เรื่อง สืบ...สวาท!! NC++
บที่ 53: ศึกแตกหักกลางป่า
เสียงปืนเอ็มสิบหกคำรามลั่นป่า นนท์กอดร่างคุณหญิงไว้แน่นใต้บังเกอร์หินผาพร้อมเหนี่ยวไกสวนกลับ
ปัง! ปัง! ปัง! เปรี้ยงงง!
-่ากระสุนปืนสงครามนับร้อยนัดสาดซัดทะลุฝาผนังไม้สักของเซฟเฮ้าส์ลับกลางป่าจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ท่ามกลางความมืดมิดและสายฝนกระหน่ำในเวลาตีสองครึ่ง เสียงฟ้าผ่าฟาดเปรี้ยงลงมาเป็นระยะ ส่องแสงสว่างวาบตัดกับเงาตะคุ่มของกลุ่มมือสังหารติดอาวุธครบมือกว่าแปดนายี่กระจายกำลังโอบล้อมบ้านพักไว้ทุกทิศทาง ลมพายุพัดกระโชกแรงจนยอดไม้เสียดสีกันดังกึกก้อง ราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณร้ายี่มารอรับศพของพวกเราในค่ำคืนนี้
ผมกระชากร่างของคุณหญิงศศิประภาลงมาหมอบราบกับพื้นใต้แนวคานหินผาธรรมชาติี่ยื่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้าน แขนขวาของผมโอบรัดร่างบางของเธอไว้แนบแน่น กลิ่นน้ำหอมกุหลาบป่าี่เปียกชื้นผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นคาวเลือดจากแผลี่ต้นแขนซ้ายของผม ส่งผ่านความรู้สึกอันบีบคั้นหัวใจอย่างยิ่งยวด มือซ้ายของผมี่ผ่านการพันแผลด้วยเศษเสื้อเชิ้ตยังคงกำปืนลูกซองเรมิงตัน 870 ลำกล้องสั้นี่หยิบมาจากตู้เซฟลับใต้เตียงไว้อย่างมั่นคง
"พวกมันตามมาจนเจอจริงๆ ด้วย..." คุณหญิงกระซิบเสียงสั่น เธอนอนซบหน้ากับซอกคอของผม ร่างกายอันบอบบางแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของสตรีวัยสี่สิบหกปีสั่นเทิ้มด้วยความหนาวเหน็บและความตระหนก ทว่าเมื่อผมก้มลงสบตากับเธอ แววตาของสตรีผู้ตรวจการหญิงเหล็กแห่งกระทรวงยุติธรรมกลับไม่ได้มีแต่ความหวาดกลัว หากแต่เริ่มลุกโชนไปด้วยประกายเพลิงแห่งความเคียดแค้นชิงชัง
"พวกมันมีเครื่องตัดสัญญาณความถี่สูงและกล้องมองกลางคืนครับ..." ผมบอกพลางเหลือบมองออกไปทางช่องหน้าต่างแตก ละอองฝนสาดซัดเข้ามาจนใบหน้าของพวกเราเปียกโชก "พวกเราต้องตีฝ่าออกไปี่แนวผาหินด้านหลัง อยู่อุดอู้อยู่ในบ้านหลังนี้พวกมันจะยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ถล่มจนพวกเราแหลกเป็นุณีแน่ ตัวบ้านเป็นไม้สัก แม้จะแข็งแรงแต่ทนสะเก็ดระเบิดไม่ได้หรอกครับ!"
"ฉันพร้อมแล้วนนท์! บอกมาเลยว่าฉันต้องทำอะไร!"
