เรื่อง สืบ...สวาท!! NC++

ติดตาม
บทที่ 155: ยุทธการฝ่าดงตอร์ปิโด
บทที่ 155: ยุทธการฝ่าดงตอร์ปิโด
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

บทที่ 155: ยุทธการฝ่าดงตอร์ปิโด

ผืนน้ำอ่าวไทยลุกเป็นไฟด้วยแรงระเบิดของตอร์ปิโด เสียงหวีดร้องของไซเรนสงครามดังกึกก้องฟากฟ้า

ตูมมมมมม! ตูมมมมมม!

คลื่นยักษ์สีดำมะเมี่ยมโถมซัดขึ้นสูงเสียดฟ้า ละอองน้ำทะเลเค็มปร่าระคนกลิ่นดินปืนและกำมะถันฟุ้งตลบไปทั่วชั้นบรรยากาศ พายุโซนร้อนระดับห้ากำลังบ้าคลั่ง ท้องฟ้ายามราตรีไร้ดาวถูกฉีกกระชากด้วยสายฟ้าแลบแปลบปลาบสีม่วงคราม เผยให้เห็นภาพมหาสงครามทางทะเลที่ดุเดือดเลือดพล่านที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่

เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกโชนเหนือน้ำทะเลที่แตกฟองขาวโพลน ซากเรือลาดตระเวนไร้คนขับระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ ชิ้นส่วนเหล็กกล้าปลิวว่อนกลางพายุฝนที่เทกระหน่ำลงมาดั่ง-่ากระสุน เสียงสัญญาณเตือนภัย "แดงขั้นวิกฤต" แผดลั่นแสบแก้วหูไปทั่วสะพานเดินเรือบัญชาการหลักของเรือลาดตระเวนบรรทุกขีปนาวุธนำวิถี 'รอยัลสยามการ์เดียน' เรือธงแห่งกองเรือรบผสมไทย-สากล (Royal Thai Navy & International Coalition Fleet)

"ตรวจพบตอร์ปิโดความเร็วเหนือเสียงระบบซูเปอร์คาเวิเทชัน (Supercavitating Torpedoes) แปดลูกใต้ผิวน้ำ! ความเร็วเกินสองร้อยน็อต! มุ่งตรงมาที่เรือธงในระยะห้าไมล์ทะเล! เวลาปะทะ... อีกสี่สิบวินาที!"

เสียงเจ้าหน้าที่เรดาร์ประจำห้องสะพานเดินเรือสั่นสะท้านจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง หน้าจอเรดาร์ควอนตัมสามมิติขนาดใหญ่ใจกลางห้องกะพริบแสงสีแดงเป็นจุดไข่ปลาถี่ระรัว เส้นทางการเคลื่อนที่ของมัจจุราชใต้น้ำกำลังพุ่งแหวกคลื่นมุ่งเป้ามายังจุดที่เรายืนอยู่ด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อ

บนสะพานเดินเรือที่สั่นสะเทือนตามแรงกระแทกของเกลียวคลื่น ผมยืนตระหง่านอยู่หน้าคอนโซลบัญชาการรบหลัก สวมเครื่องแบบยุทธวิธีสีดำทมิฬแนบกระชับเรือนร่างกำยำ แผ่นหลังเหยียดตรง สองมือจับขอบแท่นควบคุมแน่น สายตาของผมจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกกันกระสุนหนาพิเศษ ทะลุม่านสายฝนและเปลวเพลิงที่กำลังเผาผลาญผืนน้ำเบื้องหน้า สมาธิของผมสงบนิ่งดั่งศูนย์กลางของพายุหมุน แม้หัวใจจะสูบฉีดเลือดด้วยความเร็วสูงจากอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่าน

เคียงข้างผมคือ เจ้าหญิงอลิสรา ราชนิกุลสาวผู้สง่างามในฐานะผู้แทนบัญชาการร่วมแห่งกองทัพพันธมิตรสากล พระองค์สวมเครื่องแบบนายพลเรือสีขาวบริสุทธิ์ขลิบดิ้นทองคำ ตัวเสื้อเข้ารูปเน้นเอวคอดกิ่วและอกอิ่มคัพดีที่ดันเนื้อผ้าจนตึงเปรี๊ยะ ใบหน้างดงามสะกดสายตาที่แม้จะชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อจากความตึงเครียด แต่ดวงตาสีอำพันคู่สวยกลับเปล่งประกายเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวอย่างราชนิกุลนักรบ สองมือเรียวยาวของเธอประคองแผงควบคุมระบบอาวุธต่อต้านอากาศยานอย่างคล่องแคล่ว

