เรื่อง สัตย์สาบานแห่งดวงดาว
คนอื่น ๆ ี่หนีไ่ัก็ูแรงะเิกระแทกัออกมาาโถงเ่ั บางคนะัเลือด บางคนิกลางอากาศ ่ร่วงบนื้อย่าง่าเา
กลางื่พลังี่ำัถล่มุิ่ หลิงเวี่ยยืนอยู่ด้านหน้าเพียงลำพัง
นางสะบัดมือเรียกยันต์ป้องกันออกมาหลายแผ่นในพริบตา ่เทแรงทั้งหมดเข้าไปกางม่านพลังรับแรงะเิี่พุ่งออกมา
ื่พลังปะทะม่านป้องกันอย่างรุนแรงจนทั้งโถงสั่นสะเทือน
ดวงตาของหลิงเวี่ยเ็นเล็กน้อย
[นี่มัน... ระดับมหายานจริง ๆ ยันต์แค่นี้เอาไม่อยู่แน่]
ยูัมองื่พลังี่ำัถาโถมเข้ามา ่พึมพำเสียงเบา
“อืม ดูเหมือนจะเป็นระดับมหายานจริง ๆ ถ้าปล่อยไว้ มิตินี้จะพังทลายของแท้แน่นอน”
เขาหันไปมองหลิงเวี่ย
“ถ้าอย่างนั้น อาจารย์ หน้าี่ของท่านตรงนี้หมดแล้ว”
หลิงเวี่ยยังคงกางม่านพลังต้านแรงะเิอยู่
“เจ้าจะทำอะไร”
ยูันิ่งไปครู่หนึ่ง ่ยิ้มบาง ๆ
“อืม มันอาจจะไม่ใช่ความลับมากนัก แต่ว่าข้ายังไม่คิดบอกใคร นี่ข้าบอกท่านคนแรกเลยนะ ท่านอาจารย์”
เขาหยุดไปเล็กน้อย ่กล่าวต่ออย่างจริงจังกว่าปกติ
“นี่เป็นความลับชั่วคราว แล้วก็ขอให้ท่านเข้าใจว่า พลังนี้ไม่ใช่พลังต้องห้ามแต่อย่างใด ข้าขอย้ำอีกรอบ มันไม่ใช่พลังต้องห้าม”
หลิงเวี่ยไม่เข้าใจเลยว่าศิษย์รักของตนำัจะทำอะไร
ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องย้ำเรื่องพลังต้องห้ามถึงสองครั้ง
ยูัเพียงยิ้มให้นางครั้งหนึ่ง ่ยกมือขึ้นทำมุทรา
านั้นจึงเอ่ยวาจาสิทธิ์ออกมาอย่างแผ่วเบา
“พันธะแห่งดวงดาว”
หลิงเวี่ยชะงักเล็กน้อย
[พันธะแห่งดวงดาว?]
นั่นคืออะไร แต่ในเวลานี้ นางไม่มีสมาธิพอจะถาม เพราะแรงะเิาระฆังทองสัมฤทธิ์ยังคงถาโถมเข้ามาไม่หยุด
ภายในห้วงจิตของยูั
วัจนะดวงดาวูเปิดออก
ดวงดาวนับไม่ถ้วนในความมืดอันไร้ขอบเขตค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกัน
สายตาทั้งหมดจ้องมองมายังยูั
ในสายตาเหล่านั้นมีทั้งความคิดถึง ศรัทธา สรรเสริญ เคารพ และเชิดชู ราวกับพวกมันเฝ้ารอช่วงเวลานี้มายาวนานเกินกว่าจะนับได้
เสียงของเหล่าดวงดาวดังขึ้นพร้อมกัน
“ในี่สุด... ในี่สุด... ในี่สุด...”
“นานนับอสงไขย หลายรอบวัฏจักรแห่งเอกภพ พวกเราก็ได้เจอท่าน”
“พวกเราขอสักการะแด่ผู้เป็นนาย”
ยูัเงยหน้ามองเหล่าดวงดาว ่กล่าวเสียงเรียบ
“ไม่ต้องมากพิธี เท่านี้่ พอดีข้าอยากจะแลกเปลี่ยน”
เหล่าดวงดาวเงียบทันที
“แลกเปลี่ยน? นี่ท่านหรือว่า...”
ยูัพยักหน้าเบา ๆ
“ทำตามขั้นตอน”
เหล่าดวงดาวมองหน้ากัน ่พยักหน้าพร้อมกันอย่างนอบน้อม
“ท่านต้องการสิ่งใด?”
“เนตรดาราสวรรค์”
“ระยะเวลา?”
“จนกว่าะเิจะหมด”
“ท่านต้องการเสียสละสิ่งใด?”
ยูัตอบโไม่ัเ
“แสงสว่างของข้า”
เหล่าดวงดาวเงียบไปครู่หนึ่ง
านั้นเสียงนับไม่ถ้วนจึงดังขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง
“พวกเราขอมอบให้”
ยูัยิ้มบาง ๆ
“ขอบใจนะ”
ภายนอก หลิงเวี่ยได้ยินเพียงเสียงพึมพำบางส่วนาปากยูั
“เนตรดาราสวรรค์... จนกว่าะเิจะหมด... แสงสว่างของข้า...”
นางยิ่งไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เหตุใดหลังากล่าวคำว่า “พันธะแห่งดวงดาว” แล้ว ศิษย์รักของนางถึงเริ่มพูดคำแปลกประหลาดเหล่านี้ออกมาอีก
แต่สัญชาตญาณของหลิงเวี่ยกลับบอกนางว่า
สิ่งี่ำัจะเกิดขึ้นต่อานี้... ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน
ภาพต่อมาทำให้หลิงเวี่ยเบิกตากว้าง
ดวงตาของยูัเปลี่ยนไป
ยูัยื่นมือออกไปแทนตำแหน่งของหลิงเวี่ย
แรงะเิระดับมหายานี่ำัถาโถมเข้ามา พลันหยุดชะงักตรงหน้าฝ่ามือของเขา
หลิงเวี่ยมองดวงตาคู่นั้นอย่างตกตะลึง
“เจ้า... นี่เจ้า ดวงตาคู่นั้นมันคืออะไร”
ยูัไม่หันกลับมา
“ไว้ถึงเวลาแล้วข้าจะบอก แต่ว่าตอนนี้ท่านต้องออกไปได้แล้ว ข้าจะส่งท่านออกไป่ เตรียมตัวให้ดี ข้าไม่เป็นอะไรหรอก”
หลิงเวี่ยนิ่งไปชั่วอึดใจ ่พยักหน้า
“ข้าพร้อม”
ยูัยกมืออีกข้างขึ้นเล็กน้อย
“บัญชาสวรรค์”
สิ้นเสียงนั้น ร่างของทุกคนี่ยังเหลืออยู่ภายในวิหารพลันูแรงี่มองไม่เห็นยกขึ้นพร้อมกัน
พวกเขาลอยออกไปตามทางเดินอันซับซ้อนของวิหารอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่กระแทกผนัง ไม่ชนเสา และไมู่เศษหินแม้แต่นิดเดียว ราวกับมีมือี่มองไม่เห็นำันำทางให้ทุกคนออกไปอย่างแม่นยำ
หลิงเวี่ยเองก็ูส่งออกไปเ่ั
หลังาทุกคนออกไปหมดแล้ว ยูัจึงหันกลับมามองแรงะเิตรงหน้า
“เอาละ มาเริ่มปรับเทียบระบบบำเพ็ญเพียรของโลกนี้กัน”
“กลืนกินสรรพสิ่ง”
พลังงานมหาศาลี่ะเิออการะฆังทองสัมฤทธิ์พลันูดึงเข้าหายูัอย่างบ้าคลั่ง
แรงะเิี่ควรจะฉีกมิตินี้ให้แหลก ค่อย ๆ ูเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่ร่างของเขา
ยูัหลับตาครึ่งหนึ่ง
“ต้องเอาพลังงานมาสร้างวงแหวนในหัวใจแทนตันเถียน ให้มันโคจรเหมือนเอกภพอันหนึ่ง ต้องจำลองภาพการเกิดเอกภพด้วย ยากเหมือนกันนะเนี่ย”
เขาหยุดคิดเล็กน้อย
“เอาละ ลองดูแล้วกัน”
ระดับหนึ่ง หลอมรวมละอองดาว เทียบเท่าหลอมรวมปราณ
ระดับสอง ก่อวงโคจรดารา เทียบเท่าสร้างรากฐาน
ระดับสาม ก่อแกนเอกภพ เทียบเท่าแก่นทองคำ
ระดับสี่ ดาราแรกกำเนิด เทียบเท่าก่อวิญญาณทารก
ระดับห้า แปแสงดารา เทียบเท่าแปจิตวิญญาณ
ระดับหก เปิดห้วงดารา เทียบเท่าหลอมสุญญตา
ระดับเจ็ด รวมห้วงดารา เทียบเท่าหลอมรวมเต๋า
ระดับแปด ดาราจักรสมบูรณ์ เทียบเท่ามหายาน
ระดับเก้า เทพดารา เทียบเท่านักบุญ
ระดับสิบ ต้นกำเนิดดารา เทียบเท่าเทพี่แท้จริง
ยูัลืมตาขึ้นเล็กน้อย
“ระดับของโลกนี้เท่านี้เองสินะ อืม ของข้าไม่ใช่การบำเพ็ญเซียน แต่คือการบำเพ็ญเพื่อจุติใหม่กลายเป็นเทพเจ้า”
วงแหวนดวงดาวเส้นแรกเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของเขา
ละอองแสงนับไม่ถ้วนหมุนวนเข้าหากัน ก่อตัวเป็นเส้นโคจรเล็ก ๆ านั้นเส้นโคจรเหล่านั้นก็ซ้อนทับ กลืนกิน และจัดระเบียบตัวเองเหมือนเอกภพขนาดย่อมำัถือกำเนิดขึ้นภายในร่าง
พลังะเิของระฆังูเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิง
เสียงแตกร้าวของวิหารดังสนั่นไม่หยุด แต่รอบตัวยูักลับนิ่งสงบราวกับอยู่กลางคืนไร้ลม
“ปรับเทียบเรียบร้อย”
เขาพึมพำ
“เริ่มสร้างดาราจักร”
แสงดาวในหัวใจหมุนเร็วขึ้น
วงโคจรเส้นแรกสมบูรณ์
เส้นี่สองเริ่มก่อตัว
านั้นเส้นี่สาม สี่ ห้า ก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตามลำดับ ราวกับหัวใจของเขาไม่ได้เต้นด้วยเลือดอีกต่อไป แต่เต้นด้วยจังหวะการหมุนของดวงดาว
ไม่นานนัก พลังะเิระลอกแรกก็ูดูดกลืนจนหมด
ยูัก้มมองมือตัวเอง
“เสร็จแล้ว ง่ายจริง ๆ ตอนนี้ระดับอยู่ี่ก่อวงโคจรดารา เทียบเท่าสร้างรากฐาน สำแดงได้ถึงแก่นทองคำ”
เขายังไ่ัได้พูดจบดี ระฆังี่แตกกระจายอยู่กลางโถงพลันสั่นอีกครั้ง
ครืน
พลังะเิระลอกี่สองปะทุขึ้นาเศษระฆังี่เหลืออยู่
ยูัชะงัก
“ชิบหาย ทำไมมีสองรอบวะ”
คราวนี้เนตรดาราสวรรค์เริ่มดับแสงแล้ว
พลังี่แลกเปลี่ยนมาหมดเวลาพอดี
แรงะเิระลอกี่สองซัดเข้าร่างเขาโตรง แม้จะอ่อนกว่าระลอกแรกมาก แต่ก็ยังรุนแรงพอจะทำให้ื้วิหารใต้เท้าแตกกระจาย
ยูัถอยไปครึ่งก้าว เลือดซึมออกามุมปาก
“ฮ่า ๆ ไอ้เวรเอ้ย วางกับดักไว้สองรอบ บ้าเปล่าวะ”
เขายกมือเช็ดเลือด มองบาดแผลบนร่างตนเองแล้วหัวเราะเบา ๆ
“ตอนแรกคิดอยู่ว่าจะแกล้งบาดเจ็บยังไง แต่คราวนี้ได้แผลมาแล้ว แกล้งสลบปิดสวิตช์ตัวเองสักสองอาทิตย์ จะได้อู้งานได้”
แต่ในตอนี่ยูัำัวางแผนอู้งานอยู่นั้นเอง
ใต้ื้วิหารกลับมีแสงสีทองแดงอีกสายหนึ่งสว่างขึ้น
ยูัก้มมองไป
“หืม ด้านล่าง...”
สีหน้าของเขาแข็งค้างไปเสี้ยวหนึ่ง
“ไอ้-่าเอ้ย ใครเขาสร้างะเิสามรอบ นี่มันเอาไว้ซ้ำศพชัด ๆ แค่รอบแรกก็ไม่รอดแล้ว ยังเผื่ออีกสองรอบ บ้ารึไงวะ”
ชั่วพริบตาต่อมา ะเิระลอกี่สามก็ปะทุขึ้น
ตู้ม!
แรงะเิครั้งนี้รุนแรงกว่ารอบี่สอง แม้จะยังไม่เท่ารอบแรก แต่สำหรับยูัี่บาดเจ็บอยู่แล้ว มันมากพอจะซัดร่างของเขากระเด็นไปชนกำแพงวิหารอย่างแรง
กำแพงแตกกระจาย
ร่างของยูัทะลุกำแพงวิหารออกมา ่ร่วงกระแทกื้หน้าประตูพอดิบพอดี ราวกับเป็นเรื่องบังเอิญอันเลวร้ายี่สุด
ตึง!
ื้หินใต้ร่างแตกเป็นรอยร้าววงกว้าง
ยูันอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว
เสื้อผ้าบนร่างูเผาจนเหลือเพียงเศษผ้าขาดวิ่น หนังตามแขน ไหล่ และลำตัวไหม้เกรียมเป็นรอยดำสนิท ราวกับูไฟนรกกลืนกินไปทั้งตัว
กระดูกหลายจุดบิดผิดรูปจนมองเห็นได้ชัด ข้อมือ ข้อศอก หัวไหล่ และซี่โครงเหมือนูภูเขาทั้งลูกบดทับจนแหลกละเอียดภายใน
เส้นเลือดใต้ผิวหนังปริแตกเป็นเส้น ๆ เลือดไหลซึมออกมาตามรอยแยกทั่วร่าง ราวกับมีใครจับเขาไปบีบคั้นทั้งตัวจนเลือดแทบูรีดออกมาาทุกส่วน
ลมหายใจของเขาเบาบางเสียจนแทบไม่ต่างาคนตาย
อกของยูัขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย นานมากกว่าจะมีลมหายใจหนึ่งครั้ง
กลิ่นไหม้ กลิ่นเลือด และกลิ่นพลังี่ปั่นป่วนคลุ้งออกมาาร่างของเขาอย่างน่าหวาดหวั่น
ในสภาพเช่นนี้ ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับสูง ก็ยากจะบอกได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่
แต่เขายังไม่ตาย ยังเหลือลมหายใจุ้าี่ดื้อรั้นอย่างน่าประหลาด
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??