เรื่อง สืบ...สวาท!! NC++
บทที่ 149: ศึกสมรภูมิเมดิเตอร์เรเนียน
ม่านเมฆและลมหนาวฉีกกระชากชุดดิ่งพสุธาขณะที่ผมทิ้งดิ่งลงสู่ความมืดมิดของผืนน้ำทะเลลึก
ฟิ้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว!
กระแสลมกรรโชกแรงระดับพายุหมุนพัดกวาดด้วยความเร็วเฉียดสองร้อยห้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงหวีดหวิวของมวลอากาศที่เสียดสีผ่านหมวกนิรภัยยุทธวิธีกึ่งคาร์บอนไฟเบอร์ดังกึกก้องจนแทบกลบทุกสรรพเสียง อุณหภูมิภายนอกที่ระดับความสูงสามหมื่นฟุตหนาวเหน็บติดลบเกือบสี่สิบองศาเซลเซียส ไอเย็นจัดจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะพราวอยู่บนขอบกระจกหน้ากากปรับแรงดัน แต่ภายในชุดดิ่งพสุธาแบบ HALO (High Altitude Low Opening) ที่ติดตั้งระบบทำความร้อนด้วยเส้นใยนาโนเทคโนโลยีของผม ร่างกายยังคงอบอุ่นและอัดแน่นไปด้วยพละกำลังของสัญชาตญาณนักรบที่ตื่นตัวเต็มพิกัด
เสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอผ่านวาล์วออกซิเจนบริสุทธิ์ดังสะท้อนอยู่ในอก สายตาของผมจับจ้องผ่านหน้าจอแสดงผล HUD (Heads-Up Display) สีเขียวมรกตที่ฉายภาพกราฟิกบอกพิกัดความเร็ว แนวดิ่ง ระดับความสูง และแผนที่ภูมิศาสตร์ดาวเทียมแบบเรียลไทม์
เบื้องล่างใต้กลีบเมฆคิวมูโลนิมบัสหนาทึบที่ปั่นป่วนด้วยประจุไฟฟ้า คือผืนน้ำสีดำทะมึนของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตอนใต้ น่านน้ำสากลที่กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิชี้ชะตาความมั่นคงของมวลมนุษยชาติ!
ยุทธการครั้งนี้อุบัติขึ้นอย่างกะทันหันเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เครือข่ายความมั่นคงระดับโลกตรวจพบความเคลื่อนไหวสะเทือนขวัญ... กองกำลังติดอาวุธข้ามชาติในนาม 'กลุ่มกบฏโอลิมปัส (Olympus Rebellion)' ซึ่งเป็นเครือข่ายก่อการร้ายสากลที่รวมตัวกันจากอดีตนายทหารรับจ้างและกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบระดับพระกาฬ ได้เปิดฉากจู่โจมสายฟ้าแลบบุกยึดเรือบรรทุกสินค้าพลังงานขนาดยักษ์ 'โพรมีธีอุส ไททัน (Prometheus Titan)' กลางทะเลลึก!
เรือลำนี้ไม่ใช่เรือสินค้าธรรมดา หากแต่เป็นเรือบรรทุกที่เป็นความหวังสูงสุดของวงการพลังงานสะอาดโลก ภายในระวางบรรทุกใต้ท้องเรือติดตั้ง 'เตาปฏิกรณ์ฟิวชันต้นแบบ (Prototype Clean-Fusion Reactor)' มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและพันธมิตรนานาชาติ เพื่อนำไปทดสอบจ่ายกระแสไฟฟ้าบริสุทธิ์ทั่วยุโรปใต้และแอฟริกาเหนือ
ทว่าพวกกบฏโอลิมปัสไม่ได้ต้องการเพียงแค่เรียกค่าไถ่ ข้อมูลข่าวกรองลับระบุว่า พวกมันวางแผนจะดัดแปลงระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์ฟิวชันให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ความร้อนสูงยิ่งยวด เพื่อเปลี่ยนแกนปฏิกรณ์ให้กลายเป็นอาวุธทำลายล้างที่มีอานุภาพเทียบเท่าระเบิดนิวเคลียร์ขนาดความร้อน หากมันระเบิดขึ้นกลางทะเล ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมดจะถูกคลื่นความร้อนและกัมมันตรังสีกลืนกิน เมืองท่าสำคัญในยุโรปและแอฟริกาจะพินาศย่อยยับ ประชาชนนับสิบล้านคนจะต้องเผชิญหน้ากับความตาย!
วิกฤตการณ์ระดับโลกนี้ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการยิงขีปนาวุธทำลายเรือ เพราะแรงระเบิดจากภายนอกจะจุดชนวนเตาปฏิกรณ์ทันที ทางเดียวที่จะหยุดยั้งหายนะได้ คือการแทรกซึมเงียบจากท้องฟ้า ยึดเรือ และปลดล็อกระบบควบคุมด้วยมือเท่านั้น!
ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการสูงสุดในภารกิจพิเศษนี้ การประสานงานดำเนินไปอย่างรวดเร็วและทรงประสิทธิภาพที่สุด เจ้าหญิงอลิสราแห่งราชวงศ์พันธมิตรยุโรปได้ใช้อำนาจและสายสัมพันธ์อันแนบแน่น สั่งการให้กองเรือรบผสมของราชนาวีพันธมิตร ทั้งเรือพิฆาตและเรือฟริเกตติดขีปนาวุธนำวิถี เข้าปิดล้อมเขตน่านน้ำรัศมีห้าสิบไมล์ทะเล เพื่อตัดเส้นทางหลบหนีและสร้างแรงกดดันทางยุทธวิธี
และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ 'คุณรดา' ประธานหญิงแห่งเครือสิริโสภาคย์ ยอดดวงใจและเสาหลักผู้ทรงอำนาจทางเศรษฐกิจของผม เธอไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวที่จะทุ่มงบประมาณมหาศาลหลายร้อยล้านดอลลาร์ สั่งระดมเรือยอชต์ซูเปอร์ลักชัวรีติดอาวุธพิเศษของตระกูลสิริโสภาคย์ 'สิริโสภาคย์ โอเชียน วอริเออร์ (Sirisophak Ocean Warrior)' เข้าร่วมขบวนรบ!
เรือยอชต์ลำดังกล่าวถูกดัดแปลงเป็นฐานบัญชาการลอยน้ำล้ำสมัย ติดตั้งระบบเรดาร์ตรวจการณ์ข่ายย่อยเอจิส (Aegis Combat System) ขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำ และระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะประชิด (CIWS) ปฏิบัติการร่วมกับกองเรือรบพันธมิตรเพื่อทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ กวนสัญญาณดาวเทียม และปิดกั้นการสื่อสารของเรือโพรมีธีอุส ไททัน จากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ!
ในขณะที่กองเรือผิวน้ำทำหน้าที่ดึงความสนใจและปิดล้อมทางทะเล ผมจึงนำทีมปฏิบัติการพิเศษ 'คอมมานโดหนุมาน' สิบนาย ซึ่งผ่านการฝึกฝนยุทธวิธีการรบพิเศษขั้นสูงสุด พร้อมด้วย 'เคท' ยอดสายลับสาวและแฮกเกอร์มือหนึ่งของผม กระโดดร่มแบบแทรกซึมลึก HALO จากท้องฟ้าลงสู่เป้าหมาย
เปรี๊ยะ! เปรี้ยงงงงงงงงง!
สายฟ้าแลบฟาดผ่านชั้นเมฆสีเทาดำสว่างวาบสะท้อนประกายลงบนตัวเรือนกระจกหมวก ร่างของผมและสมาชิกทีมทุกคนดำดิ่งแหวกม่านอากาศลงไปด้วยความเร็วมหาศาล แรงต้านอากาศผลักดันให้กล้ามเนื้อทุกมัดตึงเปรี๊ยะ แต่หัวใจของผมกลับสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึก
ข้างกายของผมในระยะห่างไม่ถึงสิบเมตร ร่างเพรียวระหงของเคทในชุดดิ่งพสุธาแนบเนื้อสีดำสนิทกำลังรักษาท่าทางการร่อนอย่างช่ำชอง ชุดรัดรูปที่สั่งตัดพิเศษเน้นสัดส่วนทรวดทรงอันเย้ายวนและแข็งแกร่งของสายลับสาว ทรวงอกอวบอิ่มถูกรัดแน่นด้วยสายรัดนิรภัยยุทธวิธี สะโพกผายกลมกลึงและเรียวขายาวเคลื่อนไหวอย่างสมดุลกลางกระแสลม เคทหันหน้ามาสบตากับผมผ่านแผ่นกระจกหน้ากาก เธอพยักหน้าให้ผมด้วยแววตามุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยความไว้วางใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
สำหรับเคทแล้ว เธอพร้อมจะก้าวตามผมลงไปไม่ว่าจะในขุมนรกหรือสมรภูมิที่อันตรายเพียงใด ความผูกพันอันลึกซึ้งที่หล่อหลอมผ่านความตายและบทรักอันเร่าร้อนนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เราสองคนสื่อสารกันได้แม้ไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา
วูบบบบ... ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!
ตัวเลขอัลติมิเตอร์บนหน้าจอ HUD ร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว
หนึ่งหมื่นฟุต... แปดพันฟุต... ห้าพันฟุต!
พวกเราทะลุผ่านม่านเมฆพายุลงมาสู่ระดับสายตา ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเบื้องล่างคลุ้มคลั่งไปด้วยเกลียวคลื่นสีขาวและสายฝนที่เทกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางความมืดมิดของผืนน้ำ เงาร่างทะมึนของเรือบรรทุกสินค้าโพรมีธีอุส ไททัน ขนาดความยาวกว่าสามร้อยเมตรปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แสงไฟนีออนนำร่องสีส้มสลัวๆ บนดาดฟ้าเรือส่องสะท้อนกับละอองคลื่น
สามพันฟุต... สองพันห้าร้อยฟุต!
สัญญาณเตือนกระตุกร่มดังขึ้นในหูฟังยุทธวิธี!
'เปิดร่มได้!' ผมออกคำสั่งผ่านระบบคลื่นความถี่วิทยุเงียบ
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
ผมและทีมกระตุกสลักร่มชูชีพพร้อมเพรียงกัน ร่มชูชีพยุทธวิธีแรมแอร์ (Ram-air tactical parachute) ทรงสี่เหลี่ยมสีดำสนิทสะบัดตัวกางออกเหนือศีรษะอย่างเงียบกริบ แรงกระชากฉุดดึงร่างของพวกเราให้ชะลอความเร็วลงอย่างนุ่มนวล ร่มชูชีพแบบร่อนนำทางพิเศษนี้ไม่ส่งเสียงดังและถูกออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเรดาร์ตรวจการณ์
ผมจับสายบังคับเลี้ยวร่มชูชีพทั้งสองข้าง เบนทิศทางฝ่ากระแสลมกรรโชกและสายฝนที่สาดซัดใบหน้า เล็งพิกัดลงสู่ดาดฟ้าตู้คอนเทนเนอร์แถวบนสุดใกล้กับปล่องสะพานเดินเรือ
เคทร่อนตามหลังผมมาติดๆ ราวกับเงาตามตัว ท่าทางการควบคุมร่มของเธอนุ่มนวลและแม่นยำดั่งนกอินทรีล่าเหยื่อ ขณะที่ทีมคอมมานโดหนุมานกระจายตัวแยกย้ายไปคุมพิกัดดาดฟ้าส่วนหัวเรือและท้ายเรือตามแผนยุทธการที่วางไว้ล่วงหน้า
ฟุ่บ!
รองเท้าคอมแบทพื้นยางพิเศษของผมสัมผัสลงบนหลังคาตู้คอนเทนเนอร์เหล็กอย่างแผ่วเบาแทบไร้เสียง ผมทิ้งตัวม้วนหน้าหนึ่งตลบเพื่อสลายแรงกระแทก ก่อนจะปลดสลักปลดร่มชูชีพออกในชั่วพริบตาเดียว ดึงผ้าไนลอนรวบเก็บเข้าช่องมัดยุทธวิธีอย่างคล่องแคล่ว
เคทร่อนลงประกบข้างผมในเสี้ยววินาทีถัดมา สองมือของเธอปลดร่มออกแล้วประทับปืนกลมือเก็บเสียง MP7 เข้ากับร่องไหล่ทันที ดวงตาคมสวยกวาดมองไปรอบตัวด้วยความระมัดระวังสูงสุด
สายฝนกระหน่ำซัดสาดดาดฟ้าเรือจนเปียกชุ่ม ละอองน้ำและลมทะเลหนาวเหน็บพัดปะทะร่าง ทว่าเปลวไฟในอกของผมกลับร้อนระอุ
การรบแบบไร้เสียงได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!
บนสะพานเชื่อมต่อและทางเดินโครงเหล็กเหนือตู้คอนเทนเนอร์ พลปืนเฝ้ายามของกลุ่มกบฏโอลิมปัสในชุดลายพรางเปียกโชกกำลังเดินตรวจการณ์อย่างเข้มงวด พวกมันสวมเสื้อเกราะหนาและถือปืนไรเฟิลจู่โจมพร้อมใช้งาน
ด้านบนเสากระโดงสังเกตการณ์สูงขึ้นไปราวสิบห้าเมตร พลแม่นปืนของศัตรูคนหนึ่งกำลังส่องกล้องเล็งตรวจการณ์ลงมาสู่ผิวน้ำ มันกำลังระวังภัยจากกองเรือรบภายนอก โดยไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อยว่ามัจจุราชได้ร่อนลงมาอยู่บนหัวของมันแล้ว!
ผมส่งสัญญาณมือให้เคทคุ้มกันหลัง จากนั้นจึงปลดปืนพกยุทธวิธี SIG Sauer P320 ติดกระบอกเก็บเสียงพิเศษออกจากซองข้างเอว ก้าวเท้าไปตามขอบตู้คอนเทนเนอร์อย่างเงียบเชียบดั่งแมวป่า
ระยะห่างยี่สิบเมตร... ลมพายุและเสียงเครื่องยนต์เรือกลบเสียงฝีเท้าของผมจนหมดสิ้น
ผมยกปืนขึ้นเล็ง จัดศูนย์เล็งเรืองแสงเข้าที่ท้ายทอยของพลซุ่มยิงบนเสากระโดง เหนี่ยวไกอย่างเยือกเย็น!
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
กระสุนซับโซนิกขนาด 9 มม. สองนัดพุ่งแหวกสายฝนเจาะทะลุกะโหลกของพลซุ่มยิงอย่างแม่นยำ ร่างของมันกระตุกเกร็งก่อนจะทรุดฮวบลงคาเสากระโดงโดยไม่มีโอกาสได้กดสัญญาณเตือนภัยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เลือดอุ่นๆ ไหลรินชะล้างไปกับสายฝน
ขณะเดียวกัน ที่บันไดทางลงสู่ดาดฟ้าหลัก ทหารรับจ้างสองนายกำลังเดินสูบบุหรี่คุยกันเป็นภาษาต่างชาติ
"เวรเอ๊ย ฝนตกหนักฉิบหาย... ข้าว่ากองทัพเรือพวกนั้นไม่กล้าบุกเข้ามาหรอก ใครจะกล้าเสี่ยงให้เตาปฏิกรณ์ระเบิด..."
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบประโยค เงาดำสองสายก็พุ่งทะยานลงมาจากตู้คอนเทนเนอร์!
ผมทิ้งตัวลงสู่พื้นด้านหลังทหารรับจ้างคนแรก สองมือเอื้อมคว้าศีรษะและคางของมัน บิดกระชากอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด!
กร๊อบ!
กระดูกคอของมันหักสะบั้น ร่างร่วงลงสู่พื้นอย่างไร้วิญญาณ
ในเวลาเดียวกัน เคทพุ่งเข้าประชิดทหารรับจ้างอีกคนจากด้านข้าง มีดคอมมานโดไททาเนียมในมือเรียวของเธอเสียบทะลวงเข้าใต้คางทะลุขึ้นสู่สมองอย่างเฉียบขาด! มืออีกข้างของเคทปิดปากของมันไว้แน่นเพื่อสกัดกั้นเสียงกรีดร้อง ร่างของมันกระตุกสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไปในอ้อมแขนของสายลับสาว
เคทค่อยๆ วางร่างไร้วิญญาณลงบนพื้นเหล็กอย่างนุ่มนวล เธอตวัดมีดสะบัดคราบเลือดออกแล้วเก็บเข้าฝักข้างต้นขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผมด้วยรอยยิ้มพราย
"เรียบร้อยค่ะผู้การ ทรงพลังและเฉียบคมเหมือนเคยนะคะ" เคทกระซิบข้างหู น้ำเสียงหวานแฝงความขี้เล่นแม้จะอยู่ในดงศัตรู
"คุณก็ไม่เบาเหมือนกันเคท รวดเร็วจนผมแทบมองไม่ทัน" ผมตอบพลางตบไหล่เธอเบาๆ
ผมกดวิทยุสื่อสารรายงานสถานการณ์สั้นๆ สั่งการให้ทีมคอมมานโดหนุมานตรึงกำลังและเข้าควบคุมสะพานเดินเรือและหอบังคับการชั้นบน เพื่อตัดระบบสื่อสารภายในลำเรือทั้งหมด ส่วนผมและเคทจะรับหน้าที่บุกทะลวงลงสู่ท้องเรือเพื่อเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์และห้องควบคุมเตาปฏิกรณ์ฟิวชัน
"ทีมหนุมานรับทราบ ดาดฟ้าชั้นบนอยู่ใต้การควบคุมแล้วครับผู้การ!" เสียงรายงานตอบกลับมาทางหูฟัง
