เรื่อง สืบ...สวาท!! NC++
บที่ 161: รหัสเตือนภัยข้ามดวงดาว
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสีม่วงเข้มกระเพื่อมผ่านชั้นบรรยากาศโลก ปลุกสัญชาตญาณพญาอินทรีให้ลุกตื่นขึ้นรับศึกสงครามระดับดวงดาว
เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ... หวึ่งงงงง!
กระแสประจุไฟฟ้าสถิตความถี่สูงี่ไร้ี่มาหมุนวนเสียดสีกับโมเลกุลในชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ ก่อกำเนิดเป็นระลอกคลื่นแสงออโรราสีม่วงเข้มปนประกายเงินยวดยวบยาบแผ่ขยายปกคลุมขอบฟ้าทิศเหนืออย่างผิดธรรมชาติ แสงประหลาดนั้นไม่ได้เกิดจากลมสุริยะตามฤดูกาล หากแต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลี่สะเทือนลึกถึงระดับอนุภาคควอนตัม มันทะลุทะลวงผ่านแผ่นหินผา ธารน้ำแข็งโบราณ และปราการหินแกรนิตของเทือกเขาแอลป์ เข้ามากระทบโสตประสาทและสัมผัสี่หกอันเฉียบคมของผมโดยตรง
ผมลืมตาโพลงขึ้นในความสลัวรางของยามเช้าตรู่ สัญชาตญาณนักรบผ่านศึกสมรภูมิเดนตายี่ผ่านการฝึกฝนจนกลั่นเป็นแก่นแท้ ปลุกให้โลหิตในกายของผมสูบฉีดพลุ่งพล่าน สัมผัสถึงไอสังหารอันเย็นเยียบี่แผ่ลงมาจากห้วงอวกาศอันไกลโพ้น... ไอสังหารี่ไม่ใช่ของมนุษย์เดินดินธรรมดา แต่เป็นภัยคุกคามระดับล้างเผ่าพันธุ์!
แท็บเล็ตควอนตัมความมั่นคงสูงสุดี่นายทหารสื่อสารระดับสูงเพิ่งนำมาส่งมอบให้ผมหน้าห้องนอน ยังคงกะพริบแสงสีแดงเตือนภัยระดับฉุกเฉินสูงสุดอย่างบ้าคลั่ง กราฟคลื่นความถี่บนหน้าจอคริสตัลบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่นประหลาดี่ไม่ตรงกับอัลกอริทึมใดๆ ในฐานข้อมูลทางทหารของประชาคมโลก
"ท่านจอมพลครับ... มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ?"
เสียงกระซิบหวานเครือละมุนดังแผ่วเบามาจากเบื้องหลัง เมื่อผมหันกลับไปมอง ก็พบว่าร่างระหงของคุณหญิงศศิประภาและผู้กองฟ้าใสกำลังค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นจากเตียงนอนขนาดยักษ์ ผ้าห่มไหมสีทองเลื่อนหลุดลงเล็กน้อย เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องอวบอิ่มและรอยประทับแห่งรักจากค่ำคืนอันเร่าร้อนี่เพิ่งผ่านพ้นไป ดวงตาหวานฉ่ำคู่งามของพวกเธอฉายแววกังวลใจปนสงสัย ขณะี่สาวงามคนอื่นๆ ทั้งรดา นลิน พลอย เคท อลิสรา มิเชล โซเฟีย และวิเวียน ต่างเริ่มตื่นจากนิทราด้วยสัญชาตญาณของยอดจารชนและนักรบระดับหัวกะทิ
"มีสัญญาณเตือนภัยระดับกาแล็กซีแทรกซึมเข้ามาในระบบเครือข่ายดาวเทียมของโลก" ผมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ หนักแน่นและเยือกเย็น เพื่อสะกดความตระหนกของทุกคน "ระบบตรวจจับพลังงานตรวจพบคลื่นรบกวนความถี่สูงี่พุ่งตรงมายังโลกในเสี้ยววินาทีเดียวกับี่เตาปฏิกรณ์โซลาริสเริ่มเดินเครื่องทดสอบ"
คำตอบของผมทำให้แววตาอ่อนหวานเคลิบเคลิ้มของสิบพญาหงส์แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมและจริงจังในชั่วพริบตา พวกเธอทุกคนคือสตรีระดับตำนานี่ผ่านสมรภูมิเลือดมานับครั้งไม่ถ้วน ความสุขสมในราตรีี่ผ่านมาคือของขวัญแห่งความผูกพัน ทว่าเมื่อมีภัยคุกคามแว่นแคว้นและมวลมนุษยชาติ เลือดนักสู้ในกายของพวกเธอย่อมลุกโชนขึ้นทันที
"ถ้าสัญญาณนี้เล็งเป้ามาี่เตาปฏิกรณ์โซลาริส... นั่นหมายความว่าพวกมันต้องการแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ไร้ขีดจำกัดี่พวกเราเพิ่งสร้างขึ้นสำเร็จค่ะ!" เลดี้วิเวียน แฮกเกอร์สาวอัจฉริยะลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว เรือนผมสีบลอนด์สลวยทิ้งตัวปรกไหล่เนียน ดวงตาสีฟ้าใสของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตัว "วิเวียนต้องรีบเข้าสู่ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักเดี๋ยวนี้เลยค่ะพี่นนท์!"