และอีกด้านหนึ่งคือ เคท หรือแคทเธอรีน ยอดจารชนสาวระดับตำนานแห่งอินเตอร์โพลที่เพิ่งผ่านศึกรอดตายมาเคียงบ่าเคียงไหล่กับผม เธอสวมชุดรบนาโนสูทสีดำแนบเนื้อรัดตรึงทุกสัดส่วนโค้งเว้าของสรีระเพรียวระหง บั้นท้ายกลมกลึงและเรียวขายาวแข็งแรงสะท้อนแสงไฟฉุกเฉินสีแดง ผมสีบลอนด์ทองรวบตึงเป็นหางม้า ปืนกลมือไฮบริดสะพายพาดไหล่ ดวงตาสีเฮเซลอันทรงเสน่ห์จับจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมยุทธวิธีด้วยแววตาเฉียบคมดุจนางพญาเสือดาว

"พวกมันไม่ปล่อยให้เรามีเวลาหายใจเลยนะ นนท์" เคทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระชับ แฝงความเซ็กซี่เย้ายวนแม้ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน เธอขยับกายเข้ามาแนบชิดข้างตัวผม กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวผสมฟีโรโมนแห่งสมรภูมิโชยเตะจมูก "เรือบรรทุกเครื่องบินขนาดยักษ์ 'ไททันเนบิวลา' ของพวกมันกำลังใช้กองเรือคุ้มกันและฝูงตอร์ปิโดปิดล้อมเส้นทางเดินเรือหลักในอ่าวไทย ถ้าทะลวงเข้าไปไม่ได้ กองเรือผสมของเราจะถูกบดขยี้ทีละลำตรงนี้"

"ไม่มีทางที่ผมจะยอมให้มันเกิดขึ้น" ผมตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทรงพลังและหนักแน่นดั่งขุนเขา สายตามองตรงไปยังจุดดำมหึมาที่ทอดเงาทะมึนอยู่สุดขอบฟ้ากลางพายุฝน... เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ระดับซูเปอร์สเตลท์ 'ไททันเนบิวลา' ปราการลอยน้ำขนาดยักษ์ของศัตรูที่มีขนาดมหึมาราวกับเกาะเหล็กกล้าเคลื่อนที่

"นนท์คะ ระบบอาวุธนำวิถีของเรือรบเราถูกสัญญาณแจมมิ่งรบกวนอย่างหนัก" เจ้าหญิงอลิสราตรัสเตือนอย่างกระชับ พระหัตถ์ขาวผ่องกดสั่งการหน้าจอที่กะพริบเตือนสีส้ม "ขีปนาวุธต่อต้านตอร์ปิโดระยะประชิดไม่สามารถล็อกเป้าหมายหัวรบซูเปอร์คาเวิเทชันพวกนั้นได้ทัน ถ้าปล่อยให้มันพุ่งเข้าชนใต้แนวน้ำของเรือธง เกราะไททาเนียมสองชั้นก็เอาไม่อยู่!"

"อีกยี่สิบห้าวินาทีจะถึงจุดปะทะ!" เสียงเจ้าหน้าที่เรดาร์ตะโกนลั่นขึ้นมาอีกครั้ง เหงื่อแตกพลั่กเต็มใบหน้า

ในวินาทีนั้นเอง จอภาพโฮโลแกรมควอนตัมด้านหน้าผมก็สว่างวาบขึ้น ปรากฏใบหน้าคมคายของสองหญิงสาวคนสำคัญที่ประจำการอยู่ในศูนย์วิจัยและควบคุมเทคโนโลยียุทธวิธีส่วนหน้า

รดา ผู้บัญชาการฝ่ายวิศวกรรมอาวุธระดับสูง ในชุดกาวน์ปฏิบัติการสีเทาเข้ม ปลดกระดุมคอเสื้อเผยให้เห็นร่องอกขาวนวลและสร้อยคอจี้ไททาเนียม ดวงตาคมกริบเปี่ยมด้วยสติปัญญา และ วิเวียน แฮกเกอร์สาวอัจฉริยะในชุดรัดรูปแขนยาวสีม่วงเข้ม สวมหูฟังแทคติคอล มือบางทั้งสองข้างกำลังรัวนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดเสมือนจริงด้วยความเร็วระดับปาฏิหาริย์

"นนท์! ฟังทางนี้!" เสียงของรดาดังชัดเจนกังวานผ่านคลื่นความถี่เข้ารหัส "ฉันกับวิเวียนเพิ่งเตรียมความพร้อมเรือตรวจการณ์หุ้มเกราะไฮเทคไร้คนขับเสร็จสมบูรณ์! เรือลำนี้ติดตั้ง 'ระบบสะท้อนคลื่นโซนาร์ควอนตัม' (Quantum Sonar Reflection & Distortion Array) อาวุธลับรุ่นล่าสุดที่เราแอบทดสอบไว้ มันสามารถหลอกล่อและเบี่ยงเบนทิศทางตอร์ปิโดนำวิถีด้วยคลื่นเสียงจำลองความถี่มวลเรือรบขนาดแสนตัน!"

