เรื่อง บทเรียนลับฉบับแพทย์ฝึกหัด
งานเลี้ยงของสมาคมร่วมรบออร์โธคืนนี้จัดขึ้นที่ร้านโฮฟ หรือผับสไตล์เกาหลีใกล้กับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลี อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของแอลกอฮอล์ เสียงชนแก้ว และเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของผู้คนที่มาปลดปล่อยความเครียดหลังเวลางาน
แต่สำหรับคิมโดฮวาน ที่นั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนสมาคมออร์โธร่วมรบ บรรยากาศรอบตัวเขากลับน่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
บทสนทนาในค่ำคืนนี้ไม่ได้มีอะไรพัฒนาไปจากที่เขาคาดการณ์ไว้เลยสักนิด ไม่สิ... มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้นของพวกเขาหย่อนลงบนเก้าอี้ด้วยซ้ำ ทุกคนต่างกระตือรือร้นและตื่นตัวที่จะพูดคุยประเด็นนี้ ราวกับว่าพวกเขาวางแผนล็อกคิวกันมา เพื่อนินทาและประเมินค่าหน้าตาผู้หญิงโดยเฉพาะ
“เฮ้ย! พวกมึง... กูจะบอกให้ว่าอินเทิร์นหน้าใหม่รุ่นเดือนมีนาคมปีนี้ มีพวกหน้าตาดีเด็ดๆ โปรไฟล์เลิศๆ หลุดเข้ามาเพียบเลยว่ะ” ชเวมินจุนแพทย์ประจำบ้านออร์โธ่ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นหัวโจกเปิดประเด็นพลางจิบเบียร์ แววตาฉายความเจ้าชู้
“เออจริง! ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยว่ะพี่มินจุน รุ่นน้องปีนี้คือดีงามกว่าปีที่แล้วเยอะมาก ปีที่แล้วมีแต่พวกหน้าจืดๆ ซากศพเดินได้ เห็นแล้วหมดอารมณ์ทำงานชะมัด” ลูกสมุนเรสซิเดนท์อีกคนรีบเออออห่อหมกประจบสอพลอทันที
‘เหอะ... อุตส่าห์หนีเวรมา นึกว่าจะได้ยินเรื่องที่มีสาระ ที่แท้ก็เข้าลูปเดิมๆ’
คิมโดฮวานคิดในใจพลางถอนหายใจอย่างเอือมระอา ทุกครั้งที่มีบุคลากรหน้าใหม่หรือนักศึกษาแพทย์หมุนเวียนเข้ามาในโรงพยาบาล เทศกาลส่องและจัดอันดับผู้หญิงของแก๊งนี้ก็จะเริ่มต้นขึ้นเสมอ ราวกับเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันน่าขยะแขยง เขาละสงสัยจริงๆ ว่าไอ้พวกนี้มันไปเสาะหาข้อมูล ค้นประวัติส่วนตัว หรือสืบเสาะหาช่องทางโซเชียลมีเดียของเด็กพวกนั้นมาจากไหนกันนักหนา ถึงได้รู้ลึกรู้ดีราวกับเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลมาเอง
สำหรับคิมโดฮวาน... อินเทิร์นที่ผ่านเข้ามาในสมองและความทรงจำอันแสนจำกัดของเขาในตอนนี้ มีเพียงยัยลูกเจี๊ยบจอมแสบคนนั้นคนเดียวเท่านั้น
‘จะว่าไป... ยัยลูกเจี๊ยบคนนั้นชื่ออะไรนะ? ชินยูฮา...? เออ น่าจะชื่อประมาณนี้แหละ’
คิมโดฮวานขมวดคิ้วพยายามเค้นความจำ ขนาดชื่อจริงของน้องเขายังจำได้คลับคล้ายคลับคลาไม่ค่อยมั่นใจเลย คิดแล้วก็น่าอายชะมัดที่จะบอกว่ารู้จักกัน เอาเป็นว่าในเมื่อหลงกลก้าวขาเข้ามาในงานเลี้ยงนี้แล้ว เขาขอตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรทำลายล้างไก่ทอด กินของว่างตรงหน้าให้หนำใจ อิ่มท้องเมื่อไหร่ก็หาจังหวะชิ่งหนีทันที เพราะดูทรงแล้ว บทสนทนาสกปรกนี้คงจะเริ่มต้นด้วยการตัดสินรูปลักษณ์ภายนอก และไปจบลงที่การล่วงละเมิดทางเพศทางวาจาเหมือนทุกครั้งแน่นอน
“สำหรับฉันนะ... ตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจของรุ่นนี้ยกให้คิมยุนฮเยว่ะ ยัยนี่คือโดดเด่นสะดุดตาชะมัดแขนขาเรียวยาว หุ่นนางแบบสเปกฉันเลย!” ชเวมินจุนพ่นน้ำลายพลางทำตาเยิ้ม
“อ๋อ พี่มินจุนชอบสไตล์สาวหุ่นนางแบบสินะ แต่สำหรับผมนะ สาวตัวสูงไม่ใช่แนวว่ะ ผมชอบผู้หญิงตัวเล็กๆ ดุ๊กดิ๊กๆ แบบคนที่เดินข้างยัยยุนฮเยมากกว่า ดูน่ารักน่ารังแกดี” เพื่อนอีกคนคัดค้าน
“อ๋อ ชิมอึนจินน่ะเหรอ รายนั้นหน้าตาน่ารักดีแต่วันก่อนฉันแอบส่องดู สัดส่วนช่วงล่างเธอไม่ค่อยเป๊ะเท่าไหร่วะ ขาสั้นไปนิด”
“เฮ้ย! ไอ้บ้าแจมิน แกนี่มันอัจฉริยะด้านข้อมูลผู้หญิงจริงๆ ว่ะ รู้จักชื่อเล่นชื่อจริงพวกเธอครบทุกคนได้ยังไงกันวะเนี่ย?”