"เตรียมตัวให้พร้อมทุกคน" ผมออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด "เราจะเดินทางไปยังศูนย์บัญชาการพิทักษ์สันติภาพโลกทันที!"
สามสิบนาทีต่อมา...
ท่าอากาศยานลับใต้พิภพของปราสาทมุกหิมะสวรรค์เปิดออก เครื่องบินเจ็ตรุ่นไฮเปอร์โซนิกสเตลธ์ "แบล็กฮอว์ก ควอนตัม วัน" ทะยานพุ่งแหวกกลีบเมฆหนาทึบเหนือเทือกเขาแอลป์ด้วยความเร็วแปดเท่าของเสียง ตัดผ่านชั้นบรรยากาศมุ่งหน้าตรงสู่ศูนย์บัญชาการพิทักษ์สันติภาพโลก (World Peace Enforcement Command - WPEC) ซึ่งตั้งอยู่ลึกลงไปใต้เทือกเขาหินแกรนิตอันเป็นความลับสุดยอดขององค์การสหประชาชาติ
บรรยากาศภายในห้องบัญชาการยุทธการหลักของศูนย์บัญชาการพิทักษ์สันติภาพโลกเต็มไปด้วยความตึงเครียดระดับสูงสุด เสียงสัญญาณเตือนภัยโค้ดเรดดังก้องประสานกับเสียงพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดและเสียงรายงานสถานการณ์ของเจ้าหน้าี่ระดับสูงกว่าสามร้อยนาย หน้าจอโฮโลแกรมควอนตัมขนาดมหึมากว้างกว่าห้าสิบเมตรี่ลอยอยู่กลางอากาศ กำลังแสดงภาพจำลองสามมิติของลูกโลกสีน้ำเงิน ทว่ารอบชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์และวงโคจรระดับต่ำของโลก กลับถูกห้อมล้อมด้วยแถบคลื่นสนามแม่เหล็กสีม่วงเข้มี่แผ่ปกคลุมเป็นโครงข่ายใยแมงมุมขนาดยักษ์
"ท่านจอมพลนนท์มาถึงแล้ว! ทั้งหมดตรง... ทำความเคารพ!"
เสียงนายทหารเวรยุทธการสั่งการดังกึกก้อง ทันทีี่ผมก้าวเท้าเดินเข้าสู่ห้องบัญชาการ เจ้าหน้าี่ทุกนายต่างลุกขึ้นยืนทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงด้วยความศรัทธาสูงสุด ผมอยู่ในชุดเครื่องแบบสนามสีกรมท่าเข้มสั่งตัดพิเศษ ติดเครื่องหมายยศจอมพลพิทักษ์สันติภาพโลกและตราสัญลักษณ์พญาอินทรีทองคำี่บ่าทั้งสองข้าง แววตาของผมคมกริบดั่งใบมีดโกน แผ่รังสีแห่งอำนาจและความสุขุมี่สามารถสะกดความหวาดหวั่นของทุกคนให้สงบลงได้
เคียงข้างผมคือสิบพญาหงส์ี่ผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดปฏิบัติการยุทธวิธีชั้นสูงี่ทะมัดทะแมงแต่ยังคงเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอันงดงาม ทรงพลัง และสง่างามอย่างหาี่เปรียบมิได้ ทุกคนแยกย้ายเข้าประจำสถานียุทธศาสตร์ตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน คุณหญิงศศิประภาและทนายความนลินดูแลสายการบังคับบัญชาฝ่ายกฎหมายระหว่างประเทศและการประสานงานกับคณะมนตรีความมั่นคง เจ้าหญิงอลิสราและบารอนเนสโซเฟียควบคุมระบบดาวเทียมป้องกันภัยทางยุทธศาสตร์ของยุโรป ผู้กองฟ้าใส สารวัตรพลอย แคทเธอรีน และมิเชล ดูแลเครือข่ายกองกำลังปฏิบัติการพิเศษและหน่วยจู่โจมเร็ว ขณะี่คุณหนูรดาและเลดี้วิเวียนมุ่งหน้าตรงไปยังแท่นควบคุมระบบวิเคราะห์ข้อมูลควอนตัม
"สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?" ผมก้าวขึ้นสู่แท่นบัญชาการหลัก เอ่ยถามเสียงเรียบแต่น้ำเสียงกังวานก้องทั่วห้อง
ร่างเพรียวระหงในชุดกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ี่สวมทับชุดสูททำงานเข้ารูปสีเทาเข้มรีบก้าวเข้ามาทำความเคารพผมทันที เธอคือ ดร.ดารินทร์ รัตนเวคิน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ฟิสิกส์และผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยพลังงานควอนตัมอวกาศลึกของศูนย์บัญชาการ หญิงสาววัยสามสิบต้นๆ ผู้มีใบหน้าสวยหวานหมดจด ทว่าแฝงไว้ด้วยความเฉลียวฉลาดล้ำลึก ผิวขาวเนียนละเอียดภายใต้แว่นตากรอบเงินไร้ขอบ และเรือนผมยาวสีดำขลับี่รวบเป็นหางม้าเรียบร้อย ทรวดทรงอกอิ่มสะพรั่งและสะโพกกลมกลึงซ่อนอยู่ใต้ชุดกาวน์อย่างมิดชิด ทว่าไม่อาจซ่อนเสน่ห์ของสตรีทรงภูมิปัญญาผู้นี้ได้เลย
"กราบเรียนท่านจอมพลนนท์ค่ะ..." ดร.ดารินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสี่เจือความสั่นไหวระคนตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้สบตากับผมในระยะประชิด นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มหลังเลนส์แว่นมีประกายแห่งความชื่นชมและเทิดทูนฉายชัด "เหตุการณ์นี้ร้ายแรงเกินกว่าี่พวกเราเคยคาดการณ์ไว้มากค่ะ สัญญาณควอนตัมนี้ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติในระบบสุริยะของเราอย่างแน่นอน!"
ดร.ดารินทร์แตะหน้าจอสัมผัส ส่งข้อมูลโฮโลแกรมชุดใหญ่ขึ้นสู่หน้าจอหลักเบื้องหน้าผม
"เมื่อเวลาศูนย์หกนาฬิกาสี่สิบห้านาที ในจังหวะี่ระบบเครือข่ายเตาปฏิกรณ์โซลาริสเริ่มปลดปล่อยคลื่นอนุภาคโฟตอนบริสุทธิ์เพื่อทดสอบการกระจายพลังงานไร้สายรอบโลก จานรับสัญญาณดาราศาสตร์วิทยุความถี่ลึกพิเศษี่แอนตาร์กติกาและกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เว็บบ์ทู ได้ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิด 'ทาคีออนิก-ซูเปอร์ลูมินัล' (Tachyonic Superluminal Wave) ซึ่งเดินทางเร็วกว่าแสงหลายเท่าตัว มันพุ่งตรงตัดข้ามเมฆออร์ต (Oort Cloud) เข้าสู่ระบบสุริยะชั้นใน และทำการ 'ทักทาย' โครงข่ายพลังงานโซลาริสของเราโดยตรงค่ะ!"
"ทักทายงั้นหรือ?" ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาทอประกายคมปลาบ "มันส่งอะไรมากันแน่ ด็อกเตอร์?"
"มันคือรหัสข้อมูลบีบอัดระดับโมเลกุลควอนตัมค่ะท่านจอมพล" ดร.ดารินทร์กลืนน้ำลายลงคอพลางอธิบายต่อ "และี่น่าสะพรึงกลัวี่สุดคือ คลื่นนี้ถูกเข้ารหัสด้วยภาษาควอนตัมชั้นสูงี่มีโครงสร้างทางคณิตศาสตร์แบบเดียวกับ 'รหัสเทวทูต' (Archangel Protocol) ของสภาเงาโอลิมปัสี่ท่านเพิ่งกวาดล้างไป!"
คำพูดของ ดร.ดารินทร์ ทำให้ทั้งห้องบัญชาการเงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ
"เป็นไปได้อย่างไร?" แคทเธอรีนขมวดคิ้วสวย นัยน์ตาสีเฮเซลฉายแววเคลือบแคลง "พวกแกนนำสภาเงาโอลิมปัส ทั้งไฮน์ริช วานเดอร์บิลต์ และเหล่าผู้บริหารระดับสูง ถูกพวกเราจับกุมและทำลายเครือข่ายฐานทัพใต้ดินจนสิ้นซากไปแล้วไม่ใช่หรือ? พวกมันจะยังมีกำลังส่งสัญญาณระดับดวงดาวแบบนี้ได้จากี่ไหนอีก?"
"วิเวียนถอดรหัสชั้นแรกสำเร็จแล้วค่ะพี่นนท์!" เสียงหวานใสของเลดี้วิเวียนตะโกนขึ้นอย่างตื่นเต้น ปลายนิ้วเรียวสวยของเธอยังคงพรมลงบนแป้นคีย์บอร์ดแสงเลเซอร์ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ หน้าจอโฮโลแกรมของเธอฉายภาพโครงสร้างโมเลกุลรหัสข้อมูลี่กำลังแตกตัวออกเป็นชั้นๆ
"เอาภาพขึ้นจอใหญ่เดี๋ยวนี้ วิเวียน" ผมสั่งการ
วูบบบบ!
ภาพโฮโลแกรมกลางห้องบัญชาการหมุนวนอย่างรวดเร็วก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นตราสัญลักษณ์ดวงดาวสีดำทมิฬี่ล้อมรอบด้วยวงแหวนเนบิวลาสีม่วงเข้ม ลวดลายนั้นดูคล้ายกับตรานกฟีนิกซ์ทมิฬี่หลอมรวมกับโครงสร้างจักรกลอวกาศอันน่าขนลุก ตัวอักษรรหัสโบราณผสมผสานกับภาษาไบนารีระดับสูงปรากฏขึ้นเรียงราย
"นี่ไม่ใช่สัญญาณของมนุษย์โลกธรรมดาค่ะ..." วิเวียนเอ่ยเสียงเครียด ดวงตากลมโตฉายแววกังวลอย่างี่ไม่เคยเป็นมาก่อน "รหัสส่วนหัวของแพ็กเก็ตข้อมูลระบุพิกัดต้นทางมาจาก 'กลุ่มดาวเนบิวลาทมิฬ' (Dark Nebula Syndicate) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรลับนอกโลก... พวกมันคือผู้สนับสนุนเบื้องหลังตัวจริงของสภาเงาโอลิมปัสมาโดยตลอด!"
"พันธมิตรลับนอกโลก..." คุณหญิงศศิประภาทวนคำ น้ำเสียงของอัครสตรีผู้สุขุมทุ้มต่ำลงอย่างน่าเกรงขาม "หมายความว่าสภาเงาโอลิมปัสี่พวกเราต่อสู้มาตลอด เป็นเพียงแค่หุ่นเชิดบนดาวเคราะห์โลกของพวกมันอย่างนั้นหรือ?"
"ถูกต้องี่สุดค่ะคุณหญิง" ดร.ดารินทร์พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น เธอขยับแว่นตาพลางชี้ไปยังแถบข้อมูลวิเคราะห์สเปกตรัม "จากการถอดรหัสข้อความควอนตัมี่ฝังอยู่ในคลื่น สัญญาณนี้ส่งสารเตือนภัยและคำประกาศิตมาจากผู้บัญชาการสูงสุดของกลุ่มดาวเนบิวลาทมิฬ ข้อความถูกส่งมาโดยระบุเป้าหมายถึงประชากรโลกโดยตรงค่ะ!"
"อ่านข้อความนั้นให้ทุกคนฟัง ด็อกเตอร์" ผมสั่งการด้วยน้ำเสียงหนักแน่นดั่งหินผา
ดร.ดารินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก แผ่นอกอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ก่อนจะอ่านข้อความี่ถูกแปลผลออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ:
"'ถึงสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำแห่งดาวเคราะห์โลก... การล่มสลายของสภาเงาโอลิมปัสทำให้พวกเจ้าหลงระเริงคิดว่าตนเองได้รับอิสรภาพ ทว่าแท้จริงแล้ว โลกใบนี้เป็นเพียงฟาร์มทดลองทางชีวภาพและพลังงานของพวกเรามาแต่โบราณกาล บัดนี้ พวกเจ้าได้จุดประกาย 'เตาปฏิกรณ์โซลาริส' สำเร็จ ขุมพลังงานบริสุทธิ์อันไร้ขีดจำกัดี่พวกเรารอคอยให้ผลิดอกออกผลได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว...'"
