เรื่อง สืบ...สวาท!! NC++
บที่ 134: ราชบัลลังก์เลือดระอุ
หิมะสีขาวโพลนเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสดๆ เมื่อหน่วยสังหารข้ามชาติบุกเหยียบย่ำพระราชวังแห่งประวัติศาสตร์
เสียงหวีดหวิวของพายุหิมะี่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอกหน้าต่างเครื่องบินเจ็ทยุทธวิธีส่วนตัว 'ฟอลคอน-ไนน์' ดังก้องอื้ออึงเสียดแทงแก้วหู เมฆหมอกสีเทาทมิฬบดบังทัศนวิสัยเหนือเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือจนมืดมิด มีเพียงแสงไฟกะพริบสีแดงี่ปลายปีกเครื่องบินเท่านั้นี่ส่องสว่างสะท้อนเกล็ดน้ำแข็งี่เกาะพราวบนกระจกห้องนักบิน ผมนั่งนิ่งอยู่บนเบาะหนังคาร์บอนไฟเบอร์ในห้องโดยสารปรับแรงดัน ดวงตาจับจ้องหน้าจอแท็บเล็ตยุทธวิธีี่กำลังแสดงภาพถ่ายดาวเทียมความร้อนของ 'พระราชวังฤดูร้อนโฮเฮนสไตน์' (Hohenstein Summer Palace) แห่งราชรัฐคาร์ลสไตน์
สัญญาณชีพจรและระบบสื่อสารทั้งหมดของพระราชวังถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่เมื่อสามชั่วโมงก่อน
"นนท์คะ... ดาวเทียมลาดตระเวนของอินเตอร์โพลเพิ่งตรวจจับคลื่นสัญญาณรบกวนควอนตัมความถี่สูงได้จากบริเวณหุบเขาด้านหลังพระราชวังค่ะ" แคทเธอรีน หรือ เคท สายลับสาวลูกครึ่งระดับพระกาฬของผม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด นัยน์ตาสีเฮเซลคู่สวยของเธอทอดมองข้อมูลสตรีมมิ่งี่ไหลผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาอย่างรวดเร็ว "พวกมันไม่ได้แค่ตัดสายโทรศัพท์หรือระเบิดเสาสัญญาณธรรมดาๆ แต่พวกมันใช้เทคโนโลยี 'แบล็กฮอลล์ แจมเมอร์' (Black Hole Jammer) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตัดสัญญาณทางการทหารระดับสูงี่ยังไม่มีการเปิดตัวในตลาดมืด มีเพียงองค์กรระดับโลกี่มีทุนวิจัยทางวิทยาศาสตร์มหาศาลเท่านั้นี่ครอบครองได้"
"ลอร์ดบาเลนไทน์..." ผมเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
ความแค้นและเปลวไฟแห่งความเดือดดาลปะทุขึ้นในอกของผม ลอร์ดบาเลนไทน์ มหาเศรษฐีมืดและพ่อค้าสงครามระดับโลกผู้อยู่เบื้องหลังโครงข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ หลังจากี่มันส่งคนมาลอบทำลายเครือข่ายของพวกเราในหลายพื้นี่ บัดนี้มันกลับเหิมเกริมถึงขั้นส่ง 'บลัดเลเจียน' (Blood Legion) กองพันทหารรับจ้างไซเบอร์และหน่วยสังหารรับจ้างี่โหดเหี้ยมี่สุดในยุโรปตะวันออก บุกจู่โจมพระราชวังฤดูร้อนของเจ้าหญิงอลิสรา สตรีผู้สูงศักดิ์และเป็นดั่งยอดดวงใจอีกดวงหนึ่งของผม!
เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่แค่การปล้นชิงทรัพย์สมบัติในราชสำนัก แต่เป็นการจับกุมตัวเจ้าหญิงอลิสราไว้เป็นตัวประกัน เพื่อบีบบังคับให้พระองค์ลงพระนามในเอกสารสละสิทธิ์สัมปทานเหมืองแร่หายาก 'โปรเมเทียม-ไคเนติก' ซึ่งตั้งอยู่ลึกในเทือกเขาของราชรัฐคาร์ลสไตน์ แร่ธาตุชนิดนี้คือหัวใจหลักในการผลิตควอนตัมชิปสำหรับอาวุธนำวิถีและซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทางการทหาร หากตกไปอยู่ในมือของลอร์ดบาเลนไทน์ ดุลอำนาจความมั่นคงของโลกจะต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน
"บลัดเลเจียนมีกำลังพลอย่างน้อยสี่สิบนายในพื้นี่วังค่ะ" เคทรายงานต่อ มือเรียวรูดซิปชุดปฏิบัติการรบสีขาวพรางหิมะ (Arctic Camouflage) ขึ้นจนสุดลำคอ "พวกมันนำโดย 'วูล์ฟกัง' (Wolfgang) อดีตผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษสเปตส์นาซี่แปรพักตร์ไปเป็นมือสังหารรับจ้าง หมอนี่ขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิต ไม่เคยปล่อยให้พยานรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว และจากข้อมูลลับล่าสุด... วูล์ฟกังกำหนดขีดเส้นตายไว้ี่เี่ยงคืนตรง หากเจ้าหญิงไม่ยอมลงพระนาม พวกมันจะเริ่มตัดนิ้วของพระองค์ส่งให้สื่อมวลชนทีละนิ้ว!"