“ฮ่าๆ นี่แหละคืออานุภาพความรักและความเอาใจใส่ที่ฉันมีให้แก่มวลมนุษยชาติและน้องๆ อินเทิร์นยังไงล่ะคร้าบบบ!”
‘รักกะผีอะไรของพวกแกล่ะ สารเลวสิ้นดี’
คิมโดฮวานด่าทอในใจพลางหยิบเมล็ดข้าวโพดคั่วตรงหน้าเข้าปากเคี้ยวเสียงดังกรวบๆ เพื่อระบายความหงุดหงิด ดูท่าแล้ว การจะนั่งทานอาหารอย่างมีความสุขและสงบใจท่ามกลางเสียงพวกนี้คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
คิมโดฮวานคิดว่าจะหนีออกจากที่นี่ไปหาอาหารเย็นดีๆ ทานคนเดียวภายนอก เขาเป็นคนพิถีพิถันเรื่องอาหารมาก โดยเฉพาะเวลาที่มีโอกาสและเวลาว่างมาทานข้าวข้างนอกแบบนี้ ยิ่งต้องเลือกเมนูอย่างดีเพื่อชดเชยสารอาหารที่ขาดหายไป จากการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อประทังชีวิตในเวรดึกแต่ละวัน
‘กินซูชิดีไหมนะ? แต่ร้านโอมากาเสะเจ้าประจำแถวนี้มันปิดรับออเดอร์เร็วนี่นา ไม่ทันแน่... เอาอย่างนี้ดีกว่า แกล้งทำเป็นมีสายเรียกเข้าฉุกเฉินจากวอร์ด แล้วขอตัวลุกออกไปดื้อๆ เลยดีกว่า’
คิมโดฮวานเงี่ยหูฟังบทสนทนาของเพื่อนร่วมรุ่นเงียบๆ เพื่อหาช่องว่างและจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการแสดงละครตบตา พลางมองเพื่อนๆ ด้วยความรู้สึกว่างเปล่าในใจ...
‘พวกเราเคยเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่กอดคอร้องไห้และสนิทกันมากที่สุดแท้ๆ แต่ทำไมตัวตนและจิตใจของพวกแกถึงดิ่งลงเหว กลายเป็นคนน่ารังเกียจขนาดนี้ไปได้นะ’
ในขณะที่คิมโดฮวานกำลังจะเนียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดสั่น ชเวมินจุนกลับโพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นทวีคูณ ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้กลางโต๊ะ
“เฮ้ยๆ พวกมึงยังไม่รู้เรื่องเด็ดใช่ไหม? ในบรรดาอินเทิร์นผู้หญิงปีนี้ มีของดีซ่อนอยู่คนหนึ่งเว้ย!”
“อ๋อ! พี่หมายถึงยัยเด็กคนนั้นใช่ไหม? วันก่อนตอนใส่เสื้อกาวน์หลวมๆ ฉันก็มองไม่ออกหรอกนะ แต่พอได้ยินไอ้แจมินมันทักให้สังเกตดู โห... หน้าอกของยัยนี่มันซ่อนรูปไม่ใช่เล่นๆ เลยว่ะ!”
“จริงดิ?! ดีขนาดนั้นเลยเหรอวะ โธ่... กูผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทรวงอกและเต้านมแห่งมหาวิทยาลัยเกาหลี ทำไมถึงพลาดเคสเด็ดแบบนี้ไปได้วะเนี่ย! แล้วยัยเด็กหน้าอกบึ้มคนนี้จะวนมาอยู่ออร์โธของพวกเราเมื่อไหร่วะ ถ้ามาถึงวอร์ดนะ... พ่อจะเรียกมาคุยในห้องพักแพทย์ แล้วขอชิมรสชาติ ตรวจเช็กระบบสรีรวิทยาดูให้หนำใจสักหน่อยดีไหมวะ? ฮ่าๆๆ”
“ไอ้เชี่ยกยองโฮ แกนี่มันขยะเปียกและเศษมนุษย์เดินได้ระดับทีมชาติจริงๆ ว่ะ!”