ดร.ดารินทร์หยุดชั่วครู่ กลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะอ่านวรรคสุดท้าย:
"'จงสยบยอมและส่งมอบการควบคุมโครงข่ายโซลาริสทั้งหมดให้แก่พวกเราแต่โดยดี มิฉะนั้น ดาวเทียมลำแสงพลาสมาสังหารล้างพิภพ (Plasma Orbital Annihilator) จะถูกส่งเข้าสู่วงโคจรระดับต่ำเพื่อกวาดล้างอารยธรรมของพวกเจ้าให้กลายเป็นเถ้าถ่านภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง!'"
สิ้นเสียงอ่านของ ดร.ดารินทร์ ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวก็เข้าปกคลุมห้องบัญชาการอีกครั้ง เจ้าหน้าี่หลายนายหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก ข้อความนี้ไม่ต่างอะไรกับคำพิพากษาประหารชีวิตมวลมนุษยชาติทั้งเจ็ดพันล้านคน!
"เจ็ดสิบสองชั่วโมง... พวกมันคิดจะยึดครองพลังงานโซลาริสี่พี่นนท์และพวกเราเหนื่อยยากสร้างขึ้นมาเพื่อสันติภาพของโลกอย่างนั้นหรือ?!" สารวัตรพลอยกัดฟันกรอด สองมือเรียวกำหมัดแน่น นัยน์ตาคมกริบดั่งแม่เสือสาวลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ "ไอ้พวกต่างดาวสารเลว! คิดว่ามีเทคโนโลยีสูงส่งแล้วจะมาข่มเหงคนบนโลกได้ตามใจชอบงั้นเหรอ?!"
"ใจเย็นก่อน พลอย" ผู้กองฟ้าใสแตะไหล่เพื่อนร่วมรบอย่างสุขุม แม้ดวงตากลมโตของเธอจะฉายแววกังวล แต่เธอก็ยังคงมีสติ "เราต้องประเมินศักยภาพทางทหารของพวกมันให้ชัดเจนก่อน"
"ดร.ดารินทร์ วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการโจมตีของดาวเทียมลำแสงพลาสมาี่พวกมันขู่ไว้ซิ" ผมหันไปสั่งการหัวหน้านักวิทยาศาสตร์สาว
"ค่ะท่านจอมพล!" ดร.ดารินทร์ตอบรับอย่างกระฉับกระเฉง นิ้วเรียวสวยปัดหน้าจอโฮโลแกรมเพื่อคำนวณแบบจำลองความเสียหาย "หากดาวเทียมลำแสงพลาสมาของกลุ่มดาวเนบิวลาทมิฬเข้าสู่วงโคจรระดับต่ำของโลกได้สำเร็จ ลำแสงพลาสมาอุณหภูมิความร้อนสูงกว่าสิบล้านองศาเซลเซียสจะสามารถเจาะทะลุชั้นบรรยากาศและหลอมละลายแผ่นเปลือกโลกได้ภายในไม่กี่วินาทีค่ะ มันสามารถยิงทำลายเตาปฏิกรณ์โซลาริสหลักี่ตั้งอยู่ในทวีปต่างๆ หรือแม้แต่เผาผลาญเมืองหลวงของประเทศมหาอำนาจให้มอดไหม้เป็นจุลได้ในนัดเดียว!"
"แล้วระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธป้องกันขีปนาวุธข้ามทวีปของเราล่ะ?" ทนายความนลินเอ่ยถามด้วยความรอบคอบ "ระบบแอนตี้มิสไซล์ไอจิสควอนตัมี่เราเพิ่งติดตั้งไปครอบคลุมทั่วโลก พอจะสกัดกั้นดาวเทียมหรือลำแสงพลาสมาของพวกมันได้ไหม?"
ดร.ดารินทร์ส่ายหน้าช้าๆ แววตาเคร่งเครียด "ไม่ได้เลยค่ะคุณนลิน... ระบบป้องกันภัยปัจจุบันของเราถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามในชั้นบรรยากาศหรือขีปนาวุธวิถีโค้ง แต่ดาวเทียมลำแสงพลาสมาของเนบิวลาทมิฬใช้เกราะสนามพลังอนุภาคผกผัน (Inverted Particle Shield) ขีปนาวุธดินปืนหรือหัวรบนิวเคลียร์ทั่วไปจะถูกเบี่ยงเบนและระเบิดก่อนเข้าถึงเป้าหมาย ทางเดียวี่จะหยุดยั้งมันได้ คือเราต้องส่งยานรบอวกาศี่มีระบบขับเคลื่อนควอนตัมขึ้นไปทำลายพวกมันในสุญญากาศนอกโลกโดยตรงเท่านั้นค่ะ!"