คุณหญิงศศิประภาแสดงความเด็ดเดี่ยวอย่างเหลือเชื่อ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ สตรีธรรมดาคงสติแตกและกรีดร้องจนทำลายแผนการทั้งหมด แต่คุณหญิงกลับกัดฟันข่มความเจ็บปวด แม้หัวเข่าของเธอจะมีแผลถลอกจนเลือดซึมและชุดซาตินสีแดงเบอร์กันดีจะเปียกชื้นเปรอะเปื้อนเศษฝุ่นผงปูน แต่เธอกลับยื่นมือมารับปืนลูกโม่สมิธแอนด์เวสสัน โมเดล 60 ขนาด .38 สแตนเลสลำกล้องสองนิ้วี่ผมส่งให้ไว้ในมืออย่างทะมัดทะแมง
"คุณหญิงคอยบรรจุกระสุนสำรองให้ผมครับ เกาะหลังผมไว้ อย่าอยู่ห่างเกินหนึ่งก้าว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าวิ่งหนีไปคนเดียวเด็ดขาด!" ผมย้ำด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดจริงจัง
"เข้าใจแล้ว... ชีวิตฉันฝากไว้กับนายนะ นนท์" เธอเอ่ยเสียงหนักแน่น สองมือเรียวสอดเข้ากอดเอวผมจากด้านหลังเพื่อเตรียมพร้อมเคลื่อนพล
ฟิ้ว... ตูมมม!
ลูกระเบิดควันผสมแก๊สน้ำตาถูกยิงทะลุหลังคาลงมาแตกกระจายกลางห้องโถง ควันสีขาวหนาทึบและกลิ่นฉุนกึกแสบจมูกพวยพุ่งตลบอบอวลในพริบตา แสบตาร้อนคอจนแทบสำลัก ผมไม่รอช้า ถีบประตูหลังบ้านพังออกแล้วพาคุณหญิงพุ่งทะยานฝ่าม่านฝนออกสู่ความมืดมิดภายนอกทันที!
"เป้าหมายหลบหนีไปทางทิศเหนือ! ยิงสกัดไว้! อย่าให้พวกมันรอดไปได้!"
เสียงตะโกนสั่งการเหี้ยมเกรียมดังก้องผ่านสายฝน ปืนกลเอ็มสิบหกและทาโวร์สาดกระสุนตามหลังมาเป็นสายยาว -่ากระสุนพุ่งเจาะเปลือกไม้ใหญ่จนเศษไม้แตกหักล้มระเนนระนาด ประกายไฟจากกระสุนกระทบหินสว่างวาบเป็นทางยาว ผมผลักคุณหญิงเข้าไปหลบหลังชะง่อนผาหินแกรนิตสูงกว่าสองเมตรี่ยื่นออกมาราวกับป้อมปราการธรรมชาติ ก่อนจะพลิกตัวออกมายิงสวนด้วยปืนลูกซองเก้าเม็ดทันทีสองนัดซ้อน!
ตูม! ตูม!
ประกายไฟจากปากกระบอกปืนลูกซองสว่างวาบในม่านฝน เสียงหวีดร้องโหยหวนดังขึ้นเมื่อมือสังหารสองคนเบื้องหน้าถูกแรงปะทะของกระสุนลูกปรายซัดเข้ากลางอกจนร่างลอยกระเด็นไปฟาดกับโคนต้นไม้ใหญ่แน่นิ่งไป เลือดสีแดงฉานไหลเจิ่งนองปนกับสายน้ำฝนบนพื้นดินโคลน
"เข้าเป้าสองคน! สารวัตร... เอากระสุนแม็กกาซีนกล็อกอันนี้ไป!"
คุณหญิงศศิประภารีบส่งซองกระสุนกล็อก 19 ี่เธอเพิ่งบรรจุกระสุนสิบนัดใหม่เอี่ยมด้วยมือตัวเองส่งให้ผม นิ้วมือของเธอสัมผัสถูกฝ่ามือของผมอย่างแนบแน่น ท่ามกลางความตึงเครียดของสมรภูมิเลือด แววตาของพวกเราทั้งคู่ผูกพันลึกซึ้งยิ่งกว่าคำสัญญาใดๆ ในโลก คุณหญิงไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ใหญ่ในเครื่องแบบี่ผมต้องคุ้มกันอีกต่อไป แต่เธอคือสตรีี่ผมพร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องลมหายใจของเธอไว้
"ขอบคุณครับคุณหญิง... คลุมหัวไว้ต่ำๆ!"