“เฮ้ย! พูดให้มันดีๆ ดิ๊! นี่มันคือความอยากรู้อยากเห็นเชิงวิทยาศาสตร์และสรีรวิทยาในฐานะแพทย์ผู้มีความรู้เว้ย! เอาจริงๆ เถอะ พวกมึงทุกคนที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ ก็อยากรู้อยากเห็นอยากแกะกล่องส่องดูเหมือนกันหมดนั่นแหละ ว่าข้างในเสื้อกาวน์มันจะเด็ดขนาดไหนจริงไหม อย่ามาทำเป็นคนดีหน่อยเลยน่า!”
มุกตลกโสโครกสองแง่สองง่ามและการหัวเราะเยาะเย้ยอย่างอารมณ์ดีของเพื่อนร่วมรุ่น ทำเอาเส้นเลือดขมับของคิมโดฮวานเต้นตุบๆ ด้วยความโกรธจัด ความขยะแขยงพุ่งขึ้นสูงถึงขีดสุดจนเขาอยากจะลุกขึ้นเตะเก้าอี้แล้วเดินหนีไปทันที แต่สถานการณ์ตอนนี้ทุกคนกำลังฟินกับเรื่องลามก จนไม่มีช่องว่างให้เขาขอตัวอย่างเป็นธรรมชาติ คิมโดฮวานได้แต่นั่งกำหมัดแน่น รอคอยให้หัวข้อสนทนาอุบาทว์นี้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว
“เออ แล้วสรุปยัยอินเทิร์นซ่อนรูปคนนั้นชื่ออะไรวะ? บอกพิกัดมาซิ” ชเวมินจุนเอ่ยถามพลางกลืนน้ำลาย
“อ๋อ ยัยเด็กกิ๊บเหลืองน่ะเหรอพี่ ชื่อชินยูฮา”
เปรี้ยง!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางกบาล ทันทีที่ชื่อของยัยลูกเจี๊ยบกิ๊บเหลืองหลุดออกมาจากปากของเพื่อน คิ้วเรียวสวยของคิมโดฮวานก็ขมวดแน่นทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างและฉายรังสีอำมหิตออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
‘อะไรนะ?... เมื่อกี้พวกแกบอกว่าใครนะ ชินยูฮา?... ยัยฉันลูกเจี๊ยบของแผนกเราน่ะเหรอ!’
คิมโดฮวานไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขายกสถานะให้ชินยูฮากลายเป็นเด็กในความปกครองของตนเองและแผนกกุมารฯ แต่สิ่งที่เขาปฏิเสธไม่ได้เลยคือความโกรธที่กำลังปะทุขึ้นในอก ชินยูฮาคืออินเทิร์นที่ทำงานหลังขดหลังแข็ง ส่งยิ้มแย้มสดใสให้คนไข้และเพื่อนร่วมงานทุกคนด้วยความจริงใจในวอร์ดของเขา แต่กลับต้องมาถูกไอ้พวกเศษมนุษย์กลุ่มนี้พูดวาจาแทะโลม ลวนลามทางเพศ และเหยียดหยามศักดิ์ศรีเหมือนเป็นของเล่นราคาถูกในร้านเหล้า
คิมโดฮวานพ่นลมหายใจยาวเหยียดออกมา เสียงถอนหายใจเย็นชาของเขาทำเอาความครึกครื้นบนโต๊ะหยุดชะงักลง ทุกสายตาหันมามองที่เขาเป็นตาเดียว และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากถาม เขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาคมกริบมองเพื่อนร่วมรุ่นทุกคนด้วยความสมเพช ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า
“พวกมึงนี่มันโสโครกซะจนกูทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว”
สิ้นคำด่าทออันดุดัน คิมโดฮวานก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของใครทั้งสิ้น เขาเอื้อมมือไปคว้าเสื้อโค้ทและของส่วนตัวมาถือไว้ แล้วหมุนตัวเดินออกจากร้านเหล้าไปทันที ทิ้งให้โต๊ะสมาคมร่วมรบตกอยู่ในความเงียบงันและบรรยากาศอันแข็งทื่อราวน้ำแข็งขั้วโลก
ทันทีที่พ้นประตูร้านเหล้าออกมาสู่ริมถนนอันแสนปลอดโปร่ง คิมโดฮวานก็รีบยกเสื้อโค้ทและเสื้อผ้าของตนขึ้นมาสะบัดถูและใช้นิ้วปัดเบาๆ ในอากาศอย่างเอาเป็นเอาตาย ราวกับว่าคำพูดสกปรกและเชื้อโรคทางวาจาของไอ้พวกนั้นมันลอยมาเกาะติดอยู่บนเนื้อผ้าชั้นดีของเขาอย่างไรอย่างนั้น
“เฮ้อ... สลัดความอุบาทว์ออกไปซะ… เฮ้ย! ลืมเรื่องซูชิเลย”
พอนึกถึงเมนูอาหารเย็นขึ้นมาได้ โดฮวานก็รีบสาวเท้าก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังร้านซูชิเจ้าดังแถวนั้นทันที พลางบ่นพึมพำคาดโทษในใจ
