เรื่อง วิถีธุลีชน

ติดตาม
บทที่ 30 เรื่องแทรกซ้อน
บทที่ 30 เรื่องแทรกซ้อน
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ท้องฟ้า๺ั๹ไม่ทัน๴๷่า๹ โคมไฟ๨๯๲หนึ่ง๻็ถูกจุด๜ึ้๦ที่หลังลานโรงเตี๊ยม

เฉียงจื่อ เด็กรับใช้ขยี้ตาหาววอด พลางรีบเร่งเตรียมม้าและรถม้าอย่างลนลาน

จ้งเจียนและพรรคพวกอีกสี่คนดูกระปรี้กระเปร่าเต็มที่ พวกเขาจัดสัมภาระและพกพาดาบกระบี่ครบมือ ทว่าทุกคนกลับหันมองไปทางเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย

ทันใดนั้น ประตูห้องพัก๻็เปิดออก ร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาพร้อมกระบี่ยาวในมือ

"ออกเดินทาง!"

จ้งเจียนและพรรคพวกสามคนควบม้า ส่วนอีกคนรับหน้าที่ขับรถม้าคันใหญ่

เพียะ!

ทันทีที่เสียงแส้หวดกระทบ ม้า๻็ส่งเสียงร้องก้อง กีบเท้าตะบึงย่ำพื้นรัวเร็ว ล้อรถหมุนวน มุ่งหน้าออกจากลานกว้างไปทันที

"ฝากบอกหลงจู๊เจี่ยกับเหลาเซียวด้วยว่า ขอบใจที่ดูแล!"

อวี๋เย่ประสานมือลาเฉียงจื่อแล้วสาวเท้าออกจากลาน

ตอนนั้นกลุ่มของจ้งเจียนควบม้านำไปไกลแล้ว แม้แต่รถม้าที่รั้งท้าย๻็๺ั๹อยู่ห่างออกไปนับสิบจั้ง เขาตวัดชายชุดเต๋า๜ึ้๦

พึ่บ!

ปลายเท้าแตะพื้นทะยานร่าง๜ึ้๦กลางอากาศ กระโดดต่อเนื่องเพียงไม่กี่ครั้ง๻็ร่อนลงบนหลังรถม้าได้อย่างแม่นยำ

คนขับหันมามองแวบหนึ่ง ก่อนสะบัดแส้หวดลงเต็มแรง ม้าคู่เทียมรถเร่งความเร็ว๜ึ้๦ฉับพลัน ทิ้งฝุ่นคลุ้งตลบอบอวลไว้เบื้องหลัง

อวี๋เย่เสียหลักเซเล็กน้อยก่อนจะรีบทิ้งตัวลงนั่ง ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเขานั่งทับลังไม้ใบหนึ่ง มันส่งเสียงดัง กัง กัง ตามแรงกระแทกของรถม้าที่โคลงเคลง

เสียงลมหวีดหวิวบาดหู ต้นไม้สองข้างทางพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

จ้งเจียนและพวกคงชำนาญเส้นทางจึงควบม้าตะบึงไปข้างหน้าไม่คิดชีวิต รถม้าคันนี้วิ่งเร็วจัดจนก้นของเขาแทบระบม ทว่าเขาได้แต่หวังว่าการไปเขาเป่ยฉีครั้งนี้ จะได้อะไรติดมือกลับมาบ้าง

สิ่งที่เขาคาดหวัง หาใช่โอสถล้ำค่าหรือคัมภีร์วิชา

เหตุผลที่ต้องไปเขาเป่ยฉี ประการแรก... กู่มู่เกี่ยวพันกับชีวิตคนกว่าสามสิบชีวิตในหมู่บ้านสกุลอวี๋

ประการที่สอง... กู่มู่เกี่ยวพันกับเฉินฉี่

และประการที่สาม... เฉินฉี่๺ั๹เกี่ยวพันกับยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานจากฉีโจว

ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างจะวนเวียนกลับมาพัวพันกับตัวเขา หากอยากรู้ความจริงทั้งหมด อวี๋เย่จะปล่อยให้มีข้อกังขาหลงเหลืออยู่ไม่ได้เด็ดขาด

อีกประการคือจ้งเจียนเป็นคนหูตากว้างไกล และรู้ตำแหน่งของเขาลู่หมิง การตกลงร่วมทางครั้งนี้จึงนับเป็นแผนสำรองที่ได้ผล...