"ยานรบอวกาศงั้นหรือ..." คุณหนูรดาลูบคางครุ่นคิด ก่อนี่ดวงตาคู่เฉี่ยวคมของเธอจะสว่างวาบขึ้น "พี่นนท์คะ! โครงการยานกระสวยอวกาศรุ่นทดลอง 'สกายฟอลคอน' (Sky Falcon Prototype) ี่บริษัทสิริโสภาคย์ของรดาร่วมมือกับองค์การนาซาและศูนย์วิจัยอวกาศลับ สร้างเสร็จสมบูรณ์อยู่ี่ฐานปล่อยยานอวกาศแหลมคานาวารัลพอดีค่ะ! มันติดตั้งเตาปฏิกรณ์ควอนตัมย่อยและเกราะสะท้อนพลังงานแสงอาทิตย์ตามแบบแปลนี่พี่นนท์เคยวางไว้ทุกประการ!"
"ยอดเยี่ยมมาก รดา" ผมพยักหน้ารับ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นี่มุมปากของผม ความหวาดหวั่นใดๆ ไม่อาจสั่นคลอนจิตวิญญาณแห่งจอมทัพพญาอินทรีได้
ผมก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนตระหง่านอยู่กึ่งกลางแท่นบัญชาการ สายตาของผมกวาดมองสิบพญาหงส์ ดร.ดารินทร์ และนายทหารทุกนายในห้องบัญชาการ แววตาของผมเปี่ยมล้นไปด้วยพลังอำนาจและความมุ่งมั่นอันไร้ขีดจำกัด
"ฟังให้ดี ทุกคน!" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของผมดังกึกก้องกังวาน สะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง "มนุษยชาติไม่ได้หลั่งเลือดเพื่อเอาชนะทรราชบนโลกใบนี้ เพียงเพื่อจะมายอมจำนนต่อผู้รุกรานจากนอกพิภพ! โลกใบนี้ไม่ใช่ฟาร์มทดลองของใคร และเตาปฏิกรณ์โซลาริสก็คือความหวังและอนาคตของลูกหลานพวกเรา!"
คำประกาศิตของผมจุดประกายไฟในดวงตาของทุกคนให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ความกลัวมลายหายไป สิ้นสุดความลังเลใจ เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวและพร้อมสู้ตายเคียงข้างผม
"ในฐานะจอมพลผู้พิทักษ์สันติภาพโลก ผมขอประกาศใช้ 'กฎอัยการศึกระดับจักรวาล' (Cosmic Defense Protocol) นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!" ผมออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด
"ศศิประภา นลิน... ประสานงานด่วนไปยังผู้นำมหาอำนาจทุกชาติ แจ้งเตือนภัยระดับสูงสุดแต่ควบคุมไม่ให้เกิดความตระหนกในหมู่ประชาชน สั่งปิดน่านฟ้าสากลและเตรียมพร้อมระบบป้องกันภัยพลเรือนทั่วโลก!"
"รับทราบค่ะท่านจอมพล!" คุณหญิงศศิประภาและทนายความนลินขานรับพร้อมกันอย่างเข้มแข็ง
"อลิสรา โซเฟีย... เชื่อมต่อดาวเทียมสอดแนมทางทหารทั้งหมดของยุโรปและพันธมิตร เข้ากับเครือข่ายเรดาร์ควอนตัมของศูนย์บัญชาการ WPEC สแกนทุกตารางนิ้วของวงโคจรโลกตลอดราตรีและทิวา!"
"น้อมรับบัญชาค่ะ ท่านจอมพลแห่งข้าพเจ้า!" เจ้าหญิงอลิสราและบารอนเนสโซเฟียทำความเคารพอย่างสง่างาม
"รดา วิเวียน ดร.ดารินทร์... เร่งปลดล็อกระบบควบคุมยานกระสวยอวกาศสกายฟอลคอน อัปเกรดซอฟต์แวร์การรบด้วยระบบเจาะรหัสควอนตัมของวิเวียน และเตรียมติดตั้งหัวรบพลาสมาสลายอนุภาคี่แหลมคานาวารัลทันที!"