‘ถ้ากูพลาดกินซูชิอร่อยๆ เพราะมัวแต่ด่าพวกมึงล่ะก็ อย่าหวังว่าจะอยู่กันสงบสุขเลย’
***
แต่ลึกๆ ในใจของคิมโดฮวานตอนนี้กลับมีรู้สึกโล่งอก ผ่อนคลาย และเป็นอิสระอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับยกภูเขาออกจากอก การได้ระเบิดอารมณ์และประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ที่เขาฝืนทนรักษาไว้เพียงเพราะคำว่าเพื่อนร่วมรุ่นในอดีต มันช่างเป็นอะไรที่สะใจและถูกต้องที่สุด มัวแต่คิดว่าจะทำแบบนี้อยู่ตั้งนาน หลงโง่เง่าให้คำว่ามิตรภาพจอมปลอมมันค้ำคออยู่ได้ตั้งหลายปี
คิมโดฮวานคิดกับตัวเองว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเข้าเวร เขาจะต้องนำเรื่องวีรกรรมความทรามของแก๊งออร์โธ่ไปเล่าให้ชินแจฮยอกฟังอย่างแน่นอน เนื่องจากชินแจฮยอกเป็นคนที่รักและเอ็นดูชินยูฮามาก ถ้ารู้ว่ารุ่นน้องโดนคุกคามทางเพศลับหลังขนาดนี้ หมอนั่นจะต้องระเบิดลงและร่วมประสานเสียงด่าทอฝั่งโน้นอย่างรุนแรงแน่นอน... คิดแล้วก็รู้สึกโชคดีและโล่งใจจริงๆ ที่ในชีวิตแพทย์อันแสนมืดมนนี้ เขายังมีเพื่อนแท้ที่ดีและพึ่งพาได้แบบชินแจฮยอกอยู่ข้างตัว
ส่วนโต๊ะอาหารภายในร้านเหล้าหลังจากที่คิมโดฮวานเดินออกไปอย่างไม่ใยดี ก็เกิดเดดแอร์ปกคลุมอยู่เกือบนาที ก่อนที่ชเวมินจุนจะทุบโต๊ะดังปังด้วยความโมโห
“ไอ้-่ามันเป็นบ้าอะไรของมันวะ ปกติมันก็ก้มหน้านั่งฟังเงียบๆ เหมือนสนุกด้วยแท้ๆ จู่ๆ มาทำเป็นคนดีด่าพวกเราเฉย!”
“นั่นดิพี่... หรือว่าจริงๆ แล้ว รุ่นพี่คิมแอบไปกินตับกับยัยชินยูฮาคนนั้นแล้ววะ ตอนนี้เด็กนั่นก็กำลังวนเวียนฝึกงานอยู่ที่วอร์ดเด็กด้วย ทรงนี้มีซัมติงชัวร์”
“เฮ้ย! ไม่มีทางหรอก คิมโดฮวานเนี่ยนะจะไปติดผู้หญิง พวกมึงก็รู้ดีนี่หว่าว่าหมอนั่นมันเป็นพวกขันทีเดินได้ วันๆ สนใจแต่ชาร์ตคนไข้กับเรื่องกิน ไม่เคยแลตามองผู้หญิงคนไหนเลยสักคน”
“เอ๊ะ... หรือว่าอินเทิร์นกิ๊บเหลืองนั่นจะเป็นญาติห่างๆ หรือน้องรหัสของมันวะ คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ฉันยังไม่เคยเห็นไอ้โดฮวานมันหลุดสติหลุด โกรธแค้นปกป้องใครออกนอกหน้าขนาดนี้มาก่อนเลยนะเว้ย น่าสงสัยชะมัด”
“เออๆ ช่างหัวไอ้มนุษย์น้ำแข็งนั่นเถอะ! ถ้ามันอยากทำตัวสูงส่งนักก็ปล่อยมันไป นี่ๆ พวกเรามาชนแก้วกันต่อดีกว่า อย่าให้คนบ้าคนเดียวมาทำลายบรรยากาศปาร์ตี้ของพวกเราเลยมา!” ชเวมินจุนโบกไม้โบกมือตัดบท
และแล้ว... แก๊งแพทย์ไร้ศีลธรรมก็พากันดิ่งลึกลงสู่โลกแห่งการล่วงละเมิดทางเพศและวาจาอันโสโครกต่ออย่างไม่สำนึกผิด โดยที่ไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมในค่ำคืนนี้ ได้ทำลายศรัทธาและความสัมพันธ์ของเพื่อนคนสำคัญไปโดยสิ้นเชิง
ในขณะเดียวกัน ณ โต๊ะอาหารที่อยู่ติดกันห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว ชินยูฮาที่อุตส่าห์เจียดเวลาพักผ่อนอันน้อยนิดลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวจัดเต็ม สลัดคราบอินเทิร์นซอมบี้ไร้ชีวิตเพื่อออกมาเที่ยวเล่นกับเพื่อนสนิท กำลังนั่งตัวแข็งทื่อราวกับโดนสาป
ก่อนหน้านี้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ชินยูฮายังฮัมเพลงเสียงใสดีใจกับการได้ก้าวขาออกจากแดนนรกของโรงพยาบาลมารับลมภายนอก เธอกับเพื่อนเลือกนั่งในมุมที่บรรยากาศดีและเป็นส่วนตัว แต่ในจังหวะที่กำลังจะอ้าปากสั่งอาหาร กลุ่มผู้ชายหน้าตาดีในชุดลำลองที่แผ่ออร่าความเป็นหมอก็เดินเข้ามานั่งโต๊ะข้างๆ และหนึ่งในนั้นก็คือ... คุณหมอคิมโดฮวาน เทพบุตรสุดเย็นชาของเธอนั่นเอง!