ผมกำหมัดแน่นจนข้อกระดูกขาวโพลน กล้ามเนื้อแผงอกและแขนตึงเปรี๊ยะด้วยโทสะี่ยากจะระงับ เจ้าหญิงอลิสรา หญิงสาวผู้บริสุทธิ์ สง่างาม และอ่อนโยน ผู้ซึ่งเคยมอบทั้งร่างกายและหัวใจให้ผมอย่างหมดสิ้น กำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของอสูรร้ายในคราบมนุษย์
"เราเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ก่อนจะถึงเขตทิ้งตัว?" ผมถามนักบินผ่านระบบอินเตอร์คอม
"อีกห้านาทีครับท่านผู้บัญชาการ! พายุหิมะด้านล่างมีความเร็วลมเกือบหกสิบน็อต ทัศนวิสัยต่ำกว่าสิบเมตร เราไม่สามารถนำเครื่องลงจอดี่ลานบินได้ จำเป็นต้องใช้วิธีร่อนลงด้วยพาราไกลเดอร์ยุทธวิธี (Stealth Paraglider) เท่านั้นครับ!" นักบินตอบกลับมาอย่างเร่งด่วน
"เตรียมตัวให้พร้อมเคท" ผมหันไปสั่งคู่หูสาว "คืนนี้เราจะไม่จับเป็นพวกมันแม้แต่คนเดียว ใครก็ตามี่กล้าแตะต้องอลิสรา... มันต้องแลกด้วยชีวิต!"
"รับทราบค่ะี่รัก" เคทยิ้มเหี้ยม แววตาของจารชนสาววาวโรจน์ด้วยสัญชาตญาณนักล่า เธอหยิบปืนกลมือ MP7 ติดท่อเก็บเสียงขึ้นมาขึ้นลำกล้องดังคลิกอย่างชำนาญ
ผมเดินไปี่ตู้เก็บอาวุธท้ายเครื่อง หยิบชุดเกราะเคฟลาร์เสริมแผ่นเซรามิกกันกระสุนระดับ 4 ขึ้นมาสวมทับร่างกายกำยำ จากนั้นหยิบปืนซุ่มยิงสไนเปอร์กระบอกโปรด 'บาร์เร็ตต์ เอ็มอาร์เอดี' (Barrett MRAD) ขนาด .338 ลาปัวแม็กนั่ม ี่สั่งดัดแปลงเป็นพิเศษ ตัวปืนเคลือบผิวสีขาวด้านกลืนไปกับหิมะ ติดตั้งกล้องส่องความร้อนความละเอียดสูงระดับ 8K พร้อมท่อเก็บเสียงคาร์บอนไฟเบอร์สั่งทำพิเศษี่สามารถลดเสียงระเบิดของกระสุนซับโซนิกให้เหลือเพียงเสียงลมพัดแผ่วเบา นอกจากนี้ยังมีปืนพกกล็อก 19 คัสตอมเก็บเสียงสองกระบอกี่เหน็บอยู่ข้างสะโพก และมีดคอมแบทไทเทเนียมรมดำเหน็บอยู่ี่หน้าอก
ประตูท้ายเครื่องบินเปิดออก ลมหนาวเหน็บระดับติดลบยี่สิบองศาพัดกระหน่ำเข้ามาในห้องโดยสารทันที เกล็ดหิมะปลิวกรูเข้ามาราวกับเข็มนับพันเล่มี่พร้อมจะทิ่มแทงผิวหนัง ทว่าเลือดในกายของผมกลับร้อนระอุด้วยเพลิงพิโรธ
ผมและเคทก้าวออกไปยืนี่ขอบแรมป์ มองลงไปยังความมืดมิดเบื้องล่างี่มีเพียงยอดเขาสูงตระหง่านและเงารางๆ ของปราสาทหินโบราณสไตล์โกธิกโผล่พ้นม่านหิมะ
"โดด!"
ผมทิ้งตัวดิ่งลงสู่ความว่างเปล่า ปีกร่มพาราไกลเดอร์สีดำด้านกางออกอย่างเงียบกริบ ตัดผ่านกระแสลมหนาวี่พัดหมุนวน เราสองคนร่อนเลาะไปตามแนวสันเขา ร่อนลงสู่ผืนป่าสนทึบี่ปกคลุมด้วยหิมะหนาเตอะ ห่างจากแนวกำแพงหินด้านหลังพระราชวังฤดูร้อนเพียงห้าร้อยเมตร
เท้าของผมเหยียบลงบนกองหิมะหนานุ่มอย่างแผ่วเบา ผมปลดสายร่มและเก็บพับเข้าพุ่มไม้อย่างรวดเร็ว เคทร่อนลงตามมาติดๆ โดยไม่มีเสียงเล็ดลอดแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ี่ก้าวเหยียบเกล็ดน้ำแข็งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังแนวต้นสน ผมหันขวับ ยกปืนสไนเปอร์ขึ้นเล็งไปยังเงามืดทันที ทว่าก่อนี่ผมจะเหนี่ยวไก สัญญาณไฟอินฟราเรดกะพริบเป็นรหัสลับสามครั้งก็สว่างขึ้นในกล้องมองกลางคืน
ร่างเพรียวระหงในชุดพรางหิมะรัดรูปก้าวออกมาจากแนวป่า เธอปลดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าสวยคมคาย นัยน์ตาสีฟ้าครามกระจ่างดุจน้ำแข็งขั้วโลก และเรือนผมสีบลอนด์ทองี่มัดรวบไว้อย่างกระชับ
'บารอนเนสโซเฟีย' หัวหน้าราชองครักษ์หญิงคนสนิทของเจ้าหญิงอลิสรา!