ผมและเคทรีบมุ่งหน้าไปยังช่องประตูแฮทช์เหล็กหนาพิเศษที่นำลงสู่ทางเดินใต้ท้องเรือ ผมหมุนพวงมาลัยเหล็กล็อกเปิดประตูออก เผยให้เห็นบันไดลิงทอดดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง กลิ่นน้ำมันดีเซล กลิ่นโอโซนจากกระแสไฟฟ้าแรงสูง และไอความร้อนระอุพวยพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้าทันที
พวกเราไต่บันไดลงมาอย่างรวดเร็ว ปิดประตูแฮทช์ด้านบนลงเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงเล็ดลอด
ทางเดินภายในท้องเรือโพรมีธีอุส ไททัน แคบและสลับซับซ้อน ผนังเหล็กกล้าทาสีเทาเข้มมีท่อส่งน้ำมันและสายเคเบิลระโยงระยาง เสียงเครื่องยนต์กังหันขนาดมหึมาคำรามแผ่วเบาอยู่ใต้ฝ่าเท้าจนเกิดแรงสั่นสะเทือนเป็นจังหวะ แสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์บนเพดานส่องแสงกะพริบเป็นระยะๆ สร้างบรรยากาศที่กดดันและตึงเครียดอย่างยิ่ง
เคทดึงแท็บเล็ตยุทธวิธีขนาดกะทัดรัดออกจากซองอก เธอเสียบสายเคเบิลเข้ากับกล่องควบคุมวงจรสื่อสารข้างผนัง นิ้วมือเรียวกรีดกรายลงบนหน้าจอสัมผัสด้วยความเร็วสูง รหัสผ่านและอัลกอริทึมเข้ารหัสของพวกกบฏโอลิมปัสถูกถอดรหัสในเวลาไม่กี่วินาที
"ฉันเจาะเข้าสู่ระบบกล้องวงจรปิดของชั้นใต้ท้องเรือได้แล้วค่ะผู้การ" เคทรายงานพลางชี้หน้าจอมอนิเตอร์ให้ผมดู "ฉันส่งสัญญาณภาพวนลูปหลอกระบบมอนิเตอร์หลักของพวกมันแล้ว พวกมันจะไม่เห็นเราบนจอ... แต่ดูตรงนี้สิคะ"
ภาพแปลนสามมิติของเรือปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เคทซูมภาพเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ชั้นล่างสุด ซึ่งเป็นห้องเครื่องยนต์หลักและที่ตั้งของเตาปฏิกรณ์ฟิวชันต้นแบบ
"ทางเข้าห้องเครื่องยนต์มีเพียงประตูนิรภัยสองบานนี้ค่ะ และจากสัญญาณความร้อนที่ตรวจพบ มีกองกำลังศัตรูติดอาวุธหนักประจำการอยู่ข้างในอย่างน้อยสิบนาย... แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเซนเซอร์ตรวจจับสนามแม่เหล็กค่ะ"
หัวคิ้วของผมขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นจุดสีแดงกระพริบระยิบระยับรอบๆ โครงสร้างของห้องเครื่องยนต์
"ทุ่นระเบิดแม่เหล็ก..." ผมพึมพำด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
"ใช่ค่ะผู้การ!" เคทสูดหายใจเข้าลึกด้วยความกังวล "พวกมันติดตั้งทุ่นระเบิดแม่เหล็กความร้อนสูงเทอร์ไมต์-ซีโฟร์ (Magnetic Thermite Mines) ยึดติดกับโครงกระดูกงูเรือและฐานรองเตาปฏิกรณ์ฟิวชันรอบทิศทาง หากมีใครพยายามเข้าใกล้ห้องควบคุมโดยไม่มีรหัสผ่าน หรือหากระบบตรวจพบแรงสั่นสะเทือนผิดปกติ ทุ่นระเบิดทั้งหมดจะจุดชนวนพร้อมกัน ฉีกท้องเรือเป็นชิ้นๆ และทำให้เตาปฏิกรณ์ฟิวชันเกิดความร้อนเกินพิกัดจนระเบิดกลืนกินทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทั้งลำ!"
แผนการของพวกมันโหดเหี้ยมและรัดกุมกว่าที่คิดไว้มาก พวกมันไม่ได้ตั้งใจจะขับเรือหนี แต่เตรียมพร้อมที่จะจุดชนวนระเบิดพลีชีพหากการเจรจาหรือการขู่กรรโชกไม่เป็นไปตามเป้าหมาย!
"เราต้องเข้าไปหยุดยั้งมันก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวว่ามีผู้บุกรุก" ผมสบตากับเคทอย่างแน่วแน่ แววตาของผมเปล่งประกายดุดันไร้ความเกรงกลัว
เคทมองสบตาผม ความกังวลในดวงตาของเธอค่อยๆ มลายหายไป แทนที่ด้วยความชื่นชมและศรัทธาอย่างหมดหัวใจ สายลับสาวขยับตัวเข้ามาแนบชิด ทรวงอกอวบอิ่มที่ดันทะลุชุดรัดรูปบดเบียดกับท่อนแขนแกร่งของผมอย่างไม่ได้ตั้งใจ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นฟีโรโมนประจำตัวของเธอลอยแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นน้ำมันเครื่อง
"เคทเชื่อใจผู้การค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เคทจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ" เธอเอ่ยเสียงกระซิบหวานซึ้ง
ผมยกมือขึ้นลูบแก้มเนียนที่เปียกชื้นละอองน้ำของเธอเบาๆ สัมผัสความอบอุ่นที่ส่งผ่านถึงกัน "ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายคุณได้เคท เราจะผ่านภารกิจนี้ไปด้วยกัน"
เราสองคนเคลื่อนพลต่อไปตามทางเดินเหล็กแคบๆ มุ่งหน้าสู่ห้องเครื่องยนต์ชั้นล่างสุด ทุกย่างก้าวเงียบกริบและระมัดระวังสูงสุด
ระหว่างทาง เราพบพลปืนศัตรูลาดตระเวนอีกสามนาย ผมและเคทประสานงานกันอย่างไร้ที่ติ ผมใช้ปืนเก็บเสียงยิงเจาะหัวใจนายแรก ส่วนเคทใช้อาวุธมีดพุ่งเข้าปาดคออีกสองนายอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ปล่อยให้ร่างของพวกมันทรุดลงกับพื้นเหล็กโดยไร้เสียงร้อง
ในที่สุด เราก็มาถึงหน้าบานประตูเหล็กกล้าไฮดรอลิกหนาสามนิ้ว ป้ายโลหะสีเหลืองดำเหนือประตูระบุข้อความชัดเจน: 'ห้องเครื่องยนต์หลักและห้องปฏิกรณ์ฟิวชัน (MAIN ENGINE & FUSION REACTOR CHAMBER)'
เคทหยิบอุปกรณ์ถอดรหัสเชื่อมต่อเข้ากับแผงปุ่มกดดิจิทัลข้างประตู รหัสตัวเลขสีเขียววิ่งผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว
ติ๊ด... ติ๊ด... กริ๊ก!
ระบบล็อกคลายตัวออก ประตูไฮดรอลิกค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นภาพเบื้องหลังที่ทำให้อะดรีนาลีนในกายของผมพุ่งพล่าน!
ห้องเครื่องยนต์หลักมีขนาดมหึมากว้างใหญ่เท่ากับสนามบาสเกตบอลสองสนาม เพดานสูงโปร่งเต็มไปด้วยคานเหล็กและรอกไฮดรอลิก เสียงลูกสูบเครื่องยนต์ดีเซลขนาดยักษ์กำลังหมุนวนเป็นจังหวะดังกึกก้อง ทว่าจุดที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือบริเวณใจกลางห้องโถง...
ตรงนั้นมีแท่นโลหะยกพื้นสูง ล้อมรอบด้วยแผงกระจกกันกระสุนหนาพิเศษ ภายในบรรจุ 'เตาปฏิกรณ์ฟิวชันต้นแบบ' รูปทรงกระบอกแปดเหลี่ยมสีเงินวาววับ แกนกลางของเตาปฏิกรณ์กำลังเปล่งแสงเรืองรองสีฟ้าครามไอออนิคอันงดงามแต่แฝงไว้ด้วยพลังงานทำลายล้างมหาศาล!
รอบๆ ฐานรองรับเตาปฏิกรณ์และเสาโครงสร้างของท้องเรือ ทุ่นระเบิดแม่เหล็กทรงกลมสีดำติดไฟกะพริบสีแดงนับสิบลูกถูกติดตั้งแนบสนิทอยู่กับโครงเหล็ก สายชนวนอิเล็กทรอนิกส์โยงใยเข้าสู่คอนโซลควบคุมหลักกลางห้องโถง
และรอบๆ แท่นปฏิกรณ์... กองกำลังทหารรับจ้างกบฏโอลิมปัสเกือบสิบนายในชุดเกราะเต็มยศพร้อมปืนกลหนักยืนคุมเชิงอยู่ โดยมีหัวหน้าหน่วยของพวกมันยืนอยู่หน้าคอนโซลควบคุม!
"เคท คุณเห็นแผงควบคุมระบบทุ่นระเบิดไหม?" ผมกระซิบถามผ่านไมโครโฟนไร้สาย
"เห็นแล้วค่ะผู้การ มันอยู่ที่คอนโซลฝั่งขวาของเตาปฏิกรณ์ ถ้าฉันสามารถเข้าถึงเทอร์มินัลนั้นได้ ฉันจะแฮกตัดกระแสไฟของตัวจุดชนวนทั้งหมดได้ในเวลาสองนาทีค่ะ" เคทตอบด้วยสายตามุ่งมั่น
"ดี ผมจะเปิดฉากโจมตีเบี่ยงเบนความสนใจและกวาดล้างพวกมัน คุณหาจังหวะพุ่งเข้าหาคอนโซลทันที" ผมสั่งการอย่างเฉียบขาด
"รับทราบค่ะ!"
ผมปลดสลักระเบิดแสงแฟลชแบงจากเข็มขัดยุทธวิธี ปลดสลักแล้วขว้างร่อนออกไปกลางห้องโถงอย่างแม่นยำ!
ฟิ้ว... ติ๊ด!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
แสงสว่างจ้าสีขาวบริสุทธิ์หลายล้านแคนเดลาพร้อมคลื่นเสียงกระแทกหูระเบิดออกอย่างรุนแรงกลางห้องโถง! ทหารรับจ้างของกลุ่มโอลิมปัสต่างร้องลั่นด้วยความตกใจ สองมือยกขึ้นปิดตาและหู ร่างเซถลาด้วยอาการตาพร่าและสูญเสียการทรงตัว
"ลุย!" ผมคำรามลั่นพร้อมกับกระโจนตัวออกจากที่กำบัง!
ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!
ผมสาดกระสุนปืนไรเฟิลจู่โจมเจาะเกราะเข้าใส่กลุ่มศัตรูอย่างดุดันและแม่นยำ กระสุนพุ่งเจาะทะลุหมวกเกราะและแผ่นอกของทหารรับจ้างสามนายล้มตึงลงกับพื้นทันที เลือดสดๆ สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนแผ่นเหล็ก
พวกศัตรูที่เหลือเริ่มตั้งสติได้และสาดกระสุนปืนกลหนักตอบโต้กลับมา!
เปรี้ยงๆๆๆๆๆๆ! ตั่บๆๆๆๆๆๆๆ!
-่ากระสุนพุ่งกระทบเสาเหล็กและบันไดทางเดินจนสะเก็ดไฟกระเด็นวูบวาบ ผมทิ้งตัวสไลด์หลบเข้าหลังตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า กราดยิงตอบโต้สังหารศัตรูไปได้อีกสองนายอย่างรวดเร็ว
ในจังหวะนั้นเอง เคทใช้ความปราดเปรียวและว่องไวดั่งแม่เสือสาว พุ่งทะยานฝ่าม่านกระสุนตรงไปยังคอนโซลควบคุมทุ่นระเบิด เธอทิ้งตัวลงหน้าแป้นพิมพ์แล้วเริ่มลงมือเชื่อมต่อแท็บเล็ตเข้ากับระบบทันที!
"ฉันเชื่อมต่อระบบได้แล้วค่ะผู้การ! กำลังถอดรหัสเซฟตี้!" เคทตะโกนรายงานท่ามกลางเสียงปืนที่ดังกึกก้อง
"ยอดเยี่ยมเคท! ผมจะคุ้มกันคุณเอง!" ผมโผล่ตัวออกไปยิงเด็ดหัวทหารรับจ้างอีกนายที่พยายามจะวิ่งเข้าหาเคทจนหงายหลังล้มตึง
ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งชัยชนะที่กำลังจะมาถึงนั้นเอง...
วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!
สัญญาณไซเรนเตือนภัยฉุกเฉินสีแดงฉานบนเพดานพลันหมุนวนและส่งเสียงหวีดร้องแหลมสูงกึกก้องไปทั่วทั้งห้องเครื่องยนต์! แสงไฟสีแดงสาดส่องตัดกับความมืดมิด
ครืนนนนนนนนนน! ปังงงงงงงงงงงง!
ประตูกั้นน้ำไฮดรอลิกเหล็กกล้าขนาดมหึมาที่ทางเข้าห้องโถงเลื่อนกระแทกปิดลงมาอย่างรุนแรง ตัดขาดเส้นทางล่าถอยและตัดสัญญาณวิทยุจากทีมหนุมานภายนอกอย่างสิ้นเชิง!
"ฮ่าๆๆๆๆๆ! พวกแกคิดว่าจะเข้ามาเล่นงานพวกเราได้ง่ายๆ รึไง ไอ้พวกหนูท่อ!" เสียงสังเคราะห์เยือกเย็นและเหี้ยมเกรียมดังกระหึ่มออกมาจากลำโพงประจำห้องโถง มันคือเสียงของผู้นำกลุ่มกบฏโอลิมปัสที่กำลังจับตาดูผ่านกล้องวงจรปิดลับ!
"แย่แล้วค่ะผู้การ! มันเป็นกับดัก!" เคทร้องเตือนด้วยความตกใจ
ทันใดนั้นเอง ใต้พื้นเหล็กบริเวณหน้าคอนโซลควบคุม กลไกสปริงและตาข่ายโซ่ตรวนแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานสูงพลันดีดตัวขึ้นมาจากช่องลับบนพื้น!
ชวิ้งงงงงง! ปึ่กกกกก!
โซ่เหล็กกล้าผสมคาร์บอนที่อาบด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูงพุ่งตวัดรัดตรึงร่างของเคทเข้ากับเสาเหล็กหนาหน้าเตาปฏิกรณ์ฟิวชันอย่างแน่นหนาในพริบตาเดียว! แรงดึงดูดของแม่เหล็กไฟฟ้าล็อกข้อต่อโซ่จนแน่นสนิทราวกับหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับเสาเหล็ก!
"กรี๊ดดดดดดด! นนท์! ช่วยด้วย!" เคทกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อสนามแม่เหล็กปล่อยประจุไฟฟ้าสถิตแล่นปราดไปทั่วร่าง ทำให้กล้ามเนื้อของเธอเกร็งกระตุกจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้
"เคท!" ผมคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล เลือดในกายพลุ่งพล่านจนถึงขีดสุด
ผมพุ่งตัวออกจากที่กำบัง ยิงสังหารทหารรับจ้างสองนายสุดท้ายที่เหลืออยู่จนล้มตายลงคาที่ ก่อนจะสาวเท้าวิ่งตรงเข้าไปหาเคท
ทว่าก่อนที่ผมจะเข้าถึงตัวเธอ...
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงสัญญาณเตือนภัยอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นจากแผงหน้าปัดดิจิทัลของคอนโซลหลัก!
หน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่สว่างวาบขึ้นด้วยตัวเลขนับถอยหลังสีแดงก่ำที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็วและเลือดเย็น:
[ 05:00 ]
[ 04:59 ]
[ 04:58 ]
ทุ่นระเบิดแม่เหล็กความร้อนสูงนับสิบลูกที่ติดอยู่รอบโครงสร้างเรือและเตาปฏิกรณ์ฟิวชันเริ่มส่งเสียงหวีดร้องเบาๆ พร้อมกับประกายไฟสีส้มที่เริ่มปะทุขึ้นในสายชนวน ตัวจุดระเบิดเวลาถูกเปิดใช้งานโดยสมบูรณ์แบบ!
หากปล่อยให้เวลานับถอยหลังจนถึงศูนย์ ทุ่นระเบิดเทอร์ไมต์จะระเบิดฉีกท้องเรือและหลอมละลายแกนปฏิกรณ์ฟิวชัน กลืนกินทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมดเป็นทะเลเพลิงในพริบตา!
ทว่ากลไกการปลดชนวนระเบิดนั้นซับซ้อนอย่างยิ่ง ต้องใช้สองมือป้อนรหัสคณิตศาสตร์ควอนตัมและตัดสายชนวนทีละเส้นที่คอนโซลหลักอย่างต่อเนื่องโดยไม่อาจละสายตาได้แม้แต่วินาทีเดียว ซึ่งจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยเต็มสี่ถึงห้านาที!
แต่ในขณะเดียวกัน... โซ่ตรวนแม่เหล็กไฟฟ้าที่พันธนาการร่างของเคทไว้ กำลังส่งกระแสไฟฟ้าแรงสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับความร้อนของเตาปฏิกรณ์ หากไม่รีบตัดกระแสไฟและงัดโซ่ออกภายในไม่กี่นาที กระแสไฟฟ้าจะช็อตหัวใจของเคทจนหยุดเต้น และรังสีความร้อนที่เริ่มแผ่ออกจากเตาปฏิกรณ์จะแผดเผาร่างของเธอจนมอดไหม้เป็นจุล!
สลักระเบิดเวลาเริ่มนับถอยหลังเหลือเวลาเพียงห้านาที นนท์ต้องเลือกระหว่างการปลดชนวนระเบิดหรือการช่วยเคทที่ถูกโซ่ล่ามไว้หน้าเตาปฏิกรณ์!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??