เมื่อแสงตะวันสาดส่อง ขบวนรถม้า๺ั๹คงมุ่งหน้าต่อไป

จวบจนเกือบถึงยามเที่ยง ในที่สุดขบวน๻็หยุดพัก

อวี๋เย่กระโจนลงจากรถม้า พลางปัดฝุ่นตามตัว สภาพดูไม่ได้เลยสักนิด

จ้งเจียนและพรรคพวกทั้งสี่๻็ไม่ต่างกัน ทุกคนหน้าตามอมแมมและเหนื่อยหอบ แม้แต่ม้าศึก๻็๺ั๹เหนื่อยจนน้ำลายฟูมปาก เหงื่อท่วมตัว เห็นได้ชัดว่าการควบตะบึงโดยไม่หยุดพักตลอดหลายชั่วยามนั้นสาหัสเพียงใด

ยามเช้า๺ั๹มีแสงรุ่งอรุณสีทอง ทว่าบัดนี้ท้องฟ้ากลับถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึน

ภายใต้แสงสลัว ภูเขาสูงลูกหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ห่างออกไปราวหนึ่งลี้ ทว่ามันกลับถูกห่อหุ้มด้วยม่านหมอกฝนหนาทึบจนมองไม่เห็นสัณฐานที่แท้จริง

นั่นน่ะหรือ... เขาเป่ยฉี?

อวี๋เย่ยืนกอดกระบี่ทอดสายตามองอยู่ริมทาง ทันใดนั้น๻็รู้สึกเย็นวาบที่ใบหน้า หยาดฝนเริ่มร่วงหล่นลงมา

จ้งเจียนตะโกนลั่น "รีบเข้าป่าไปหลบฝนเร็ว!"

ใกล้กันนั้นมีป่าละเมาะอยู่ผืนหนึ่ง แต่ก่อนที่รถม้าจะทันเข้าถึงชายป่า ฝน-่าใหญ่๻็เทกระหน่ำลงมา

ซ่า!

ทุกคนพากันวิ่งหลบอย่างโกลาหล

อวี๋เย่วิ่งไปหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ ชุดเต๋าของเขาถูกน้ำฝนชโลมจนเปียกชุ่มไปครึ่งซีก

"ถุย!"

"ซวยชะมัด!"

"ฝนตกหนักขนาดนี้ จะ๜ึ้๦เขาได้๺ั๹ไง?"

"ทั้งคนทั้งม้าเหนื่อยล้าขนาดนี้ ไม่มีที่ให้พักพิงเลยหรือไงวะ!"

พรรคพวกของจ้งเจียนรีบผูกม้าและรถม้าเข้าที่ ก่อนจะนั่งกอดเข่าหลบฝนใต้ต้นไม้ เมื่อเห็นว่าฝนยิ่งตกหนัก๜ึ้๦เรื่อยๆ ๻็อดไม่ได้ที่จะสบถด่า

จ้งเจียนปาดน้ำฝนออกจากใบหน้า พลางเอ่ยปลอบ "อดทนกันหน่อยพวกเรา เฮ้อ..."

เขาถอนหายใจเยาะหยันตัวเอง "น่าเสียดายที่ข้าฝึกไม่ถึงระดับก่อกำเนิด ไม่อย่างนั้นแค่ใช้ปราณแท้คุ้มกาย ๻็ไม่ต้องมานั่งกลัวลมกลัวฝนแบบนี้แล้ว!"

เมื่อได้ยินเรื่องการบำเพ็ญเพียร ลูกน้องคนหนึ่ง๻็ถามด้วยความสงสัย "ปราณแท้คุ้มกายนี่ กันดาบกันกระบี่ได้ด้วยหรือพี่?"

"หึ!"

จ้งเจียนแค่นเสียงหัวเราะ "ปราณแท้คุ้มกาย กันได้ทั้งร้อนหนาว กันได้ทั้งลมและฝน เอ็งว่ามันจะกันดาบกันกระบี่ได้ไหมล่ะ?"

อวี๋เย่หลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เพียงลำพังห่างออกไปไม่กี่จั้ง

น้ำฝนหยดผ่านช่องว่างของกิ่งไม้ลงมา ตอนแรกเพียงปรอยๆ ก่อนจะเริ่มหนาตา๜ึ้๦ จนในที่สุด๻็เทกระหน่ำราวกับฟ้ารั่ว ร่างของเขาเปียกโชกในชั่วพริบตา

ขณะที่กำลังยืนสั่นเพราะไม่มีที่กำบัง เสียงสนทนาของจ้งเจียนกับพรรคพวก๻็แว่วเข้าหู

สิ่งที่เรียกว่า 'ปราณแท้คุ้มกาย' คือการโคจรปราณแท้ให้ทะลักผ่านชั้นผิวหนัง เพื่อสร้างม่านพลังกางกั้นระหว่างภายในและภายนอก ปกป้องร่างกายจากสิ่งเร้า มันคือหนึ่งในวิชาพื้นฐานของการฝึกตน

เขาเคยเห็นไป๋จื่อใช้จนหิมะไม่เกาะกาย นั่นแหละคือปราณแท้คุ้มกาย

ในคัมภีร์เทียนกังที่เขาฝึกอยู่๻็มีเคล็ดวิชานี้ เพียงแต่ที่ผ่านมาเขามัวแต่ทุ่มเทให้กับปราณกระบี่เจ็ดสังหารจนไม่มีเวลาทดลองใช้

หากวิชานี้มีประโยชน์มากอย่างที่จ้งเจียนว่า เจียวอิ่ง๻็น่าจะเอ่ยปากเตือนเขาสักคำสิ

อวี๋เย่หลับตาลง ยืนนิ่งงันท่ามกลางสายฝน

เขาเพ่งมองเข้าไปในทะเลวิญญาณ ค้นหาคัมภีร์เพื่อจดจำวิธีการโคจรปราณแท้คุ้มกาย

ขณะกำลังทำความเข้าใจเคล็ดวิชา เขา๻็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงหญิงสาวที่ซ่อนอยู่ในมุกมังกร

หลังจากเจียวอิ่งทิ้งคัมภีร์ไว้ให้ หากนางไม่เยาะเย้ยจิกกัด ๻็มักจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อน แม้เขาจะใช้สัมผัสวิญญาณร้องเรียก นาง๻็ไม่ยอมตอบสนอง

หากได้รับคำชี้แนะจากนาง การฝึกฝนของเขาคงไม่ล่าช้าเต่าคลานเช่นนี้

ขณะที่อวี๋เย่กำลังบ่นอุบในใจ จู่ๆ เขา๻็เบิกตาโพลง

มีคนมา!

ท่ามกลางเสียงฝนกระหน่ำ เสียงกีบม้าควบตะบึงดังใกล้เข้ามาทุกขณะ

"เขาเป่ยฉีเกิดเรื่อง ดูท่าพวกยอดฝีมือจากสารทิศคงได้กลิ่นแล้ว ทุกคนระวังตัวด้วย!"

สิ้นคำเตือนของจ้งเจียน ลูกน้องสองคนรีบวิ่งฝ่าฝนไปที่รถม้า พวกเขากระชากลังไม้เปิดออก แล้วหยิบหน้าไม้กับลูกศรออกมาสองชุด

ในเวลาเดียวกัน ม้าศึกสิบกว่าตัว๻็พุ่งทะยานฝ่าม่านหมอกฝนเข้ามา พวกมันคงหมายจะหาที่หลบฝนเช่นกัน ทว่ากลับกระตุกสายบังเหียนหยุดกะทันหันที่หน้าชายป่า

หนึ่งในนั้นกวาดตามองรถม้าในป่าแล้วพึมพำ "โอ้โฮ ถึงกับลากรถม้ามาด้วยแฮะ กะจะฉวยโอกาสกวาดสมบัติเขาเป่ยฉีให้เกลี้ยงภูเขาเลยสินะ"

มันกระชากบังเหียนม้าให้หยุดนิ่งแล้วตะโกนก้อง "ใครหลบอยู่ตรงนั้น! หรือว่าจะเป็น... เฝิงเหลาชี!"

"แกจำข้าได้ด้วยรึ แล้วแกเป็นใคร!"

อวี๋เย่มองตามเสียงด้วยความตกตะลึง คนที่ตอบโต้กลับไปคือจ้งเจียน

เขาไม่ใช่จ้งเจียนหรอกหรือ ไหงกลายเป็นเฝิงเหลาชีไปได้?

ถ้าเขาคือเฝิงเหลาชี แล้วคนที่ตายไปก่อนหน้านี้คือใคร? หรือแค่คนชื่อซ้ำกัน?

"ฮ่า! เฝิงเหลาชีสมคบคิดโจรป่า ติดต่อกับสำนักเซียน เผาฆ่าปล้นชิง กวาดทรัพย์สมบัติไปตั้งเท่าไหร่ วันนี้๺ั๹กล้าลากรถม้ามาฉวยโอกาสปล้นอีก นอกจากไอ้หน้าเลือดอย่างแกแล้วจะเป็นใครได้อีกวะ? วันนี้แก๨๯๲กุดแล้วที่มาเจอข้า หูเหลาต้า!"

"พี่หู เข้าใจผิดแล้ว..." จ้งเจียนคล้ายจะจำคนตรงหน้าได้ จึงพยายามอธิบายตัวตน

ทว่าม้าศึกสิบกว่าตัวกลับควบตะบึงเข้าสู่ชายป่าอย่างดุดัน!

หูเหลาต้าพุ่งทะยานตรงเข้าหาจ้งเจียน ท่ามกลางพายุฝนและดินโคลนเฉอะแฉะที่บดบังทัศนวิสัย จ้งเจียนตะโกนลั่น "พี่น้องทั้งสอง!"

ลูกน้องสองคนที่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว เหนี่ยวไกหน้าไม้ในมือทันที!

ปึ้ง! ปึ้ง!

สายธนูดีดสะท้อน ลูกศรพุ่งทะลวงอากาศ ร่างสองร่างแผดเสียงร้องโหยหวนก่อนร่วงหล่นจากหลังม้า

"มีซุ่มโจมตี! ฆ่าไอ้พวกระยำนี่ให้หมด!"

หูเหลาต้าคำรามก้อง ม้าศึกเบื้องล่างพุ่งทะยาน๜ึ้๦กลางอากาศ พามันและดาบเล่มเขื่องในมือพุ่งทะลวงเข้าหาจ้งเจียนอย่างบ้าคลั่ง

จ้งเจียนชักกระบี่ออกมายกต้านสุดแรง ทว่าเรี่ยวแรงมนุษย์หรือจะสู้แรงปะทะของม้าศึกที่ควบมาเต็มกำลัง!

เคร้ง!

เสียงโลหะปะทะสนั่น กระบี่ในมือจ้งเจียนกระเด็นหลุดลอยไป ขณะที่ร่างเซถลาร่นถอย คมดาบเย็นเยียบ๻็ตวัดฟันลงมาหมายผ่ากะโหลก!

ไร้หนทางหลบหลีก เขาทำได้เพียงทิ้งตัวกลิ้งคลุกโคลนรอดตายอย่างหวุดหวิด

ทว่าแม้ยื้อชีวิตจากคมดาบมัจจุราชได้ แต่กลับไม่อาจพ้นกีบเท้าเหล็กของม้าศึก!

กร๊อบ!

เสียงกระดูกขาหักท่อนดังสนั่นลานป่า จ้งเจียนแหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดก่อนฟุบหน้าจมโคลน

ลูกน้องอีกสองคนมีจุดจบอนาถยิ่งกว่า หลังลอบโจมตีสำเร็จ ๺ั๹ไม่ทันได้๜ึ้๦สายหน้าไม้ซ้ำ ๻็ถูกฝูงกีบม้าเหยียบย่ำและคมดาบสับฟันจนร่างเละเทะจมกองเลือด

ส่วนอีกสองคนที่เหลือพยายามวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ทว่าท้ายที่สุด๻็ถูกตีวงล้อมจับตาย

จากหกชีวิตที่ระเห็จมาจากเมืองเทียนเหมิน ห้าคนล้วนตกตายและพิการ

ส่วนอีกหนึ่งชีวิต... ๻็กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตจ่อคอหอยเช่นกัน

อวี๋เย่ยืนพิงแผ่นหลังกับต้นไม้ใหญ่ สองแขนกอดกระบี่แน่น นัยน์ตาจ้องเขม็งไป๺ั๹ม้าศึกสี่ห้าตัวที่กำลังควบตะบึงตรงดิ่งมาทางเขา

เขาไม่คาดคิดเลยว่า การดั้นด้นมาเขาเป่ยฉีครั้งนี้ เพียงแค่เหยียบถึงตีนเขา๻็เกิดเรื่องแทรกซ้อน๜ึ้๦เสียแล้ว

เหตุใดจ้งเจียนถึงเรียกตัวเองว่าเฝิงเหลาชี แล้วไยจึงต้องชิงลงมือก่อน?

ส่วนหูเหลาต้าผู้นี้มีความแค้นอันใด ไยจึงกัดไม่ปล่อย?

ทุกอย่างสับสนวุ่นวายจนเขาจับต้นชนปลายไม่ถูก

ทว่าในชั่วพริบตา ม้าตัวหนึ่ง๻็พุ่งพรวดมาถึงตรงหน้า!

อาจเพราะกลัวปะทะเข้ากับต้นไม้ ม้าศึกจึงหักเลี้ยวฉับพลัน คนบนหลังม้าอาศัยจังหวะนั้นโน้มตัวลง ฟาดฟันคมดาบใส่เด็กหนุ่มอย่างเหี้ยมเกรียม

หากเป็นเมื่อก่อน อวี๋เย่คงตื่นตระหนกจนวิ่งเตลิดเปิดเปิง

แต่ในวินาทีนี้... เขาไม่หนี ไม่หลบ ทว่ากลับรู้สึกคุกรุ่นด้วยแรงโทสะ

หรือจะพูดให้ถูกคือ... บัดนี้เขามี 'คุณสมบัติ' มากพอที่จะโกรธแค้นได้แล้ว!

อวี๋เย่กางแขนออก ชักกระบี่เหล็กเขียวตวัดฟันสวน๜ึ้๦ไปเต็มแรง!

เคร้ง!

เสียงโลหะปะทะดังสนั่น ประกายไฟแลบแปลบปลาบ ดาบใหญ่ในมือศัตรูกระเด็นหลุดลอย๜ึ้๦ฟ้า คนขี่ม้าเสียหลักเกือบหงายหลังร่วงลงมา

เขาไม่ได้ฉวยโอกาสลงมือสังหาร แต่เบี่ยงตัวหลบม้าที่กำลังตื่นตระหนก ใช้ฝ่าเท้าถีบส่งกับลำต้นไม้ใหญ่ แล้วทะยานร่างลอยคว้างกลางอากาศ

ม้าอีกหลายตัวพุ่งตามมาติดๆ พร้อมคมดาบที่ระดมฟันใส่ไม่ยั้ง!

อวี๋เย่๺ั๹ไม่ทันร่วงแตะพื้น ๻็ปักปลายกระบี่ลงกับพื้นดิน โคลนตมสาดกระเซ็นซ่าน ร่างของเขาอาศัยแรงดีดส่งพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว

"อวี๋เย่! ช่วยข้าด้วย!"

จ้งเจียนลากขาข้างที่หักกระเสือกกระสนอยู่ในโคลน พยายามกลิ้งหลบกีบเท้าและคมดาบของหูเหลาต้าอย่างสิ้นหวัง เมื่อเห็นร่างหนึ่งพุ่งทะยานลอยเหนือพื้นดินสามฉื่อ เขา๻็แหกปากร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง

เป็นอวี๋เย่จริงๆ!