ผมสลับมาถือปืนกล็อก 19 ขึ้นมาสลับยิงกับมือปืนี่เหลือซึ่งเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาโอบล้อมจากปีกซ้ายและปีกขวา พวกมันเป็นมืออาชีพชั้นยอดี่ผ่านการฝึกหลักสูตรต่อต้านการก่อการร้ายมาอย่างโชกโชน การเคลื่อนี่และการยิงคุ้มกันเป็นไปอย่างเป็นระบบ กระสุนของพวกมันกดดันจนผมไม่สามารถโผล่หัวออกไปเล็งยิงได้อย่างถนัดถี่ถ้วน เศษหินแกรนิตแตกกระจายบาดแก้มของผมจนแสบวาบ
ผมยิงสกัดไปอีกสี่นัด สังหารมือปืนปีกซ้ายี่กำลังจะอ้อมเข้ามาประชิดได้อีกหนึ่งคน ทว่ากระสุนของฝ่ายเราก็ร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว
แชะ! แชะ!
เสียงนกสับกระทบความว่างเปล่า ปืนลูกซองกระสุนหมดเกลี้ยง และซองกระสุนกล็อกของผมก็สไลด์ค้าง เหลือเพียงกระสุนในลูกโม่ของคุณหญิงอีกเพียงห้านัดสุดท้ายเท่านั้น!
"นนท์... กระสุนหมดแล้วเหรอ?" คุณหญิงถามเสียงแหบแห้ง สองมือของเธอกุมปืนลูกโม่ไว้แน่น ร่างกายเบียดชิดกับแผ่นหลังของผมจนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากหัวใจี่เต้นรัวเร็วและลมหายใจอุ่นร้อนี่เป่ารดต้นคอ
"หมดแล้วครับ... เหลือแค่ปืนในมือของคุณหญิง" ผมตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มือข้างขวาี่เปียกฝนเอื้อมไปกุมมือของคุณหญิงไว้ "ถ้าพวกมันบุกเข้ามา ผมจะพุ่งเข้าประชิดตัวแล้วแย่งปืนมัน คุณหญิงเล็งยิงซ้ำทันทีนะครับ"
"ฉันไม่ยอมให้นายตายคนเดียวหรอกนนท์... ถ้าจะต้องตาย เราก็จะสู้ไปด้วยกัน!" คุณหญิงตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว แววตาของเธอเปล่งประกายความรักและความเสียสละอย่างี่ไม่เคยมีชายใดได้รับมาก่อน
เงาร่างทะมึนของหัวหน้าทีมล่าสังหารในชุดเกราะหนาพิเศษ ค่อยๆ ก้าวสืบเท้าเข้ามาใกล้แนวผาหินช้าๆ ปลายกระบอกปืนเอ็มสิบหกของมันติดกล้องเล็งความร้อน จ่อตรงมายังทิศทางี่พวกเราหลบซ่อนอยู่ รองเท้าบูททหารย่ำลงบนโคลนเกิดเสียงเฉอะแฉะดังก้อง
"สารวัตรนนท์... ท่านผู้ตรวจการศศิประภา..." เสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมดังแว่วผ่านสายฝน "ยอมมอบตัวออกมาดีๆ เถอะน่า... ป่านี้ไม่มีใครเข้ามาช่วยพวกคุณได้หรอก คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายี่พวกคุณจะได้หายใจบนโลกใบนี้!"
มันก้าวเข้ามาในระยะไม่ถึงสี่เมตร นิ้วชี้ของมันเริ่มแตะเข้าี่ไกปืนเตรียมจะกราดยิงกวาดล้างพวกเราให้สิ้นซาก!
ผมสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมพลังกล้ามเนื้อทั้งหมดเตรียมจะกระโจนออกไปเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเปิดทางให้คุณหญิง...
ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง!
วี้หว่อออ! วี้หว่อออ! พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
เสียงไซเรนดังกึกก้องกัมปนาทลั่นหุบเขา พร้อมกับลำแสงไฟสปอร์ตไลท์แรงสูงนับสิบดวงจากรถกระบะยกสูงและรถหุ้มเกราะสี่คัน พุ่งทะยานแหวกม่านฝนเข้ามาสาดส่องสว่างจ้าไปทั่วบริเวณป่าจนสว่างโร่ราวกับเวลากลางวัน!
"นี่เจ้าหน้าี่ตำรวจคอมมานโดและตำรวจภูธรภาคสอง! ทุกคนวางอาวุธและมอบตัวเดี๋ยวนี้! หากขัดขืนเราจะยิงปลิดชีพทันที!"
เสียงประกาศผ่านโทรโข่งดังสนั่นหวั่นไหว คือเสียงอันคุ้นเคยของผู้กองฟ้าใสและหมวดพลอยี่นำกำลังรุดมาช่วยตามพิกัดดาวเทียมของนลิน!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
กระสุนสไนเปอร์จากหน่วยคอมมานโดี่ซุ่มอยู่บนหลังคารถหุ้มเกราะ สอยเข้าใส่ไหล่และเข่าของมือสังหารี่เหลืออีกสามคนจนล้มคว่ำลงไปนอนร้องโอดครวญบนพื้นดินทันที!
"ฟ้าใส! หมวดพลอย!" คุณหญิงศศิประภาอุทานออกมาด้วยความดีใจจนน้ำตาไหลพราก ร่างกายี่เกร็งแน่นผ่อนคลายลงจนแทบทรุด
หัวหน้าทีมสังหารี่กำลังตกตะลึงพยายามจะหันปืนกลับมายิงสู้ แต่ผมไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป ผมพุ่งทะยานตัวออกจากหลังโขดหินดั่งเสือร้าย โถมเข้าใส่ร่างของมันอย่างจังจนล้มกลิ้งลงไปในโคลน!
พลั่ก! อั้ก!
ผมใช้ศอกขวากระแทกเข้าี่ขากรรไกรของมันอย่างรุนแรงจนหมวกนิรภัยหลุดกระเด็น ปืนเอ็มสิบหกกระเด็นหลุดมือ ผมจับแขนขวาของมันหักบิดไปด้านหลังจนกระดูกส่งเสียงกร๊อบ แล้วกดใบหน้าของมันจมลงไปในดินโคลนจนมันสำลักน้ำไม่สามารถขัดขืนได้อีกต่อไป
"อยู่นิ่งๆ ไอ้สารเลว!" ผมตะโกนลั่นพลางปลดสายรัดอาวุธบนตัวของมันออก
ฟ้าใสและหมวดพลอยในชุดเกราะคอมมานโดเปียกโชก วิ่งถือปืนคุมเชิงเข้ามาสมทบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกำลังหน่วยสวาที่เข้าควบคุมตัวคนร้ายี่บาดเจ็บทั้งหมด
ใบหน้าสวยคมของผู้กองฟ้าใสเต็มไปด้วยความโล่งอกและหยาดน้ำตาเมื่อเห็นแม่และชายนัยน์ตาคมของเธอปลอดภัย เธอลดปืนลงแล้วโผเข้ากอดคุณหญิงศศิประภาแน่น ทั้งสองแม่ลูกกอดกันกลมกลางสายฝนี่เริ่มซาลง
"คุณแม่! ปลอดภัยใช่ไหมคะ?! หนูเป็นห่วงแทบแย่!" ฟ้าใสสะอื้นไห้
"แม่ปลอดภัยลูก... สารวัตรนนท์เขาช่วยแม่ไว้ เขาเอาตัวบังกระสุนให้แม่จนบาดเจ็บ..." คุณหญิงเอ่ยพลางลูบหลังลูกสาว น้ำเสียงสั่นเครือ สายตาของเธอเหลือบมองมาี่ผมด้วยความซาบซึ้งและอาลัยอาวรณ์อย่างเปิดเผย จนทำให้ฟ้าใสแอบชะงักมองด้วยความสงสัย
หมวดพลอยรีบวิ่งเข้ามาตรวจดูบาดแผลี่ต้นแขนของผมด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ "พี่นนท์คะ! แผลลึกไหมคะ เลือดไหลเยอะมากเลย เดี๋ยวพลอยช่วยทำแผลและฉีดยาห้ามเลือดให้นะคะ!"
