เรื่อง เล่ห์ร้าย....สายลับสวาท!! NC++
บที่ 126: หอดูดาวมรณะ
ไอความร้อนระอุพวยพุ่งขึ้นจากโครงตาข่ายเลเซอร์ความเข้มข้นสูงสีแดงฉานนับร้อยเส้นี่พาดขวางทางเข้าสู่อุโมงค์ใต้ดินของหอดูดาวเตอีเด ลำแสงพลังงานสุริยะเข้มข้นกว่าสามพันองศาเซลเซียสส่งเสียงดังหึ่งๆ ดั่งฝูงต่อมรณะ อากาศรอบข้างบิดเบี้ยวด้วยคลื่นความร้อนระอุ เศษใบสนแห้งี่ปลิวมาสัมผัสถูกลำแสงเพียงเสี้ยววินาทีก็ระเหยมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา กลิ่นโอโซนและกำมะถันเข้มข้นคละคลุ้งจนแสบจมูก
"พี่วาวคะ! พราวเจาะเข้าสู่ระบบควบคุมเซิร์ฟเวอร์ย่อยได้แล้วค่ะ!" เสียงพราวดังขึ้นในหูอย่างตื่นเต้น "พราวสามารถสร้าง 'ช่องว่างปลอดภัย' ในม่านเลเซอร์ได้ชั่วคราวเพียงสิบสองวินาทีเท่านั้นค่ะ! จังหวะี่ลำแสงหมุนวนสลับตำแหน่ง พี่วาวต้องใช้ทักษะกายกรรมลอดผ่านช่องว่างขนาดห้าสิบเซนติเมตรเข้าไปสับคัตเอาต์หลักด้านในค่ะ!"
"สิบสองวินาที... เหลือเฟือสำหรับฉันค่ะ พราว" ฉันกระตุกยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายเพรียวระหงในชุดบอดี้สูทเคฟลาร์แนบเนื้อปรับกล้ามเนื้อทุกส่วนให้อยู่ในสภาวะยืดหยุ่นสูงสุด สะโพกผาย 38 นิ้ว และเอวคอดกิ่ว 24 นิ้วพร้อมี่จะบิดตัวหลบหลีกทุกอุปสรรค มาร์คัสยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง สองตามองแผ่นหลังของฉันด้วยความเชื่อมั่นและห่วงใย มือหนาของเขาแตะี่ต้นแขนของฉันเบาๆ ส่งผ่านพลังใจอันอบอุ่น
"ระวังตัวด้วยนะ วาว ฉันรอรับสัญญาณจากเธออยู่ตรงนี้ ถ้ามีอะไรผิดพลาด ฉันจะพุ่งเข้าไปดึงเธอออกมาเอง" มาร์คัสกล่าวเสียงทุ้มลึก
"กับคุณอยู่ตรงนี้ วาวไม่มีวันพลาดหรอกค่ะ มาร์คัส" ฉันหันไปสบตาสีเทาอันทรงพลังของเขา
"เริ่มนับถอยหลังได้เลย พราว!" ฉันสั่งการ
"สาม... สอง... หนึ่ง... ช่องว่างเปิดแล้วค่ะ!"
วูบ!
ลำแสงเลเซอร์แถวกลางแยกตัวออกจากกัน เกิดเป็นช่องว่างแคบๆ ท่ามกลางประกายไฟ ฉันดีดตัวพุ่งทะยานไปข้างหน้าในทันที! ร่างกายของฉันหมุนตีลังกาเกลียวกลางอากาศ ลอดผ่านลำแสงเส้นแรกไปได้อย่างเฉียดฉิวจนรู้สึกถึงไอความร้อนี่เฉียดปลายผมไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร เมื่อเท้าแตะพื้น ฉันสไลด์ตัวแนบราบไปกับพื้นกระเบื้อง บิดเอวอ่อนควงสว่านลอดใต้ลำแสงเส้นี่สองและสาม สะโพกอวบอิ่มเฉียดขอบแสงมรณะไปอย่างหวุดหวิด จากนั้นจึงดีดสปริงข้อเท้าตีลังกาหงายหลังม้วนตัวข้ามลำแสงตัดขวางสองเส้นสุดท้าย เท้าทั้งสองข้างแตะลงบนพื้นฝั่งตรงข้ามอย่างมั่นคงและเงียบกริบ!
เวลาหยุดอยู่ี่วินาทีี่เก้า!
ฉันตวัดมีดสั้นไทเทเนียมตัดสายเคเบิลพลังงานและสับคัตเอาต์หลักของแผงควบคุมเลเซอร์ลงทันที!
ชวับ! แป๊ก!
ม่านแสงเลเซอร์สีแดงนับร้อยเส้นดับวูบลงในพริบตา ประตูเหล็กกล้าบานยักษ์ส่งเสียงไฮดรอลิกคลายล็อกและเปิดอ้าออก มาร์คัสก้าวทะยานข้ามธรณีประตูเข้ามาสมทบทันที สองตามองฉันด้วยประกายตาชื่นชมระคนทึ่ง
"กายกรรมระดับโอลิมปิกยังต้องอายเธอเลย วาว" มาร์คัสกระซิบชมพลางดึงฉันเข้ามากอดสั้นๆ อย่างชื่นชม
"ขอบคุณค่ะ แต่การแสดงเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น" ฉันยิ้มรับพลางชี้ปืนพกเก็บเสียงนำทางเข้าไปในอุโมงค์คอนกรีตใต้ดิน
อุโมงค์ทางเดินชั้นในทอดยาวลึกลงสู่ใจกลางหินภูเขาไฟ ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กถูกบุด้วยแผ่นซับเสียงและท่อหล่อเย็นไนโตรเจนเหลวขนาดใหญ่ี่มีละอองไอเย็นสีขาวพวยพุ่งออกมาตามรอยต่อ ระหว่างทางเดินพวกเราพบกับห้องวิจัยย่อยสองห้อง ฉันส่งสัญญาณมือให้มาร์คัสเข้าประชิดประตูห้องแล็บสเปกตรัมแสง มาร์คัสถีบประตูพังเข้าไป สยบนักวิทยาศาสตร์ผู้ช่วยสองคนด้วยสันปืนอย่างรวดเร็ว ฉันตรงเข้าไปี่แท่นเซิร์ฟเวอร์สำรอง ใช้แฟลชไดรฟ์ควอนตัมขององค์กรราชินีสากลดาวน์โหลดข้อมูลวิจัยพลาสมาสุริยะและรหัสพิกัดเชื่อมโยงทั้งหมด
"พี่วาวคะ! ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์นี้ยืนยันว่า ชิปี่เตเนริเฟเป็นเพียงตัวส่งผ่านพลังงาน ส่วนตัวรับและแท่นรวมแสงระดับมหาศาลกำลังถูกสร้างขึ้นี่ 'ดูไบ' ใต้ก้นอ่าวเปอร์เซียค่ะ!" พราวรายงานเข้ามาทันทีี่ข้อมูลถูกส่งผ่านระบบคลาวด์
"ดูไบงั้นเหรอ... พวกมันคิดการใหญ่กว่าี่เราคาดไว้จริงๆ" มาร์คัสขมวดคิ้วแน่น
พวกเราเร่งฝีเท้าต่อไปจนถึงปลายทางเดิน บานประตูกระจกนิรภัยหนาพิเศษเปิดออกสู่โดมกล้องโทรทรรศน์สุริยะขนาดยักษ์ี่มีความสูงเทียบเท่าตึกแปดชั้น! อากาศภายในโดมร้อนระอุราวกับเตาเผาเหล็ก แสงไฟสปอตไลต์สีส้มสาดส่องกระทบโครงสร้างเหล็กขนาดยักษ์ี่ค้ำยันโดมกลม
ใจกลางโดมคือ 'กล้องโทรทรรศน์เกรเกอเรียนสุริยะ' ขนาดยักษ์ี่มีจานกระจกสะท้อนความร้อนพลาสมาเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสิบเมตร ทว่าบัดนี้ จานกระจกไม่ได้หันขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อดูดวงอาทิตย์ แต่มันกลับถูกปรับมุมก้มลงต่ำ เล็งลำกล้องสะท้อนแสงขนาดมหึมาพุ่งตรงไปยังเมืองท่า 'ซานตากรุซเดเตเนริเฟ' (Santa Cruz de Tenerife) เมืองหลวงของเกาะี่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งเบื้องล่าง!
ี่แผงควบคุมหลักตรงกลางแท่นยก ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาวสวมแว่นตากันรังสี 'ดร. คาร์เตอร์' นักฟิสิกส์สุริยะแปรพักตร์ชื่อดังระดับโลก กำลังรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยท่าทางบ้าคลั่ง ข้างกายเขามีทหารรับจ้างไซบอร์กติดอาวุธหนักหกนายคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา ร่างกายของทหารไซบอร์กถูกเสริมด้วยเกราะเหล็กกล้าและแขนกลไฮดรอลิกี่พร้อมจะฉีกร่างมนุษย์เป็นชิ้นๆ
"ฮ่าๆๆๆ! อุณหภูมิรวมศูนย์สะสมได้ถึงแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว!" เสียงของคาร์เตอร์หัวเราะอย่างบ้าคลั่งผ่านไมโครโฟน "เมื่อแสงแดดยามเช้ามาถึง ลำแสงสะท้อนความร้อนระดับสิบล้านวัตต์จะเผาผลาญเมืองซานตากรุซให้กลายเป็นนรกบนดิน! ผืนดินจะละลายเป็นแก้ว และโลกจะต้องสยบยอมต่อภาคีสุริยคราส!"
"ความฝันอันเพ้อเจ้อของคุณต้องจบลงแค่นี้แหละ ดร. คาร์เตอร์!" ฉันตะโกนก้อง เสียงหวานกังวานดังก้องไปทั่วโดมกระจก
ดร. คาร์เตอร์ สะดุ้งโหยง หันขวับมามองพวกเราด้วยความตกใจสุดขีด "พวกมันหลุดเข้ามาได้ยังไง?! ฆ่าพวกมันซะ! ยิงให้แหลกอย่าให้เหลือแม้แต่ซากกระดูก!"
ทหารรับจ้างไซบอร์กทั้งหกนายหันกระบอกปืนกลหนักและปืนยิงลูกระเบิดพุ่งตรงมาี่พวกเราทันที! ปังๆๆๆๆ! -่ากระสุนพุ่งเจาะแผงเหล็กและกระจกคอนโซลจนแตกกระจาย ฉันและมาร์คัสดีดตัวแยกกันไปคนละทิศทาง มาร์คัสกลิ้งตัวหลบหลังเสาค้ำยันไฮดรอลิก ชักปืนลูกซองยิงสวนเข้าี่ข้อต่อขาจักรกลของไซบอร์กสองคนแรกจนล้มฟาดพื้น ตูม! ตูม! ประกายไฟแตกกระจายพร้อมน้ำมันไฮดรอลิกสีดำี่พุ่งทะลัก
ฉันกระโดดเหยียบขอบราวบันไดโลหะ ดีดตัวขึ้นสู่คานเหล็กด้านบน ท่ามกลาง-่ากระสุนี่พุ่งเฉียดตัว ฉันใช้ปืนพกคู่กระหน่ำยิงเจาะเข้าี่ดวงตาเทียมและท่อส่งพลังงานี่คอหอยของทหารไซบอร์กอีกสองนายอย่างแม่นยำ ปัง! ปัง! ร่างของพวกมันช็อตประกายไฟแตกและระเบิดล้มลง
เหลือไซบอร์กหัวหน้าหน่วยร่างยักษ์ี่ถือปืนพ่นไฟความดันสูง มันหันหัวฉีดพ่นเปลวเพลิงสีส้มแดงพวยพุ่งเข้าใส่มาร์คัส! เปลวไฟร้อนระอุกลืนกินเสาค้ำจนเหล็กเริ่มบิดงอ มาร์คัสตัดสินใจพุ่งฝ่าม่านควัน ใช้ไหล่กระแทกเข้ากลางลำตัวของไซบอร์กยักษ์จนเสียหลัก แล้วใช้ดาบปลายปืนแทงทะลุหัวใจจักรกลของมันจนดับดิ้นคาี่!
ดร. คาร์เตอร์ เห็นท่าไม่ดี ใบหน้าซีดเผือด รีบวิ่งไปี่แผงควบคุมฉุกเฉิน พยายามจะกดปุ่มเริ่มกระบวนการโอเวอร์โหลดเตาปฏิกรณ์สุริยะเพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมด
"อย่านึกว่าจะหนีพ้น!" ฉันกระโดดดิ่งลงมาจากคานเหล็ก ส้นสูงตวัดเตะเข้าี่ข้อมือของคาร์เตอร์จนกระดูกหักสะบั้น ปืนพกในมือของเขาร่วงหลุด คาร์เตอร์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ทรุดลงไปกองกับพื้นกุมข้อมือี่บิดเบี้ยว
ฉันจ่อปลายกระบอกปืนเข้าี่กลางแสกหน้าของเขา "สั่งยกเลิกเป้าหมายี่เมืองซานตากรุซเดี๋ยวนี้!"
"มะ... ไม่มีประโยชน์หรอก..." คาร์เตอร์แสยะยิ้มทั้งน้ำตาเลือดด้วยความบ้าคลั่ง "ฉัน... ฉันเริ่มระบบโอเวอร์โหลดแกนหลอมเหลวไปแล้ว... แกนความร้อนจะระเบิดทะลุลงสู่กระเปาะแมกมาใต้ภูเขาไฟเตอีเด... ภูเขาไฟกำลังจะปะทุ! พวกแกทุกคนจะต้องตายไปพร้อมกับฉัน!"
เปรี้ยง!
มาร์คัสเหนี่ยวไกสังหารคาร์เตอร์ในทันทีโดยไม่เสียเวลาฟังคำเพ้อเจ้อ "พลอย! พราว! มีทางหยุดการระเบิดของแกนความร้อนไหม?!"
"ไม่ได้แล้วค่ะพี่มาร์คัส!" พลอยรายงานด้วยน้ำเสียงตึงเครียดอย่างี่สุด "ความร้อนสะสมในเตาปฏิกรณ์พุ่งสูงเกินหมื่นองศาจนระบบหล่อเย็นละลายหมดแล้วค่ะ! แผ่นดินไหวขนาด 5.8 ริกเตอร์กำลังเริ่มต้นขึ้น กระเปาะลาวาใต้หอดูดาวกำลังจะระเบิดดันตัวขึ้นมาในอีกสามนาทีค่ะ!"
ครืนนนนนน! กึกๆๆๆๆ!
พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของพวกเราเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผนังโดมกระจกเกิดรอยร้าวปริแตก รอยแยกบนพื้นดินเริ่มมีควันกำมะถันสีเทาเข้มและไอร้อนระอุของลาวาแทรกซึมขึ้นมา เสียงคำรามจากใต้พิภพดังกึกก้องประหนึ่งเสียงกรีดร้องของอสูรกาย แผ่นดินไหวทวีความรุนแรงจนโครงเหล็กบนเพดานเริ่มร่วงหล่นลงมา
"ทางออกหลักถูกหินถล่มปิดตายแล้วค่ะพี่วาว!" เสียงพราวดังเตือนขึ้นอย่างร้อนรน "ทางรอดเดียวคืออุโมงค์ระบายความร้อนโบราณใต้โดม ซึ่งเชื่อมต่อไปยังถ้ำลาวาใต้ดินฝั่งทิศใต้ รีบโดดลงไปเดี๋ยวนี้ค่ะ!"
"วาว! เกาะฉันไว้แน่นๆ!" มาร์คัสตะโกนพลางคว้าเอวคอดกิ่วของฉันเข้ามาแนบชิด
ฉันโอบกอดแผงอกแกร่งของเขาไว้แน่น ทั้งสองคนกระโจนพุ่งตัวลงสู่ปากปล่องอุโมงค์ระบายความร้อนใต้พื้นคอนกรีต ท่ามกลางเสียงระเบิดกัมปนาทและธารลาวาเดือดพล่านี่กำลังทะลักท่วมโดมหอดูดาวเบื้องบนอย่างบ้าคลั่ง! การเอาชีวิตรอดจากนรกเพลิงภูเขาไฟกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเสี้ยววินาทีนี้!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??