เรื่อง บัลลังก์เลือดนางร้าย
วันเวลาผ่านไป การแย่งชิงบัลลังก์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ท่ามกลางลมหายใจรวยรินขององค์จักรพรรดิี่กำลังประชวรหนักอยู่บนเตียงทองคำ พี่ชายคนโตผู้ทะเยอทะยานและเหี้ยมโหดก็ไม่คิดจะรอให้โชคชะตาทำหน้าี่ของมัน
เขาเลือกใช้คืนจันทร์ดับ คืนี่ความมืดมิดปกคลุมทุุกสรรพสิ่ง เป็นเวลาเปิดฉากกวาดล้างศัตรูสั่งเคลื่อนพล "กองพันเขี้ยวทมิฬ" กองกำลังส่วนตัวี่ขึ้นชื่อเื่องความอำมหิตและไร้ความปราณี บุกเข้าล้อมตำหนักร้างของคาเอล
เขาต้องการเด็ดหัวเสี้ยนหนามทิ้งให้สิ้นซาก แม้คาเอลจะไร้อำนาจหนุนหลัง แต่สายเลือดกษัตริย์ี่ไหลเวียนอยู่ใกายคือภัยคุกคามี่เขาไม่อาจมองข้าม
"ไม่ต้องให้เหลือรอดแ้แ่คนเดียว เผาตำหนักให้กลายเป็นเถ้าถ่าน และโยนศพพวกมันลงหลุมไร้ชื่อเสีย!"
ทว่าคาเอลฝ่าวงล้อมหนีออกจากตำหนักได้สำเ็จ และพาร่างี่บอบช้ำไปกบดานี่ป้อมปราการทมิฬคริมสไตน์
สมรภูมิสุดท้าย ณ ป้อมปราการทมิฬคริมสไตน์ จึงไม่ใช่เพียงสงครามแย่งชิงอำนาจ แต่มันคือการ "ฆ่าล้างสายเลือด" เพื่อปิดฉากยุคสมัยเก่าอย่างเบ็ดเสร็จ
ท่ามกลางพายุี่โหมกระหน่ำ หยาดฝนกระหน่ำซัดสาดป้อมปราการจนดูเหมือนปราสาทหินี่กำลังจะถล่มลงสู่ก้นบึ้งของนรก สายฟ้าแปลบปลาบพาดผ่านน่านฟ้าสีเทาหม่น เผยให้เห็นทุ่งสังหารี่เต็มไปด้วยซากศพทหารนับร้อยนอนระเกะระกะ ชุ่มโชกไปด้วยเลือดและโคลนตม
ฝนี่ตกลงมาไม่ได้ช่วยชะล้างกลิ่นคาวเลือดี่คละคลุ้ง แต่มันกลับทำให้สนามรบกลายเป็นทะเลโคลนสีแดง จักรวรรดิคริมวาลใเวลานี้ไม่ได้มีสีทองแห่งชัยชนะ แต่มันถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของโลหิต
คาเอล ใชุดเกราะทองคำี่บัดนี้หมองหม่นและบุบสลาย ยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงอยู่บนยอดกำแพงป้อม มือี่กุมดาบสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความขลาดกลัว แต่เพราะความเหนื่อยล้าี่บีบคั้นจนเกินขีดจำกัดของมนุษย์จะทานทน
"มันจบแล้ว คาเอล... เจ้าไม่มีทางฝ่าวงล้อมของขุนพลเงาไปได้อีกหรอก!" เสียงคำรามข่มขวัญของพี่ชายดังก้องมาจากอีกฟาก
พร้อมกับการปรากฏตัวของทหารม้าเกราะหนักนับร้อยี่ควบฝ่าสายฝนตรงมาเพื่อเด็ดหัวเจ้าชายี่เหลือเพียงคนเดียว
คาเอลแค่นยิ้มขื่นขมอย่างสิ้นหวัง เขาหันไปมอง เซเน่า ี่ยืนอยู่เคียงกายเขาเสมอมา เธอใวัยยี่สิบปีดูสง่างามทว่าเปราะบางราวกับกระเบื้องเคลือบี่จวนจะแตกสลาย ผิวี่เคยขาวผ่องบัดนี้ซีดเซียวจนเห็นเส้นเลือดชัดเจนใต้ผิวหนัง ริมฝีปากี่สั่นเทาพยายามพึมพำร่ายมนตราอย่างต่อเนื่องตลอดสามวันสามคืนี่ผ่านมาโดยไม่หยุดพัก
"เซเน่า... หนีไปซะ" คาเอลกระซิบเสียงแหบพร่า
"เจ้าให้ข้ามามากพอแล้ว... ร่างกายเจ้าจะรับมันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว"
เซเน่าไม่ตอบ นางเพียงแต่หันมาสบตาเขา ดวงตาสีทับทิมี่เคยฉายแววอ่อนโยนบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยวี่น่าพรั่นพรึง นางยกมือี่สั่นเทาขึ้นลูบไล้แก้มี่เปื้อนคราบเลือดและดินโคลนของเขาอย่างเบามือ
"ท่านคือจักรพรรดิของข้า... และข้าคือโล่ของท่าน"
ท่ามกลางความสิ้นหวังี่โอบล้อมป้อมปราการ เซเน่า ัิใกระทำใสิ่งี่แ้แ่บรรพชนใตระกูล เดอ แวนซ์ ยังหวาดกลัว นางปักมีดสั้นลงบนกลางฝ่ามือซ้าย ก่อนจะกรีดลากยาวผ่านเส้นชีพจรไปจนถึงข้อศอก
ฉั๊วะ!
เลือดสีแดงสดพุ่งทะลักออกมาตามรอยแยกของผิวหนัง ทว่ามันกลับไม่ร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง แต่ของเหลวสีชาดเหล่านั้นกลับลอยล่องขึ้นไปกลางอากาศ ก่อตัวเป็นวงแหวนเวทมนตร์ขนาดมหึมาเหนือป้อมปราการทมิฬ
"มนตราโลหิต ดาบแผดเผาวิญญาณ"
เสียงกรีดร้องของเซเน่าดังแทรกผ่านเสียงคำรามของสายฟ้า รอยแผลเป็นสีม่วงคล้ำบนแผ่นหลังของนางพลันดิ้นพล่านและขยายตัวราวกับมีชีวิต ลายเส้นเวทมนตร์เหล่านั้นสูบฉีดเอาพลังชีวิตและอายุขัยี่ของนางไปกลั่นเป็นพลังทำลายล้าง
เลือดี่ไหลออกจากแขนของนางควบแน่นและยืดขยาย กลายเป็นดาบยักษ์สีแดงฉานนับพันเล่มแขวนตระหง่านอยู่บนฟากฟ้า ก่อนจะร่วงหล่นลงมาดุจ-่าฝนแห่งความตาย ดาบแต่ละเล่มพุ่งทะลวงผ่านเกราะเหล็กกล้า แผดเผาวิญญาณของเหล่านักรบจนกลายเป็นเถ้าถ่านใพริบตาเดียว สมรภูมิี่เคยเต็มไปด้วยเสียงดาบ บัดนี้เหลือเพียงเสียงระเบิดของมานาและกลิ่นไหม้ของวิญญาณี่ถูกสังเวย
คาเอลมองภาพโศกนาฏกรรมสีเลือดนั้นด้วยความตะลึงและหวาดกลัวใคราวเดียวกัน เขาเห็นร่างของหญิงสาวี่รักเขาเิ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ผิวพรรณอันบอบบางเิ่มปริแตกตามแรงกดดันของมานาี่มหาศาลเกินกว่าร่างกายมนุษย์จะรับไหว เลือดสีเข้มซึมผ่านชุดจอมเวทสีดำจนชุ่มโชก ราวกับนางกำลังจะละลายกลายเป็นหยาดโลหิตไปต่อหน้าต่อตา
"อึก...!"
เซเน่ากระอักเลือดคำโต ร่างของนางทรุดฮวบลงอย่างหมดแรง ทว่ามือี่สั่นเทาข้างหนึ่งยังคงชูขึ้นสูงอย่างไม่ยอมแพ้ เพื่อรักษาม่านพลังี่โอบอุ้มคาเอลไว้ไม่ให้สะเก็ดระเบิดหรือเศษซากความตายใดๆ แตะต้องเขาได้แ้แ่ปลายผม
ในาทีี่ศัตรูคนสุดท้ายสิ้นใจลง และประตูสู่บัลลังก์แห่งจักรวรรดิคริมวาลเปิดออกอย่างสมบูรณ์แบบไร้เสี้ยนหนาม แรงเฮือกสุดท้ายของเซเน่าก็หมดสิ้นลง นางล้มพับลงท่ามกลางสายฝนี่เิ่มซา โดยมีคาเอลโผเข้ามารับร่างี่เย็นเฉียบและชุ่มเลือดนั้นไว้
"เซเน่า! เซเน่า! ตื่นสิ! ตื่น!"
คาเอลตะโกนเียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ กอดร่างี่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเวทมนตร์สีม่วงคล้ำไว้แน่น
ทว่า... ในาทีี่เขาก้มลงมองใบหน้าของหญิงสาวี่เพิ่งสังเวยชีวิตเพื่อรักษาลมหายใจของเขาไว้นั้น ความรู้สึกหนึ่งกลับผุดขึ้นมาอย่างเงียบเชียบและเยือกเย็นยิ่งกว่าลมเหมันต์ี่พัดผ่านคริมวาล
มันไม่ใช่ความภักดี หรือความรักี่มั่นคง แต่มันคือความหวาดกลัว ี่หยั่งรากลึกลงไปใจิตวิญญาณของเขา
ขณะี่คาเอลจดจ้องไปยังรอยแผลเป็นเวทมนตร์สีม่วงี่แตกแขนงคล้ายใยแมงมุมพิษ ลามเลียขึ้นมาถึงลำคอและโหนกแก้มของเซเน่า
เขารู้สึกสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ... วินาทีนั้นเขารู้สึกเหมือนกำลังโอบกอด "อสูรกาย" ี่แสนอัปลักษณ์ มากกว่าหญิงสาวผู้เป็นี่รักคนเดิม
เขากวาดสายตามองไปรอบสนามรบ ทหารม้าเกราะหนักี่เคยน่าเกรงขามดุจกำแพงเหล็ก บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเนื้อี่แหลกเหลวและกองเถ้าถ่านมรณะด้วยน้ำมือของสตรีเพียงนางเดียว
ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาใหัวอย่างไม่อาจห้ามได้... หากวันใดนางโกรธเคืองข้า หากวันใดใจนางเปลี่ยนไป ข้าจะเหลือสิ่งใดให้จดจำหรือไม่?
กลิ่นคาวเลือดี่คละคลุ้งและติดตรึงอยู่บนอาภรณ์ของเซเน่าอย่างเข้มข้น ทำให้คาเอลรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง มันคือกลิ่นสาบของความตายี่คอยย้ำเตือนว่า ความยิ่งใหญ่และมงกุฎี่เขากำลังจะได้รับ ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความอำมหิตและมนตราี่น่ารังเกียจ
คาเอลกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นตามสัญชาตญาณ แต่นัยน์ตาสีฟ้าครามของเขากลับว่างเปล่าและเย็นชาดุจน้ำแข็ง เขาไม่ได้กอดนางด้วยความห่วงใยสุดหัวใจเหมือนวันวานอีกต่อไป
แต่กอดไว้เพราะความจำเป็น และความติดค้าง ใขณะี่ส่วนลึกของใจเิ่มมองหาหนทางี่จะสลัดเงาปีศาจตนนี้ออกจากชีวิต เพื่อก้าวไปสู่แสงสว่างี่บริสุทธิ์ และสะอาดกว่าสิ่งี่นางมอบให้
"ข้าติดหนี้ชีวิตเจ้า... และข้าจะชดใช้ให้ด้วยบัลลังก์ี่เจ้าปรารถนา" คาเอลกระซิบถ้อยคำนั้นแผ่วเบาจนเกือบเลือนหายไปกับสายลม
"แต่นับจากนี้ไป... ข้าคงไม่สามารถสบตาเจ้าด้วยความรักอย่างเดิมได้อีกแล้ว เซเน่า"
เขากล่าวคำนั้นก่อนจะเบือนหน้าหนีจากรอยร้าวสีม่วงคล้ำบนผิวเนื้อของนาง รอยแผลี่เขาเคยพร่ำจูบและสัญญาว่าจะเทิดทูนจนวันตาย บัดนี้มันกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ของความหวาดกลัวี่เขาอยากจะลบเลือนไปให้พ้นจากความทรงจำ
หลังจากการต่อสู้ใสมรภูมิสุดท้ายจบลง... วันี่เซเน่าใช้มหาเวทสังเวยอายุขัยเพื่อกวาดล้างศัตรูจนราบเป็นหน้ากลอง คาเอลก็ได้ก้าวเข้าสู่พระราชวังหลวงคริมสไตน์ใฐานะจักรพรรดิ ท่ามกลางเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญี่ดังระงมไปทั่วทั้งพระนคร
บัลลังก์ทองคำี่เคยดูไกลเกินเอื้อมดุจดวงดาวบนฟากฟ้า บัดนี้กลับมาอยู่แทบเท้าของเขา ทว่ามันคือบัลลังก์ี่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากหยาดเลือดและลมหายใจี่รวยรินของสตรีผู้ี่กำลังนอนรักษาตัวอยู่ให้องอันมืดมิด
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??