"รับทราบค่ะพี่นนท์! วิเวียนจะทำให้สกายฟอลคอนกลายเป็นพญาอินทรีอวกาศี่ไร้เทียมทานี่สุดเลยค่ะ!" เลดี้วิเวียนตอบรับด้วยแววตามุ่งมั่น
"รดาจะสั่งการให้วิศวกรทุกคนี่ฟลอริดาเตรียมพร้อมยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ!" คุณหนูรดารับคำสั่งอย่างกระฉับกระเฉง
"ฟ้าใส พลอย เคท มิเชล... เตรียมกำลังพลหน่วยปฏิบัติการพิเศษพญาอินทรี สวมชุดเกราะควอนตัมพร้อมรบ เราจะเคลื่อนพลมุ่งหน้าสู่ฐานปล่อยยานอวกาศแหลมคานาวารัลเพื่อคุ้มกันแท่นยิงและกระสวยสกายฟอลคอน!"
"รับทราบครับท่านจอมพล!" สี่สาวนักรบทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง แววตาของพวกเธอเปล่งประกายร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง
เมื่อคำสั่งทั้งหมดถูกกระจายออกไป ศูนย์บัญชาการพิทักษ์สันติภาพโลกก็แปรสภาพกลายเป็นกลไกสงครามขนาดยักษ์ี่เดินหน้าอย่างเต็มกำลัง เจ้าหน้าี่ทุกคนทำงานประสานกันอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ภายใต้การนำของสิบพญาหงส์และตัวผม
หลังจากมอบหมายงานเสร็จสิ้น ดร.ดารินทร์ก็เดินเข้ามาใกล้ผมอีกครั้ง เธอยื่นแท็บเล็ตประมวลผลข้อมูลวงโคจรมาให้ผมอย่างนอบน้อม ทว่าระยะห่างี่ใกล้ชิดทำให้กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นคล้ายดอกมะลิซ้อนผสมไอทะเลจากเรือนกายของเธอโชยเข้าแตะจมูก ใบหน้าเนียนใสของ ดร.ดารินทร์ ซับสีเลือดฝาดเล็กน้อยเมื่อเธอสบสายตาี่ลึกซึ้งและทรงอำนาจของผม
"ท่านจอมพลคะ..." ดร.ดารินทร์เอ่ยเสียงแผ่วหวาน แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความชื่นชมอย่างสุดซึ้ง "ดิฉันไม่เคยเห็นผู้นำคนไหนี่มีความเด็ดเดี่ยว สุขุม และสง่างามท่ามกลางวิกฤตระดับล้างโลกเช่นท่านมาก่อนเลยค่ะ... การได้ร่วมงานเคียงข้างท่าน ทำให้ดิฉันเชื่อมั่นว่ามนุษยชาติจะมีทางรอดอย่างแน่นอนค่ะ"
ผมมองสตรีทรงปัญญาเบื้องหน้าด้วยความเอ็นดูและให้เกียรติ ยื่นมือหนาไปแตะี่ต้นแขนของเธอเบาๆ สัมผัสถึงความนุ่มเนียนผ่านเนื้อผ้ากาวน์ "ขอบคุณสำหรับความทุ่มเท ดร.ดารินทร์ สติปัญญาและความรู้ของด็อกเตอร์ คือกุญแจสำคัญี่จะช่วยให้พวกเราเอาชนะศึกครั้งนี้ได้ เชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวผมนะ"
คำพูดี่อบอุ่นทว่าเปี่ยมล้นไปด้วยความหนักแน่นของผม ทำให้ดวงตาคู่สวยของ ดร.ดารินทร์ เปล่งประกายหวานซึ้ง หัวใจของนักวิทยาศาสตร์สาวเต้นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น "ดิฉันจะทุ่มเททั้งชีวิตและสติปัญญา เพื่อสนับสนุนท่านจอมพลจนถึงี่สุดค่ะ!"
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมง การเตรียมการดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง ข้อมูลทุกอย่างถูกป้อนเข้าสู่ระบบจำลองยุทธศาสตร์เพื่อคำนวณเส้นทางการโคจรของดาวเทียมศัตรู
ทว่า ในขณะี่ทุกคนกำลังมุ่งมั่นกับการเตรียมแผนการรับมือนั้นเอง...
หวึ่งงงงงงง! ติ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ! ติ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!
เสียงไซเรนฉุกเฉินสีแดงเข้มดังแผดก้องขึ้นลั่นห้องบัญชาการหลักอีกครั้งอย่างกะทันหัน! แสงไฟทั่วห้องหรี่ลงและกะพริบเป็นจังหวะสีแดงเลือดนก หน้าจอโฮโลแกรมควอนตัมขนาดมหึมาสั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรง ตัวเลขพิกัดดาราศาสตร์และค่าความดันอวกาศพุ่งสูงขึ้นแตะขีดแดงในพริบตา!
"รายงานด่วน! ตรวจพบความผิดปกติเชิงมิติความโน้มถ่วงระดับเอ็กซ์ตรีม!" เจ้าหน้าี่ฝ่ายเฝ้าระวังอวกาศตะโกนก้องด้วยความตกใจสุดขีด
"ภาพจากดาวเทียมสอดแนมควอนตัมดีพสเปซวัน ถูกส่งเข้ามาแล้วค่ะพี่นนท์!" เลดี้วิเวียนร้องขึ้นอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วดึงสัญญาณภาพสดขึ้นสู่หน้าจอหลักกลางห้อง
ภาพี่ปรากฏขึ้นต่อสายตาของทุกคนในห้องบัญชาการ ทำให้ลมหายใจของทุกคนแทบจะหยุดชะงักลงในทันที!
ท่ามกลางความมืดมิดอันไพศาลของห้วงอวกาศ เบื้องหน้าดวงจันทร์สีเงินยวงี่ส่องสว่างอยู่นั้น มิติความว่างเปล่าเกิดการบิดเบี้ยวและปริแตกออกราวกับผิวกระจกี่แตกร้าว เปลวเพลิงพลาสมาสีม่วงเข้มปะทุระเบิดออกเป็นวงแหวนพลังงานขนาดมหึมา!
และจากใจกลางวงแหวนมิตินั้น... ร่างของวัตถุขนาดยักษ์สีดำมะเมี่ยมดั่งห้วงอเวจีก็ค่อยๆ โผล่พ้นออกมา!
มันคือยานอวกาศรบขนาดยักษ์ี่มีความยาวกว่าสามกิโลเมตร! ตัวยานมีรูปทรงแหลมคมคล้ายหัวลูกศรทมิฬ พื้นผิวโลหะสะท้อนแสงประหลาดี่กลืนกินแสงสว่างรอบข้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ เกราะพรางตัวล่องหนแบบหักเหสนามโน้มถ่วงค่อยๆ สลายตัวออก เผยให้เห็นปากกระบอกปืนใหญ่พลังงานพลาสมาและแท่นปล่อยโดรนสังหารนับพันกระบอกี่เรียงรายอยู่รอบตัวยาน!
ตัวยานประดับด้วยสัญลักษณ์เนบิวลาทมิฬเรืองแสงสีม่วงน่าสะพรึงกลัว มันไม่ได้เพียงแค่เข้าสู่วงโคจรเพื่อรอเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมงตามคำขู่...
แต่พวกมันกำลังเปิดฉากจู่โจมสายฟ้าแลบโดยไม่ทันให้มนุษยชาติตั้งตัว!
"ระบบนำทางของยานรบศัตรูถูกล็อกพิกัดแล้วค่ะ!" ดร.ดารินทร์ร้องตะโกนด้วยน้ำเสียงแตกตื่น ใบหน้าหวานซีดเผือดขณะจ้องมองวิถีการเคลื่อนี่ของมหายานรบล่องหน "มันไม่ได้มุ่งหน้ามายังศูนย์บัญชาการ... แต่มันกำลังพุ่งแหวกวงโคจรจันทรา มุ่งหน้าตรงดิ่งสู่โลกด้วยความเร็วไฮเปอร์ไดรฟ์!"
สายตาของผมจับจ้องจุดสีแดงกะพริบี่ระบุเป้าหมายปลายทางบนแผนี่โลกสามมิติ... พิกัดภูมิศาสตร์ละติจูดและลองจิจูดนั้นปรากฏเด่นชัดจนสะเทือนถึงก้นบึ้งของหัวใจ
เป้าหมายของมหายานรบล่องหนแห่งเนบิวลาทมิฬ ไม่ใช่ี่ไหนอื่น...
หากแต่มุ่งหน้าตรงสู่ฐานปล่อยยานอวกาศแหลมคานาวารัล รัฐฟลอริดา! สถานี่ซึ่งยานกระสวยอวกาศสกายฟอลคอน ความหวังเดียวของมวลมนุษยชาติกำลังจอดทอดตัวอยู่บนแท่นยิง!
และอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า... -่าฝนแห่งการทำลายล้างจากนอกพิภพ กำลังจะถล่มลงมาสู่ผืนพิภพอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??