"หนูเจาะทะลวงเข้าสู่คลื่นนำวิถีของตอร์ปิโดพวกนั้นได้แล้วค่ะพี่นนท์!" วิเวียนพูดแทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้าอย่างตื่นเต้น ริมฝีปากอิ่มสีชมพูแย้มยิ้มอย่างมั่นใจ "หนูกำลังปล่อยเรือตรวจการณ์หุ้มเกราะไฮเทคออกจากแท่นปล่อยใต้ท้องเรือธงเดี๋ยวนี้! มันจะวิ่งตัดหน้ากองเรือและทำหน้าที่เป็นเหยื่อล่อดูดกลืนตอร์ปิโดทั้งหมดออกไปเอง!"

ฟ่ออออออ! ตูมมมม!

ใต้ท้องเรือธงรอยัลสยามการ์เดียน ประตูกลไฮดรอลิกขนาดมหึมาเปิดออก เรือตรวจการณ์หุ้มเกราะสีดำเงาวับที่สร้างจากคาร์บอนไฟเบอร์ผสมโลหะนาโน ดีดตัวพุ่งทะยานลงสู่เกลียวคลื่นคลั่งด้วยความเร็วสูง เครื่องยนต์วอเตอร์เจ็ตคู่ทรงพลังขับเคลื่อนมันแหวกผ่านผืนน้ำด้วยความเร็วกว่าแปดสิบน็อต ทันใดนั้น แผงส่งสัญญาณสะท้อนคลื่นโซนาร์รูปโดมบนดาดฟ้าเรือตรวจการณ์ก็เริ่มหมุนวนและปล่อยคลื่นความถี่แม่เหล็กไฟฟ้าใต้น้ำมหาศาลออกมา!

วี้ดดดดดดดดดดดด!

คลื่นโซนาร์ความถี่ต่ำกระแทกแหวกผืนน้ำลึก เสียงหวีดแหลมสะท้อนกึกก้องใต้ท้องทะเลลึก ตอร์ปิโดนำวิถีซูเปอร์คาเวิเทชันทั้งแปดลูกที่กำลังพุ่งตรงมายังเรือธง เกิดอาการเสียการทรงตัวอย่างฉับพลัน ระบบหัวรบนำวิถีอะคูสติกของศัตรูถูกหลอกล่อให้เข้าใจว่าเรือตรวจการณ์ไฮเทคลำเล็กคือเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดมหึมา!

หัวรบตอร์ปิโดเลี้ยวหักมุมเก้าสิบองศากลางกระแสน้ำวน พุ่งแหกวิถีเดิมตรงรี่เข้าหาเรือตรวจการณ์ไฮเทคแทน!

"สำเร็จแล้ว! ตอร์ปิโดเปลี่ยนทิศทางแล้ว!" เจ้าหน้าที่เรดาร์โห่ร้องด้วยความดีใจ

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!

เกิดการระเบิดใต้น้ำติดต่อกันแปดระลอก เสาน้ำขนาดยักษ์สูงกว่าห้าสิบเมตรพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศราวกับมังกรน้ำโกรธเกรี้ยว แรงอัดมหาศาลทำให้เรือตรวจการณ์ไฮเทคฉีกขาดและจมลงสู่ก้นทะเล แต่ภารกิจเบี่ยงเบนทิศทางของมันสัมฤทธิผลอย่างไร้ที่ติ เรือธงและกองเรือรบผสมรอดพ้นจากหายนะได้อย่างหวุดหวิด ละอองน้ำเค็มโปรยปรายลงมาดั่งฝนตกหนักกระทบกระจกหน้าต่างสะพานเดินเรือ

"เยี่ยมมาก รดา วิเวียน!" ผมเอ่ยปากชมผ่านระบบสื่อสาร หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความสะใจ

"แต่ภัยคุกคามยังไม่หมดนะคะที่รัก" วิเวียนตอบกลับมา เสียงใสแฝงความขี้เล่นทว่าแววตาจริงจัง "ดาวเทียมสแกนพบว่า 'ไททันเนบิวลา' กำลังชาร์จปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้ารางคู่ (Railgun) ขนาดยักษ์บนดาดฟ้า และระบบบาเรียสนามพลังป้องกันรอบเรือของมันยังทำงานเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ขีปนาวุธจากระยะไกลไม่มีทางเจาะเข้าไปได้เลย!"