"ไม่เป็นไรมากหรอกพลอย แค่เฉี่ยวๆ ขอบใจพวกเธอมากี่มาได้ทันเวลาพอดี ถ้านลินไม่ส่งพิกัดดาวเทียมมา พวกเราคงไม่รอดแน่ๆ" ผมเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
ทว่าในจังหวะนั้นเอง...
ซ่า... ซ่า... แกร๊ก...
วิทยุสื่อสารทางทหารี่ติดอยู่บนหน้าอกเสื้อเกราะของหัวหน้าทีมสังหารี่นอนพะงาบๆ อยู่บนพื้น ก็พลันมีเสียงสัญญาณแทรกดังขึ้นมาอย่างชัดเจน เป็นสัญญาณเข้ารหัสความถี่ลับระดับสูงของกระทรวงฯ
ทุกคนหยุดชะงักและเงียบเสียงลงทันที ผมเอื้อมมือไปหยิบวิทยุเครื่องนั้นขึ้นมาเปิดลำโพงให้ทุกคนได้ยิน
เสียงแหบต่ำ ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความกระหายเลือดของ "อธิบดีดีเอสไอ อรรถพล" ดังลอดผ่านลำโพงวิทยุออกมาอย่างชัดเจนลั่นป่า:
"หน่วยอัลฟ่า ตอบด้วย! ภารกิจเรียบร้อยแล้วใช่ไหม? ฆ่ามันทั้งสองคน... แล้วจัดฉากแถลงข่าวว่าสารวัตรนนท์ข่มขืนและฆ่าผู้ตรวจการศศิประภา! อย่าให้เหลือพยานแม้แต่คนเดียว!"
เสียงคำสั่งอำมหิตดังก้องไปทั่วความเงียบสงัดของผืนป่า ราวกับมีดโกนี่กรีดลึกเข้าไปในจิตใจของทุกคน ฟ้าใสและพลอยอ้าปากค้างด้วยความสะอิดสะเอียนในความชั่วช้า
คุณหญิงศศิประภาผละออกจากอ้อมกอดของลูกสาวช้าๆ ใบหน้างดงามี่เคยเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัว แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเคียดแค้นจนถึงีุ ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ดั่งพญานาคราชี่พร้อมจะพ่นพิษเผาผลาญศัตรูให้มอดไหม้เป็นุณี
"อรรถพล... มึงกล้าคิดแผนการชั่วช้าขนาดนี้กับกูเชียวหรือ..." คุณหญิงเอ่ยรอดไรฟัน น้ำเสียงเยือกเย็นจนน่าขนลุก "นนท์... ฟ้าใส... พลอย... รวบรวมหลักฐานและคลิปเสียงนี้ไว้ให้หมด คืนนี้มันจะต้องเป็นคืนสุดท้ายี่มันจะได้นั่งอยู่บนเก้าอี้อธิบดี!"
วิทยุสื่อสารของมือสังหารส่งเสียงอธิบดีดีเอสไอดังลั่น: "ฆ่ามันทั้งสองคน... แล้วจัดฉากแถลงข่าวว่าสารวัตรนนท์ข่มขืนและฆ่าผู้ตรวจการศศิประภา!" ทำให้คุณหญิงโกรธแค้นจนถึงีุ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??