เรื่อง เล่ห์ร้าย....สายลับสวาท!! NC++
บที่ 107: ศึกด่วนแมกเลฟ
ประกายไฟสีส้มสว่างวาบจากกระสุนเจาะเกราะขนาดหนักี่สาดกระหน่ำเข้าใส่ผนังกระจกนิรภัยของเพนต์เฮาส์ชั้นเก้าสิบ เสียงกระจกหนาระเบิดแตกกระจายดั่ง-่าฝนผลึกแก้วร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่าเบื้องล่าง ลมพายุราตรีจากแม่น้ำหวงผู่พัดกรรโชกเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงจนม่านผ้าไหมโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่ง
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงปืนซุ่มยิงต่อต้านวัตถุขนาดลำกล้องจุดห้าศูนย์ดังสะท้อนกึกก้องมาจากยอดอาคารเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ฝั่งตรงข้าม กระสุนความเร็วไฮเปอร์โซนิกของมาร์คัสพุ่งเจาะกะโหลกเหล็กของทหารไซบอร์กสองนายี่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างหน้าฉันจนร่างกระเด็นหงายหลัง ประกายไฟสีฟ้าปะทุออกจากวงจรคอหอยี่ฉีกขาด มาร์คัสเปิดฉากยิงคุ้มกันได้อย่างแม่นยำตามสัญญา!
"วาว! หน้าต่างทิศใต้! โหนสลิงลงมาเดี๋ยวนี้!" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของมาร์คัสดังลั่นในระบบสื่อสาร "ฉันเตรียมรอกแม่เหล็กแรงดึงดูดสูงไว้ให้แล้ว ขบวนรถไฟแมกเลฟกำลังแล่นผ่านใต้ตึก!"
ฉันไม่ลังเลแม้แต่เศษเสี้ยววินาทีเดียว สปริงข้อเท้าในรองเท้าส้นสูงดีดตัวพุ่งทะยานฝ่าดงกระสุนเลเซอร์ ตีลังกาม้วนตัวข้ามโต๊ะแชมเปญี่พังทลาย คว้าด้ามจับรอกแม่เหล็กี่มาร์คัสยิงยึดไว้กับขอบหน้าต่าง แล้วทิ้งตัวกระโดดดิ่งลงสู่ความมืดมิดของฟากฟ้าเซี่ยงไฮ้ทันที!
วูบขขขขขขขข!
สายลมหนาวเหน็บพัดปะทะใบหน้าและชุดกี่เพ้าสีดำจนแนบเนื้อ รอกแม่เหล็กส่งเสียงหวีดแหลมขณะี่สายสลิงเคฟลาร์รูดปล่อยร่างของฉันดิ่งลงมาจากความสูงกว่าสามร้อยเมตรอย่างรวดเร็ว เบื้องล่างบนรางยกระดับคอนกรีตเสริมเหล็ก รถไฟพลังแม่เหล็ก 'เซี่ยงไฮ้ แมกเลฟ' (Shanghai Maglev) ขบวนพิเศษกำลังพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงกว่าสี่ร้อยสามสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง แสงไฟหน้ารถแหวกม่านหมอกราตรีดั่งลูกศรสายฟ้า
ฟึ่บ! ตึงงงงง!
ฉันปลดสลักรอกแม่เหล็กในจังหวะสุดท้าย ทิ้งตัวลงกระแทกบนหลังคาตู้โดยสารขบวนรถไฟได้อย่างแม่นยำ ปลายเท้าและฝ่ามือยึดเกาะกับพื้นผิวโลหะของขบวนรถด้วยถุงมือและรองเท้าแม่เหล็กนาโนเทค แรงลมมหาศาลจากการเคลื่อนี่ด้วยความเร็วสี่ร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงพัดกระหน่ำจนเกือบจะพัดร่างของฉันปลิวหลุดออกไป
และในเสี้ยววินาทีต่อมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็แตะลงบนหลังคารถไฟเคียงข้างฉัน... มาร์คัสในชุดแจ็กเก็ตยุทธวิธีสีดำพร้อมปืนลูกซองอัตโนมัติห้อยอยู่ี่ไหล่ ร่อนลงมาจากร่มร่อนคาร์บอนไฟเบอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
"งานเลี้ยงสนุกไหม ี่รัก?" มาร์คัสหันมาส่งยิ้มกวนประสาท แววตาสีเทาวาวโรจน์ท้าทายสายลมแรง
"สนุกจนเกือบไม่ได้กลับมานอนกอดนายเลยล่ะ!" ฉันตะโกนตอบแข่งกับเสียงลมคำราม
ทว่าพวกเราไม่มีเวลาชื่นชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน... เสียงประตูเปิดฉุกเฉินบนหลังคาตู้โดยสารหลายจุดเปิดผางออก! กองกำลังสังหารไซบอร์กของหวัง จิ้นหลง ในชุดเกราะป้องกันแรงลมปีนขึ้นมาบนหลังคารถไฟกว่าสิบนาย พร้อมปืนกลมือพลังงานความร้อนและมีดสั้นโซนิค!
"กำจัดพวกมันซะ! อย่าให้พวกมันแย่งชิ้นส่วนปฏิสสารไปได้!" หัวหน้าหน่วยไซบอร์กตะโกนสั่งการ
"ถ้างั้นมาเต้นรำบนรถด่วนกันหน่อยเป็นไง!" ฉันกระชากปืนพกคู่กระบอกเงินขึ้นมาประทับยิงทันที!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
การต่อสู้อันดุเดือดเหนือหลังคารถไฟความเร็วสูงสี่ร้อยสามสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเปิดฉากขึ้นอย่างบ้าคลั่ง! แรงลมต้านี่พัดผ่านรุนแรงดั่งกำแพงพายุี่พร้อมจะฉีกกระชากร่างมนุษย์ให้แหลกเป็นชิ้น แต่สำหรับฉันและมาร์คัสี่ผ่านการฝึกฝนในสภาพแวดล้อมสุดขั้วมานับครั้งไม่ถ้วน ร่างกายและสัญชาตญาณตอบสนองโดยอัตโนมัติ
ฉันย่อตัวลงต่ำ ใช้ความลื่นไหลของหลักอากาศพลศาสตร์พุ่งทะยานไปข้างหน้า ชุดกี่เพ้าสีดำี่ขาดวิ่นโบกสะบัดไปตามสายลม ปืนพกคู่กระบอกเงินในมือคำรามลั่นสาดประกายไฟสว่างวาบ กระสุนเจาะเกราะพุ่งเข้ากระแทกเซนเซอร์ดวงตาของไซบอร์กตัวแรกจนประกายไฟสีฟ้าแตกกระจาย มันกรีดร้องด้วยเสียงสังเคราะห์ก่อนจะเสียหลักล้มคว่ำ แรงลมมหาศาลซัดร่างเหล็กของมันกลิ้งหลุดออกจากหลังคา ร่วงดิ่งลงสู่รางแม่เหล็กเบื้องล่างและถูกแรงดูดแม่เหล็กบดขยี้แหลกเป็นเศษเหล็กในพริบตา!
ทหารไซบอร์กอีกสองนายกระโจนเข้ามาพร้อมดาบพลาสมาพลังงานความร้อนสูง ลำแสงสีส้มตวัดวูบฟันลงมาหมายจะตัดสะโพกของฉัน ฉันใช้ความยืดหยุ่นของร่างกายแอ่นตัวลงไปด้านหลังจนแผ่นหลังเกือบแนบสนิทกับแผ่นโลหะหลังคารถไฟ คมดาบเฉียดผ่านปลายจมูกไปเพียงมิลลิเมตรเดียว ก่อนี่ฉันจะใช้สองขาเกี่ยวรัดแขนของมันไว้แล้วหมุนตัวเหวี่ยงทั้งสองคนให้พุ่งชนกันเองอย่างจัง!
มาร์คัสประจันหน้ากับทหารไซบอร์กยักษ์สองนาย เขาใช้ปืนลูกซองยิงอัดกระแทกกลางอกจนเกราะเหล็กแตกกระจาย ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัว ใช้หมัดขวาอันทรงพลังชกเสยคางจนเซ แล้วเหวี่ยงร่างของมันไปกระแทกกับเสาสัญญาณไฟข้างรางี่แล่นผ่านไปด้วยความเร็วสูง เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว!
ฉันกระโดดตีลังกากลางอากาศข้ามช่องว่างระหว่างตู้โดยสาร หลบคมมีดโซนิคี่ฟันเฉียดปลายคางไปเพียงคืบ ใช้สองขาเกี่ยวคอของไซบอร์กตัวสุดท้ายแล้วบิดหมุนตัวเหวี่ยงมันตกรถไฟไปอีกคนหนึ่ง!
"พราว! สถานการณ์ในขบวนรถเป็นยังไงบ้าง!" ฉันถามผ่านหูฟังไมโคร ขณะี่มาร์คัสใช้เครื่องตัดพลาสมาเจาะเปิดฝาครอบหลังคาเพื่อพาเราทั้งสองคนหย่อนตัวลงสู่ภายในตู้โดยสาร
"พี่วาว พี่มาร์คัสคะ! ตู้โดยสารด้านหน้าสุดถูกดัดแปลงเป็นห้องนิรภัยเคลื่อนี่ค่ะ!" พราวรายงานอย่างเร่งด่วน "ในนั้นมีตู้คอนเทนเนอร์ดูดซับรังสีี่บรรจุ 'แกนปฏิสสารควอนตัม' (Antimatter Core) อยู่ แต่ระวังด้วยนะคะ หวัง จิ้นหลง ส่งมือสังหารระดับหัวกะทิมาเฝ้าไว้!"
พวกเรากระโดดลงสู่ทางเดินภายในตู้โดยสารแอร์เย็นฉ่ำ ความเงียบงันภายในตู้รถตัดกับเสียงลมพายุคำรามบนหลังคาอย่างสิ้นเชิง กลิ่นโอโซนและไอน้ำมันไฮดรอลิกคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ไฟนีออนสีขาวบนเพดานทางเดินกะพริบถี่ๆ ส่งเสียงหึ่งๆ ดั่งลางบอกเหตุร้าย บนพื้นพรมหรูหรามีรอยกระสุนและคราบเลือดแห้งกรัง บ่งบอกว่ามีการต่อสู้แย่งชิงกันเกิดขึ้นภายในขบวนรถไฟก่อนี่พวกเราจะมาถึง
มาร์คัสก้าวเดินนำหน้าอย่างระมัดระวัง แผ่นหลังกว้างของเขาคอยเป็นเกราะกำบังให้ฉัน ขณะี่ฉันคอยระวังหลังและตรวจสอบมุมอับของตู้โดยสารทุกตู้ ประตูอัตโนมัติเปิดออกทีละบานด้วยเสียงชู่วเบาๆ เผยให้เห็นห้องโดยสารชั้นหนึ่งี่ว่างเปล่า มีเพียงกระเป๋าเดินทางและแก้วไวน์ี่ล้มระเนระนาดบนโต๊ะ ทุกลมหายใจของพวกเราเงียบกริบ มีเพียงเสียงชีพจรี่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นแห่งความตื่นตัวระดับสูงสุด
"มีบางอย่างผิดปกติ วาว..." มาร์คัสกระซิบเตือน นัยน์ตาสีเทาหรี่ลง "พวกมันไม่ได้ตั้งใจจะใช้รถไฟขบวนนี้ขนส่งแกนปฏิสสารไปจนถึงสถานีปลายทางตั้งแต่แรก... รถไฟขบวนนี้เป็นเพียงตัวล่อ!"
"ตัวล่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกเรากับหน่วยข่าวกรองสากล ขณะี่แกนของจริงถูกส่งออกไปด้วยเส้นทางอื่นงั้นเหรอ..." ฉันพึมพำด้วยความตระหนักรู้
เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ตู้โดยสารขบวนแรก ภาพี่ปรากฏคือตู้กระจกสุญญากาศขนาดใหญ่ ี่ตรงกลางมีแคปซูลโลหะทรงกระบอกเปล่งแสงสีม่วงเข้มหมุนวนอยู่เบื้องใน... แกนปฏิสสารของจริง!
แต่เบื้องหน้าตู้นั้น... ร่างของบอดี้การ์ดส่วนตัวของหวัง จิ้นหลง สองนายถูกยิงล้มจมกองเลือดอยู่แล้ว! และบนคอนโซลควบคุม มีหน้าจอสื่อสารดาวเทียมี่กำลังถ่ายทอดสดภาพของเครื่องบินขนส่งสินค้าความเร็วเหนือเสียงกำลังเทกออฟออกจากรันเวย์ลับของท่าอากาศยานนานาชาติผู่ตง (Pudong International Airport)!
"บ้าจริง... พวกเรามาช้าไปก้าวหนึ่ง!" มาร์คัสสบถเสียงต่ำเมื่อมองเห็นแคปซูลตรงหน้าเป็นเพียงตู้บรรจุเปล่าี่ถูกถ่ายเทสารออกไปแล้ว
ฉันรีบก้าวเข้าไปี่คอนโซล ดึงแฟลชไดรฟ์ี่เพิ่งล้วงมาจากหวัง จิ้นหลง เสียบเข้ากับพอร์ตระบบเพื่อดาวน์โหลดบันทึกการส่งมอบสินค้าล่าสุด ตัวอักษรสีเขียววิ่งผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว
"พราว! ถอดรหัสเส้นทางการบินของเครื่องบินลำนั้นเดี๋ยวนี้!" ฉันสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ได้แล้วค่ะพี่วาว!" เสียงพราวดังขึ้นพร้อมภาพแผนี่การบินบนจอเรตินา "เครื่องบินสเตลท์ขนส่งสินค้าลำนั้นไม่ได้มุ่งหน้าไปยุโรปหรืออเมริกา... แต่มันกำลังบินตรงเข้าสู่น่านฟ้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้! พิกัดปลายทางี่ระบุไว้คือ... กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ค่ะ!"
"กรุงเทพฯ งั้นเหรอ..." ฉันขมวดคิ้วแน่น แววตาวาวโรจน์ด้วยความสงสัยระคนระแวดระวัง "พวกมันกำลังจะเอาแกนปฏิสสารไปทำอะไรี่ใจกลางเมืองหลวงของไทย?"
"พราวกำลังตรวจสอบเครือข่ายใต้ดินในกรุงเทพฯ เพิ่มเติมค่ะ แต่ตอนนี้รถไฟแมกเลฟกำลังจะพุ่งเข้าชนชานชาลาสถานีผู่ตงด้วยความเร็วสูงสุด เพราะระบบเบรกถูกตัดขาด! พี่วาวกับพี่มาร์คัสต้องดีดตัวออกจากรถไฟเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!"
เสียงหวีดร้องของระบบขับเคลื่อนแม่เหล็กดังก้องจนแสบแก้วหู รางรถไฟเบื้องหน้ากำลังสิ้นสุดลงี่ปลายชานชาลาสถานีผู่ตง โครงสร้างคอนกรีตและแผงกั้นเหล็กกล้าขนาดยักษ์ขยายใหญ่ขึ้นในสายตาด้วยความเร็วสี่ร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง หากพุ่งเข้าชนด้วยความเร็วระดับนี้ แรงระเบิดและแรงกระแทกจะรุนแรงพอๆ กับระเบิดทีเอ็นทีหลายร้อยปอนด์ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถรอดชีวิตได้
"ไม่มีเวลาแล้ว วาว! โดดเดี๋ยวนี้!" มาร์คัสคำรามลั่น
ฉันและมาร์คัสสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ความเชื่อมั่นอันไร้ขอบเขตี่มีให้แก่กันฉายชัดในแววตา ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดๆ มาร์คัสคว้าเอวคอดของฉันไว้แน่นด้วยท่อนแขนทรงพลัง กระแทกไหล่ชนประตูกระจกฉุกเฉินแตกกระจาย แล้วพาเราทั้งสองคนดีดตัวพุ่งทะยานออกจากขบวนรถไฟแมกเลฟสู่ผืนน้ำของทะเลสาบเบื้องล่าง ก่อนี่ขบวนรถจะพุ่งชนสถานีจนระเบิดเป็นลูกไฟยักษ์สนั่นหวั่นไหว!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??