"ถ้าเราไม่ทำลายเครื่องกำเนิดพลังงานบาเรียบนดาดฟ้าของมัน กองเรือทั้งหมดของเราจะกลายเป็นเป้านิ่งให้เรลกันของมันยิงถล่มจมลงก้นอ่าวไทยแน่" เจ้าหญิงอลิสราตรัส สายพระเนตรแน่วแน่ พระองค์หันมาสบตาผมอย่างมีความหมาย ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอเป่ารดข้างแก้มผมเบาๆ "เราต้องส่งหน่วยจู่โจมพิเศษขึ้นไปยึดดาดฟ้าและปิดระบบบาเรียจากข้างในเท่านั้น"

"ผมจะนำทีมบุกขึ้นไปเอง" ผมเอ่ยขึ้นอย่างไม่ลังเล

"ฉันไปด้วยค่ะ นนท์!" เคทก้าวออกมายืนขนาบข้างผมทันที ร่างกายของเธอพร้อมรบทุกอณู "คุณไม่มีทางทิ้งฉันไว้ข้างหลังแน่ และคุณก็ต้องการฝีมือการต่อสู้ระยะประชิดของฉันบนลานบินนั่น"

"เราต้องใช้เรือเร็วตรวจการณ์หุ้มเกราะสเตลท์บุกทะลวงฝ่าดงกระสุนเข้าไป" ผมสั่งการลงไปอย่างเด็ดขาด "ฟ้าใส กับ พลอย เตรียมพร้อมอยู่ที่โรงเก็บเรือเร็วชั้นล่างแล้วใช่ไหม?"

"พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะพี่นนท์!" เสียงของสารวัตรพลอยดังขึ้นในช่องสัญญาณวิทยุสื่อสารส่วนตัว น้ำเสียงของเธอเข้มข้น ดุดัน และเปี่ยมไปด้วยไฟแห่งความกระหายในการรบ "ฉันกับฟ้าใสติดตั้งปืนกลหนักต่อสู้อากาศยานและแท่นปืนวัลแคนสามสิบลำกล้องพร้อมกระสุนเจาะเกราะหมื่นนัดไว้รอบเรือแล้ว เหลือแค่กัปตันสุดหล่อลงมาคุมพวงมาลัยเท่านั้น!"

"ดีมาก เจอกันที่ท่าเทียบเรือฉุกเฉินชั้นล่าง" ผมสั่งการ

ก่อนที่ผมจะก้าวออกจากสะพานเดินเรือ เจ้าหญิงอลิสราเอื้อมพระหัตถ์ขาวเนียนนุ่มมากอบกุมท่อนแขนกำยำของผมไว้ สัมผัสอบอุ่นและนุ่มละมุนจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงผิวหนัง พระองค์เขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย โน้มใบหน้าเลอโฉมเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มของผม ดวงตาสีอำพันสั่นไหวด้วยความห่วงใยอันลึกซึ้ง

"กลับมาหาฉันให้ได้นะคะ นนท์... ชัยชนะครั้งนี้ และชีวิตของฉัน... อยู่ในกำมือของคุณ" อลิสรากระซิบถ้อยคำหวานซึ้งที่แฝงไปด้วยความเสน่หา ริมฝีปากอวบอิ่มสีกลีบกุหลาบของเธอประทับลงบนริมฝีปากของผมอย่างแผ่วเบาแต่เร่าร้อน ดูดดื่มความหวานล้ำเพียงชั่วครู่ก่อนจะผละออกอย่างอาลัยอาวรณ์

"ผมจะกลับมาหาคุณแน่นอนครับ เจ้าหญิง" ผมตอบรับด้วยสายตามั่นคง ก่อนจะหันหลังพุ่งทะยานลงสู่บันไดเหล็กฉุกเฉิน มุ่งหน้าสู่โรงเก็บเรือเร็วใต้ท้องเรือพร้อมกับเคท

...

บรึ้มมมมมมมมมมม!

เครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์คู่กำลังขับแปดพันแรงม้าคำรามลั่นประหนึ่งสัตว์ร้ายตื่นจากจำศีล กลิ่นน้ำมันไอพ่นและควันเผาไหม้ร้อนผ่าวคละคลุ้ง เรือเร็วตรวจการณ์หุ้มเกราะสเตลท์ 'แบล็กแฟนทอม' สีดำด้านไร้การสะท้อนแสง ดีดตัวออกจากช่องปล่อยเรือด้านกราบขวาของเรือธง พุ่งทะยานแหวกระลอกคลื่นยักษ์ด้วยความเร็วเก้าสิบน็อต!

ซ่าาาาาาาาาาา!

น้ำทะเลเย็นเฉียบสาดกระเซ็นขึ้นมาปะทะกระจกบังลมหน้าอย่างบ้าคลั่ง ละอองคลื่นแตกกระจายเป็นฟองขาวโพลน ผมกุมพวงมาลัยคาร์บอนไฟเบอร์และคันเร่งคู่แน่น สองขาเหยียบแป้นค้ำยันบนพื้นเรืออย่างมั่นคง แรงกระแทกจากคลื่นยักษ์สูงกว่าห้าเมตรทำให้ตัวเรือลอยละลิ่วขึ้นกลางอากาศก่อนจะตกลงมากระแทกผิวน้ำดังสนั่น ตับไตไส้พุงแทบจะกองรวมกัน แต่สัญชาตญาณนักรบของผมกลับยิ่งตื่นตัวถึงขีดสุด

ที่หัวเรือและกราบเรือทั้งสองข้าง สองสาวงามสุดแกร่งกำลังยืนประจำการอยู่หลังแท่นปืนกลหนักหุ้มเกราะ

สารวัตรพลอย ตำรวจสาวสวยหุ่นสะบึม สวมเสื้อกั๊กแทคติคอลทับเสื้อกล้ามรัดรูปสีดำที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำทะเลจนแนบสนิทไปกับทรวดทรงอวบอิ่ม ปทุมถันคู่โตเบียดชิดจนเห็นร่องอกลึกชัดเจน เม็ดเหงื่อและละอองน้ำเกาะพราวบนผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด สองมือของเธอกำด้ามปืนกลหนักแท่นคู่ขนาด .50 คาลิเบอร์แน่น กล้ามเนื้อต้นแขนและหัวไหล่เกร็งแน่นสะท้อนแสงไฟฉุกเฉิน สายตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังเรือคุ้มกันของศัตรูเบื้องหน้า

ส่วนที่กราบขวาคือ ฟ้าใส อดีตนักบินรบและมือปืนสาวสวยผมสั้นผู้ปราดเปรียว เธอสวมชุดบอดี้สูทหนังแนบเนื้อสีน้ำเงินเข้ม อวดสะโพกผายกลมกลึงและเรียวขายาวสวยงาม มือเรียวควบคุมแท่นปืนลำกล้องหมุนแกตลิ่ง 30 มม. ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า แววตาของเธอเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและกระหายการทำลายล้าง

และที่เบาะข้างคนขับ เคทกำลังใช้กล้องส่องทางไกลอินฟราเรดตรวจจับวิถีกระสุนและตอร์ปิโด คอยส่งสัญญาณพิกัดให้ผมอย่างแม่นยำ

"เรือคุ้มกันข้าศึกสามลำกำลังมุ่งหน้าเข้ามาตัดหน้าเราที่ทิศสองนาฬิกา!" เคทตะโกนฝ่าเสียงลมพายุและเสียงคำรามของเครื่องยนต์ "พวกมันคือเรือคอร์เวตต์ความเร็วสูงติดตั้งปืนใหญ่แท่นคู่และท่อยิงตอร์ปิโดเบา!"

ฟิ้วววววววว! ตูมมมมมม!

ลูกกระสุนปืนใหญ่ขนาด 76 มม. จากเรือคุ้มกันศัตรูตกกระทบผิวน้ำห่างจากกราบซ้ายของเรือเราไปเพียงไม่กี่เมตร! แรงระเบิดซัดคลื่นน้ำยักษ์สูงท่วมหัวโถมเข้าใส่ตัวเรือจนเอียงวูบ ผมกัดฟันกรอด หักพวงมาลัยสวนคลื่นอย่างช่ำชอง สะบัดท้ายเรือหลบหลุมน้ำวนได้อย่างเฉียดฉิวในเสี้ยววินาที!

"ตอร์ปิโดเบาสองลูกยิงออกมาจากเรือคอร์เวตต์ลำซ้าย! ระยะห้าร้อยเมตร!" ฟ้าใสตะโกนแจ้งเตือน

ผมเหลือบมองผิวน้ำที่แตกฟองเป็นเส้นตรงสองสาย พุ่งแหวกคลื่นตรงรี่เข้ามาด้วยความเร็วสูง ในสถานการณ์ที่คนขับเรือทั่วไปต้องตื่นตระหนกและหักหลบจนเรือคว่ำ ผมกลับเหยียบคันเร่งจมมิด!

"ทุกคนยึดเกาะไว้ให้แน่น!" ผมแผดเสียงก้อง

เรือเร็วแบล็กแฟนทอมพุ่งทะยานไต่ขึ้นไปบนยอดคลื่นยักษ์ที่กำลังม้วนตัวสูงกว่าหกเมตร ตัวเรือลอยคว้างขึ้นกลางอากาศเหนือผิวน้ำชั่วขณะ ตอร์ปิโดทั้งสองลูกพุ่งลอดใต้ท้องเรือของเราไปอย่างเฉียดฉิวเพียงคืบเดียว ก่อนจะระเบิดตูมสนั่นอยู่ด้านหลัง เปลวเพลิงสีส้มสว่างวาบสะท้อนแผ่นหลังของพวกเรา!

โคร่มมมม!

ตัวเรือตกลงมากระแทกผิวน้ำอีกครั้งอย่างแม่นยำ ผมหักพวงมาลัยเลี้ยวหักศอกจนกาบเรือเกือบแตะผิวน้ำ หมุนวนเข้าสู่ระยะหวังผลของปืนกลหนักทันที!

"พลอย! ฟ้าใส! สาดกระสุนถล่มพวกมันให้เละ!" ผมตะโกนสั่งการ

"จัดไปตามคำขอเลยค่ะที่รัก!" พลอยคำรามลั่นด้วยความสะใจ ใบหน้าสวยคมฉายแววดุดัน รอยยิ้มพรายปรากฏบนริมฝีปากอิ่มสีสด เธอเหนี่ยวไกปืนกลหนักขนาด .50 คู่ทันที!

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!

เสียงปืนกลหนักคำรามลั่นประหนึ่งฟ้าร้องติดต่อกัน ปลอกกระสุนทองเหลืองขนาดใหญ่ร่วงกราวลงบนพื้นเรือดังกริ๊งกร๊างนับร้อยนับพันปลอก ลำแสงกระสุนส่องวิถีสีแดงพุ่งแหวกม่านฝนเป็นสายยาว พุ่งเข้าเจาะทะลวงสะพานเดินเรือและคลังกระสุนของเรือคอร์เวตต์ลำแรกอย่างแม่นยำ เปลวไฟและควันดำพวยพุ่งออกมาจากตัวเรือข้าศึก เสียงระเบิดภายในดังสะท้อนกึกก้อง

ขณะเดียวกัน ฟ้าใสก็เหนี่ยวไกแท่นปืนแกตลิ่ง 30 มม. ของเธออย่างไม่น้อยหน้า!

บรึ้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!

เสียงปืนลำกล้องหมุนคำรามแผดเสียงแหลมราวกับเลื่อยยนต์ตัดเหล็ก ลำแสงกระสุนพลาสม่าเจาะเกราะพุ่งเป็นเส้นตรงสีน้ำเงินนับพันนัดต่อนาที กระหน่ำยิงเข้าใส่แนวน้ำและเครื่องยนต์ท้ายเรือของเรือคุ้มกันลำที่สองและลำที่สามจนเหล็กกล้าฉีกขาดกระจุยกระจาย เครื่องยนต์ของศัตรูระเบิดลุกเป็นลูกไฟขนาดยักษ์!

ตูมมมมมม! บึ้มมมมมมมมมมมมมมม!

เรือคุ้มกันทั้งสามลำของศัตรูถูกทำลายอย่างยับเยิน ลำแรกหักครึ่งท่อนและจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลทันที ส่วนอีกสองลำลุกไหม้เป็นเพลิงมรณะสว่างไสวกลางผืนน้ำอ่าวไทย เปลวไฟสะท้อนเงาของฟ้าใสและพลอยที่ยืนหอบหายใจอย่างตื่นเต้น หน้าอกอวบอิ่มของทั้งคู่กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงตามจังหวะการหายใจ เหงื่อไคลและละอองน้ำไหลรินอาบร่างกายที่งดงามราวกับเทพีแห่งสงคราม

"ฮ่าๆๆ! จมไปซะพวกเศษเหล็ก!" พลอยตะโกนก้องอย่างสะใจ พลางหันมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ผม "ฝีมือขับเรือของพี่นนท์นี่มันเร้าใจจนทำเอาหนูเสียววูบไปทั้งตัวเลยนะเนี่ย!"

"อย่าเพิ่งมัวแต่เสียวสิคะพี่พลอย!" ฟ้าใสแซวกลับพลางหัวเราะร่า ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน "มองข้างหน้าโน่น ปราการเหล็กยักษ์ของจริงรอเราอยู่แล้ว!"

ผมเร่งความเร็วเรือเต็มกำลัง แหวกม่านควันไฟและซากปรักหักพัง พุ่งตรงเข้าหาเป้าหมายหลักที่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

เรือบรรทุกเครื่องบิน 'ไททันเนบิวลา' สูงตระหง่านราวกับหน้าผาเหล็กกล้าสีดำทมิฬกลางคลื่นลมพายุ ลำเรือขนาดยักษ์ยาวกว่าสี่ร้อยเมตร ทอดเงาดำมืดบดบังฟากฟ้า ป้อมปืนใหญ่และแท่นยิงอาวุธรอบลำเรือกำลังกระหน่ำยิงใส่กองเรือผสมที่อยู่ห่างออกไป แต่เนื่องจากเรือเร็วของเราแล่นเข้ามาแนบชิดแนวน้ำด้วยความเร็วสูง ทำให้เราเข้ามาอยู่ใน 'มุมอับสายตา' และมุมกดต่ำสุดของปืนใหญ่ข้าศึกได้อย่างแยบยล!

"เราเข้ามาถึงกาบเรือด้านกราบขวาแล้ว!" เคทตะโกนรายงาน เธอหยิบลอนเชอร์ยิงฉมวกสลิงไฮดรอลิกแรงดึงสูงขึ้นมาประทับบ่า "ข้างบนนั้นสูงกว่าสี่สิบเมตรกลางลมพายุบ้าคลั่ง ถ้าพลาดตกลงมาคือแหลกเป็นชิ้นๆ แน่!"

"ไม่มีคำว่าพลาดในพจนานุกรมของเรา!" ผมตอบเสียงเข้ม

ผมหักพวงมาลัยนำเรือเร็วแบล็กแฟนทอมเข้าเทียบชิดขนานไปกับกาบเรือเหล็กกล้าของไททันเนบิวลา ตัวเรือเสียดสีกับเกราะเหล็กจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงดังลั่น เกลียวคลื่นยักษ์ซัดกระแทกตัวเรือจนโคลงเคลงอย่างรุนแรง

"ฟ้าใส พลอย! ประจำตำแหน่งระวังหลัง คอยยิงสกัดโดรนและเรือลาดตระเวนที่อาจตามมา!" ผมสั่งการ

"รับทราบค่ะผู้การ! ระวังตัวด้วยนะคะพี่นนท์!" ฟ้าใสและพลอยขานรับพร้อมกัน สองสาวส่งสายตาเปี่ยมด้วยความภักดีและความรักลึกซึ้งมายังผม

ผมและเคทหยิบลอนเชอร์ฉมวกสลิงแม่เหล็กแรงดึงสูงขึ้นมา เล็งเป้าหมายขึ้นไปที่แนวขอบดาดฟ้าลานบินเบื้องบน ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำและลมพายุที่หวีดหวิว

ฟึ่บ! ฟิ้วววววววววววววววววววววววว!

หัวฉมวกโลหะไททาเนียมผสมแม่เหล็กนีโอไดเมียมพุ่งทะยานแหวกม่านฝนขึ้นไปด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเข้ายึดเกาะกับขอบเหล็กกล้าของดาดฟ้าลานบินดัง เปรี๊ยะ! ปล่อยสนามแม่เหล็กดูดติดแน่นหนาดั่งหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน

"สลิงล็อกแน่นร้อยเปอร์เซ็นต์!" เคทส่งสัญญาณ

"ไปกันเลย!"

ผมและเคทเหนี่ยวไกรอกสลิงพลังงานจลน์ไฮสปีดที่ติดอยู่กับเข็มขัดยุทธวิธีทันที!

หวึ่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!

มอเตอร์แม่เหล็กไฟฟ้าแรงบิดสูงดึงสายเคเบิลนาโนไฟเบอร์อย่างรุนแรง ดีดร่างของผมและเคทลอยละลิ่วพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศ ฝ่าสายฝน เม็ดน้ำเค็ม และลมพายุที่พัดกรรโชกอย่างบ้าคลั่ง เรือนร่างเพรียวระหงของเคทลอยเคียงคู่กับผม ทรวดทรงนาฬิกาทรายของเธอพลิ้วไหวอย่างสง่างามกลางเวหา สายตาของเราสบประสานกันชั่ววินาที ถ่ายทอดความเชื่อมั่นอันไร้ขีดจำกัดให้แก่กัน

ฟึ่บ! พรึ่บ!

เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างของผมและเคทก็พุ่งทะยานพ้นขอบกราบเรือสูงเสียดฟ้า ดีดตัวม้วนหน้ากลางอากาศอย่างคล่องแคล่วสมบูรณ์แบบ ก่อนที่สองเท้าจะเหยียบลงบนพื้นผิวขรุขระของลานบินดาดฟ้าเรือรบไททันเนบิวลาได้อย่างมั่นคงดั่งหินผา!

ลมพายุบนดาดฟ้าเรือบรรทุกเครื่องบินพัดกระหน่ำรุนแรงจนแทบจะพัดพาร่างให้ปลิว ละอองฝนสาดกระทบใบหน้าจนเย็นยะเยือก กลิ่นโอโซนและพลังงานไฟฟ้าไอออนเข้มข้นอบอวลไปทั่วบริเวณ เบื้องหน้าของเราคือลานบินขนาดมหึมาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เครื่องกำเนิดสนามพลังบาเรียและปืนใหญ่เรลกันขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางลานบิน

ทว่า... บรรยากาศรอบตัวกลับเงียบสงัดผิดปกติจนน่าขนลุก

ไม่มีเสียงฝีเท้าทหารลาดตระเวน ไม่มีเสียงคำสั่งการ มีเพียงเสียงลมพายุและเสียงหวีดหวิวของเครื่องกำเนิดพลังงานเท่านั้น

"เงียบเกินไปแล้ว..." เคทกระซิบพลางปลดล็อกห้ามไกปืนกลมือ สายตาระแวดระวังไปรอบทิศทาง แผ่นหลังเนียนแน่นของเธอแนบชิดกับแผ่นหลังกว้างของผมอย่างระมัดระวัง

ทันใดนั้นเอง!

วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!

สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นรอบทิศทางของลานบินดาดฟ้า สปอตไลต์กำลังแรงสูงนับสิบดวงสาดส่องลงมาจากหอบังคับการ ฉายแสงจับจ้องตรงมายังจุดที่พวกเรายืนอยู่จนสว่างโร่ดั่งกลางวัน!

ครืนนนนนนนนนนนนนนนนน!

แผ่นเหล็กกล้าบนพื้นผิวลานบินแยกตัวเปิดออกเป็นช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้านับสิบๆ ช่อง ลิฟต์ไฮดรอลิกขนาดใหญ่ยกตัวขึ้นมาจากชั้นใต้ท้องเรืออย่างพร้อมเพรียง เสียงโลหะจักรกลกระทบพื้นดังกึกก้องกัมปนาท กึก! กึก! กึก!

เบื้องหน้าของผมและเคท ปรากฏร่างของกองพันทหารกลายพันธุ์ไซบอร์กในชุดเกราะนาโนคอมโพสิตสีดำทมิฬ ดวงตาดวงไฟสีแดงก่ำส่องประกายอำมหิตไร้ความรู้สึก ทุกนายถืออาวุธปืนกลเลเซอร์หนักและปืนกลพลาสม่าอัตโนมัติประจำการอย่างเป็นระเบียบสมบูรณ์แบบ

ลำแสงเลเซอร์เล็งเป้าหมายสีแดงเข้มนับร้อยเส้นถูกเปิดขึ้นพร้อมกัน ชี้ตรงมาที่หน้าอก ศีรษะ และลำตัวของผมและเคทจนพร่างพรายราวกับร่างแหแห่งความตาย!

พวกมันก้าวเดินล้อมกรอบเข้ามาอย่างช้าๆ บีบพื้นที่บนดาดฟ้าลานบินจนไร้ทางหนีทีไล่ เสียงกลไกขึ้นลำกล้องปืนเลเซอร์ดังคลิกประสานเสียงกันอย่างเยือกเย็น

นนท์และหน่วยรบพิเศษถูกปิดล้อมบนลานบินดาดฟ้าโดยกองพันทหารไซบอร์กติดปืนกลเลเซอร์หนักกว่าร้อยนาย!

ตอนต่อไป
บทที่ 156: ศึกประจัญบานดาดฟ้าเ...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา