เรื่อง เล่ห์ร้าย....สายลับสวาท!! NC++
บทที่ 146: พีระมิดใต้สมุทร
แรงกระชากของลำแสงดึงดูดแรงโน้มถ่วงลากเรือดำน้ำจิ๋วเนปจูนวันพุ่งแหวกมวลน้ำลึกเข้าสู่ช่องแอร์ล็อกขนาดมหึมาบริเวณฐานของพีระมิดคริสตัลสีดำทมิฬ ประตูเหล็กกล้าหนากว่าสองเมตรปิดลงตามหลังด้วยเสียงดังสนั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ตึงงงงง! ตัดขาดพวกเราจากความหนาวเหน็บและแรงดันน้ำนับพันตันของมหาสมุทรเบอร์มิวดาโดยสิ้นเชิง
ซู่รรรรรรรรรรรรร!
ระบบสูบน้ำอัตโนมัติทำงานด้วยความเร็วสูง มวลน้ำทะเลหลายร้อยตันถูกระบายออกไปจนหมดสิ้น อากาศแห้งและไอโอโซนเข้มข้นถูกอัดเข้ามาแทนที่ สัญญาณไฟสีเขียวแจ้งสถานะความดันปกติสว่างวาบขึ้นรอบห้องแอร์ล็อก
"ความดันภายในปรับสมดุลแล้วค่ะพี่วาว!" เสียงพราวดังรายงานผ่านช่องสัญญาณควอนตัม "แต่ระวังตัวด้วยนะคะ เซนเซอร์ตรวจพบสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมและไซบอร์กการ์ดเงากว่าสามสิบนายกำลังล้อมรอบประตูทางออกแอร์ล็อกไว้แล้วค่ะ!"
"รับทราบ พราว พวกเราพร้อมแล้ว" ฉันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
ฉันและมาร์คัสในชุดดำน้ำพิเศษนาโนแบล็กสกินสีดำสนิท ซึ่งบัดนี้ปรับโหมดเป็นชุดเกราะต่อสู้ระยะประชิดน้ำหนักเบา ปลดล็อกฝาค็อกพิตของเนปจูนวันแล้วดีดตัวกระโจนออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับแมวดำในเงามืด สองมือของฉันกระชับปืนพกคู่ลำแสงพลาสมา 'วาลคิรี แบล็ก' ขณะที่มาร์คัสถือปืนลูกซองพลังงานคลื่นเสียงและดาบไทเทเนียมเลเซอร์เล่มโต
ฟู่ซซซซซซซซ!
ประตูบานเลื่อนไฮดรอลิกของห้องแอร์ล็อกเปิดออกสู่ห้องโถงกักกันเบื้องหน้า และในวินาทีนั้นเอง เสียงคำรามของอาวุธสงครามก็ระเบิดขึ้นทันที!
ปัง! ปัง! ปัง! ฟิ้วววววววววว!
กระสุนพลาสมาสีแดงเพลิงสาดกระหน่ำแหวกม่านอากาศเข้ามาดั่ง-่าฝน กองกำลังการ์ดเงาทรานส์ฮิวแมนในชุดเกราะโครงกระดูกภายนอกสีดำทะมึนกว่าสามสิบนายยืนเรียงแถวหน้ากระดาน สาดกระสุนเข้าใส่ประตูแอร์ล็อกเพื่อหวังจะฉีกร่างของพวกเราให้แหลกละเอียด
"กระจายตัว!" ฉันตะโกนสั่งการ
ฉันดีดตัวกระโดดม้วนตัวกลางอากาศเหยียบเข้ากับผนังห้องโถง หลบหลีกวิถีกระสุนพลาสมาที่พุ่งเฉียดไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะทิ้งตัวลงมาในท่าสไลด์ตัวไปกับพื้นหินอ่อนสีดำ ฉันยกปืนพกคู่ขึ้นเหนี่ยวไกยิงสวนกลับไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำดั่งจับวาง!
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ลำแสงพลาสมาสีฟ้าเจิดจ้าพุ่งเจาะทะลวงเข้าที่ช่องมองกระจกนิรภัยบนหมวกเกราะของการ์ดเงาสี่คนแรกอย่างแม่นยำ หัวกะโหลกไซบอร์กของพวกมันระเบิดออกเป็นประกายไฟสีส้ม ร่างล้มตึงลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้น เลือดสีดำสังเคราะห์ไหลนอง
ในจังหวะเดียวกัน มาร์คัสก็พุ่งทะยานเข้าใส่แนวรับของศัตรูดั่งรถถังหุ้มเกราะ! เขาเหนี่ยวไกปืนลูกซองคลื่นเสียงในระยะประชิด ตูมมมม! คลื่นกระแทกความถี่สูงซัดร่างของการ์ดเงาสามนายให้ลอยละลิ่วกระเด็นไปฟาดกับเสาคริสตัลจนกระดูกแหลกละเอียด ก่อนที่มาร์คัสจะควงดาบไทเทเนียมฟันสะบั้นคอของการ์ดไซบอร์กอีกสองนายจนศีรษะหลุดกระเด็นกลางอากาศ!
ฉับ! ฉับ!
"บุกต่อไป วาว! อย่าให้พวกมันตั้งแถวได้!" มาร์คัสคำรามลั่น เลือดศัตรูสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนชุดเกราะของเขา
ฉันใช้ทักษะยิมนาสติกขั้นสูงกระโดดตีลังกากลับหลังขึ้นไปยืนบนบ่าของการ์ดร่างยักษ์ตนหนึ่ง มือขวาชักมีดสั้นเลเซอร์ความถี่สูงแทงทะลวงเข้าที่คอหอยของมันจนมิดด้าม ฉึก! แล้วใช้แรงเหวี่ยงของร่างกายหมุนตัวหักคอมันจนกระดูกลั่นกร๊อบ! ก่อนจะถีบตัวลอยขึ้นไปเตะก้านคอของการ์ดอีกคนที่กำลังจะยกปืนเล็งมาที่มาร์คัสจนสลบคามือ
การต่อสู้ระยะประชิดดำเนินไปอย่างดุเดือดและรวดเร็ว ไม่ถึงสองนาที กองกำลังการ์ดเงาทั้งสามสิบนายก็ถูกพวกเรากวาดล้างจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงซากศพและควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นจากเศษซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
พวกเราก้าวผ่านประตูบานคู่เข้าสู่ส่วนที่ลึกขึ้น มันคือ 'ห้องปฏิบัติการพันธุวิศวกรรมใต้บาดาล' บรรยากาศภายในหนาวเย็นยะเยือก แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีเขียวมรกตสะท้อนกับกระจกหลอดแก้วทรงกระบอกขนาดยักษ์นับร้อยหลอดที่ตั้งเรียงรายเป็นทิวแถว ภายในหลอดแก้วบรรจุของเหลวเคมีและร่างของสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมลูกผสมระหว่างมนุษย์กับสัตว์ทะเลลึก มีทั้งมนุษย์ปลาฉลามที่มีเกล็ดหนาและครีบแหลมคมดั่งใบมีด รวมถึงทหารเงาไซบอร์กที่มีหนวดปลาหมึกยักษ์ฝังอยู่ตามลำตัว
"พระเจ้าช่วย... พวกมันกำลังสร้างกองทัพสัตว์ประหลาดใต้สมุทรเพื่อเตรียมส่งขึ้นไปทำลายเมืองท่าริมทะเลทั่วโลก" มาร์คัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอิดสะเอียน
"เราต้องลบข้อมูลการวิจัยทั้งหมดทิ้งให้หมด อย่าให้เหลือซาก" ฉันว่าพลางเสียบแฟลชไดรฟ์ไวรัสควอนตัมของพราวเข้ากับเทอร์มินัลควบคุมกลางห้องแล็บ
วี้ดดดดดด! ข้อมูลพันธุกรรมมืดขององค์กรเนบิวลาถูกไวรัสกัดกร่อนและลบทิ้งอย่างรวดเร็ว หน้าจอดิจิทัลขึ้นตัวอักษรสีแดงเตือนความผิดพลาด ก่อนที่ระบบหล่อเย็นของหลอดแก้วจะระเบิดออก น้ำยาเคมีทะลักไหลนองไปทั่วพื้น
ทว่าก่อนที่พวกเราจะได้ก้าวออกจากห้องแล็บ เสียงฝีเท้าหนักอึ้งดังกึกก้องก็ทำให้พวกเราต้องหยุดชะงัก! ตึง! ตึง! ตึง!
จากมุมมืดของทางเดิน ร่างสูงใหญ่กว่าสองเมตรครึ่งก้าวออกมา มันคือ 'ผู้บัญชาการวอร์เดน ไครอส' (Commander Warden Kairos) ไซบอร์กยักษ์ระดับหัวหน้าผู้คุมปราการพีระมิด ร่างกายของมันถูกหุ้มด้วยเกราะไทเทเนียมเคลือบเพชรหนาเตอะ แขนขวาของมันถูกดัดแปลงเป็นค้อนสงครามไฮดรอลิกติดเครื่องพ่นไฟพลาสมา ส่วนแขนซ้ายคือคีมกลขนาดมหึมาที่สามารถบดขยี้เกราะรถถังได้ในพริบตา!
"คิดว่าจะบุกรุกเข้ามาในดินแดนของท่านลอร์ดได้ง่ายๆ งั้นเหรอ นังหนู!" ไครอสคำรามเสียงต่ำดั่งแผ่นดินไหว
วูบบบบ! พรวดดดดด!
เครื่องพ่นไฟพลาสมาที่แขนขวาของมันพ่นลำเปลวเพลิงสีฟ้าความร้อนกว่าสามพันองศาพุ่งตรงเข้าใส่พวกเรา! เปลวไฟละลายพื้นหินอ่อนและหลอดแก้วข้างทางจนกลายเป็นลาวาเหลว
"แยกกันโจมตี มาร์คัส! มันตัวใหญ่แต่การเคลื่อนไหวช้ากว่าเรา!" ฉันตะโกนพลางสไลด์ตัวหลบม่านเพลิงไปทางซ้าย
มาร์คัสดึงความสนใจของมันด้วยการยิงกระสุนลูกซองคลื่นเสียงเข้าใส่แผงอกของไครอส ตูม! ตูม! แม้เกราะหนาของมันจะไม่ระคายเคือง แต่แรงกระแทกก็ทำให้จังหวะการก้าวของมันชะงักไป ฉันไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย กระโดดเหยียบขอบแท่นทดลอง ดีดตัวลอยขึ้นกลางอากาศ ตีลังกาข้ามหัวของไครอสลงมาอยู่ข้างหลังมันอย่างแผ่วเบา
ดวงตาคมกริบของฉันสังเกตเห็น 'แกนพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันจิ๋ว' ที่ฝังอยู่ตรงกระดูกสันหลังส่วนเอวของชุดเกราะ ซึ่งมีฝาครอบตะแกรงระบายความร้อนป้องกันไว้
"มาร์คัส เล็งที่หัวเข่าขวาของมัน!" ฉันสั่งการ
"รับทราบ!" มาร์คัสพุ่งเข้าไปควงดาบไทเทเนียมเลเซอร์ฟันอัดเข้าที่ข้อพับเข่าขวาของไครอสเต็มแรง เคร้งงง! แรงฟันทำให้ข้อต่อกลไกของมันสะดุด ร่างยักษ์เอียงวูบลงไปข้างหนึ่ง
ในวินาทีนั้นเอง ฉันรวบรวมสมาธิ ชักดาบสั้นเลเซอร์ความถี่สูงทั้งสองเล่ม แทงทะลวงผ่านตะแกรงระบายความร้อน เสียบมิดด้ามเข้าสู่แกนฟิวชันของมันอย่างแม่นยำ!
ฉึกกกกกกกก!
"อ๊ากกกกกกกกกกกกก!"
ไครอสกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด กระแสไฟฟ้าแรงสูงสีฟ้าแล่นพล่านช็อตไปทั่วร่างไซบอร์กของมัน ควันดำพวยพุ่งออกจากทุกรอยต่อของชุดเกราะ ก่อนที่ระบบควบคุมภายในจะระเบิดออก ตูมมมม! ร่างมหึมาของไครอสทรุดฮวบลงกระแทกพื้น สิ้นชีพในทันที!
"ยอดเยี่ยมมาก วาว!" มาร์คัสปาดเหงื่อบนหน้าผาก
พวกเราก้าวข้ามซากของไครอส มุ่งหน้าต่อไปยังทางเดินหลัก ทว่าเมื่อพวกเราก้าวเข้าสู่ทางเดินกระจก ประตูนิรภัยเบื้องหน้าก็ปิดล็อกลงทันที พร้อมกับระบบเลเซอร์ป้องกันภัยสีแดงฉานนับร้อยเส้นที่สว่างวาบขึ้นตัดผ่านทางเดินดั่งตาข่ายมรณะ!
วึ่บบบบบบบบ!
"เลเซอร์ตัดโมเลกุลระดับความร้อนสูงค่ะพี่วาว!" พราวเตือน "ถ้าสัมผัสแม้แต่นิดเดียว ร่างกายจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทันที! แต่พราวกำลังแฮกสัญญาณเพื่อปิดระบบให้อยู่ค่ะ... ขอเวลาสามสิบวินาที!"
"แต่พวกหุ่นยนต์แมงมุมสังหารกำลังคลานลงมาจากเพดานแล้ว!" มาร์คัสชี้ขึ้นไปด้านบน
หุ่นยนต์แมงมุมโลหะสีดำขนาดเท่าสุนัขพันธุ์ใหญ่หลายสิบตัวกำลังไต่ลงมาจากเพดานคริสตัล ขาแหลมคมดั่งใบมีดพร้อมปืนกลเลเซอร์จิ๋วที่หลังเริ่มกราดยิงเข้าใส่พวกเรา!
ติ๊ดๆๆๆๆ! ฟิ้วๆๆๆ!
"มาร์คัส คุ้มกันฉัน!" ฉันตะโกน
มาร์คัสยกโล่พลังงานขึ้นกาง ป้องกัน-่ากระสุนเลเซอร์จากฝูงแมงมุมกล ขณะที่ฉันใช้ทักษะความยืดหยุ่นของร่างกายระดับนักกายกรรมโอลิมปิก ก้มตัว โค้งเอว และสไลด์ลอดผ่านช่องว่างแคบๆ ระหว่างเส้นเลเซอร์สีแดงอย่างชำนาญ ร่างกายของฉันบิดพลิ้วหลบหลีกเส้นเลเซอร์ที่เฉียดผิวชุดบอดี้สูทไปเพียงมิลลิเมตรเดียว จนกระทั่งข้ามมาถึงแผงควบคุมหลักที่ปลายทางเดิน!
ฉันเสียบไดรฟ์ถอดรหัสควอนตัมของพราวเข้ากับพอร์ตข้อมูลหลักทันที!
"เชื่อมต่อสำเร็จแล้วค่ะพี่วาว! ทำการตัดกระแสไฟระบบเลเซอร์ในสาม... สอง... หนึ่ง... ชัตดาวน์!"
พรึ่บ!
เส้นแสงเลเซอร์สีแดงทั้งหมดดับวูบลงในพริบตา มาร์คัสไม่รอช้า ยิงปืนลูกซองคลื่นเสียงกวาดล้างฝูงแมงมุมสังหารที่ร่วงลงมาบนพื้นจนแหลกละเอียดเป็นเศษเหล็ก ตูมมมมม!
"ทางสะดวกแล้วค่ะพี่วาว!" เสียงพราวดังขึ้นอย่างโล่งอก "เดินหน้าตรงไปตามสะพานกระจกคริสตัล ทางนั้นจะนำไปสู่ 'ห้องควบคุมแกนกลางควอนตัม' (Quantum Core Chamber) บนยอดพีระมิดค่ะ แต่มีสัญญาณเตือนว่าระดับพลังงานในห้องนั้นกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!"
ฉันและมาร์คัสไม่รอช้า รีบวิ่งทะยานไปตามสะพานทางเดินกระจกใสที่ทอดตัวยาวขึ้นสู่ยอดพีระมิด รอบตัวสะพานมองเห็นโครงสร้างภายในของพีระมิดขนาดยักษ์ หลอดแก้วทดลองเพาะเลี้ยงสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เรียงรายนับพันหลอด เครื่องกำเนิดพลังงานปฏิสสารหมุนวนส่งเสียงหวีดร้องกึกก้อง ท่อส่งของเหลวเรืองแสงสีม่วงเชื่อมต่อเข้าสู่ยอดพีระมิดนับร้อยสาย
เมื่อพวกเราวิ่งมาถึงหน้าประตูบานยักษ์ที่ทำจากโลหะผสมไทเทเนียมคาร์บอน ประตูบานนั้นก็เลื่อนเปิดออกโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นห้องโถงทรงกลมขนาดมหึมาใจกลางยอดพีระมิด
เหนือศีรษะคือโดมกระจกคริสตัลขนาดมหึมาที่มองเห็นความมืดมิดของก้นมหาสมุทรเบอร์มิวดา ฝูงปลาทะเลลึกว่ายวนอยู่รอบนอก ทว่าภายในห้องโถง สิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางห้องคือ 'แกนสร้างหลุมดำจำลอง' ทรงกลมสีดำสนิทที่กำลังหมุนวนดูดกลืนแสงสว่างรอบตัว เกิดเป็นวงแหวนพลังงานสีม่วงเข้มที่แผ่คลื่นความโน้มถ่วงอันมหาศาลออกมาเป็นระลอกๆ จนพื้นห้องสั่นสะเทือน
และที่หน้าแท่นควบคุมแกนหลุมดำนั้นเอง ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะนาโนสูทสีดำขลิบทองยืนตระหง่านหันหลังให้พวกเรา เสื้อคลุมยาวสีแดงเลือดหมูกระพือไหวตามแรงลมควอนตัม
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของโลก... วาว และ มาร์คัส" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังกังวานกึกก้องไปทั่วห้องโถง
ชายผู้นั้นค่อยๆ หันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่เป็นมนุษย์วัยกลางคนแววตากร้าวแกร่ง ส่วนอีกครึ่งซีกถูกแทนที่ด้วยชิ้นส่วนไซบอร์กสีเงินวาววับและดวงตากลสีแดงฉาน ในมือขวาของเขากุมด้ามดาบคาตานะควอนตัมที่เปล่งแสงสีม่วงเข้มสว่างวาบ
"ลอร์ด ดาร์กเนบิวลา!" ฉันกระชับดาบเลเซอร์คู่ในมือแน่น กัดฟันเอ่ยชื่อศัตรูตัวฉกาจ
"พวกเจ้ามาสายเกินไปแล้ว... แกนหลุมดำจำลองนี้กำลังจะเปิดประตูมิติสู่ความว่างเปล่า เพื่อกลืนกินโลกใบนี้เข้าสู่ความมืดมิดชั่วนิรันดร์!" ลอร์ดดาร์กเนบิวลาแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม พลางชี้ปลายดาบควอนตัมมาที่พวกเรา
ในวินาทีนั้นเอง แผ่นกระจกคริสตัลขนาดยักษ์เหนือศีรษะเริ่มส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ ปริร้าวเป็นแนวยาวจากแรงดึงดูดของหลุมดำและแรงดันน้ำภายนอก!
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ศึกตัดสินชี้ชะตาใต้ก้นบึ้งมหาสมุทรเบอร์มิวดาเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??