เรื่อง สืบ...สวาท!! NC++
บที่ 108: ถล่มรังอินทรีเหล็ก
เสียงปืนกลหนักดังกึกก้องหาดทรายขาว เมื่อหน่วยหนุมานกองปราบและราชองครักษ์คาร์ลสไตน์เปิดฉากบุกทะลวง!
บรึ้มมมมมมมมมมมมม!
ลูกระเบิดจากเครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติหัวแตกอากาศระเบิดตูมตามแนวสันดอนทราย สาดสะเก็ดไฟวาบโรยร่วงปะปนกับเกลียวคลื่นสีดำมะเมี่ยมี่ซัดสาดชายฝั่งอย่างบ้าคลั่ง พายุโซนร้อนกำลังโหมกระหน่ำเหนือผืนน้ำของอ่าวไทยตอนล่างอย่างดุเดือด สายฝนกระหน่ำเทลงมาราวกับฟ้ารั่ว -่ากระสุนส่องวิถีสีแดงฉานและสีเขียวมรกตพุ่งตัดผ่านม่านฝนสลับฟันปลาจนท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างวาบดั่งนรกบนดิน
"กดหัวลงต่ำไว้ทุกคน! คุ้มกันกาบขวาของเรือยางด้วย!"
เสียงตะโกนอันเฉียบขาดของผมดังฝ่าเสียงคลื่นและเสียงคำรามของสายฟ้า ผมในชุดคอมแบทสีดำสนิทของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เสื้อเกราะเคฟลาร์เสริมแผ่นเซรามิกหนาเตอะเปียกชุ่มไปด้วยละอองน้ำทะเล มือทั้งสองข้างกระชับปืนไรเฟิลจู่โจม SIG Sauer MCX Virtus ติดลำกล้องเก็บเสียงและศูนย์เล็งโฮโลกราฟิกไว้อย่างมั่นคง สายตาคมกริบของผมกวาดมองผ่านกล้องเล็งความร้อน ตรวจจับตำแหน่งของศัตรูี่ตั้งป้อมปืนกลหนัก Browning M2 สองกระบอกอยู่บนเนินทรายสูงหน้าแนวป่าสน
เรือยางท้องแข็งทางยุทธวิธี (RHIB) ความเร็วสูงจำนวนสี่ลำของกองบังคับการปราบปรามร่วมกับกองเรือรบพิเศษราชองครักษ์คาร์ลสไตน์ กำลังพุ่งทะยานฝ่าเกลียวคลื่นขนาดมหึมาเข้าประชิดแนวชายหาดของ "เกาะพยัคฆ์ทมิฬ" ซึ่งเป็นเกาะส่วนตัวไร้ชื่อกลางทะเลลึก ี่แท้จริงแล้วคือฐานบัญชาการรบส่วนหน้าและรังลับใต้ดินของลอร์ดแอชฟอร์ด มหาเศรษฐีพันล้านเชื้อสายผู้ดีเก่าี่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายก่อการร้ายข้ามชาติและองค์กรเงามืดี่พยายามทำลายล้างความมั่นคงของประเทศไทย!
"พยัคฆ์ 1 ถึงทุกชุดปฏิบัติการ! บุกขึ้นฝั่งตามแผนหมากล้อมทันที!" ผมส่งสัญญาณผ่านวิทยุยุทธวิธีสื่อสารช่องความถี่เฉพาะ "ชุดหนุมานนำโดยผู้กองฟ้าใสเข้าตีขนาบซ้าย ชุดราชองครักษ์นำโดยเคทเข้าเจาะช่องแคบด้านขวา ส่วนผมกับสารวัตรพลอยจะเปิดแนวรบกึ่งกลางตรงจุดปะทะหลัก!"
"รับทราบค่ะี่รัก! ระวังตัวด้วยนะ!"
เสียงหวานคมแต่หนักแน่นของสารวัตรพลอยดังขึ้นข้างกายผม เธอคุกเข่าอยู่ตรงกาบเรือฝั่งซ้าย ในมือถือปืนลูกซองกึ่งอัตโนมัติ Benelli M4 ี่บรรจุกระสุนลูกปรายแรงสูง รูปร่างี่เพรียวระหงเปี่ยมด้วยกล้ามเนื้ออันสมส่วนภายใต้ชุดรัดรูปทางยุทธวิธีขับเน้นความงามอันดุดันของแม่เสือสาวแห่งกองปราบปราม ดวงตาคมกริบของเธอเปล่งประกายประกายแห่งจิตสังหารพร้อมจะขย้ำศัตรูทุกคนี่กล้ำกราย
ขณะเดียวกัน ี่เรือยางอีกลำทางกราบซ้าย ผู้กองฟ้าใส เจ้าของฉายาคมมีดพิฆาต กำลังประทับปืนไรเฟิลซุ่มยิงกึ่งอัตโนมัติ HK417 ยิงสกัดกั้นทหารรับจ้างบนหอสังเกตการณ์ริมหาดทีละคนอย่างแม่นยำ ทุกนัดี่ลั่นไกมีร่างของศัตรูร่วงหล่นลงมาฟาดพื้นทรายดับดิ้นอย่างน่าสยดสยอง
ปัง! ปัง! ปัง!
"เคลียร์หอคอยทิศสิบเอ็ดนาฬิกาแล้วค่ะพี่นนท์!" ฟ้าใสรายงานผ่านไมค์ติดคอหอย ใบหน้าสวยหวานของเธอเปื้อนคราบเขม่าดินปืน แต่รอยยิ้มมั่นใจของเธอกลับทำให้หัวใจของผมเต้นระรัวด้วยความฮึกเหิม
และบนเรือยางกราบขวา เคท หัวหน้าชุดราชองครักษ์หญิงจากราชวงศ์คาร์ลสไตน์ ผู้มีสายเลือดลูกครึ่งยุโรป-เอเชีย รูปร่างสูงโปร่งสง่างามราวกับเทพีแห่งสงคราม สวมชุดเกราะไฮเทคสีเงินด้าน กำลังควบคุมแท่นปืนกลมินิกันหกลำกล้องหน้าเรือ กราดยิงถล่มแนวบังเกอร์กระสอบทรายของศัตรูจนกลายเป็นผุยผง
ครืดดดดดดดดดดดด!
กระสุนขนาด 7.62 มม. นับพันนัดพ่นไฟแลบออกจากปากกระบอกปืนหมุนเป็นสายธารมรณะ ฉีกร่างทหารรับจ้างชุดดำของลอร์ดแอชฟอร์ดจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ เสียงกรีดร้องโหยหวนของพวกมันจมหายไปในเสียงคลื่นลมพายุและเสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาท!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมม!
ทันทีี่ท้องเรือ RHIB กระแทกเข้ากับผืนทรายขาวริมหาด แรงปะทะทำให้ตัวเรือหยุดกึก ผมเป็นคนแรกี่กระโจนข้ามกาบเรือลงสู่ผืนน้ำทะเลี่สูงระดับเข่า ขาี่แข็งแกร่งเตะน้ำสาดกระจาย วิ่งลุยฝ่าเกลียวคลื่นพุ่งขึ้นสู่แนวหาดทรายอย่างรวดเร็วปานเงาพราย
"บุกกกกกกกกกกก!"
ผมแผดเสียงคำรามลั่น กองกำลังผสมทั้งสองหน่วยรวมกว่าสามสิบนายกระโจนลงจากเรือยางและเคลื่อนพลเป็นรูปตัววี (V-Formation) กระจายกำลังเข้าครอบครองพื้นี่หัวหาดทันที
ฟิ้ววววววว! เปรี้ยง!
กระสุนสไนเปอร์ของฝ่ายตรงข้ามเฉียดผ่านหมวกนิรภัยเคฟลาร์ของผมไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษประกายไฟแลบวาบ ผมทิ้งตัวสไลด์ลงกับเนินทราย พลิกตัวนอนคว่ำแล้วยกปืน MCX ขึ้นเล็งสวนกลับไปยังตำแหน่งต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปร้อยห้าสิบเมตรทันที ผ่านเลนส์กล้องจับความร้อน ผมเห็นเงาร่างสีแดงสดของพลซุ่มยิงศัตรูแอบซ่อนอยู่หลังกิ่งไม้ใหญ่
ผมกลั้นหายใจ ปลายนิ้วชี้แตะไกปืนอย่างนุ่มนวล
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
กระสุนหัวระเบิดขนาด 5.56 มม. สองนัดถูกปล่อยออกจากลำกล้องเก็บเสียงทะยานแหวกม่านฝนอย่างเงียบเชียบแต่แม่นยำราวจับวาง มันเจาะกะโหลกศีรษะของพลซุ่มยิงศัตรูทะลุหมวกเหล็กจนเลือดและสมองสาดกระจายติดลำต้นไม้ ร่างของมันร่วงดิ่งลงสู่พื้นดินเบื้องล่างดั่งนกปีกหัก!
"ยอดเยี่ยมมากค่ะี่รัก!" พลอยสไลด์ตัวลงมานั่งเคียงข้างผมหลังแนวโขดหิน เธอยกปืนลูกซองซัดใส่ทหารรับจ้างสองคนี่วิ่งถือปืนกลเบาเข้ามาหวังจะตลบหลัง
ตูมมมมมมมมม!
แรงระเบิดของกระสุนลูกปรายเก้าเม็ดฉีกร่างของทหารรับจ้างร่างยักษ์จนลอยกระเด็นหงายหลัง เลือดสีแดงข้นไหลนองย้อมพื้นทรายสีขาวให้กลายเป็นสีชาดในพริบตา
"ฟ้าใส เคท! เคลียร์แนวชายหาดได้แล้วใช่ไหม!" ผมถามผ่านวิทยุสื่อสาร
"ทางปีกซ้ายเรียบร้อยหมดจดค่ะพี่นนท์ เราจับเชลยได้คนหนึ่ง ยืนยันว่าปากทางเข้าศูนย์บัญชาการใต้ดินซ่อนอยู่หลังน้ำตกจำลองใจกลางหุบเขาค่ะ!" ฟ้าใสตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกระฉับกระเฉง
"ทางปีกขวาก็กวาดล้างศัตรูเรียบร้อยแล้วค่ะท่าน ผบ.ตร.!" เคทรายงานด้วยสำเนียงไทยแปร่งเล็กน้อยแต่แฝงความเคารพอย่างสูง "พวกทหารรับจ้างของแอชฟอร์ดใช้ปืนและอุปกรณ์สื่อสารเกรดกองทัพนาโต้ แต่กำลังใจรบแตกกระเจิงเมื่อเจอกองกำลังของเราค่ะ!"
"ดีมาก! รวมกำลังพลทั้งหมดี่ปากทางเข้าน้ำตก เราจะบุกทะลวงรังของมันเดี๋ยวนี้!" ผมออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด
สายฝนยังคงตกกระหน่ำอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ลมพายุพัดยอดต้นมะพร้าวและไม้ป่าเอนลู่จนเกือบราบติดดิน กลิ่นคาวเลือด กลิ่นเขม่าปืน และกลิ่นไอเค็มของทะเลผสมปนเปกันจนกลายเป็นกลิ่นอายแห่งสงครามี่คละคลุ้งไปทั่วทั้งเกาะ
ผม พลอย ฟ้าใส และเคท นำทหารหน่วยรบพิเศษทั้งสองหน่วยแทรกซึมผ่านดงดิบี่รกชัฏขึ้นไปตามไหล่เขา ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เพราะพื้นี่รอบข้างเต็มไปด้วยกับระเบิดดักสังหารและกล้องวงจรปิดตรวจจับความร้อน แต่ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยมของเคทและหน่วยข่าวกรองคาร์ลสไตน์ เราสามารถปลดชนวนและลอบเข้าถึงพื้นี่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
เบื้องหน้าของเราคือน้ำตกจำลองขนาดยักษ์ี่ไหลซู่ลงมาจากหน้าผาหินแกรนิตสูงตระหง่าน แต่เมื่อผมเปิดใช้งานแว่นอินฟราเรดความถี่สูง ก็มองเห็นม่านแสงเลเซอร์รักษาความปลอดภัยและโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กี่ซ่อนตัวอยู่หลังสายน้ำตกอย่างชัดเจน
"นี่มันไม่ใช่แค่ค่ายทหารธรรมดาแล้ว..." พลอยพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อสังเกตเห็นเสาอากาศส่งสัญญาณดาวเทียมทางทหารขนาดมหึมาี่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา "นี่มันฐานทัพลับระดับรัฐชาติชัดๆ ไอ้สารเลวแอชฟอร์ดมันสะสมอาวุธไว้มากขนาดนี้ได้ยังไงกัน!"
"เพราะมันมีเครือข่ายทุนเถื่อนข้ามชาติคอยหนุนหลังไงล่ะ" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "และคืนนี้... เราจะถอนรากถอนโคนมันให้สิ้นซาก!"
ผมหันไปส่งสัญญาณมือให้หน่วยทำลายใต้น้ำของหนุมานกองปราบ สองนายตำรวจหนุ่มแบกแท่งดินระเบิดแรงสูง C4 และเครื่องตัดพลาสม่าคลานฝ่าสายน้ำตกเข้าไปอย่างเงียบเชียบ เพียงไม่กี่นาทีต่อมา สัญญาณไฟสีเขียวก็กระพริบขึ้นบนหน้าปัดข้อมือของผม
"วางระเบิดเจาะบานประตูกลไกเรียบร้อยครับผู้การ!"
"ถอยออกมาในระยะปลอดภัย... สาม... สอง... หนึ่ง... จุดชนวน!"
บรึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งหุบเขา สายน้ำตกถูกแรงอัดอากาศฉีกกระจายกลายเป็นละอองไอน้ำฟุ้งกระจาย บานประตูเหล็กกล้าไฮดรอลิกหนาครึ่งเมตรถูกแรงระเบิด C4 ฉีกขาดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ เผยให้เห็นบันไดคอนกรีตทอดยาวลงสู่ชั้นใต้ดินี่ลึกสุดหยั่งถึง แสงไฟฉุกเฉินสีแดงหมุนวนพร้อมกับเสียงไซเรนเตือนภัยดังแผดลั่นไปทั่วอุโมงค์!
วี้หว่อออออ! วี้หว่อออออ!
"บุกเข้าไป! เคลียร์ทุกตารางนิ้ว!"
ผมสั่งการพร้อมกับกระโจนผ่านม่านควันและเศษซากเหล็กเข้าไปเป็นคนแรก MCX ในมือของผมยกขึ้นประทับร่องไหล่ทันที เมื่อก้าวลงสู่ชั้นใต้ดิน ทหารรับจ้างในชุดเกราะคอมแบทสีเทาเข้มจำนวนหกนายก็วิ่งกรูออกมาจากทางแยกด้านซ้ายพร้อมอาวุธครบมือ
"มีผู้บุกรุก! ฆ่าพวกมันซะ!" หัวหน้าชุดทหารรับจ้างชาวต่างชาติตะโกนสั่งเป็นภาษาอังกฤษ
ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ!
พวกมันสาดกระสุนเข้าใส่เราอย่างบ้าคลั่ง กระสุนหลายนัดพุ่งปะทะกำแพงคอนกรีตแตกกระจุย กระเด็นเฉียดแก้มผมจนแสบวาบ แต่ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองอันรวดเร็วเหนือมนุษย์ ผมกลิ้งตัวหลบเข้าหลังเสาค้ำยันคอนกรีตขนาดใหญ่ โผล่กระบอกปืนออกไปเหนี่ยวไกสวนกลับเป็นชุดสามนัด (Three-Round Burst) อย่างต่อเนื่อง!
ปังๆๆ! ปังๆๆ! ปังๆๆ!
กระสุนเจาะทะลุเกราะอกของทหารรับจ้างสามคนแรกจนทรุดฮวบลงไปนอนดิ้นพราดกับพื้น เลือดพุ่งกระฉูดเป็นสาย สารวัตรพลอยี่ตามหลังผมมากระโดดข้ามเสาค้ำยันแล้วสไลด์ตัวไปกับพื้นทางเดิน ยิงลูกซองแฝดอัดเข้าใส่ท่อนล่างของศัตรูคนี่สี่จนร่างปลิวไปฟาดกำแพง!
"ฟ้าใส! คุ้มกันปีกขวา!" ผมตะโกน
ผู้กองฟ้าใสพุ่งตัวออกมาอย่างปราดเปรียว ชักปืนพกคู่ Glock 19X ติดเลเซอร์ชี้เป้า กราดยิงใส่ทหารสองคนี่เหลือเข้ากลางแสกหน้าอย่างแม่นยำจนร่างทั้งสองทรุดฮวบลงสิ้นใจพร้อมกันโดยไม่มีโอกาสได้เหนี่ยวไกแม้แต่นัดเดียว!
"ทางนี้เคลียร์ค่ะพี่นนท์!" ฟ้าใสเปลี่ยนแม็กกาซีนใหม่อย่างคล่องแคล่ว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร๊กฟังดูเฉียบขาดและเยือกเย็น
เคทและหน่วยราชองครักษ์คาร์ลสไตน์กระจายกำลังเข้าเคลียร์ห้องทดลองและคลังอาวุธย่อยตามแนวทางเดินใต้ดิน ทุกย่างก้าวของเราเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เสียงปืน และเสียงระเบิดี่ดังก้องสะท้อนอยู่ในอุโมงค์ใต้ดิน ยิ่งลึกลงไป โครงสร้างของศูนย์บัญชาการยิ่งดูทันสมัยและซับซ้อนราวกับบังเกอร์ในภาพยนตร์ไซไฟ มีทั้งระบบคอมพิวเตอร์เมนเฟรม เซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ และหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ี่แสดงภาพถ่ายดาวเทียมของกรุงเทพมหานครและเมืองหลวงต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"ดูนั่นสิคะพี่นนท์!" พลอยชี้มือไปยังผังโครงสร้างอาคารี่ติดอยู่บนผนังกระจก "ห้องบัญชาการหลักอยู่ชั้นใต้ดินระดับสาม (Sub-Level 3) ลึกลงไปอีกสามสิบเมตร!"
"และดูเหมือนพวกมันกำลังเตรียมการอะไรบางอย่างอยู่ด้วย..." เคทเดินเข้ามากดแป้นพิมพ์บนโต๊ะควบคุมหน้าจอหนึ่ง ภาพบนจอกระพริบเปลี่ยนเป็นภาพมุมสูงของปล่องไซโลขนาดมหึมาี่ตั้งอยู่ใจกลางเกาะ "พระเจ้าช่วย... นั่นมันขีปนาวุธพิสัยกลางติดหัวรบเคมีทำลายล้างสูง!"
คำพูดของเคททำให้ทุกคนในห้องสะท้านเยือกไปถึงขั้วหัวใจ บนหน้าจอแสดงภาพจรวดขีปนาวุธสีดำทมิฬขนาดยักษ์ี่มีสัญลักษณ์รูปนกอินทรีเหล็กกางปีกของลอร์ดแอชฟอร์ด ตัวอักษรสีแดงบนหน้าจอกำลังนับถอยหลังเข้าสู่สภาวะพร้อมยิง!
"สารเลวเอ๊ย! มันคิดจะก่อสงครามล้างเผ่าพันธุ์จริงๆ ด้วย!" ฟ้าใสกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดี่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธแค้น "ถ้าจรวดลำนี้ถูกยิงเข้าไปใจกลางกรุงเทพฯ ประชาชนผู้บริสุทธิ์นับล้านคนจะต้องตายในพริบตา!"
"เราต้องหยุดมันให้ได้ก่อนี่ทุกอย่างจะสายเกินไป!" ผมประกาศด้วยน้ำเสียงี่เด็ดเดี่ยวดั่งหินผา "ทุกหน่วยบุกตะลุยลงสู่ Sub-Level 3 ทันที! เจอการต่อต้านให้ยิงสังหารได้ทันทีโดยไม่ต้องลังเล!"
เราเคลื่อนพลลงบันไดวนเหล็กกล้าสู่ชั้นใต้ดินลึกสุดอย่างรวดเร็ว ตลอดทางลง เราต้องปะทะกับกองกำลังทหารรับจ้างระดับหัวกะทิของแอชฟอร์ดี่ตั้งแนวรับอย่างเหนียวแน่น พวกมันใช้ทั้งปืนลูกซอง ปืนกลเบา และระเบิดควันเพื่อขัดขวางการรุกคืบของเรา
แต่ด้วยความประสานงานอันไร้ี่ติระหว่างหน่วยหนุมานและราชองครักษ์คาร์ลสไตน์ โดยมีผมเป็นหัวหอกทะลวงฟัน เรากวาดล้างพวกมันทีละห้อง ทีละหัวมุมทางเดินอย่างไม่ปรานี กระสุนปืนของผมปลิดชีพศัตรูคนแล้วคนเล่า เสียงกรีดร้องและเสียงลั่นไกปืนดังผสานกับเสียงไซเรนฉุกเฉินจนหูแทบดับ
ในี่สุด เราก็บุกทะลวงมาถึงหน้าห้องบัญชาการรบส่วนกลางของชั้น Sub-Level 3 ได้สำเร็จ!
แต่ภาพี่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้เราทุกคนต้องชะงักงัน
ประตูด้านหน้าห้องบัญชาการไม่ใช่ประตูเหล็กธรรมดา แต่มันคือประตูบังเกอร์นิรภัยทรงกลมขนาดมหึมา ทำจากโลหะผสมไททาเนียมและเหล็กกล้าคาร์บอนหนาเกือบสองฟุต มีสลักล็อกระบบไฮดรอลิกแปดทิศทาง พร้อมกระจกกันกระสุนเกรดเรือดำน้ำนิวเคลียร์ี่หนาเป็นพิเศษ
และหลังกระจกบานนั้น... ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิท แม้จะดูยับเยินและเปรอะเปื้อนคราบเขม่า แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและบ้าคลั่ง กำลังยืนแสยะยิ้มมองดูพวกเราอยู่!
"ลอร์ดแอชฟอร์ด!" พลอยคำรามลอดไรฟัน ยกปืนขึ้นเล็งไปี่กระจกหนาเตอะด้วยความโกรธจัด
ลอร์ดแอชฟอร์ดหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะของมันดังเล็ดลอดผ่านระบบลำโพงอินเตอร์คอมี่ติดตั้งอยู่เหนือประตู
"ฮ่าๆๆๆๆ! มาช้าไปก้าวหนึ่งนะ คุณผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสุดหล่อ... และพวกนกหวีดตัวเมียทั้งหลาย!" แอชฟอร์ดพูดจาเยาะเย้ยด้วยสำเนียงผู้ดีอังกฤษอันน่ารังเกียจ "คิดเหรอว่าการี่พวกแกบุกเข้ามาทำลายรังของฉันบนเกาะนี้ จะหยุดยั้งความยิ่งใหญ่ของตระกูลแอชฟอร์ดได้!"
"เปิดประตูออกมาเดี๋ยวนี้แอชฟอร์ด! แกหมดทางหนีแล้ว!" ผมตะโกนกร้าว จ้องมองสบตามันอย่างไม่ลดละ "กองกำลังทั้งหมดของแกบนเกาะนี้ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว ยอมจำนนและมอบตัวซะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา!"
"ยอมจำนนงั้นเหรอ? ฮ่าๆๆๆ! น่าขันสิ้นดี!" แอชฟอร์ดแผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แววตาของมันแดงก่ำดั่งปิศาจี่เสียสติไปแล้ว "คนอย่างลอร์ดแอชฟอร์ดไม่เคยคุกเข่าให้ใคร! ประตูบานนี้คือเทคโนโลยีบังเกอร์นิรภัยไททาเนียมระดับท็อปของโลก แม้แต่นิวเคลียร์ขนาดย่อมก็ระเบิดมันไม่เข้า! พวกแกไม่มีทางเปิดมันได้ด้วยปืนกระจอกๆ ของพวกแกหรอก!"
มันเดินไปี่แท่นควบคุมคอนโซลกลางห้องบัญชาการ ซึ่งมีกระเป๋าเอกสารนิรภัยสีดำเปิดอ้าอยู่ ภายในมีแป้นพิมพ์ตัวเลขและหน้าจอดิจิทัลเรืองแสงสีแดงสด
"ในเมื่อพวกแกทำลายทุกสิ่งทุกอย่างี่ฉันสร้างขึ้นมา... ฉันก็จะทำให้พวกแกได้เห็นจุดจบของประเทศี่พวกแกพยายามปกป้อง!"
แอชฟอร์ดหยิบคีย์การ์ดสีทองคำขาวเสียบเข้าสู่ช่องควบคุมหลัก จากนั้นเปิดฝาครอบปุ่มกดสีแดงขนาดใหญ่ขึ้นมา ปลายนิ้วอันสั่นเทาของมันแตะลงบนปุ่มนั้นด้วยรอยยิ้มอันวิปริต!
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
[ระบบเริ่มกระบวนการปล่อยขีปนาวุธข้ามทวีป: เป้าหมาย พิกัดใจกลางกรุงเทพมหานคร]
[เวลานับถอยหลังสู่การยิง: 180 วินาที]
เสียงสังเคราะห์จากระบบคอมพิวเตอร์เมนเฟรมดังแผดก้องไปทั่วทั้งศูนย์บัญชาการ พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ขับดันของขีปนาวุธในปล่องไซโลี่เริ่มติดเครื่องคำรามสะเทือนเลื่อนลั่นจนพื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของเราสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
"อย่านะเว้ยไอ้ชาติชั่ว!" พลอยสาดกระสุนลูกซองเข้าใส่กระจกไททาเนียมอย่างบ้าคลั่ง แต่กระสุนทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนบางๆ บนผิวกระจกเท่านั้น
"พี่นนท์คะ! ระเบิด C4 ของเราเจาะประตูนี้ไม่เข้าแน่ๆ ค่ะ!" ฟ้าใสวิ่งเข้าไปตรวจสอบรอยต่อของบานประตูด้วยสีหน้าตื่นตระหนกอย่างถึงี่สุด "มันหนาเกินไป และระบบล็อกเป็นแบบสุญญากาศแรงดันสูง!"
"เวลาเหลือแค่สามนาทีเท่านั้นค่ะท่านผู้การ!" เคทตะโกนรายงาน ใบหน้าซีดเผือด "ถ้าขีปนาวุธทะยานขึ้นสู่อากาศ ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศจะไม่มีเวลาพอี่จะสกัดกั้นมันได้ทัน!"
หลังกระจกนิรภัยหนาเตอะ ลอร์ดแอชฟอร์ดยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ มันหันมามองพวกเราด้วยแววตาเย้ยหยันราวกับมองดูมดปลวกี่กำลังจะถูกเหยียบย่ำ
"ลาก่อนนะ ท่าน ผบ.ตร. ... จงดูเมืองหลวงอันเป็นี่รักของแกมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับความพ่ายแพ้ของแกซะเถอะ! ฮ่าๆๆๆๆ!"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันของลอร์ดแอชฟอร์ดดังก้องในโสตประสาท ขณะี่ตัวเลขนับถอยหลังสีแดงสดบนหน้าจอดิจิทัลยักษ์ลดลงเรื่อยๆ อย่างไร้ความปรานี... 170... 169... 168...
หัวใจของผมเต้นรัวกระหน่ำดั่งกลองศึก เลือดในกายเดือดพล่าน ความกดดันระดับชี้ชะตาชีวิตของประชาชนนับล้านคนกำลังกดทับลงมาบนบ่าของผมในเสี้ยววินาทีนี้!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??