี่สิบฟุตนี้ให้จมดิ่งลงสู่ก้นทะเลทันที!
"ไม่มีทางยอมแพ้หรอกโว้ย!"
ผมคำรามก้องในลำคอ สองมือหมุนพวงมาลัยสวนทางกับแรงดึงของน้ำวนอย่างแม่นยำ พร้อมทั้งโยกคันเร่งเครื่องยนต์กราบขวาให้เร่งรอบสูงขึ้นเพื่อสร้างแรงผลักหมุนตัวเรือกลับมาตั้งลำตรง เสียงเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ส่งเสียงคำรามกระหึ่มกึกก้อง ท่อไอเสียพ่นควันไอความร้อนออกมาสู้กับสายฝนหนาวเหน็บ คลื่นน้ำวนหมุนวนรอบตัวเรือจนเกิดฟองขาวฟุ้งกระจาย แต่ด้วยแรงขับเคลื่อนมหาศาล Golden Empress สามารถฉีกกระชากตัวหลุดพ้นจากปากทางน้ำวนมาได้อย่างหวุดหวิด
ละอองน้ำทะเลเค็มจัดยังคงซัดสาดเข้ามาในห้องโดยสารผ่านรอยแยกของกระจกหน้าต่าง น้ำเริ่มนองเต็มพื้นสะพานเดินเรือจนถึงระดับข้อเท้าของผม ทว่าหัวใจของผมกลับสงบนิ่งดั่งผิวน้ำี่เยือกแข็ง ผมคิดถึงแววตาเปี่ยมศรัทธาของสามสาวี่รอคอยอยู่เบื้องล่าง ชีวิตของพวกเธอฝากไว้ในกำมือคู่นี้ และผมจะไม่ยอมให้ใครต้องสูญเสียชีวิตในพายุลูกนี้เด็ดขาด
และในวินาทีนั้นเอง คลื่นยักษ์ลูกมหึมาี่สูงตระหง่านกว่าแปดเมตร—คลื่นปีศาจ (Rogue Wave)—ก็ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้า หัวคลื่นม้วนตัวพุ่งเข้ากระแทกกระจกหน้าต่างสะพานเดินเรืออย่างรุนแรงจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว น้ำทะเลเริ่มทะลักเข้ามาตามรอยแยก!
ผมยืนหยัดอย่างมั่นคง สองมือเกร็งจับพวงมาลัยไว้แน่น สูดหายใจลึก ดึงคันเร่งสุดกำลังเพื่อพุ่งทะลวงฝ่าใจกลางพายุออกสู่ทะเลลึกอย่างไม่คิดชีวิต!...
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??