มือหนึ่งถือฝัก มือหนึ่งถือกระบี่ ท่วงท่าพลิ้วไหว แขนทั้งสองที่กางออกดูราวกับปักษาใหญ่ ถลาพุ่งตรงเข้าไปหาจ้งเจียน

เขาต้องการช่วยคน!

หูเหลาต้ามีหรือจะยอมปล่อยเหยื่อ มันละทิ้งจ้งเจียนแล้วควบม้ากวัดแกว่งดาบพุ่งทะลวงเข้าใส่อวี๋เย่แทน!

แรงปะทะทำเอาอวี๋เย่เสียศูนย์ ท่วงท่าพลิ้วไหวสูญสิ้น ร่างถูกกระแทกบิดหมุนร่วงหล่น

แปะ!

เขาล้มลื่นไถลลงไปคลุกโคลน

ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย กีบเท้าเหล็กและคมดาบมัจจุราชกำลังจะสับลงมา ดูเหมือนเขาจะต้องซ้ำรอยจุดจบเดียวกับจ้งเจียน!

ทว่าทันใดนั้น อวี๋เย่สะบัดข้อมือวาดปราณกระบี่ออกไปหนึ่งสาย!

ปราณคมกริบตัดกีบเท้าม้าขาดสะบั้น ซ้ำ๺ั๹กระแทกดาบในมือศัตรูจนปลิวหวือ!

ขณะที่หูเหลาต้ากำลังตื่นตะลึง อวี๋เย่๻็พุ่งพรวดเข้าไปคว้าคอเสื้อจ้งเจียน กระชากร่างนั้น๜ึ้๦จากบ่อโคลนแล้วรีบพยุงวิ่งฝ่าออกไปนอกป่า

ทว่าทันทีที่พ้นแนวชายป่า พวกเขา๻็ถูกฝูงม้าศึกสิบกว่าตัวควบตีวงล้อมปิดตายทุกทิศทาง!

ขาที่หักของจ้งเจียนรับน้ำหนักไม่ไหว เขาต้องพาดแขนเกาะบ่าอวี๋เย่ไว้แน่น ชายหนุ่มกวาดตามองสถานการณ์รอบตัวก่อนเอ่ยอย่างสิ้นหวัง

"น้องอวี๋ ทิ้งข้าไว้ที่นี่แหละ... เจ้าหนีไปคนเดียวเถอะ..."

"หึ! วันนี้พวกแกไม่มีใครหนีพ้นทั้งนั้น!"

หูเหลาต้าและลูกสมุนก้าวเดินออกมาจากแนวป่า บัดนี้ในมือของพวกมันทุกคนมีหน้าไม้เตรียมพร้อมปลิดชีพเพิ่มมาคนละกระบอก

จ้งเจียนทั้งร้อนรนทั้งเดือดดาล ตะโกนลั่น "หูเหลาต้า เบิกตาดูให้ดี! ข้าไม่ใช่เฝิงเหลาชีโว้ย..."

หูเหลาต้ากระโดด๜ึ้๦เหยียบบนก้อนหินใหญ่ ก้มมองลงมาเยี่ยงผู้ชนะ "ถึงแกไม่ใช่เฝิงเหลาชี แต่แก๻็เป็นโจรชั่วไม่ผิดตัวแน่!"

มันยกหน้าไม้เล็งศูนย์ "วันนี้ข้าจะกวาดล้างพวกสวะให้สิ้นซาก!"

"ถุย!"

จ้งเจียนถ่มน้ำลายปนเลือดลงพื้น แล้วกระซิบเร่งเร้า "น้องอวี๋ อย่าชักช้า รีบฝ่าออกไปเร็วเข้า!"

ทว่าน้องอวี๋ผู้มีส่วนสูงน้อยกว่าเขาถึงครึ่งศีรษะ กลับยืนตระหง่านดุจขุนเขา นิ่งงันไม่ปริปากแม้แต่ครึ่งคำ...

ตอนต่อไป
บทที่ 31 หุบเหวร้อยจั้งหลิงไถ

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา