เรื่อง ทะยานฝ่าห้วงแห่งราคะ

ติดตาม
บทที่ 1.2 ปฐมบทแห่งความลวงและเส้นทางสู่นรก
บทที่ 1.2 ปฐมบทแห่งความลวงและเส้นทางสู่นรก
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ศักราชปฐมดารา (S.G.E.) ปีที่ 268 กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปถึง 18 ปีเต็ม นับตั้งแต่วันที่เด็กหญิงผมสีเงินเฝ้ามองความสง่างามของกัปตันยานอวกาศผ่านหน้าจอโฮโลแกรม

ในปัจจุบัน มนุษยชาติยังคงเดินหน้ามุ่งมั่นอยู่กับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการบุกเบิกและครอบครองอวกาศอย่างไร้ขีดจำกัด การค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมและการค้นพบแหล่งแร่ธาตุล้ำค่า กลายเป็นข่าวดีที่มีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง แม้ระยะเวลาเพียง 18 ปีจะดูสั้นนักในหน้าประวัติศาสตร์ แต่ด้วยความก้าวหน้าทางวิศวกรรม เทคโนโลยี "วาร์ปไดรฟ์" (Warp Drive)ได้ถูกพัฒนาและปรับปรุงจนมีความเสถียรภาพสูงขึ้นมาก มันเปรียบเสมือนเครื่องย่นระยะทางแห่งจักรวาลที่ทรงประสิทธิภาพ ทำให้การเดินทางที่เคยยาวนานนับศตวรรษถูกร่นระยะเวลาลงอย่างมหาศาล การขยายอาณานิคมจึงก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็ว แม้จะมีอุปสรรคและปัญหาในการตั้งรกรากบนดวงดาวใหม่ๆ อยู่บ้าง แต่ความสำเร็จที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ อาณานิคมบน "ดาวอังคารซึ่งบัดนี้ได้กลายสภาพเป็นบ้านหลังที่สองและเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดที่สุดของโลกไปแล้ว

ยิ่งมนุษยชาติก้าวไปในอวกาศได้ไกลเท่าไหร่และพึ่งพาทรัพยากรจากต่างดาวมากแค่ไหน บทบาทของ "กัปตันยาน"และ "ผู้ช่วยกัปตัน"ก็ยิ่งทวีความสำคัญและทรงอิทธิพลมากขึ้นเท่านั้น พวกเธอคือหัวหอกสำคัญ คือผู้นำทัพที่แบกรับความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไว้บนบ่า

ณ ลานพิธีอันโอ่อ่าและกว้างใหญ่ของ "สถาบันการบินอวกาศและยุทธวิธีปฐมดารา" (Stellar Genesis Fleet Academy - SGFA)วันนี้คือวันแห่งความภาคภูมิใจที่สุดของเหล่านักศึกษาและครอบครัว มันคือวันพิธีจบการศึกษาของว่าที่ผู้ช่วยนักบินและว่าที่กัปตันยานอวกาศรุ่นใหม่ ธงสัญลักษณ์ของสหภาคีพิทักษ์เอกภพส่วนกลางโบกสะบัดพริ้วไหวตัดกับท้องฟ้าสีคราม บรรดาพ่อแม่และผู้ปกครองต่างสวมชุดที่ดูดีที่สุด มารวมตัวกันบนอัฒจันทร์ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นบานและน้ำตาแห่งความปีติ พวกเขาต่างมุ่งหวังและเฝ้ารอที่จะเห็นลูกสาวของตนได้สวมเครื่องแบบอันทรงเกียรติ และก้าวขึ้นเป็นสุดยอดบุคลากรที่โลกยกย่อง

สถาบัน SGFA แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ชื่อเสียง แต่มันขึ้นชื่อลือชาเรื่อง "ความเข้มงวดและการเคี่ยวเข็ญนักศึกษาอย่างแสนสาหัส เพื่อสกัดกั้นความอ่อนแอและหล่อหลอมหญิงสาวเหล่านี้ให้กลายเป็นเหล็กกล้าที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของอวกาศ พวกเธอไม่เพียงแค่เรียนรู้วิชาการเดินเรือหรือดาราศาสตร์ แต่พวกเธอได้รับการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงในทุกมิติ ตั้งแต่การประเมินสถานการณ์ภายใต้สภาวะกดดันขั้นวิกฤต การคิดวิเคราะห์แยกแยะ การตัดสินใจในฐานะผู้นำ การจดจำรหัสการติดต่อสื่อสารที่ซับซ้อน และที่สำคัญที่สุดคือ "ยุทธวิธีการต่อสู้"

เหล่านักศึกษาหญิงที่ดูงดงามบอบบางเหล่านี้ ล้วนผ่านการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มาอย่างโชกโชน ทั้งการต่อสู้ระยะประชิด (CQC) ระยะกลาง และระยะไกล พวกเธอเชี่ยวชาญทั้งการหักกระดูกด้วยมือเปล่าและการใช้อาวุธปืนทุกรูปแบบ สาเหตุที่รัฐบาลต้องยัดเยียดหลักสูตรมหาโหดนี้ให้พวกเธอ ก็เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการขนส่งทรัพยากรกลับมายังโลกจะเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด เพราะในยุคที่ความเจริญรุ่งเรืองพุ่งถึงขีดสุด ก็ย่อมมีเงามืดแฝงตัวอยู่เสมอ ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับระบบโลกใบนี้ พวกเขาเรียกตัวเองว่า "กลุ่มปลดแอกมนุษยชาติ" (Humanity Liberation Front)กองกำลังต่อต้านที่มองว่ารัฐบาลโลกเต็มไปด้วยความจอมปลอมและคอร์รัปชัน พวกเขามักจะดักปล้นยานขนส่งหรือก่อการร้าย ทำให้กัปตันและผู้ช่วยต้องมีฝีมือฉกาจพอที่จะปกป้องยานและลูกเรือของตนเองได้

ทว่า ท่ามกลางกฎระเบียบและหลักสูตรทางทหารที่เข้มงวดเหล่านั้น มีอยู่หนึ่งกฎเหล็กที่เป็นข้อบังคับสูงสุดและแปลกประหลาดที่สุดของสถาบัน นั่นคือ "กฎการรักษาพรหมจรรย์"

ทางโรงเรียนและรัฐบาลได้ปลูกฝังอุดมการณ์นี้อย่างหนักแน่น โดยให้เหตุผลว่า กัปตันและผู้ช่วยกัปตันคือ "เทพธิดาคือเสาหลักทางจิตใจและเป็นเสมือนไอดอลของมนุษยชาติ การที่พวกเธอในอนาคตจะแต่งงานหรือมีครอบครัวนั้นไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่ในระหว่างที่ยังดำรงตำแหน่งและสวมเครื่องแบบ พวกเธอจะต้องรักษา "ภาพลักษณ์อันบริสุทธิ์ผุดผ่องเอาไว้ ห้ามมีมลทิน ห้ามทำตัวเป็นหญิงร่านสวาทที่มั่วสุมทางเพศ เพื่อให้ลูกเรือและประชาชนสามารถมอบความศรัทธาได้อย่างหมดหัวใจ

ด้วยเหตุนี้ นักศึกษาหญิงทุกคนที่นั่งเรียงแถวเตรียมรับใบประกาศนียบัตรในวันนี้ จึงเป็นหญิงสาวที่ถูกตรวจสอบและยืนยันแล้วว่า เป็น "สาวพรหมจรรย์ที่ไม่เคยผ่านการสอดใส่หรือสัมผัสเรื่องเพศสัมพันธ์มาก่อนทั้งสิ้น ร่างกายของพวกเธอไร้รอยขีดข่วน ไร้มลทิน และบริสุทธิ์ผุดผ่องราวกับดอกไม้แรกรุ่นที่ยังไม่เคยมีแมลงตัวใดได้ดอมดม

แต่สำหรับเหล่านักศึกษาหญิง พวกเธอไม่ได้รู้สึกต่อต้านกฎข้อนี้เลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่พวกเธอมุ่งหวังและปรารถนาอย่างแรงกล้า คือการได้สวมเครื่องแบบกัปตัน ได้ก้าวขึ้นยานอวกาศ และนำพามนุษยชาติบุกเบิกเข้าไปในจักรวาลอันกว้างใหญ่ แม้ว่าหลังจากจบการศึกษา งานแรกที่พวกเธอต้องทำคือการเป็นเพียง "ผู้ช่วยนักบินแต่ทุกคนก็มองว่านั่นคือก้าวสำคัญที่สุดในชีวิต

แถวหน้าสุดของกลุ่มนักศึกษาหัวกะทิ เอลิเซ่ วาเลนไทน์หญิงสาววัย 22 ปี นั่งหลังตรงอย่างสง่างามในชุดเครื่องแบบสีขาวสะอาดตาที่ถูกรีดจนเรียบกริบ เส้นผมสีเงินประกายสว่างของเธอยาวสลวยถึงกลางหลัง ขับเน้นให้ใบหน้าจิ้มลิ้มและดวงตาสีอความารีนของเธอดูโดดเด่นราวกับอัญมณี แม้เครื่องแบบของสถาบันจะถูกออกแบบมาให้รัดกุม แต่ก็ไม่อาจปิดบังรูปร่างที่สมบูรณ์แบบตามมาตรฐานความงามขั้นสูงสุดได้ ส่วนโค้งเว้าของสะโพกและหน้าอกขนาด Cup G ที่นูนเด่นขึ้นมา ทำให้เธอดูเย้ายวนอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งๆ ที่เธอยังคงความไร้เดียงสาไว้อย่างเต็มเปี่ยม

เอลิเซ่กวาดสายตามองไปที่อัฒจันทร์ฝั่งผู้ปกครอง ท่ามกลางบรรดาพ่อแม่มากมายที่มารอแสดงความยินดีกับลูกสาว สายตาของเธอไปหยุดอยู่ที่ชายวัยกลางคนผมสีดอกเลาที่กำลังโบกมือและส่งยิ้มกว้างมาให้ นั่นคือพ่อของเธอเอง... เอลิเซ่ยิ้มตอบ แต่ในส่วนลึกของดวงตาคู่สวยกลับฉายแววความผิดหวังออกมาบางเบา

เธอพยายามกวาดสายตามองหาผู้หญิงผมสีเงินที่หน้าตาคล้ายเธอ แต่ทว่า... ว่างเปล่า มีเพียงพ่อของเธอคนเดียวที่มาร่วมงาน

แม่ไม่ได้มาอีกแล้วสินะ...’เอลิเซ่รำพึงในใจ ความรู้สึกน้อยใจก่อตัวขึ้นเงียบๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม่ของเธอแทบจะไม่เคยกลับบ้านเลย ข้ออ้างที่พ่อบอกเสมอคือแม่ต้องทำงานลับระดับสูงให้รัฐบาล แม้เอลิเซ่จะพยายามบอกตัวเองว่า สิ่งที่แม่ทำนั้นเป็นไปเพื่อความก้าวหน้าและความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติ เธอภูมิใจในตัวแม่เสมอ แต่นี่คือวันสำคัญที่สุดในชีวิต วันที่เธอทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในวัยเด็กสำเร็จ เธอได้เป็นเกียรตินิยมอันดับ ของสถาบัน เธอแค่อยากให้แม่มาร่วมแสดงความยินดีและเห็นความสำเร็จของเธอด้วยตาตัวเองสักครั้งก็ยังดี

เสียงดนตรีมาร์ชแบบออร์เคสตราดังกระหึ่มขึ้น ดึงสติของเอลิเซ่ให้กลับมาสู่พิธีการบนเวที ผู้อำนวยการสถาบัน ชายวัยกลางคนในชุดสูทเต็มยศผู้เป็นตัวแทนของรัฐบาล ก้าวขึ้นมาบนโพเดียม ท่ามกลางความเงียบสงบของนักศึกษาและผู้ปกครอง

"นักศึกษาที่รักทุกท่าน และผู้ปกครองผู้ทรงเกียรติ..." เสียงของผู้อำนวยการดังก้องกังวานผ่านไมโครโฟน "วันนี้ ไม่ใช่แค่ความสำเร็จของพวกคุณ แต่มันคือชัยชนะของมนุษยชาติพวกคุณคือความหวัง คือเทพธิดาที่จะนำพาแสงสว่างของโลกใบนี้ออกไปสาดส่องในความมืดมิดของอวกาศ ความรู้ ความสามารถ และความบริสุทธิ์ของพวกคุณ จะเป็นเกราะกำบังและเป็นพลังใจให้กับลูกเรือนับแสนชีวิตที่กำลังรอคอยความหวัง ผมคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกคุณทุกคนที่จบจากสถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้ จะอุทิศตนเพื่อนำพามนุษยชาติก้าวเข้าสู่อวกาศในอีกก้าวหนึ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม!"

เสียงปรบมือดังกึกก้องยาวนาน เมื่อเสียงปรบมือเริ่มซาลง ผู้อำนวยการก็เผยรอยยิ้มและผายมือไปทางด้านข้างของเวที

"และในโอกาสอันทรงเกียรตินี้ เพื่อเป็นการส่งมอบเจตนารมณ์จากรุ่นสู่รุ่น ผมขอเชิญกัปตันยานระดับแนวหน้า วีรสตรีผู้ผ่านสมรภูมิอวกาศมาอย่างโชกโชน ผู้ซึ่งจะเป็นผู้มอบเหรียญตราเกียรติยศให้กับนักศึกษาหัวกะทิของเราในวันนี้... ขอเสียงปรบมือต้อนรับ กัปตัน เซเรน่า ครอฟต์!"

สิ้นเสียงประกาศ แสงสปอตไลท์ก็สาดส่องไปที่ริมเวที เผยให้เห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้รับรอง และก้าวเดินออกมาเบื้องหน้าท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกระหึ่มยิ่งกว่าเดิม เอลิเซ่เบิกตากว้าง หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น เมื่อได้เห็นกัปตันตัวจริงเสียงจริงในชุดเครื่องแบบเต็มยศกำลังเดินขึ้นมาบนเวที เพื่อเตรียมมอบเหรียญตราให้กับเธอ... ก้าวแรกสู่อวกาศของเอลิเซ่ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

กัปตัน เซเรน่า ครอฟต์ ก้าวเดินมาหยุดอยู่ที่กลางเวทีด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ แม้เธอจะอยู่ในวัย 39 ปี แต่เรือนร่างและใบหน้าของเธอกลับเย้ายวนและสมบูรณ์แบบจนน่าเหลือเชื่อ เสน่ห์ของวัยผู้ใหญ่แผ่ซ่านออกมาจากทุกอณู รูปร่างของเธออวบอิ่มและมีส่วนโค้งเว้าที่ชัดเจนกว่าเด็กสาวแรกรุ่น เครื่องแบบกัปตันยาน Vanguard-Class ที่เธอสวมใส่นั้นดูเผินๆ เหมือนจะรัดกุมและเป็นทางการ แต่มันกลับถูกตัดเย็บและปรับแต่งให้เน้นย้ำสรีระทางเพศอย่างจงใจ เสื้อตัวในถูกปลดกระดุมออกจนลึก เผยให้เห็นร่องอกที่อวบอิ่มและเนินเนื้อขาวเนียนที่แทบจะล้นทะลักออกมานอกเนื้อผ้า กระโปรงทรงสอบรัดรูปแนบไปกับสะโพกผายและบั้นท้ายที่กลมกลึง ทุกย่างก้าวของเธอสะกดสายตาของทุกคนในฮอลล์ให้จับจ้องราวกับต้องมนต์

เมื่อถึงคิวของเกียรตินิยมอันดับ เอลิเซ่ก้าวเดินออกไปด้วยหัวใจที่พองโต เธอหยุดยืนทำความเคารพตรงหน้ากัปตันในดวงใจ เซเรน่ายิ้มรับด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เธอหยิบเหรียญตราเกียรติยศขึ้นมาประดับที่หน้าอกเสื้อของเอลิเซ่ ก่อนจะยื่นมือออกมาเพื่อจับมือแสดงความยินดี

"ยอดเยี่ยมมาก ฉันคาดหวังกับเธออยู่นะ... แม่สาวเกียรตินิยมอันดับ 1" เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่นุ่มนวล แววตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอความารีนของเด็กสาว "และอวกาศ... กำลังรอเธออยู่"

"ขะ... ขอบคุณค่ะกัปตันหนูจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ!" เอลิเซ่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความดีใจจนแทบจะตัวลอย ที่ผ่านมาเธอตั้งใจเรียนอย่างหนัก ยอมอดหลับอดนอน ฝึกฝนร่างกายและอ่านหนังสือจนไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นเหมือนวัยรุ่นคนอื่น เพื่อให้เวลาทุกวินาทีมีค่าที่สุด และในที่สุดวันนี้ ความพยายามทั้งหมดก็สัมฤทธิ์ผล เธอได้รับคำชมจากกัปตันระดับแนวหน้าของโลก

ทว่า ในวินาทีที่ฝ่ามือของทั้งสองสัมผัสและบีบเข้าหากัน เอลิเซ่กลับชะงักไปเล็กน้อย จมูกของเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นแปลกประหลาดที่โชยออกมาจากเรือนร่างของเซเรน่า มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพง แต่เป็นกลิ่นคาวคละคลุ้ง กลิ่นคาวกามที่ผสมปนเปกับความชื้นแฉะและกลิ่นเหงื่อไคลจางๆ เป็นกลิ่นที่เด็กสาวผู้รักษาพรหมจรรย์อย่างเคร่งครัดไม่เคยรู้จักมาก่อน นอกจากนี้ เมื่อเอลิเซ่ลอบมองใกล้ๆ เธอก็สังเกตเห็นว่าภายใต้เสื้อเครื่องแบบที่รัดรูปนั้น บริเวณยอดอกของเซเรน่านูนเด่นเป็นตุ่มไตแข็งขืนดันทะลุเนื้อผ้าออกมาอย่างชัดเจน มันเป็นหลักฐานที่บ่งบอกว่ากัปตันสาวสวยตรงหน้า 'ไม่ได้สวมชุดชั้นใน'

เอลิเซ่รู้สึกอึ้งไปชั่วขณะ เธอหน้าแดงระเรื่อและรีบหลบสายตา แม้จะรู้สึกประหลาดใจกับการแต่งกายที่ดูโป๊เปลือยและกลิ่นที่ชวนให้อึดอัด แต่ด้วยความไร้เดียงสา เธอจึงปัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เธอได้แต่บอกตัวเองว่ามันคงเป็น 'รสนิยมส่วนตัวหรืออาจจะเป็นเรื่องปกติของกัปตันที่ต้องใส่ชุดเครื่องแบบที่ถูกออกแบบมาเช่นนี้เพื่อความคล่องตัว

หลังจากมอบเหรียญตราเสร็จสิ้น เซเรน่าก็ก้าวขึ้นไปที่แท่นโพเดียมเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ สายตาของเธอจ้องมองเหล่านักศึกษาที่นั่งอยู่เบื้องล่างด้วยแววตาที่เยือกเย็นและแฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง

"พวกเธอทุกคนในที่นี้ คือผู้ที่ถูกเลือก..." เซเรน่าเริ่มต้นด้วยเสียงที่ดังกังวาน "แต่อย่าเพิ่งหลงระเริงไปกับชุดเครื่องแบบที่สวยงามหรือเกียรติยศที่ได้รับในวันนี้ เพราะอวกาศที่พวกเธอต้องไปเผชิญนั้น... มันกว้างใหญ่ อ้างว้าง และน่ากลัวกว่าที่พวกเธอจะจินตนาการได้ ความเป็นไปได้ของมนุษยชาติล้วนซุกซ่อนอยู่ในความมืดมิดและอันตรายเหล่านั้น"

เซเรน่าเว้นจังหวะ กวาดสายตามองไปรอบๆ "ตำแหน่งกัปตันและผู้ช่วยกัปตัน ไม่ใช่แค่หัวโขนที่เอาไว้ใส่โชว์ แต่มันคือความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง เมื่อใดก็ตามที่พวกเธอได้ปฏิบัติหน้าที่นี้ ต่อให้เริ่มจากการเป็นเพียงผู้ช่วย... จงจำไว้ให้ขึ้นใจว่า 'กฎระเบียบบนยาน คือสิ่งที่ต้องปฏิบัติและละเมิดไม่ได้เป็นอันขาด ความรู้ที่พวกเธอได้รับจากสถาบันแห่งนี้ พวกเธอจะได้ใช้มันอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด หน้าที่สูงสุดของกัปตันและผู้ช่วย... คือการให้ความใส่ใจ และสนองตอบความต้องการของลูกเรือมาเป็นอันดับแรก"

แม้สุนทรพจน์นั้นจะฟังดูแปลกประหลาดและคลุมเครือในบางประโยค เซเรน่าไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่า 'กฎระเบียบบนยานที่ว่านั้นคืออะไร หรือการ 'ใส่ใจลูกเรือนั้นหมายถึงสิ่งใดในทางปฏิบัติ แต่เธอก็ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

"แล้วเจอกันในอวกาศ... ขอให้โชคดี"

ทุกคนในฮอลล์ต่างพากันลุกขึ้นยืนปรบมือดังกึกก้องยาวนาน เอลิเซ่ปรบมือจนเจ็บมือ ใบหน้าของเธอเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข แม้ในใจลึกๆ จะยังคงรู้สึกเสียใจที่วันนี้แม่ของเธอไม่ได้มาร่วมงาน แต่นี่ก็คือวันที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอ เธอวาดฝันถึงอนาคตอันเจิดจรัส การได้สวมเครื่องแบบ เท่ๆ ยืนเคียงข้างกัปตัน และนำพายานอวกาศแหวกว่ายไปในทะเลดาว

โดยที่เด็กสาวผู้โลกสวยไม่เคยล่วงรู้เลยว่า... ปลายทางต่อจากนี้ที่เธอกำลังจะก้าวเดินไป มันไม่ใช่เกียรติยศ แต่มันคือ 'นรกบนดินดีๆ นี่เอง

ณ ห้องลับใต้ดินแห่งหนึ่งที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง บรรยากาศภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟสีแดงสลัวๆ ที่ส่องประกายให้เห็นความวิปริตที่ซ่อนอยู่ กลิ่นคาวเลือด เหงื่อไคล และกลิ่นคาวกามฉุนกึกคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนชวนสะอิดสะเอียน

ห้องกว้างขวางนี้ไม่ได้เป็นห้องทำงานหรือห้องขังธรรมดา แต่มันคือโรงชำเราและห้องทรมานที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับสนองตัณหาเบื้องต่ำของกลุ่มผู้มีอำนาจ ภายในห้องเต็มไปด้วยเครื่องมือทรมานและเซ็กส์ทอยสารพัดชนิดวางเกลื่อนกลาด ไม่ว่าจะเป็นแส้หนัง เครื่องช็อตไฟฟ้า ดิลโด้ขนาดมหึมา หรือเครื่องรีดน้ำกาม

ความวิปริตขั้นสุดยอดของสถานที่แห่งนี้คือการเปลี่ยนมนุษย์เพศหญิงให้กลายเป็นสิ่งของ ริมกำแพงด้านหนึ่ง ผู้หญิงร่างเปลือยเปล่าคนหนึ่งถูกบังคับให้ดัดตัวโค้งไปด้านหลัง มือและเท้าของเธอยันพื้นไว้ในท่าสะพานโค้ง ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความเมื่อยล้า บนหน้าท้องแบนราบของเธอมีถาดใส่แก้วไวน์วางอยู่ เธอถูกจับมาทำเป็น 'โต๊ะมนุษย์ที่ห้ามขยับเขยื้อนเด็ดขาด ถัดไปไม่ไกล ผู้หญิงอีกคนถูกจับมัดพันธนาการให้ยืนเขย่งปลายเท้า แขนทั้งสองข้างถูกดึงรั้งขึ้นไปบนอากาศ ในปากของเธอคาบหลอดไฟที่กำลังเปล่งแสงสว่าง ทำหน้าที่เป็น 'โคมไฟมนุษย์ที่น่าเวทนา และที่มุมห้อง ผู้หญิงอีกหลายคนสวมปลอกคอหนังและถูกล่ามโซ่ พวกเธอคลานสี่ขาอยู่บนพื้น เปลือยเปล่าและถูกสั่งให้เห่าหอน สวมบทบาทเป็น 'สัตว์เลี้ยงชั้นต่ำ ร่างกายของพวกเธอทุกคนล้วนเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ รอยแผลเป็น และคราบน้ำกามสีขาวขุ่นที่แห้งกรังตามผิวหนัง ดวงตาของพวกเธอเหม่อลอย ไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต

แต่สิ่งที่น่าหดหู่ที่สุดอยู่ตรงกึ่งกลางของห้องนั้นเอง...

บนแท่นเหล็กที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังถูกพันธนาการอย่างแน่นหนา เธอมีเส้นผมสีเงินประกายสว่างและดวงตาสีอความารีน ใบหน้าของเธอดูคล้ายคลึงกับเอลิเซ่อย่างกับแกะ เพียงแต่ดูมีอายุและทรุดโทรมกว่ามาก เธอคือแม่ของเอลิเซ่นั่นเอง ร่างกายเปลือยเปล่าของเธอชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อและเมือกคาว หน้าท้องของเธอนูนป่องออกมาอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ เดือน แต่สถานะคนท้องไม่ได้ทำให้พวกเดรัจฉานในห้องนี้ปรานีเธอเลยแม้แต่น้อย

สองแขนของเธอถูกจับมัดไพล่หลังอย่างแน่นหนาด้วยเชือกหนัง ขาทั้งสองข้างถูกจับถ่างอ้าออกกว้างและมัดตรึงไว้ในลักษณะพับเข่า บังคับให้เธอนั่งคร่อมทับลงบน 'ม้าไม้เหล็ก' (Spanish Donkey) อุปกรณ์ทรมานที่มีลักษณะเป็นสันเหล็กสามเหลี่ยมแหลมคม สันเหล็กอันเย็นเฉียบและแข็งกระด้างนั้นกดทับและเสียดสีเข้ากับ 'หีของเธออย่างรุนแรง กลีบเนื้อของเธอมีลักษณะบวมช้ำ คล้ำเสีย และอ้าออกกว้างจากการถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงมาตลอดหลายปี สันม้าไม้ที่กดลึกลงไปในร่องเนื้อทำให้เธอต้องเกร็งตัวด้วยความเจ็บปวดทุกครั้งที่ขยับเขยื้อน

ความทรมานยังไม่จบเพียงเท่านั้น หน้าอกที่ขยายใหญ่จากการตั้งครรภ์ของเธอถูกกระทำย่ำยีอย่างทารุณ บริเวณหัวนมที่บวมเป่งทั้งสองข้างถูกตะขอเหล็กเกี่ยวแทงทะลุเนื้อเข้าไป ปลายของตะขอถูกผูกติดกับเส้นเอ็นไนลอนที่โยงขึ้นไปพาดกับคานเหล็กบนเพดาน โดยที่ปลายเส้นเอ็นอีกฝั่งมีตุ้มน้ำหนักเหล็กถ่วงเอาไว้ ทุกครั้งที่ตุ้มน้ำหนักแกว่งหรือเมื่อเธอพยายามจะขยับตัวหลบสันม้าไม้ เส้นเอ็นจะดึงรั้งตะขอเหล็กให้กระชากหัวนมของเธอชี้ขึ้นฟ้าอย่างแรง ความเจ็บปวดแสบสันแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กายจนเธอต้องร้องครางอู้อี้อยู่ในลำคอ เนื่องจากปากของเธอถูกยัดอุดไว้ด้วยลูกบอลแก็ก (Ball Gag) ขนาดใหญ่ ป้องกันไม่ให้เธอส่งเสียงกรีดร้องออกมาได้

ตรงหน้าของเธอ มีหน้าจอทีวีขนาดใหญ่เครื่องหนึ่งกำลังฉายภาพรายการสด ภาพที่ปรากฏบนจอคือบรรยากาศพิธีจบการศึกษาของสถาบัน SGFA วินาทีที่เอลิเซ่ ลูกสาวสุดที่รักของเธอ ก้าวขึ้นไปรับเหรียญตราจากกัปตันเซเรน่าและส่งยิ้มอย่างมีความสุข แววตาของหญิงผมเงินที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตาก็เบิกกว้างขึ้น มันเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มใจ ความรัก และความห่วงใยที่เอ่อล้นออกมา

เพียะ!!

เสียงแส้หนังฟาดแหวกอากาศดังสนั่น ก่อนจะปะทะเข้ากับแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของเธออย่างจัง รอยริ้วสีแดงเถือกปรากฏขึ้นบนผิวขาวซีดในทันที ร่างของเธอสะดุ้งเฮือก สันม้าไม้เหล็กยิ่งกระแทกลึกลงไปในร่องหี ตะขอที่เกี่ยวหัวนมก็ถูกกระชากอย่างแรงจนเลือดซิบ

ผู้ที่ลงมือฟาดแส้คือชายร่างอ้วนฉุในสภาพเปลือยล่อนจ้อน ใบหน้าของมันอัปลักษณ์ ผิวมันเยิ้ม เต็มไปด้วยรอยกระและสิว ริมฝีปากหนาใหญ่แสยะยิ้มอย่างโรคจิต กลิ่นเหม็นเปรี้ยวลอยออกมาจากตัวมัน แก่นกายหรือ '-วยขนาดใหญ่โตมโหฬารที่ทั้งดำคล้ำและขรุขระไปด้วยเส้นเลือดของมันแกว่งไปมาอย่างน่าเกลียด มันกุมแส้หนังในมือแน่นและมองดูผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ

"ฮ่าๆๆๆ!" ชายอ้วนหัวเราะร่วน เสียงของมันแหบพร่าและน่าขยะแขยง "เป็นไงล่ะอีตัวดีมึงบอกว่าอยากเห็นลูกมึงเรียนจบ กูก็อุตส่าห์เปิดทีวีให้ดูแล้ว... ถึงใจมึงไหมล่ะฮะ!"

เพียะ!!

มันตวัดแส้ฟาดใส่แผ่นหลังของเธอซ้ำอีกครั้งอย่างแรง ร่างของคนท้องสะดุ้งโหยง น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ทว่า ภายใต้ความเจ็บปวดแสนสาหัสและหยาดน้ำตานั้น ใบหน้าของเธอกลับบิดเบี้ยวและแสดงออกถึง 'อารมณ์ที่มีความสุขอย่างน่าประหลาด มันเป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและพังทลาย ซึ่งไม่อาจแยกแยะได้เลยว่าความสุขที่ฉายชัดบนใบหน้านั้น เกิดจากความปลาบปลื้มที่ได้เห็นลูกสาวในจอทีวี หรือจิตใจของเธอได้ถูกบดขยี้และล้างสมองจนเสพติดความเจ็บปวดจากแส้ที่ฟาดลงมากันแน่ สภาพของเธอในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาเนื้อที่พังทลายจนไม่เหลือเค้าโครงของความเป็นมนุษย์อีกต่อไป

ชายอ้วนอัปลักษณ์เดินเข้าไปใกล้หน้าจอทีวี มันจ้องมองภาพของเด็กสาวผมสีเงินวัย 22 ปีที่กำลังจับมือกับกัปตันเซเรน่าด้วยรอยยิ้มสดใส มันแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง มือข้างที่ว่างเอื้อมไปกอบกุม-วยที่แข็งขืนของมันแล้วรูดรั้งเบาๆ สายตาของมันเต็มไปด้วยความหื่นกระหายและมุ่งร้ายอย่างปิดไม่มิด

มันหันกลับมามองหญิงผมเงินที่ถูกตรึงอยู่บนม้าไม้เหล็ก แล้วแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันเหลืองอ๋อย

"ยิ้มให้แก้มปริเถอะ... ดีใจซะให้พอชายอ้วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและเย็นยะเยือก "เพราะนรกของจริงกำลังรออีนังเด็กนั่นอยู่... และสำหรับลูกสาวของมึง วันนี้... จะเป็นวันสุดท้ายที่มันจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในฐานะมนุษย์"

ตอนต่อไป
บทที่ 2.1 รอยปริแตกของภาพลวงตา...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา