เรื่อง เล่ห์ร้าย....สายลับสวาท!! NC++
บทที่ 135: แท่นยิงจรวดสมุทร
เกลียวคลื่นยักษ์สีดำมะเมื่อมสูงกว่าสิบเมตรซัดกระหน่ำเข้าใส่เสาตอม่อเหล็กกล้าขนาดยักษ์ของ 'Sol-Titan' แท่นยิงจรวดลอยน้ำขนาดมหึมาเท่าสนามฟุตบอลสามสนามต่อกัน ซึ่งทอดสมออยู่ใจกลางน่านน้ำสากลอันเวิ้งว้างของมหาสมุทรแปซิฟิก สายฝนพายุและละอองน้ำเค็มสาดซัดตัดผ่านความมืดมิด ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลต์นับร้อยดวงที่ส่องสว่างขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่องกระทบโครงสร้างหอคอยปล่อยจรวดสูงเสียดฟ้ากว่าแปดสิบเมตร ที่ซึ่งจรวดส่งกำลังขับดันเชื้อเพลิงเหลวมหาศาลและกระสวยอวกาศจารกรรม 'ไททัน-วัน' กำลังตั้งตระหง่านเตรียมพร้อมทะยานขึ้นสู่วงโคจรโลก
ใต้ผิวน้ำทะเลลึกสามสิบเมตร ความมืดมิดและหนาวเหน็บเข้าเกาะกุม ฉันและมาร์คัสในชุดดำน้ำแท็กติคอลกันน้ำแรงดันสูงสีดำสนิททำจากยางนีโอพรีนเสริมเส้นใยไทเทเนียม ชุดรัดรูปแนบกระชับเน้นสัดส่วนนาฬิกาทรายของฉัน ทั้งสะโพกผาย 38 นิ้ว และหน้าอกอวบอิ่ม 36D พร้อมหน้ากากดำน้ำแบบเต็มหน้าที่มีจอแสดงผลคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารในตัว กำลังใช้สกู๊ตเตอร์ดำน้ำพลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนหลบหลีกทุ่นระเบิดโซนาร์อัจฉริยะที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ใต้ฐานแท่นยิง
"พี่วาวคะ! โซนาร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวใต้น้ำของแท่นยิงกำลังสแกนแบบรอบทิศทางสามร้อยหกสิบองศาค่ะ!" เสียงพราวดังแจ่มชัดผ่านระบบสื่อสารประสาทหู "หากพวกเราเข้าไปใกล้เสาตอม่อหลักในระยะยี่สิบเมตรโดยไม่ปิดระบบ คลื่นโซนาร์ความเข้มข้นสูงจะกระแทกแก้วหูจนสลบคาที่ค่ะ!"
"มาร์คัสคะ วาวจะใช้ปืนยิงคลื่นรบกวนสัญญาณโซนาร์ล่อระบบนำทางไปทางเสาฝั่งตะวันออก มาร์คัสช่วยยิงตัดสายเคเบิลเซนเซอร์ใต้น้ำให้นะคะ" ฉันส่งสัญญาณมือผ่านน้ำทะเล
"รับทราบ ที่รัก ระวังแรงดูดของท่อสูบน้ำหล่อเย็นด้วยนะ" มาร์คัสส่งสัญญาณตอบกลับอย่างมั่นคง
ฉันเหนี่ยวไกปืนยิงทุ่นล่อสัญญาณโซนาร์ กระแสคลื่นหลอกลวงพุ่งเข้าสู่เสาฝั่งตะวันออก ส่งผลให้ระบบเซนเซอร์เบี่ยงเบนความสนใจไปทันที มาร์คัสว่ายเข้าประชิดเสาตอม่อหลัก ใช้มีดสั้นความร้อนเลเซอร์ตัดสายเคเบิลเซนเซอร์หลักขาดสะบั้นในพริบตา ระบบความปลอดภัยใต้น้ำดับวูบลง เปิดทางให้พวกเราสองคนว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำใต้โครงสร้างคานเหล็กของแท่นยิงได้อย่างปลอดภัย
ฟู่มมมม!
ผิวน้ำทะเลที่ปั่นป่วนแตกกระจายออกเมื่อพวกเราโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาเกาะบันไดโลหะของเสาตอม่อ ฉันและมาร์คัสปลดอุปกรณ์ช่วยหายใจใต้น้ำออก เผยให้เห็นใบหน้างดงามที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำทะเลและแววตามุ่งมั่น
"การนับถอยหลังปล่อยจรวดเหลือเวลาอีกเพียงสามสิบนาทีเท่านั้นค่ะ!" พลอยรายงานด่วน "ชิ้นส่วนพิมพ์เขียวตัวแปลงความร้อนพลาสมาถูกติดตั้งไว้ในตู้คอนเทนเนอร์นิรภัยภายในห้องบรรทุกสัมภาระ (Cargo Bay) ของกระสวยอวกาศไททัน-วันแล้วค่ะ! และบนดาดฟ้าแท่นยิงมีหน่วยคอมมานโดโซลาร์ระดับอีลิทกว่าสามสิบนาย พร้อมป้อมปืนกลต่อสู้อากาศยานอัตโนมัติหกจุดคอยคุ้มกันอย่างหนาแน่นค่ะ!"
"ไม่มีเวลาให้ลังเลแล้ว พวกเราต้องบุกขึ้นไปเดี๋ยวนี้!" มาร์คัสเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ พลางขึ้นลำปืนไรเฟิลจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก
ฉันและมาร์คัสใช้ปืนยิงฉมวกติดรอกไฟฟ้า ยิงตะขอเกี่ยวสายเคเบิลไทเทเนียมขึ้นไปยึดเกาะกับคานเหล็กชั้นสองของแท่นยิง รอกไฟฟ้าดึงร่างของพวกเราสองคนทะยานพุ่งขึ้นจากผิวน้ำทะเล ฝ่าแรงลมพายุและสายฝนขึ้นสู่โครงสร้างโลหะเบื้องบนได้อย่างเงียบกริบดั่งเงาพราย
เมื่อเท้าแตะลงบนพื้นตะแกรงเหล็กทางเดิน ชั้นตรวจการณ์เต็มไปด้วยท่อส่งเชื้อเพลิงไฮโดรเจนเหลวและออกซิเจนเหลวที่มีไอเย็นพวยพุ่งออกมาตามข้อต่อ ฉันส่งสัญญาณมือให้มาร์คัสหยุดชะงัก เมื่อสังเกตเห็นทหารยามโซลาร์คอมมานโดสองนายในชุดเกราะกันกระสุนสีทองแดงกำลังเดินตรวจการณ์ผ่านมา
ฉันเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างไร้เสียงดั่งแมวป่า ส้นรองเท้าบูทยางดูดซับเสียงกระทบ เมื่อทหารคนแรกเดินผ่านซอกท่อ ฉันพุ่งตัวออกจากเงามืด มือซ้ายคว้าปิดปากของมันไว้แน่น อีกมือหนึ่งตวัดมีดสั้นเลเซอร์แทงทะลุจุดสลบที่ซอกคออย่างแม่นยำ ร่างหนาทรุดฮวบลงในอ้อมแขนโดยไม่ทันได้ส่งเสียงแม้แต่น้อย ในจังหวะเดียวกัน มาร์คัสพุ่งเข้าล็อกคอทหารคนที่สองจากด้านหลัง บิดหักลำคออย่างรวดเร็วและนุ่มนวล ทั้งสองร่างถูกลากเข้าไปซ่อนไว้หลังถังพักสารเคมีในเวลาไม่ถึงสิบวินาที
"ด่านแรกเรียบร้อย ลิฟต์บริการหลักอยู่ข้างหน้านี้แล้วค่ะ" ฉันกระซิบ
พวกเราเร่งฝีเท้าผ่านทางเดินแคบๆ มุ่งหน้าสู่ลิฟต์ขนส่งสัมภาระที่เชื่อมต่อตรงขึ้นสู่หอคอยบริการปล่อยจรวด ฉันใช้เครื่องแฮกรหัสควอนตัมแนบลงบนแผงควบคุม ลิฟต์เปิดออกและนำพวกเราพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับความสูงหกสิบเมตรเหนือระดับน้ำทะเลอย่างรวดเร็ว
ทว่าเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกสู่ชั้นสะพานเทียบส่งนักบิน (Gantry Walkway) เสียงไซเรนเตือนภัยสีเหลืองก็เริ่มกะพริบถี่! ลำโพงกระจายเสียงของแท่นยิงดังขึ้นด้วยเสียงกึกก้องกัมปนาท:
"ประกาศเตือนภัย! เริ่มกระบวนการนับถอยหลัง T-minus 10 นาที! ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนออกจากพื้นที่สะพานเชื่อมต่อทันที! ระบบจุดระเบิดเครื่องยนต์ขับดันหลักพร้อมทำงาน!"
และที่สะพานเชื่อมต่อเบื้องหน้า ปรากฏร่างของ 'ผู้พัน บร็อค' อดีตนายทหารรับจ้างระดับตำนานที่ดัดแปลงร่างกายเป็นไซบอร์กเกือบทั้งตัว พร้อมด้วยทหารคอมมานโดติดอาวุธหนักอีกแปดนายที่ยืนขวางทางเข้าสู่ประตูกระสวยอวกาศ!
"สายลับวาว และ มาร์คัส... ฉันรู้ว่าพวกแกต้องมา!" ผู้พันบร็อคคำรามก้อง แขนกลขวาของมันเปลี่ยนเป็นปืนกลหมุนหกกระบอก "แต่พวกแกมาช้าไป! กระสวยลำนี้จะพาพิมพ์เขียวขึ้นสู่วงโคจรเพื่อประกอบเข้ากับสถานี Sol-X และพวกแกจะต้องมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านอยู่บนสะพานนี้นี่แหละ!"
"คนที่ต้องมอดไหม้คือแกต่างหาก บร็อค!" มาร์คัสคำรามลั่น เปิดฉากสาดกระสุนเจาะเกราะเข้าใส่ทันที!
ปังๆๆๆๆๆๆๆ! ตูมมมม!
การดวลปืนบนสะพานโครงเหล็กสูงเสียดฟ้าท่ามกลางพายุฝนเปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือด! -่ากระสุนพุ่งเจาะราวสะพานเหล็กจนเศษเหล็กแตกกระจาย มาร์คัสกลิ้งตัวหลบหลังเสาไฮดรอลิก ยิงกระสุนลูกระเบิดทำลายแท่นปืนกลของบร็อค ฉันใช้ทักษะกายกรรมสไลด์ตัวลอดใต้-่ากระสุนบนพื้นเหล็กเปียกลื่น ส้นเท้าตวัดเตะสอยข้อพับของทหารคุ้มกันสองนายจนล้มฟาดพื้น แล้วใช้ปืนพกคู่กระหน่ำยิงเข้าที่ศีรษะของการ์ดอีกสองนายอย่างแม่นยำ!
ผู้พันบร็อคคำรามด้วยความบ้าคลั่ง เล็งแขนกลปืนกลหมุนสาดกระสุนเข้าใส่ฉัน ทว่ามาร์คัสพุ่งตัวเข้าชนกระแทกบร็อคอย่างรุนแรงดั่งรถถังหุ้มเกราะ ทั้งสองร่างกลิ้งคลุกคลักไปกับพื้นสะพานเหล็ก บร็อคพยายามใช้กรงเล็บโลหะบีบคอหอยของมาร์คัส แต่มาร์คัสชักมีดสั้นไทเทเนียมแทงทะลุเตาปฏิกรณ์พลังงานที่หน้าอกของบร็อคจนประกายไฟสีฟ้าแตกกระจาย!
ช็อตตตต! ตูม!
ร่างไซบอร์กของผู้พันบร็อคช็อตไหม้เกรียมและล้มตึงลงแน่นิ่งคาที่!
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนภัยปล่อยจรวดก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน!
"T-minus 60 วินาที! เริ่มระบบจุดระเบิดเครื่องยนต์ขับดันหลัก! สะพานเชื่อมต่อกำลังแยกตัว!"
สะพานเหล็กที่พวกเรายืนอยู่เริ่มแยกตัวออกจากตัวยานอวกาศอย่างช้าๆ เสียงเครื่องยนต์ขับดันหลักขนาดมหึมาสามเครื่องใต้ฐานจรวดเริ่มส่งเสียงคำรามกระหึ่มดั่งฟ้าถล่ม ไอพ่นความร้อนนับพันองศาเริ่มพวยพุ่งออกมาจากท่อะาความร้อนเบื้องล่าง!
"วาว! ประตูห้องสัมภาระกำลังจะปิดแล้ว!" มาร์คัสตะโกนก้องชี้ไปยังบานประตูกลไกด้านข้างของกระสวยอวกาศไททัน-วัน ที่กำลังค่อยๆ เลื่อนปิดลงมา
"มาร์คัส... กระโดด!" ฉันตะโกนสุดเสียง
พวกเราสองคนออกวิ่งเต็มฝีเท้าบนสะพานเหล็กที่กำลังถอยห่าง ดีดตัวพุ่งทะยานข้ามช่องว่างกลางอากาศสูงหกสิบเมตรเหนือทะเลเดือดพล่าน ร่างของฉันและมาร์คัสพุ่งลอยคว้างกลางอากาศในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ก่อนที่สองมือของฉันจะคว้าขอบประตูห้องสัมภาระไว้ได้อย่างเหนียวแน่น มาร์คัสใช้มือหนารวบสะโพกของฉันดันส่งตัวฉันเข้าไปด้านใน แล้วดึงตัวเองมุดตามเข้ามาได้อย่างเฉียดฉิวในวินาทีสุดท้าย!
ปังงงง! ฟึ่บ!
ประตูกลไกห้องสัมภาระปิดสนิทและล็อกสุญญากาศโดยอัตโนมัติ ในวินาทีเดียวกันนั้น จรวดขับดันหลักก็จุดระเบิดเต็มพิกัด!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
แรงขับเคลื่อนมหาศาลหลายล้านปอนด์อัดกระแทกร่างของพวกเราสองคนให้แนบติดกับพื้นห้องสัมภาระ แรงจี (G-force) พุ่งสูงกว่าสี่เท่าของน้ำหนักตัวจนแทบหายใจไม่ออก ทัศนียภาพภายนอกผ่านกระจกหนาทึบเปลี่ยนจากพายุฝนกลายเป็นม่านเปลวไฟสีส้มแดง และกลายเป็นท้องฟ้าสีครามเข้มอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่แทบจะฉีกร่างเป็นชิ้นๆ มาร์คัสเอื้อมมือหนามากุมมือเรียวของฉันไว้แน่น สองสายตาสบประสานกันในความมืดสลัวของห้องสัมภาระ ส่งผ่านพลังใจและความเชื่อมั่นอันไร้ขีดจำกัด
"เราทำได้แล้ว วาว... เรากำลังขึ้นสู่อวกาศ!" มาร์คัสตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของเครื่องยนต์
"กับคุณเคียงข้าง... ต่อให้ต้องไปสุดขอบจักรวาล วาวก็พร้อมเสมอค่ะ!" ฉันบีบมือเขาแน่นด้วยรอยยิ้ม
ไม่กี่นาทีต่อมา แรงสั่นสะเทือนก็ค่อยๆ ยุติลง เสียงเครื่องยนต์ดับวูบลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับความรู้สึกเบาหวิวที่เข้ามาแทนที่ ร่างกายของพวกเราเริ่มลอยเคว้งคว้างออกจากพื้น... สภาวะไร้น้ำหนักแห่งห้วงอวกาศได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และเบื้องหน้านอกบานหน้าต่างกลม คือความเวิ้งว้างสีดำสนิทที่ประดับด้วยดวงดาวนับล้านดวง และสถานีอวกาศสุริยะ Sol-X ที่กำลังรอคอยมหาศึกตัดสินชะตากรรมของโลก!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??