“ยูฮา... ฉันว่าพวกผู้ชายโต๊ะข้างๆ น่าจะเป็นคุณหมอจากโรงพยาบาลเธอทั้งหมดเลยป่ะ ออร่าได้อยู่นะนะ” เพื่อนสนิทแอบกระซิบถามพลางทำตาโต
“ชู่! เบาๆ สิแก” ยูฮารีบยกนิ้วชี้แตะปากตัวเองหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นโครมคราม ความจริงแล้วเธออยากจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปโค้งคำนับทักทายคิมโดฮวานใจจะขาด แต่พอเห็นเขามากับกลุ่มเพื่อนฝูงเพื่อพักผ่อนส่วนตัว ชินยูฮาจึงเลือกที่จะรักษามารยาทและนั่งเงียบๆ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเวลาส่วนตัวของรุ่นพี่ และดูเหมือนคิมโดฮวานเองก็ไม่ได้สังเกตเห็นเธอเลยสักนิด
‘อืม... วันนี้ฉันอุตส่าห์กรีดอายไลเนอร์ แต่งหน้ามาเต็มแบบนี้ รุ่นพี่ก็เลยคงจำยัยอินเทิร์นซอมบี้ในวอร์ดไม่ได้สินะ... หรือว่าจริงๆ แล้ว เขาไม่ได้สนใจหรือรับรู้การมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ของฉันตั้งแต่แรกเลยกันแน่ Fอ๊ย! ไม่หรอกน่า! อย่าเพิ่งคิดลบสิยัยยูฮา!’
เพื่อดับความฟุ้งซ่านและซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ ชินยูฮาจึงยกแก้วเบียร์เย็นฉ่ำขึ้นมาดกซดเข้าปาก ยาวๆ จนเพื่อนสนิทต้องรีบร้องห้าม
“เฮ้ยๆ ยูฮา! ดื่มช้าๆ หน่อย เดี๋ยวก็เมาหัวทิ่มหรอก” เพื่อนสาวเอ่ยเตือนพลางเลื่อนจานเมล็ดข้าวโพดคั่วมาให้ “เออ... แล้วสรุปในบรรดาผู้ชายหน้าตาดีโต๊ะข้างๆ เนี้ย คนไหนคือคุณหมอสุดหล่อในลิฟต์ ที่แกเอามากรอกหูฉันวันเว้นวันอ่ะ”
ชินยูฮาไม่ตอบด้วยปาก แต่ใช้วิธีหลุกหลิกสายตาและทำมุมปากชี้ไปทางตรงข้าม “คนนั้นไงแก... ผู้ชายที่ใส่เสื้อสเวตเตอร์สีดำสนิทน่ะ”
“คนนั้นเองเหรอ โห... ตัวจริงคือหล่อกว่าในรูปตั้งเยอะ ดูดีมาก!” เพื่อนสาวลอบชม
“ช่ายไหมล่ะแก! รุ่นพี่โดฮวานน่ะนอกจากจะหล่อระดับดาราแล้ว ฝีมือการผ่าตัดยังเฉียบขั้นเทพประทานเลยนะเว้ย! ฉันได้ยินพวกพี่พยาบาลเมาท์กันว่า ขนาดอาจารย์หัวหน้าแผนกเวลาเจอเคสเด็กผ่าตัดยากๆ หรือวิกฤตขั้นสุด ยังต้องเจาะจงระบุชื่อเรียกรุ่นพี่โดฮวานให้เข้าไปช่วยคุมทีมในโออาร์[1]เลยอ่ะแก! ทุกคนขนานนามเขาว่าเป็นเสาหลักของวอร์ดเด็กเลยนะ และที่สำคัญที่สุด... เขาคือผู้สมัครตำแหน่งสามีอันดับหนึ่งในอนาคตของชินยูฮาด้วยจ้ะ” ชินยูฮาพูดพร้อมแววตาเป็นประกาย
“จ้าๆ ยัยคนเพ้อเจ้อ... แล้วถามจริง เหยื่ออันดับหนึ่งของแกเขารับรู้หรือยังว่าตัวเองโดนหมายหัวจองน่ะ”
“เอ่อ... เรื่องนั้น... คิดว่าน่าจะยังไม่รู้นะแก เพราะเอาเข้าจริง ตั้งแต่วันเหตุการณ์ในลิฟต์วันนั้นจนถึงวันนี้ พวกเราก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้นั่งพูดคุยกันส่วนตัวเลยสักครั้งเดียว วันๆ คุยแต่เรื่องออร์เดอร์ยากับชาร์ตคนไข้ตลอดเลย...” ชินยูฮาตอบเสียงอ่อยลงทันตา
“เอ้า! ยัยบ้า! แล้วแกมาทึกทักมโนเอาเองเนี่ยนะ แต่ดูจากลุคภายนอกแล้ว เขาดูทรงเป็นหนุ่มหล่อแสนเย็นชาชัดๆ เลยอ่ะ ดูเข้าถึงยากจะตายไป แกชอบคนอ่อนโยนไม่ใช่เหรอ นี่ดูไม่ใช่สเปคแกเลย”
“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยแก! รุ่นพี่โดฮวานน่ะ ลึกๆ ของเขาเป็นคนอบอุ่นเป็นดั่งไมโครเวฟอยู่นะเว้ย! ถ้ารู้จักเขาดีๆ อย่างวันแรกที่พวกเราเจอกันในลิฟต์น่ะ”
“โอ๊ยยย! หยุดเลยชินยูฮา จะวนมาเวิ่นเรื่องตำนานตกหลุมรักในลิฟต์ให้ฉันฟังอีกแล้วใช่ไหม ฉันฟังจนท่องจำบทได้ขึ้นใจแล้วจ้า เลิกเล่าเหอะขอร้อง!” เพื่อนสนิททำท่าทางเอามืออุดหูขำๆ ทำเอาสองสาวหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน
ในช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นเอง ประโยคบทสนทนาจากโต๊ะข้างๆ ที่แว่วลอยมาตามลม กลับมีคำว่าคิมยุนฮเย ซึ่งเป็นชื่อของรูมเมทของชินยูฮาหลุดออกมาพอดิบพอดี
“เดี๋ยวนะแก... เงียบก่อน” ชินยูฮารีบส่งสัญญาณให้เพื่อนสนิทหยุดพูด “เหมือนไอ้พวกหมอโต๊ะข้างๆ กำลังตั้งวงนินทาพูดถึงรูมเมทของฉันอยู่เลยว่ะ”
“หืม? จริงดิ? พวกเขาพูดว่าอะไรบ้างอ่ะ?” เพื่อนสาวหูผึ่งทันที
ชินยูฮาตั้งใจเงี่ยหูฟังอย่างละเอียด หวังจะเก็บข้อมูลไปเล่าเตือนกับคิมยุนฮเยทีหลังตามประสาผู้หญิง ยิ่งบทสนทนาของแก๊งออร์โธดำเนินไปเรื่อยๆ สีหน้าอันแสนสดใสและเต็มไปด้วยรอยยิ้มของชินยูฮาก็ค่อยๆ แข็งทื่อและซีดเผือดลงทีละน้อย... ทีละน้อย... จนในที่สุดแววตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น
คำพูดแทะโลม สัดส่วนร่างกาย หุ่นนางแบบ ขาสั้น ช่วงล่างไม่เป๊ะ... ข้อมูลสารพัดคำวิพากษ์วิจารณ์เชิงล่วงละเมิดทางเพศที่พ่นออกมาจากปากของกลุ่มแพทย์ผู้มีการศึกษาเหล่านั้น มันช่างต่ำตม ทุเรศ และไร้ซึ่งเกียรติยศความเป็นมนุษย์อย่างสิ้นเชิง
“เฮ้ย ยูฮา... ฉันว่าไอ้หมอพวกนี้มันอาการหนักแล้วนะเว้ย นี่มันพูดล่วงละเมิดกันชัดๆ เลยนี่หว่า ปกติผู้ชายในโรงพยาบาลเวลาจับกลุ่มเหล้าเขาพ่นเรื่องสกปรกแบบนี้ใส่เพื่อนร่วมงานผู้หญิงหน้าตาเฉยเลยเหรอ โห... โคตรเหี้ยเลยว่ะ!” เพื่อนสนิทของชินยูฮาเริ่มทนไม่ไหว
“อืม... โคตรเหี้ย...” ชินยูฮาพึมพำเสียงสั่น มือเรียวกำแก้วเบียร์แน่นจนสั่นพั่กๆ
“แล้วนั่น... รุ่นพี่โดฮวานสุดที่รักอันดับหนึ่งของแก ก็นั่งหัวโด่ร่วมวงฟังเรื่องอุบาทว์กะเขาด้วย ผิดหวังในตัวหมอนั่นไปด้วยเลยว่ะ หน้าตาดีซะเปล่าแต่ความคิดต่ำตมชะมัด” เพื่อนสาวหันมาสับคิมโดฮวาน
“ไม่ไหวแล้วแก... บรรยากาศมันแย่เกินไป เราเช็กบิลแล้วรีบย้ายร้านหนีพวกนี้กันเถอะ” ชินยูฮาตัดใจ ขณะกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเพื่อลุกหนี ในวินาทีนั้นเอง... คำว่าชินยูฮาและคำวิพากษ์วิจารณ์เรื่องหน้าอกใหญ่ซ่อนรูป รวมถึงคำขู่ที่ว่าจะเรียกมาคุยในห้องพักแพทย์เพื่อขอชิมรสชาติแกล้งลวนลาม ก็ดังขึ้นมาจากปากของแก๊งออร์โธอย่างชัดถ้อยชัดคำ
ราวกับโดนตบหน้ากลางสี่แยก ชินยูฮาเบิกตาโพลง ร่างกายชาดิกราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน หัวใจดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม น้ำตาไหลด้วยความโกรธ ทั้งอับอายและความผิดหวังเริ่มเอ่อล้นคลอเบ้าตาโตทั้งสองข้าง เธอรู้ดีว่าวงการแพทย์มันแคบและมีการนินทาเป็นเรื่องปกติ แต่การโดนเอาชื่อจริงของตัวเองมาป่าวประกาศและพูดจาลามกในที่สาธารณะจากเพื่อนร่วมอาชีพขนาดนี้ มันคือสิ่งที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของเธออย่างรุนแรงที่สุด
“ไอ้พวกสารเลว!! มันจะมากเกินไปแล้วนะเว้ย!” เพื่อนสนิทของชินยูฮาตบโต๊ะปัง ลุกขึ้นยืนถลึงตาใส่โต๊ะข้างๆ ด้วยความโกรธจัดจนฟิวส์ขาด “ชินยูฮา! แกอย่าไปยอมพวกมันนะ เดี๋ยวฉันจะอัดเสียงในมือถือ ยัดใส่กระเป๋าเสื้อแล้วเดินไปด่าประจานพวกมันให้หน้าหงายตรงนี้เลย แล้วพวกเราเอาไฟล์เสียงนี้ไปยื่นฟ้องศาลข้อหาคุกคามทางเพศให้พวกมันหลุดออกจากวิชาชีพแพทย์ให้หมดเลยดีไหม”
“อย่าเลยแก... ช่างมันเถอะ... พวกเราออกไปจากที่นี่กันเถอะนะ ขอร้องล่ะ...” ชินยูฮาละล่ำละลักบอกเพื่อนเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม เธอพยายามฉุดรั้งแขนเสื้อเพื่อนสนิทไว้เพราะไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายจนส่งผลกระทบต่อตำแหน่งหน้าที่อินเทิร์นอันแสนเปราะบางของตนเองในโรงพยาบาล
ในวินาทีที่ความสิ้นหวังที่กำลังกัดกร่อนจิตใจของยูฮาจนหมดสิ้น เสียงทุ้มต่ำอันแสนคุ้นเคยทว่าทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยกระแสความโกรธจัดก็ดังแทรกขึ้นขัดจังหวะทุกสิ่งทุกอย่างอย่างรุนแรง
“พวกมึงนี่มันโสโครกซะจนกูทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว”
ชินยูฮาสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับไปมองตามเสียง และภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือ... คิมโดฮวานที่ยืนตระหง่าน ใบหน้าหล่อเหลาคมกริบของเขาบัดนี้เต็มไปด้วยรังสีอำมหิต จ้องมองกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นราวกับจะฆ่าคน จากนั้นเขาก็คว้าเสื้อโค้ทหมุนตัวเดินออกจากร้านเหล้าไปอย่างสง่างาม ราวกับอัศวินขี่ม้าขาวมาทำลายคนชั่ว
ชินยูฮาได้แต่นั่งอ้าปากค้าง จ้องมองตามแผ่นหลังอันกว้างใหญ่และอบอุ่นของคิมโดฮวานที่ค่อยๆ หายลับตาไปทางประตูร้านด้วยความรู้สึกช็อก หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก
“เฮ้ย ยูฮา! ยะ... ยัยยูฮา! แกดูนั่นดิ!” เพื่อนสนิทรีบเปลี่ยนโหมด สะกิดแขนยูฮารัวๆ ใบหน้าเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความฟินระเบิดระเบ้อ “โอ้โห! ผู้ชายของแกโคตรเท่ โคตรคูล โคตรดุดันอันตรายเลยว่ะ! เมื่อกี้แกไม่เห็นหน้าเขาเพราะนั่งหันหลังใช่ไหม แต่ฉันเห็นเต็มตาเลยเว้ย! ตอนที่เขาพูดคำว่าพวกมึงนี่มันโสโครกซะจนกูทนฟังต่อไปไม่ไหว อื้อหือ... รังสีความผัวมันแผ่ซ่านกระจายเต็มร้านเลยอ่ะแก แววตาคุณหมอคนนั้นโกรธสุดๆ มิน่าล่ะแกถึงได้หลงรักและอวยไส้แตกขนาดนี้... ฉันอนุมัติผ่านให้เป็นสามีอันดับหนึ่งของแกอย่างเป็นทางการเลยจ้า!”
“จะ... จริงเหรอแก”
ชินยูฮาพึมพำเสียงสั่น หยาดน้ำตาแห่งความอับอายที่เคยเอ่อล้นคลอเบ้าเมื่อครู่ กลับหายไปในพริบตาราวกับปาฏิหาริย์ และสิ่งที่เข้ามาแทนที่คือนิ้วเรียวที่ยกขึ้นแตะริมฝีปาก พลางยกมุมปากฉีกยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกยาวไปถึงรูหู
ความอบอุ่นลึกลับพุ่งขึ้นมาเกาะกุมจิตใจอันบอบช้ำของอินเทิร์นสาวจนมิด รอยร้าวในใจสลายหายไปหมดสิ้น ชินยูฮารู้สึกเหมือนหัวใจของตัวเองกำลังพองโตและหลอมละลายกลายเป็นโกโก้ร้อนๆ สลัดความหนาวเหน็บของฤดูหนาวทิ้งไป เพื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ และความรักที่แท้จริงได้เบ่งบานขึ้นในหัวใจของชินยูฮาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!
หลังจากเช็กบิลหนีออกจากร้านเหล้าเน่าๆ นั่น สองสาวก็พากันย้ายวิกมานั่งปรับทุกข์และจิบเครื่องดื่มรสหวานในคาเฟ่ที่เปิดดึกแถวนั้นแทน
“แก... ฉันพูดจริงๆ นะ หมอโดฮวานคนนั้นน่ะ แสงธรรมนำทางส่องสว่างอย่างกับพระเจ้ามาโปรดสัตว์เลยว่ะ!”
แม้จะย้ายสถานที่มานั่งกินเค้กช็อกโกแลตจนหมดไปครึ่งปอนด์แล้ว ทว่าคำโฆษณาเสียงกรีดกรายชื่นชมในความเท่ของโดฮวานจากปากของเพื่อนสนิทก็ยังคงดังต่อเนื่องไม่ยอมหยุด ชินยูฮาที่นั่งฟังอยู่ฝั่งตรงข้ามได้แต่นั่งบิดตัวไปมาด้วยความขัดเขิน ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงก่ำลามยาวไปจนถึงใบหู หัวใจเต้นตูมตามโครมครามราวกับจู่ๆ ก็โดนชายหนุ่มรูปงามคุกเข่าขอแต่งงานและสารภาพรักกลางลานน้ำพุอย่างไรอย่างนั้น
‘ฮือออ... ตายแล้วยัยยูฮา เซลล์ความรักและความโรแมนติกที่แกคิดว่ามันโดนระบบเวรดึกนรก โขกสับใช้งานจนแห้งเหี่ยวตายซากไปตั้งนานแล้ว มาวันนี้มันกลับฟื้นคืนชีพและระเบิดพลังพ่นฟองสบู่ออกมาไม่หยุดเลยเว้ย!’
ความรู้สึกตื่นเต้นในหัวใจตอนนี้มันหนาแน่นและเอ่อล้นมากเกินไป ซะจนชินยูฮารู้สึกว่าถ้าขืนเธอตัดสินใจหอบสังขารเดินทางกลับไปนอนที่หอพักของโรงพยาบาลในสภาพจิตใจฟุ้งซ่านขนาดนี้ มีหวังเธอคงจะเก็บความลับไม่อยู่ และต้องกระโดดเกาะแขนวิ่งไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคืนนี้ให้รูมเมทฟังอย่างละเอียดแบบช็อตต่อช็อตแน่นอน
‘และถ้ารีบเล่าออก มีหวังความลับเรื่องที่ฉันแอบติ่ง แอบหลงรัก และแอบจองตัวรุ่นพี่โดฮวานอยู่ในใจ ก็ต้องโดนพวกพี่ๆ เขาจับไต๋และเปิดโปงจนแตกตื่นกันทั้งวอร์ดแน่ๆ!’
แม้รูมเมทและพี่พยาบาลทุกคนในวอร์ดจะเป็นคนดี น่ารัก และเอ็นดูเธอมากขนาดไหน แต่จากประสบการณ์และบทเรียนราคาแพงอันแสนล้ำค่า ที่ชินยูฮาเคยเจอเรื่องความรักและการเดตมาอย่างโชกโชนตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันสอนให้ตระหนักดีว่า ความรู้สึกแอบรักอันแสนบริสุทธิ์และหอมหวานเช่นนี้ ยิ่งเราเก็บงำและซ่อนมันไว้เชยชม ดื่มด่ำอย่างเงียบๆ คนเดียวนานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทวีคุณค่าและมีความสุขมากเท่านั้น การรีบป่าวประกาศให้คนอื่นรู้เร็วเกินไป มักจะนำมาซึ่งความวุ่นวายและการโดนล้อเลียนจนเสียเรื่องเสมอ
สุดท้ายแล้ว เพื่อปกป้องความลับระดับชาติและพื้นที่เซฟโซนของหัวใจ หลังจากโบกมือลากับเพื่อนสนิท ชินยูอาก็เลือกที่จะไม่กลับหอพักแพทย์ฝึกหัด แต่เลือกที่จะใช้คีย์การ์ดเปิดประตูและก้าวขาเดินเข้าไปนอนพักผ่อนอย่างสงบอารมณ์ในคอนโดของตัวเองแทน เพื่อที่จะได้นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงนุ่มๆ และกรีดร้องปลดปล่อยความฟินกับรอยยิ้มของหมอคิมโดฮวานได้อย่างเต็มที่ตลอดคืนโดยไม่มีใครมาขัดจังหวะ!
[1] ห้องโออาร์ (OR) ย่อมาจาก Operating Room คือ ห้องผ่าตัดห้องโออาร์ (OR) ย่อมาจาก Operating Room คือ ห้องผ่าตัด
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??