"ท่านผู้การนนท์! คุณมาถึงจริงๆ ด้วย..." โซเฟียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาของราชองครักษ์สาวเปี่ยมด้วยความโล่งอกระคนความเจ็บปวด เธอรีบสาวเท้าเข้ามาหาผม ใบหน้าสวยมีรอยเขม่าดินปืนและคราบเลือดแห้งกรังเปรอะอยู่ี่ข้างแก้ม
"โซเฟีย! คุณปลอดภัยนะ?" ผมประคองไหล่ี่สั่นเทาของเธอไว้เบาๆ
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ... แต่พระราชวัง... พวกมันบุกเข้ามาเร็วมาก" โซเฟียกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ดวงตาของเธอฉายแววเคียดแค้น "พวกบลัดเลเจียนระเบิดกำแพงทิศเหนือและส่งโดรนสังหารโจมตีระบบไฟฟ้า ทหารรักษาพระองค์ของเรากว่าสามสิบนายถูกสังหารจนหมดสิ้น... เลือดของพี่น้องฉันไหลนองเปรอะเปื้อนหิมะทั่วลานวัง ฉันนำกำลังองครักษ์หญิงี่เหลืออีกหกนายเข้าต้านไว้ แต่พวกมันมีอาวุธหนักและเกราะหนามาก เจ้าหญิงอลิสราสั่งให้ฉันล่าถอยออกมาเพื่อหาทางติดต่อขอกำลังเสริม ส่วนพระองค์ยอมให้พวกมันจับตัวไว้เพื่อไม่ให้พวกมันสังหารข้าราชบริพารี่เหลือค่ะ!"
"แล้วทหารของโซเฟียี่เหลือล่ะ?" เคทถามขึ้น
"พวกเธอซุ่มรออยู่ี่แนวหินผาด้านหลังกำแพงวังค่ะ พร้อมบุกโจมตีทันทีี่ท่านผู้การสั่งการ" โซเฟียตอบอย่างเด็ดเดี่ยว "ตอนนี้พวกมันรวมตัวกันอยู่ใน 'ห้องโถงพระโรงบัลลังก์ทอง' วูล์ฟกังและสมุนเอกของมันอีกสิบกว่านายคุมตัวเจ้าหญิงไว้ข้างใน ส่วนรอบๆ วังมีมือปืนสไนเปอร์และเวรยามบลัดเลเจียนกระจายกำลังคุมเชิงอยู่ตามหอคอยและระเบียงทางเดินทุกจุด"
ผมกวาดสายตามองผ่านกล้องสโคปความร้อนไปยังตัวปราสาทหินโบราณ พระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษี่สิบเจ็ด มีกำแพงหินแกรนิตหนาเตอะ หน้าต่างกระจกสีโกธิก และหอคอยระฆังสูงตระหง่าน ลานหิมะกว้างด้านหน้าวังมีร่างของทหารรักษาพระองค์ในเครื่องแบบสีน้ำเงินนอนสงบนิ่ง เลือดสดๆ สีแดงฉานซึมผ่านหิมะขาวโพลนจนกลายเป็นภาพี่น่าสลดใจ
สัตว์นรกพวกนี้ต้องชดใช้อย่างสาสม!
"เคท โซเฟีย... ฟังแผนการให้ดี" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "พวกมันมีตัวประกันอยู่ในมือ เราจะบุกเข้าไปทื่อๆ ไม่ได้เด็ดขาด หน้าต่างห้องโถงพระโรงเป็นกระจกนิรภัยกรอบไม้โอ๊กโบราณ ถ้าผมขึ้นไปประจำตำแหน่งบน 'หอคอยระฆังตะวันตก' ผมจะมีมุมยิงกดลงมาี่ห้องโถงได้ชัดเจนี่สุด"
"แต่หอคอยนั้นมีสไนเปอร์ของบลัดเลเจียนคุมอยู่นะคะท่านผู้การ" โซเฟียเตือนด้วยความเป็นห่วง "บันไดวนด้านในถูกพวกมันวางกับระเบิดดักไว้หมดแล้ว"
"ผมจะไม่ขึ้นทางบันได" ผมตอบเรียบๆ พลางหยิบปืนยิงฉมวกสลิงเคฟลาร์ (Grappling Hook Launcher) ออกมาจากเป้ "ผมจะปีนขึ้นทางผนังหินด้านนอกท่ามกลางพายุหิมะ ลมี่พัดแรงจะช่วยพรางเสียงและความเคลื่อนไหวของผม เมื่อผมขึ้นไปถึงยอดหอคอยและจัดการสไนเปอร์ของพวกมันได้ ผมจะคอยยิงเก็บมือปืนรอบๆ ห้องโถงทีละคน ส่วนเคทและโซเฟีย ให้นำทีมราชองครักษ์แทรกซึมเข้าทางอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินชั้นใต้ดิน รอสัญญาณระเบิดสตันแฟลชแบงจากผม แล้วเข้าชาร์จประตูข้างทันที!"
"เข้าใจแล้วค่ะ ระวังตัวด้วยนะคะนนท์" เคทมองผมด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่น เธอโน้มตัวเข้ามาจูบี่ข้างแก้มของผมเบาๆ ผ่านผ้าคลุม
"ขอพระเจ้าคุ้มครองท่านผู้การค่ะ... นำเจ้าหญิงของพวกเรากลับมาให้ได้นะคะ" โซเฟียสบตาผมด้วยความภักดีสุดหัวใจ
"วางใจเถอะ... คืนนี้ไม่มีใครแตะต้องอลิสราได้ทั้งนั้น"
ผมพยักหน้าให้ทั้งสองคน ก่อนจะแยกตัวเคลื่อนี่ไปตามแนวเงาของต้นสน มุ่งหน้าสู่แนวกำแพงหินของพระราชวัง พายุหิมะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ลมกรรโชกแรงหอบเอาผลึกน้ำแข็งฟาดใส่ใบหน้าจนชาดิก ทว่าประสาทสัมผัสของผมกลับเฉียบคมขึ้นถึงขีดสุด อะดรีนาลีนสูบฉีดไปทั่วร่าง
ผมเคลื่อนตัวมาถึงโคนหอคอยระฆังตะวันตก กำแพงหินโบราณสูงชันกว่าสามสิบเมตรมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะหนาจนลื่น ผมยกปืนยิงฉมวกขึ้น เล็งไปยังซอกหินใต้ระเบียงยอดหอคอย แล้วเหนี่ยวไก
ฟึ่บ!
หัวฉมวกไทเทเนียมฝังลึกเข้าไปในเนื้อหินอย่างเงียบเชียบ ผมกระตุกสายสลิงเคฟลาร์เพื่อทดสอบความแข็งแรง ก่อนจะกดสวิตช์รอกไฟฟ้าขนาดจิ๋วี่สายรัดเอว ร่างของผมลอยละลิ่วขึ้นสู่ความสูงอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล สองเท้าใช้ปลายรองเท้าบูทยุทธวิธียันกับหน้าผาหินเพื่อประคองทิศทาง ท่ามกลางลมพายุี่พัดกระชากราวกับจะฉีกร่างให้แหลกเป็นชิ้นๆ
เพียงไม่กี่สิบวินาที ผมก็ไต่ขึ้นมาถึงขอบระเบียงหินชั้นบนสุดของหอคอย
ผมโผล่ศีรษะขึ้นมองอย่างระมัดระวัง ภาพในกล้องมองกลางคืนจับภาพความร้อนของสไนเปอร์บลัดเลเจียนนายหนึ่งในชุดกันหนาวหนาเตอะ มันกำลังนั่งคุกเข่าเล็งปืนไรเฟิลซุ่มยิงลงไปยังลานด้านล่าง โดยมีหูฟังตัดเสียงครอบหูอยู่ ทำให้มันไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของผมเลยแม้แต่น้อย
ผมปีนข้ามระเบียงเข้ามาอย่างเงียบกริบดั่งเงาพราย ก้าวเท้าเข้าไปด้านหลังมันเพียงสามก้าว ก่อนจะเอื้อมมือซ้ายอ้อมไปปิดปากมันแน่น พร้อมกับใช้มีดคอมแบทไทเทเนียมในมือขวาแทงทะลุซอกคอด้านหลัง ตัดก้านสมองและเส้นเลือดใหญ่ในพริบตา!
อึ่ก!
ร่างของมือปืนสไนเปอร์กระตุกเกร็งเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะอ่อนระทวยลง ผมประคองร่างของมันลงนอนราบกับพื้นหิมะบนระเบียงอย่างนุ่มนวลโดยไม่ให้เกิดเสียงกระแทกแม้แต่น้อย
จุดตรวจี่หนึ่ง... เคลียร์!
ผมทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนระเบียงหอคอย กางขาทรายของปืนบาร์เร็ตต์ เอ็มอาร์เอดี ออกวางบนขอบหินแกรนิต ปรับกำลังขยายของกล้องเล็งความร้อนไปี่ 15 เท่า ลมหายใจของผมผ่อนลงช้าๆ เพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้สงบนิ่งดั่งผิวน้ำี่เยือกแข็ง
ภาพี่ปรากฏในเลนส์กล้องส่องความร้อนคือพระราชวังชั้นในทั้งหมด
ี่ระเบียงทางเชื่อมชั้นสอง ห่างออกไปหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร มีเวรยามของบลัดเลเจียนสองนายกำลังเดินลาดตระเวน พวกมันถือปืนไรเฟิลจู่โจมพร้อมสแกนเนอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว
ผมปรับระดับชดเชยแรงลมในกล้องเล็ง นิ้วชี้แตะลงบนไกปืนอย่างแผ่วเบา รอกระแสลมกระโชกวูบหนึ่งพัดผ่านเพื่อกลบเสียง
ฟึ่บ!
กระสุน .338 ลาปัวแม็กนั่ม ซับโซนิก พุ่งแหวกม่านหิมะออกไปด้วยความเร็วสูง ทะลุหมวกนิรภัยของมือปืนคนแรกอย่างแม่นยำ เลือดและเนื้อสมองกระจายติดผนังหินด้านหลัง ร่างของมันทรุดฮวบลงทันที
มือปืนคนี่สองผงะ กำลังจะอ้าปากตะโกนแจ้งเตือน ทว่าก่อนี่เสียงจะเล็ดลอดออกจากลำคอ กระสุนนัดี่สองของผมก็พุ่งเจาะทะลุหลอดลมของมันอย่างเด็ดขาด!
ฟึ่บ!
ร่างี่สองล้มตึงลงทับร่างแรก กองเลือดสีคล้ำละลายหิมะบนพื้นระเบียงอย่างรวดเร็ว
สองศพในเวลาไม่ถึงสองวินาที... ไร้เสียง ไร้ร่องรอย!
ผมเลื่อนลำกล้องปืนลงมายังเป้าหมายหลัก 'ห้องโถงพระโรงบัลลังก์ทอง'
ห้องโถงใหญ่แห่งนี้สร้างขึ้นอย่างวิจิตรตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรกผสมโกธิก เสาหินอ่อนสลักลวดลายปิดทองคำเปลว โคมระย้าคริสตัลขนาดยักษ์ห้อยระย้าลงมาจากเพดานสูงกว่าสิบเมตร และี่ปลายสุดของห้องโถงคือราชบัลลังก์ทองคำโบราณแห่งราชวงศ์คาร์ลสไตน์
ทว่าภาพเบื้องหน้าทำให้เพลิงโทสะในอกของผมลุกโชนจนแทบจะระเบิดออกมา!
บนบัลลังก์ทองคำ... เจ้าหญิงอลิสราถูกมัดมือไพล่หลังด้วยกุญแจมือยุทธวิธี พระองค์สวมชุดราตรียาวผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ ทว่าชายกระโปรงกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าดินปืนและรอยฉีกขาด พระเกศาสีบลอนด์ทองสลวยยุ่งเหยิง พระพักตร์งดงามซีดเผือด มีรอยช้ำสีม่วงคล้ำี่มุมพระโอษฐ์จากการถูกทำร้าย ทว่าแววพระเนตรสีฟ้าครามคู่งั้นยังคงทอประกายหยิ่งผยอง เด็ดเดี่ยว และไม่ยอมก้มหัวให้แก่ความป่าเถื่อน
เบื้องหน้าของเจ้าหญิง คือร่างสูงใหญ่กำยำของ 'วูล์ฟกัง' หัวหน้าหน่วยสังหารบลัดเลเจียน มันสวมชุดเกราะหนักสีดำทั้งตัว มีรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านใบหน้าด้านซ้าย ในมือขวาของมันถือมีดสั้นทหารเล่มโต ปลายมีดจ่ออยู่ี่คางมนของเจ้าหญิง ส่วนบนโต๊ะหินอ่อนข้างบัลลังก์มีเอกสารสัญญาโอนสัมปทานเหมืองแร่และปากกาหมึกซึมวางอยู่
รอบๆ พระโรง มีมือปืนบลัดเลเจียนอีกสี่นายยืนคุมเชิง แต่ละนายถือปืนลูกซองยุทธวิธีและปืนกลมือ ยืนกระจายกำลังอยู่ตามมุมเสาหินอ่อน
"ลงพระนามซะทีเถอะฝ่าบาท..." เสียงของวูล์ฟกังดังลอดออกมาผ่านระบบดักฟังความถี่ต่ำี่ผมติดไว้ี่ขอบหน้าต่าง "ความอดทนของลอร์ดบาเลนไทน์มีจำกัด ถ้ากระดาษแผ่นนี้ยังไม่มีลายเซ็นของพระองค์ก่อนเี่ยงคืน ผมจะเริ่มแล่เนื้อขาวๆ ของพระองค์ทีละชิ้น... หรือบางที ผมอาจจะให้ลูกน้องของผมทั้งกองพันเข้ามาหาความสำราญกับเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ก่อนดีล่ะ?"
ลูกสมุนของมันหัวเราะร่าด้วยความหื่นกระหายและเย้ยหยัน
เจ้าหญิงอลิสราถ่มน้ำลายปนเลือดใส่หน้าของวูล์ฟกังอย่างไม่เกรงกลัว!
"ขยะอย่างพวกแก... ไม่มีวันได้อะไรไปจากแผ่นดินคาร์ลสไตน์ทั้งนั้น!" เจ้าหญิงตรัสด้วยสุรเสียงทรงอำนาจและเด็ดเดี่ยว "และจงจำไว้... คนของฉันกำลังมา และเมื่อเวลานั้นมาถึง แกจะต้องร้องขอความตาย!"
เพียะ!
วูล์ฟกังตบหน้าเจ้าหญิงอย่างแรงจนพระพักตร์หัน เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากริมฝีปากบาง
"นังตัวแสบ! คิดว่าไอ้ตำรวจไทยหน้าโง่นั่นจะบินมาช่วยแกได้ทันงั้นเรอะ? มันคงตายอยู่ในพายุหิมะไปแล้ว!" วูล์ฟกังคำรามลั่น มันเงื้อมีดขึ้น จ่อปลายแหลมคมไปี่นิ้วก้อยซ้ายของเจ้าหญิง "ถ้าไม่เซ็น... นิ้วนี้จะเป็นนิ้วแรก!"
ผมี่มองผ่านกล้องสโคปอยู่บนหอคอย กัดฟันแน่นจนเส้นเลือดี่ขมับปูดโปน ดวงตาของผมกลายเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นขั้นสูงสุด
มึงแตะต้องผู้หญิงของกู... มึงต้องตายอย่างทรมานี่สุด!
"เคท โซเฟีย... ประจำตำแหน่งหรือยัง?" ผมกระซิบผ่านไมโครคอม
"ทีมราชองครักษ์พร้อมี่ประตูด้านข้างแล้วค่ะท่านผู้การ!" โซเฟียตอบกลับมา ลมหายใจของเธอหนักแน่น "รอคำสั่งจากคุณคนเดียว!"
"เตรียมชาร์จในห้าวินาที... ผมจะเปิดฉากด้วยสไนเปอร์!"
ผมปรับศูนย์เล็งอย่างรวดเร็ว หน้าต่างห้องโถงเป็นกระจกสีโบราณี่หนาเกือบสองเซนติเมตร แต่ด้วยอนุภาพของกระสุน .338 ลาปัวแม็กนั่ม กระจกแค่นี้ไม่อาจหยุดยั้งวิถีกระสุนของผมได้
เป้าหมายแรกคือ มือปืนร่างยักษ์ี่ยืนคุมอยู่ด้านซ้ายของบัลลังก์ มันถือปืนลูกซองจ่อไปี่เจ้าหญิง
สาม... สอง... หนึ่ง...
ฟึ่บ! เพล้ง!
กระสุนสไนเปอร์ของผมพุ่งเจาะทะลุกระจกสีโกธิกแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เกล็ดกระจกและเกล็ดหิมะปลิวว่อนเข้ามาในห้องโถง กระสุนพุ่งเข้าแสกหน้าของมือปืนคนแรกอย่างจัง แรงปะทะระเบิดกะโหลกศีรษะของมันจนแหลกละเอียด ร่างยักษ์หงายหลังฟาดลงกับเสาหินอ่อน เลือดสีแดงฉานสาดกระจายเต็มผนังสีทอง!
"ศัตรูโจมตี! สไนเปอร์!" วูล์ฟกังแผดเสียงลั่น รีบกระชากคอเสื้อของเจ้าหญิงดึงเข้าหาตัวเพื่อใช้เป็นโล่มนุษย์
ทว่าผมไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้ตั้งตัว!
ฟึ่บ!
กระสุนนัดี่สองพุ่งผ่านรอยแตกเดิม เจาะทะลุหน้าอกของมือปืนคนี่สองี่กำลังจะยกปืนกลขึ้นยิง กระสุนตัดขั้วหัวใจทะลุแผ่นหลัง ร่างของมันทรุดฮวบลงจมกองเลือดทันที!
ตูมมม!
พร้อมกันนั้น ประตูด้านข้างของห้องโถงก็ถูกระเบิดสตันแฟลชแบงพังทลายเข้ามา แสงสว่างจ้าสีขาววาบและเสียงระเบิดดังกึกก้องทำให้มือปืนี่เหลืออีกสองคนตาพร่าและหูอื้อ โซเฟียและเคทนำทีมราชองครักษ์ในชุดรบพุ่งทะลวงเข้ามาดุจฝูงเสือดาวี่หิวกระหาย!
ปังๆๆๆ!
เสียงปืน MP7 ของเคทและโซเฟียคำรามรัว กระสุน 9 มม. ถล่มร่างของมือปืนคนี่สามและสี่จนพรุน ร่างทั้งสองร่วงลงไปนอนดิ้นพราดบนพรมแดงแห่งพระราชวัง
และในวินาทีนั้นเอง...
เพล้งงงงง!
กระจกโดมทรงกลมบนเพดานสูงใจกลางห้องโถงพระโรงแตกกระจายออกเป็นวงกว้าง เศษแก้วคริสตัลร่วงหล่นลงมาราวกับ-่าฝนเพชร พร้อมกับร่างของบุรุษคนหนึ่งี่โรยตัวลงมาจากสายสลิงดิ่งลงมาสู่ใจกลางสมรภูมิอย่างองอาจดั่งมัจจุราชสีขาว!
ผมปลดสายสลิงกลางอากาศ ม้วนตัวลงแตะพื้นหินอ่อนอย่างนุ่มนวลและมั่นคง ปืนสั้นกล็อก 19 คัสตอมในมือขวาของผมยกขึ้นเล็งตรงไปยังวูล์ฟกังทันที!
"นนท์!" เจ้าหญิงอลิสรากรีดร้องเรียกชื่อผมด้วยความดีใจ น้ำตาแห่งความหวังเอ่อล้นคลอสองเบ้าตา
"ไอ้สารเลว!" วูล์ฟกังคำรามด้วยความคลั่ง มันล็อคคอเจ้าหญิงไว้แน่น ใช้มีดจ่อลำคอระหงจนเลือดซึมออกมาเป็นทาง "ถอยไปให้หมด! ไม่อย่างนั้นกูปาดคอนังนี่ทิ้งเดี๋ยวนี้! วางปืนลงซะไอ้หน้าโง่!"
โซเฟียและเคทยกปืนขึ้นเล็ง แต่วูล์ฟกังซ่อนตัวอยู่หลังร่างของเจ้าหญิงอย่างมิดชิด ทำให้ไม่มีช่องว่างให้ยิงได้เลยแม้แต่นิ้วเดียว
"ปล่อยพระองค์เดี๋ยวนี้ วูล์ฟกัง" โซเฟียตวาดเสียงกร้าว ดวงตาของราชองครักษ์สาวลุกเป็นไฟ "แกไม่มีทางรอดออกไปจากี่นี่ได้หรอก!"
"ฮ่าๆๆ! คิดว่ากูกลัวตายงั้นเรอะ?" วูล์ฟกังแสยะยิ้มชั่วร้าย "ถ้ากูต้องตาย นังเจ้าหญิงนี่ก็ต้องไปลงนรกพร้อมกู!"
ผมยืนนิ่ง แววตาของผมเย็นเยียบดุจหลุมดำี่ไร้ก้นบึ้ง ร่างกายของผมผ่อนคลายลงอย่างผิดปกติ ทว่าทุกโสตประสาทและกล้ามเนื้อทุกมัดพร้อมี่จะระเบิดพลังเหนือมนุษย์ในเสี้ยววินาที
"วูล์ฟกัง..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนสะกดให้ห้องทั้งห้องเงียบกริบ "มึงรู้ไหมว่าความผิดพลาดี่ใหญ่ี่สุดในชีวิตของมึงคืออะไร?"
วูล์ฟกังชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "อะไรของมึง?"
"ความผิดพลาดของมึง... คือการคิดว่ามึงเร็วกว่ากู!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของผมก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วี่เร็วกว่าสายตาของมนุษย์จะจับทัน!
วูล์ฟกังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มันรีบกดใบมีดลงหมายจะเชือดลำคอของเจ้าหญิง ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง มือซ้ายของผมก็พุ่งเข้าคว้าข้อมือขวาของมันไว้ได้อย่างแม่นยำดุจคีมเหล็กกล้า!
กร๊อบบบ!
ผมออกแรงบิดข้อมือของมันอย่างรุนแรงจนกระดูกข้อมือแหลกละเอียด เสียงกระดูกหักดังก้องไปทั่วห้องโถง มีดสั้นหลุดกระเด็นออกจากมือของมันทันที!
"อ๊ากกกกก!" วูล์ฟกังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
ผมไม่ปล่อยให้มันมีโอกาสหายใจ มือขวาของผมปล่อยปืนพกลงพื้น แล้วฟาดสันมือเข้าใส่ลำคอหอยของมันอย่างจัง จนมันสำลักเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ ก่อนี่ผมจะใช้มือซ้ายกระชากร่างของเจ้าหญิงอลิสราออกมาจากอ้อมแขนของมัน แล้วผลักส่งให้โซเฟียและเคที่พุ่งเข้ามารับตัวพระองค์ไว้อย่างปลอดภัย!
"คุ้มครองเจ้าหญิง!" ผมสั่งการเสียงก้อง
"ไอ้ระยำเอ๊ยยย!"
วูล์ฟกังี่บาดเจ็บสาหัสกัดฟันสู้ตาย มันใช้มือซ้ายี่ยังเหลืออยู่ชักปืนพกแม็กนั่ม .44 ออกมาจากซองปืนข้างเอว ยกขึ้นเล็งใส่หน้าอกของผมในระยะเผาขน!
ทว่าสำหรับผม... การเคลื่อนไหวของมันช่างเชื่องช้าเหลือเกิน
ผมเอี้ยวตัวหลบวิถีกระสุนได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับก้าวเท้าขวาเข้าไปประชิดตัวมัน หมุนตัวเหวี่ยงศอกซ้ายเข้าใส่ขมับของมันอย่างเต็มแรง!
เปรี้ยงงง!
แรงปะทะทำให้หัวของวูล์ฟกังสบัด ใบหน้าด้านซ้ายยุบลงไปทันที ฟันหักกระเด็นออกมาพร้อมเลือดสดๆ ร่างยักษ์ของมันเซถลาไปชนกับโต๊ะหินอ่อนจนเอกสารสัญญาปลิวกระจัดกระจาย
ผมก้าวตามเข้าไปติดๆ ชักมีดคอมแบทไทเทเนียมออกจากซองอก แล้วปักแทงทะลุมือซ้ายของมันี่กำลังถือปืน ตรึงมือของมันติดแน่นอยู่กับโต๊ะหินอ่อน!
ฉึกกก!
"อ๊าฟฟฟฟ!" วูล์ฟกังแผดเสียงร้องโหยหวนราวกับสัตว์ป่าี่ถูกชำแหละ ดิ้นพราดด้วยความทรมาน
ผมก้มลงมองมัน ดวงตาของผมไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงความเหี้ยมเกรียมของพญาอินทรีผู้พิพากษาคนชั่ว
"นี่สำหรับทหารรักษาพระองค์ี่ต้องตาย..."
ผมชกหมัดขวาตรงเข้าใส่ซี่โครงของมันอย่างจัง เสียงกระดูกซี่โครงหักสะบั้นดังกึกๆ ทิ่มแทงเข้าไปในปอดจนมันกระอักเลือดดำออกมา
"และนี่... สำหรับรอยแผลบนใบหน้าของอลิสรา!"
ผมดึงมีดคอมแบทออกจากโต๊ะ แล้วตวัดปาดตัดเส้นเลือดใหญ่ี่ลำคอของมันในพริบตาเดียว!
ฉัวะ!
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาดุจน้ำพุสีแดงฉาน ย้อมราชบัลลังก์ทองคำและพื้นหินอ่อนสีขาวจนกลายเป็นแอ่งเลือด ร่างของวูล์ฟกังกระตุกเกร็งอยู่สองสามครั้ง นัยน์ตาของมันเบิกโพลงค้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนี่ลมหายใจสุดท้ายจะดับวูบลง นอนแน่นิ่งกลายเป็นศพไร้วิญญาณอยู่แทบเท้าของผม!
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงพระโรงอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักๆ ของผม และเสียงพายุหิมะภายนอกี่ยังคงพัดหวีดหวิวผ่านช่องกระจกี่แตกกระจาย
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผสมผสานกับไอเย็นเยือกของหิมะี่ปลิวเข้ามาปกคลุมซากศพของเหล่าทรชน
"นนท์... นนท์คะ!"
เสียงหวานี่สั่นเครือและเปี่ยมด้วยความสะอื้นดังขึ้น เจ้าหญิงอลิสราสะบัดหลุดจากการประคองของเคทและโซเฟีย พระองค์ไม่สนใจคราบเลือดี่เปรอะเปื้อนบนตัวผม ไม่สนใจซากศพี่นอนเกลื่อนกลาด พระองค์วิ่งโผเข้ามากอดผมไว้แน่นสุดแรงเกิด!
หมับ!
ร่างระหงอันบอบบางสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมอกของผม พระพักตร์งดงามซบลงบนแผงอกแกร่ง หยาดน้ำตาอุ่นๆ ไหลรินอาบแก้มนวลและหยดลงบนเสื้อเกราะของผม พระหัตถ์เรียวนุ่มี่เคยถูกมัดโอบรัดรอบคอของผมแน่นราวกับกลัวว่าผมจะหายไป
"ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว... ฮือออ... นนท์... คุณมาจริงๆ คุณมาช่วยฉันจริงๆ..." เจ้าหญิงทรงสะอื้นไห้ พระสุรเสียงสั่นพร่าด้วยความโล่งอกและความรักี่ท่วมท้นในพระทัย
ผมโอบกอดร่างของเจ้าหญิงไว้แน่น มือหนาลูบไล้เรือนผมสีบลอนด์ทองอย่างอ่อนโยน สัมผัสถึงความอบอุ่นและกลิ่นหอมประจำกายของพระองค์ี่ยังคงตราตรึงในใจผมเสมอ
"ผมมาแล้วครับอลิสรา... ไม่มีใครทำร้ายคุณได้อีกแล้ว คุณปลอดภัยแล้วครับยอดรักของผม" ผมกระซิบปลอบประโลมข้างใบหูของพระองค์ จุมพิตลงบนขมับมนอย่างแสนรักเพื่อขับไล่ความหวาดกลัวทั้งหมดให้มลายสิ้น
โซเฟียและเคทยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า โซเฟียยกมือขึ้นปาดน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มี่ขอบตา ขณะี่เคทพยักหน้าให้ผมด้วยความชื่นชม
ราชบัลลังก์แห่งคาร์ลสไตน์ได้รับการปกป้อง... เลือดของศัตรูได้ชำระล้างความอัปยศจนสิ้นซาก
ทว่า... ในวินาทีี่ความโล่งใจกำลังจะเข้าครอบงำนั้นเอง
ซ่า... ซ่าาา...
เสียงคลื่นสัญญาณวิทยุดังแทรกขึ้นมาจากร่างของวูล์ฟกังี่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น!
สายตาของผม เคท และโซเฟียตวัดหันไปมองพร้อมกันทันที
ี่กระเป๋าเสื้อเกราะของวูล์ฟกัง เครื่องวิทยุสื่อสารดาวเทียมเข้ารหัสควอนตัมเครื่องหนึ่งกำลังกะพริบไฟสีแดงฉานเป็นจังหวะถี่ๆ สัญญาณเชื่อมต่อถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ
ก่อนี่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำ เย็นเยียบ และเปี่ยมด้วยความชั่วร้ายอันทรงอำนาจจะดังก้องออกมาจากลำโพงวิทยุเครื่องนั้น!
"ฮ่าๆๆๆ... ยอดเยี่ยมมาก... ช่างเป็นการแสดงี่น่าประทับใจจริงๆ พลตำรวจเอก นนท์!"
เสียงนั้น... เยือกเย็น ทรงพลัง และคุ้นเคยจนทำให้เลือดในกายของผมพลันเย็นเฉียบ!
"ลอร์ดบาเลนไทน์!" ผมกัดฟันคำรามชื่อมันออกมา
"แกคิดว่าแกชนะแล้วงั้นเรอะ นนท์?" เสียงของลอร์ดบาเลนไทน์ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงพระโรงอันเงียบสงัด "วูล์ฟกังและบลัดเลเจียนเป็นแค่หมากเบี้ยตัวเล็กๆ ี่ฉันส่งไปทดสอบฝีมือของแกเท่านั้น... เหมืองแร่ในคาร์ลสไตน์เป็นแค่ฉากบังหน้า! ในขณะี่แกกำลังเสียเวลากับการเล่นบทอัศวินขี่ม้าขาวช่วยเจ้าหญิงอยู่ี่นี่... เครือข่ายของฉันได้เริ่มปฏิบัติการขั้นสุดท้ายแล้ว! เตรียมตัวรับมือกับหายนะี่แท้จริงได้เลย... เพราะเป้าหมายต่อไปของฉัน... คือทุกสิ่งและทุกคนี่แกรักในเมืองไทย!"
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
สัญญาณวิทยุตัดขาดไป ทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อนแห่งคำข่มขู่ี่ดังก้องอยู่ในความมืดมิด!
เจ้าหญิงอลิสราผวาเฮือกเบียดกายเข้าแนบชิดกับอกของผมด้วยความหวาดหวั่น ขณะี่เคทและโซเฟียมีสีหน้าตระหนกตกใจอย่างถึงี่สุด
ผมยืนนิ่ง ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเปลวเพลิงแห่งสงครามี่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป... ศึกครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??