เรื่อง วิถีธุลีชน
ท้องฟ้าัไม่ทัน่า โคมไฟหนึ่ง็ถูกจุดึ้ที่หลังลานโรงเตี๊ยม
เฉียงจื่อ เด็กรับใช้ขยี้ตาหาววอด พลางรีบเร่งเตรียมม้าและรถม้าอย่างลนลาน
จ้งเจียนและพรรคพวกอีกสี่คนดูกระปรี้กระเปร่าเต็มที่ พวกเขาจัดสัมภาระและพกพาดาบกระบี่ครบมือ ทว่าทุกคนกลับหันมองไปทางเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย
ทันใดนั้น ประตูห้องพัก็เปิดออก ร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาพร้อมกระบี่ยาวในมือ
"ออกเดินทาง!"
จ้งเจียนและพรรคพวกสามคนควบม้า ส่วนอีกคนรับหน้าที่ขับรถม้าคันใหญ่
เพียะ!
ทันทีที่เสียงแส้หวดกระทบ ม้า็ส่งเสียงร้องก้อง กีบเท้าตะบึงย่ำพื้นรัวเร็ว ล้อรถหมุนวน มุ่งหน้าออกจากลานกว้างไปทันที
"ฝากบอกหลงจู๊เจี่ยกับเหลาเซียวด้วยว่า ขอบใจที่ดูแล!"
อวี๋เย่ประสานมือลาเฉียงจื่อแล้วสาวเท้าออกจากลาน
ตอนนั้นกลุ่มของจ้งเจียนควบม้านำไปไกลแล้ว แม้แต่รถม้าที่รั้งท้าย็ัอยู่ห่างออกไปนับสิบจั้ง เขาตวัดชายชุดเต๋าึ้
พึ่บ!
ปลายเท้าแตะพื้นทะยานร่างึ้กลางอากาศ กระโดดต่อเนื่องเพียงไม่กี่ครั้ง็ร่อนลงบนหลังรถม้าได้อย่างแม่นยำ
คนขับหันมามองแวบหนึ่ง ก่อนสะบัดแส้หวดลงเต็มแรง ม้าคู่เทียมรถเร่งความเร็วึ้ฉับพลัน ทิ้งฝุ่นคลุ้งตลบอบอวลไว้เบื้องหลัง
อวี๋เย่เสียหลักเซเล็กน้อยก่อนจะรีบทิ้งตัวลงนั่ง ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเขานั่งทับลังไม้ใบหนึ่ง มันส่งเสียงดัง กัง กัง ตามแรงกระแทกของรถม้าที่โคลงเคลง
เสียงลมหวีดหวิวบาดหู ต้นไม้สองข้างทางพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จ้งเจียนและพวกคงชำนาญเส้นทางจึงควบม้าตะบึงไปข้างหน้าไม่คิดชีวิต รถม้าคันนี้วิ่งเร็วจัดจนก้นของเขาแทบระบม ทว่าเขาได้แต่หวังว่าการไปเขาเป่ยฉีครั้งนี้ จะได้อะไรติดมือกลับมาบ้าง
สิ่งที่เขาคาดหวัง หาใช่โอสถล้ำค่าหรือคัมภีร์วิชา
เหตุผลที่ต้องไปเขาเป่ยฉี ประการแรก... กู่มู่เกี่ยวพันกับชีวิตคนกว่าสามสิบชีวิตในหมู่บ้านสกุลอวี๋
ประการที่สอง... กู่มู่เกี่ยวพันกับเฉินฉี่
และประการที่สาม... เฉินฉี่ัเกี่ยวพันกับยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานจากฉีโจว
ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างจะวนเวียนกลับมาพัวพันกับตัวเขา หากอยากรู้ความจริงทั้งหมด อวี๋เย่จะปล่อยให้มีข้อกังขาหลงเหลืออยู่ไม่ได้เด็ดขาด
อีกประการคือจ้งเจียนเป็นคนหูตากว้างไกล และรู้ตำแหน่งของเขาลู่หมิง การตกลงร่วมทางครั้งนี้จึงนับเป็นแผนสำรองที่ได้ผล...
เมื่อแสงตะวันสาดส่อง ขบวนรถม้าัคงมุ่งหน้าต่อไป
จวบจนเกือบถึงยามเที่ยง ในที่สุดขบวน็หยุดพัก
อวี๋เย่กระโจนลงจากรถม้า พลางปัดฝุ่นตามตัว สภาพดูไม่ได้เลยสักนิด
จ้งเจียนและพรรคพวกทั้งสี่็ไม่ต่างกัน ทุกคนหน้าตามอมแมมและเหนื่อยหอบ แม้แต่ม้าศึก็ัเหนื่อยจนน้ำลายฟูมปาก เหงื่อท่วมตัว เห็นได้ชัดว่าการควบตะบึงโดยไม่หยุดพักตลอดหลายชั่วยามนั้นสาหัสเพียงใด
ยามเช้าัมีแสงรุ่งอรุณสีทอง ทว่าบัดนี้ท้องฟ้ากลับถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึน
ภายใต้แสงสลัว ภูเขาสูงลูกหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ห่างออกไปราวหนึ่งลี้ ทว่ามันกลับถูกห่อหุ้มด้วยม่านหมอกฝนหนาทึบจนมองไม่เห็นสัณฐานที่แท้จริง
นั่นน่ะหรือ... เขาเป่ยฉี?
อวี๋เย่ยืนกอดกระบี่ทอดสายตามองอยู่ริมทาง ทันใดนั้น็รู้สึกเย็นวาบที่ใบหน้า หยาดฝนเริ่มร่วงหล่นลงมา
จ้งเจียนตะโกนลั่น "รีบเข้าป่าไปหลบฝนเร็ว!"
ใกล้กันนั้นมีป่าละเมาะอยู่ผืนหนึ่ง แต่ก่อนที่รถม้าจะทันเข้าถึงชายป่า ฝน-่าใหญ่็เทกระหน่ำลงมา
ซ่า!
ทุกคนพากันวิ่งหลบอย่างโกลาหล
อวี๋เย่วิ่งไปหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ ชุดเต๋าของเขาถูกน้ำฝนชโลมจนเปียกชุ่มไปครึ่งซีก
"ถุย!"
"ซวยชะมัด!"
"ฝนตกหนักขนาดนี้ จะึ้เขาได้ัไง?"
"ทั้งคนทั้งม้าเหนื่อยล้าขนาดนี้ ไม่มีที่ให้พักพิงเลยหรือไงวะ!"
พรรคพวกของจ้งเจียนรีบผูกม้าและรถม้าเข้าที่ ก่อนจะนั่งกอดเข่าหลบฝนใต้ต้นไม้ เมื่อเห็นว่าฝนยิ่งตกหนักึ้เรื่อยๆ ็อดไม่ได้ที่จะสบถด่า
จ้งเจียนปาดน้ำฝนออกจากใบหน้า พลางเอ่ยปลอบ "อดทนกันหน่อยพวกเรา เฮ้อ..."
เขาถอนหายใจเยาะหยันตัวเอง "น่าเสียดายที่ข้าฝึกไม่ถึงระดับก่อกำเนิด ไม่อย่างนั้นแค่ใช้ปราณแท้คุ้มกาย ็ไม่ต้องมานั่งกลัวลมกลัวฝนแบบนี้แล้ว!"
เมื่อได้ยินเรื่องการบำเพ็ญเพียร ลูกน้องคนหนึ่ง็ถามด้วยความสงสัย "ปราณแท้คุ้มกายนี่ กันดาบกันกระบี่ได้ด้วยหรือพี่?"
"หึ!"
จ้งเจียนแค่นเสียงหัวเราะ "ปราณแท้คุ้มกาย กันได้ทั้งร้อนหนาว กันได้ทั้งลมและฝน เอ็งว่ามันจะกันดาบกันกระบี่ได้ไหมล่ะ?"
อวี๋เย่หลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เพียงลำพังห่างออกไปไม่กี่จั้ง
น้ำฝนหยดผ่านช่องว่างของกิ่งไม้ลงมา ตอนแรกเพียงปรอยๆ ก่อนจะเริ่มหนาตาึ้ จนในที่สุด็เทกระหน่ำราวกับฟ้ารั่ว ร่างของเขาเปียกโชกในชั่วพริบตา
ขณะที่กำลังยืนสั่นเพราะไม่มีที่กำบัง เสียงสนทนาของจ้งเจียนกับพรรคพวก็แว่วเข้าหู
สิ่งที่เรียกว่า 'ปราณแท้คุ้มกาย' คือการโคจรปราณแท้ให้ทะลักผ่านชั้นผิวหนัง เพื่อสร้างม่านพลังกางกั้นระหว่างภายในและภายนอก ปกป้องร่างกายจากสิ่งเร้า มันคือหนึ่งในวิชาพื้นฐานของการฝึกตน
เขาเคยเห็นไป๋จื่อใช้จนหิมะไม่เกาะกาย นั่นแหละคือปราณแท้คุ้มกาย
ในคัมภีร์เทียนกังที่เขาฝึกอยู่็มีเคล็ดวิชานี้ เพียงแต่ที่ผ่านมาเขามัวแต่ทุ่มเทให้กับปราณกระบี่เจ็ดสังหารจนไม่มีเวลาทดลองใช้
หากวิชานี้มีประโยชน์มากอย่างที่จ้งเจียนว่า เจียวอิ่ง็น่าจะเอ่ยปากเตือนเขาสักคำสิ
อวี๋เย่หลับตาลง ยืนนิ่งงันท่ามกลางสายฝน
เขาเพ่งมองเข้าไปในทะเลวิญญาณ ค้นหาคัมภีร์เพื่อจดจำวิธีการโคจรปราณแท้คุ้มกาย
ขณะกำลังทำความเข้าใจเคล็ดวิชา เขา็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงหญิงสาวที่ซ่อนอยู่ในมุกมังกร
หลังจากเจียวอิ่งทิ้งคัมภีร์ไว้ให้ หากนางไม่เยาะเย้ยจิกกัด ็มักจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อน แม้เขาจะใช้สัมผัสวิญญาณร้องเรียก นาง็ไม่ยอมตอบสนอง
หากได้รับคำชี้แนะจากนาง การฝึกฝนของเขาคงไม่ล่าช้าเต่าคลานเช่นนี้
ขณะที่อวี๋เย่กำลังบ่นอุบในใจ จู่ๆ เขา็เบิกตาโพลง
มีคนมา!
ท่ามกลางเสียงฝนกระหน่ำ เสียงกีบม้าควบตะบึงดังใกล้เข้ามาทุกขณะ
"เขาเป่ยฉีเกิดเรื่อง ดูท่าพวกยอดฝีมือจากสารทิศคงได้กลิ่นแล้ว ทุกคนระวังตัวด้วย!"
สิ้นคำเตือนของจ้งเจียน ลูกน้องสองคนรีบวิ่งฝ่าฝนไปที่รถม้า พวกเขากระชากลังไม้เปิดออก แล้วหยิบหน้าไม้กับลูกศรออกมาสองชุด
ในเวลาเดียวกัน ม้าศึกสิบกว่าตัว็พุ่งทะยานฝ่าม่านหมอกฝนเข้ามา พวกมันคงหมายจะหาที่หลบฝนเช่นกัน ทว่ากลับกระตุกสายบังเหียนหยุดกะทันหันที่หน้าชายป่า
หนึ่งในนั้นกวาดตามองรถม้าในป่าแล้วพึมพำ "โอ้โฮ ถึงกับลากรถม้ามาด้วยแฮะ กะจะฉวยโอกาสกวาดสมบัติเขาเป่ยฉีให้เกลี้ยงภูเขาเลยสินะ"
มันกระชากบังเหียนม้าให้หยุดนิ่งแล้วตะโกนก้อง "ใครหลบอยู่ตรงนั้น! หรือว่าจะเป็น... เฝิงเหลาชี!"
"แกจำข้าได้ด้วยรึ แล้วแกเป็นใคร!"
อวี๋เย่มองตามเสียงด้วยความตกตะลึง คนที่ตอบโต้กลับไปคือจ้งเจียน
เขาไม่ใช่จ้งเจียนหรอกหรือ ไหงกลายเป็นเฝิงเหลาชีไปได้?
ถ้าเขาคือเฝิงเหลาชี แล้วคนที่ตายไปก่อนหน้านี้คือใคร? หรือแค่คนชื่อซ้ำกัน?
"ฮ่า! เฝิงเหลาชีสมคบคิดโจรป่า ติดต่อกับสำนักเซียน เผาฆ่าปล้นชิง กวาดทรัพย์สมบัติไปตั้งเท่าไหร่ วันนี้ักล้าลากรถม้ามาฉวยโอกาสปล้นอีก นอกจากไอ้หน้าเลือดอย่างแกแล้วจะเป็นใครได้อีกวะ? วันนี้แกกุดแล้วที่มาเจอข้า หูเหลาต้า!"
"พี่หู เข้าใจผิดแล้ว..." จ้งเจียนคล้ายจะจำคนตรงหน้าได้ จึงพยายามอธิบายตัวตน
ทว่าม้าศึกสิบกว่าตัวกลับควบตะบึงเข้าสู่ชายป่าอย่างดุดัน!
หูเหลาต้าพุ่งทะยานตรงเข้าหาจ้งเจียน ท่ามกลางพายุฝนและดินโคลนเฉอะแฉะที่บดบังทัศนวิสัย จ้งเจียนตะโกนลั่น "พี่น้องทั้งสอง!"
ลูกน้องสองคนที่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว เหนี่ยวไกหน้าไม้ในมือทันที!
ปึ้ง! ปึ้ง!
สายธนูดีดสะท้อน ลูกศรพุ่งทะลวงอากาศ ร่างสองร่างแผดเสียงร้องโหยหวนก่อนร่วงหล่นจากหลังม้า
"มีซุ่มโจมตี! ฆ่าไอ้พวกระยำนี่ให้หมด!"
หูเหลาต้าคำรามก้อง ม้าศึกเบื้องล่างพุ่งทะยานึ้กลางอากาศ พามันและดาบเล่มเขื่องในมือพุ่งทะลวงเข้าหาจ้งเจียนอย่างบ้าคลั่ง
จ้งเจียนชักกระบี่ออกมายกต้านสุดแรง ทว่าเรี่ยวแรงมนุษย์หรือจะสู้แรงปะทะของม้าศึกที่ควบมาเต็มกำลัง!
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะสนั่น กระบี่ในมือจ้งเจียนกระเด็นหลุดลอยไป ขณะที่ร่างเซถลาร่นถอย คมดาบเย็นเยียบ็ตวัดฟันลงมาหมายผ่ากะโหลก!
ไร้หนทางหลบหลีก เขาทำได้เพียงทิ้งตัวกลิ้งคลุกโคลนรอดตายอย่างหวุดหวิด
ทว่าแม้ยื้อชีวิตจากคมดาบมัจจุราชได้ แต่กลับไม่อาจพ้นกีบเท้าเหล็กของม้าศึก!
กร๊อบ!
เสียงกระดูกขาหักท่อนดังสนั่นลานป่า จ้งเจียนแหกปากร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดก่อนฟุบหน้าจมโคลน
ลูกน้องอีกสองคนมีจุดจบอนาถยิ่งกว่า หลังลอบโจมตีสำเร็จ ัไม่ทันได้ึ้สายหน้าไม้ซ้ำ ็ถูกฝูงกีบม้าเหยียบย่ำและคมดาบสับฟันจนร่างเละเทะจมกองเลือด
ส่วนอีกสองคนที่เหลือพยายามวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ทว่าท้ายที่สุด็ถูกตีวงล้อมจับตาย
จากหกชีวิตที่ระเห็จมาจากเมืองเทียนเหมิน ห้าคนล้วนตกตายและพิการ
ส่วนอีกหนึ่งชีวิต... ็กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตจ่อคอหอยเช่นกัน
อวี๋เย่ยืนพิงแผ่นหลังกับต้นไม้ใหญ่ สองแขนกอดกระบี่แน่น นัยน์ตาจ้องเขม็งไปัม้าศึกสี่ห้าตัวที่กำลังควบตะบึงตรงดิ่งมาทางเขา
เขาไม่คาดคิดเลยว่า การดั้นด้นมาเขาเป่ยฉีครั้งนี้ เพียงแค่เหยียบถึงตีนเขา็เกิดเรื่องแทรกซ้อนึ้เสียแล้ว
เหตุใดจ้งเจียนถึงเรียกตัวเองว่าเฝิงเหลาชี แล้วไยจึงต้องชิงลงมือก่อน?
ส่วนหูเหลาต้าผู้นี้มีความแค้นอันใด ไยจึงกัดไม่ปล่อย?
ทุกอย่างสับสนวุ่นวายจนเขาจับต้นชนปลายไม่ถูก
ทว่าในชั่วพริบตา ม้าตัวหนึ่ง็พุ่งพรวดมาถึงตรงหน้า!
อาจเพราะกลัวปะทะเข้ากับต้นไม้ ม้าศึกจึงหักเลี้ยวฉับพลัน คนบนหลังม้าอาศัยจังหวะนั้นโน้มตัวลง ฟาดฟันคมดาบใส่เด็กหนุ่มอย่างเหี้ยมเกรียม
หากเป็นเมื่อก่อน อวี๋เย่คงตื่นตระหนกจนวิ่งเตลิดเปิดเปิง
แต่ในวินาทีนี้... เขาไม่หนี ไม่หลบ ทว่ากลับรู้สึกคุกรุ่นด้วยแรงโทสะ
หรือจะพูดให้ถูกคือ... บัดนี้เขามี 'คุณสมบัติ' มากพอที่จะโกรธแค้นได้แล้ว!
อวี๋เย่กางแขนออก ชักกระบี่เหล็กเขียวตวัดฟันสวนึ้ไปเต็มแรง!
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะดังสนั่น ประกายไฟแลบแปลบปลาบ ดาบใหญ่ในมือศัตรูกระเด็นหลุดลอยึ้ฟ้า คนขี่ม้าเสียหลักเกือบหงายหลังร่วงลงมา
เขาไม่ได้ฉวยโอกาสลงมือสังหาร แต่เบี่ยงตัวหลบม้าที่กำลังตื่นตระหนก ใช้ฝ่าเท้าถีบส่งกับลำต้นไม้ใหญ่ แล้วทะยานร่างลอยคว้างกลางอากาศ
ม้าอีกหลายตัวพุ่งตามมาติดๆ พร้อมคมดาบที่ระดมฟันใส่ไม่ยั้ง!
อวี๋เย่ัไม่ทันร่วงแตะพื้น ็ปักปลายกระบี่ลงกับพื้นดิน โคลนตมสาดกระเซ็นซ่าน ร่างของเขาอาศัยแรงดีดส่งพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
"อวี๋เย่! ช่วยข้าด้วย!"
จ้งเจียนลากขาข้างที่หักกระเสือกกระสนอยู่ในโคลน พยายามกลิ้งหลบกีบเท้าและคมดาบของหูเหลาต้าอย่างสิ้นหวัง เมื่อเห็นร่างหนึ่งพุ่งทะยานลอยเหนือพื้นดินสามฉื่อ เขา็แหกปากร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง
เป็นอวี๋เย่จริงๆ!
มือหนึ่งถือฝัก มือหนึ่งถือกระบี่ ท่วงท่าพลิ้วไหว แขนทั้งสองที่กางออกดูราวกับปักษาใหญ่ ถลาพุ่งตรงเข้าไปหาจ้งเจียน
เขาต้องการช่วยคน!
หูเหลาต้ามีหรือจะยอมปล่อยเหยื่อ มันละทิ้งจ้งเจียนแล้วควบม้ากวัดแกว่งดาบพุ่งทะลวงเข้าใส่อวี๋เย่แทน!
แรงปะทะทำเอาอวี๋เย่เสียศูนย์ ท่วงท่าพลิ้วไหวสูญสิ้น ร่างถูกกระแทกบิดหมุนร่วงหล่น
แปะ!
เขาล้มลื่นไถลลงไปคลุกโคลน
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย กีบเท้าเหล็กและคมดาบมัจจุราชกำลังจะสับลงมา ดูเหมือนเขาจะต้องซ้ำรอยจุดจบเดียวกับจ้งเจียน!
ทว่าทันใดนั้น อวี๋เย่สะบัดข้อมือวาดปราณกระบี่ออกไปหนึ่งสาย!
ปราณคมกริบตัดกีบเท้าม้าขาดสะบั้น ซ้ำักระแทกดาบในมือศัตรูจนปลิวหวือ!
ขณะที่หูเหลาต้ากำลังตื่นตะลึง อวี๋เย่็พุ่งพรวดเข้าไปคว้าคอเสื้อจ้งเจียน กระชากร่างนั้นึ้จากบ่อโคลนแล้วรีบพยุงวิ่งฝ่าออกไปนอกป่า
ทว่าทันทีที่พ้นแนวชายป่า พวกเขา็ถูกฝูงม้าศึกสิบกว่าตัวควบตีวงล้อมปิดตายทุกทิศทาง!
ขาที่หักของจ้งเจียนรับน้ำหนักไม่ไหว เขาต้องพาดแขนเกาะบ่าอวี๋เย่ไว้แน่น ชายหนุ่มกวาดตามองสถานการณ์รอบตัวก่อนเอ่ยอย่างสิ้นหวัง
"น้องอวี๋ ทิ้งข้าไว้ที่นี่แหละ... เจ้าหนีไปคนเดียวเถอะ..."
"หึ! วันนี้พวกแกไม่มีใครหนีพ้นทั้งนั้น!"
หูเหลาต้าและลูกสมุนก้าวเดินออกมาจากแนวป่า บัดนี้ในมือของพวกมันทุกคนมีหน้าไม้เตรียมพร้อมปลิดชีพเพิ่มมาคนละกระบอก
จ้งเจียนทั้งร้อนรนทั้งเดือดดาล ตะโกนลั่น "หูเหลาต้า เบิกตาดูให้ดี! ข้าไม่ใช่เฝิงเหลาชีโว้ย..."
หูเหลาต้ากระโดดึ้เหยียบบนก้อนหินใหญ่ ก้มมองลงมาเยี่ยงผู้ชนะ "ถึงแกไม่ใช่เฝิงเหลาชี แต่แก็เป็นโจรชั่วไม่ผิดตัวแน่!"
มันยกหน้าไม้เล็งศูนย์ "วันนี้ข้าจะกวาดล้างพวกสวะให้สิ้นซาก!"
"ถุย!"
จ้งเจียนถ่มน้ำลายปนเลือดลงพื้น แล้วกระซิบเร่งเร้า "น้องอวี๋ อย่าชักช้า รีบฝ่าออกไปเร็วเข้า!"
ทว่าน้องอวี๋ผู้มีส่วนสูงน้อยกว่าเขาถึงครึ่งศีรษะ กลับยืนตระหง่านดุจขุนเขา นิ่งงันไม่ปริปากแม้แต่ครึ่งคำ...
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??