เรื่อง บันทึกรักของชีเสิร์ฟ
“พวกมึงเร็ว ๆ ได้ไหม จะมาอยากแดกอะไรกันตอนนี้”
เสียงของสมพงษ์ เพื่อนสาวร่างเล็กสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรเอ่ยพลางกวาดมองรอบตัวอย่างระแวดระวัง
เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนที่เป็นเหมือนชั่วโมงโกงความตายมาถึง
เด็กอาีวะรอบบ่ายที่พากันเลิกเรียนออกมาพร้อมกันเป็นขบวน ช่างล่อตาล่อใจพวกโรงเรียนคู่อริให้เข้ามาปั่นป่วนอย่างเสียไม่ได้
แต่บรรดาแก๊งชะนีผู้หิวโหยยังคงใจเย็นแวะซื้อลูกชิ้นปิ้งที่หน้าวิทยาลัย เย้ยฟ้าท้าดินให้สาวร่างบางที่สุดในกลุ่มพะว้าพะวังอยู่คนเดียว
และเมื่อได้รับลูกชิ้นปิ้งกันคนละไม้สองไม้ เหล่าชะนีสาขาบัญีก็พากันเดินทอดน่องออกจากซอยด้วยความใจเย็น กระทั่งถึงที่หน้าป้ายรถเมล์ด้วยความปลอดภัย
ทุกคนลงความเห็นว่ายัยสมพงษ์น่ะคิดมากเกิน ก่อนจะพากันแยกย้าย
“อ้าวโก้… สวัสดี!”
มะปรางเอ่ยทักเพื่อนชายในห้องเดียวกันที่นั่งอยู่ลำพังตรงป้ายรถเมล์
อีกฝ่ายนั่งตัวตรง หันมายิ้มให้เธอเพียงเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงทัก ก่อนจะหันกลับไปทำหน้าเคร่งขรึม
มะปรางยิ้มค้าง รู้สึกเก้อหน่อย ๆ ที่อีกฝ่ายดูไม่เป็นมิตรเหมือนตอนที่อยู่ในวิทยาลัย
แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เธอกับเพื่อนสาวพากันเดินตรงไปยังป้ายรถเมล์เนื่องจากมีนัดสำคัญที่ฝั่งตรงข้าม
จนกระทั่ง…
เพล้ง!
“มึงมาดิวะ!”
มีดสปาต้าด้ามหนึ่งถูกขว้างลงกลางป้ายรถเมล์ พร้อมกับเหล่าเด็กนักเรียนช่างที่อัดกันมาเต็มรถเมล์สีชมพูพากันวิ่งกรูลงมา
ความโกลาหลเกิดขึ้นเมื่อสองสถาบันเข้าปะทะกัน
มะปรางเข้าใจในทันทีว่าสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อครู่นี้ของโก้หมายถึงอะไร เธอหันไปเห็นอีกฝ่ายกำลังเดินนำทัพเข้าไปประจันหน้ากับเด็กนักเรียนพวกนั้นด้วยความบ้าบิ่น
พร้อมอาวุธที่ถือไว้ในมือ ไม่กวาดทางมะพร้าว
“อีเหี้ย! กูบอกแล้วไง วันนี้ฟ้าฝนดูไม่ค่อยดี”
สมพงษ์เป็นฝ่ายโวยวายขึ้นขณะที่ตัวเขาพร้อมเพื่อนแก๊งชะนีพากันวิ่งหนีตาย
“เออพวกกูขอโทษ… รีบวิ่งกันก่อนเถอะน่า”
หนึ่งในเพื่อนสาวพูด พวกเธอพากันวิ่งวนไปมาด้วยความสติแตกจนไม่รู้แล้วว่าฝั่งใครเป็นฝั่งใคร
ทำได้แต่ส่งเสียงกรี๊ด เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่เหล่าชายฉกรรจ์เลือดร้อนที่พร้อมจะพุ่งเข้าหากันตลอดเวลา
ชะนีผู้น่าสงสารพากันวิ่งวนอยู่อย่างนั้นหลายนาที ก่อนที่ร้านอาหารตรงหน้าซอยจะยอมเปิดประตูแล้วเรียกให้พวกเธอเข้าไป
มะปรางกับแก๊งเพื่อนสาวได้แต่ยืนรอกันอยู่ในนั้น กระทั่งเหตุการณ์เริ่มสงบลง
เธอก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าพวกเขาไปโกรธอะไรกันมา
แม้ชะนีจะต้องวิ่งหนีมีดสปาต้าจนเกือบสิ้นีพ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะพากันข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม
เพราะหนึ่งในแก๊งเพื่อนสาวได้นัดพบ ผู้บ่าว ที่รู้จักกันผ่านเกมออดิชั่น ที่ถึงในนั้นพวกเขาจะแต่งงานกันแล้ว แต่พอมาเจอกันในีวิตจริง กลับเอาแต่ยืนบิดซ้ายบิดขวาจนแทบไม่ได้คุยอะไรกัน
และที่มะปรางต้องยอมติดสอยห้อยตามมาด้วย เพราะเหตุผลเดียวเลยคือ
ผู้บ่าวพาเพื่อนมาด้วย
“อีมะ… กูว่าคนนั้นเขามองมึง”
สมพงษ์ก้มลงมากระซิบ ขณะที่พวกเธอกำลังยืนให้กำลังใจเพื่อนที่ยืนตัวบิดเป็นเลขแปดอยู่ห่าง ๆ
มะปรางแอบเหลือบสายตาไปมองเล็กน้อย ก่อนจะรีบทำเนียนหันกลับมา เพราะมีผู้บ่าวหัวเกรียนนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งกำลังมองมาที่เธอจริง ๆ
“บ้า… ไม่ใช่หรอกมึง”
เธอว่าพลางอมยิ้ม ยกมือเอาผมทัดหูอย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่นานนักเพื่อนสาวที่กำลังยิ้มเขินกับหนุ่มตรงหน้าก็แยกตัวเดินตรงเข้ามาหา
“อีมะ… พี่แฟรงค์เขาขอเบอร์มึงอ่ะ”
สิ้นคำนั้นสมพงษ์ที่เป็นผู้รู้ผู้เห็นตั้งแต่แรกจึงใช้ไหล่สะกิดเพื่อนสาวด้วยความเขินอาย แม้จะทำให้ร่างผอมบางนั้นแทบจะหน้าคว่ำก็ตาม
“จะดีเหรอมึง”
เด็กสาวยิ้มเขินพลางยกมือขึ้นจิ้มกันไปมา
“เอาดี ๆ อี-่า อย่าเล่นตัว”
แม้จะพูดเช่นนั้นแต่คนที่เพิ่งโดนขอเบอร์ก็รู้สึกสวยจนหุบยิ้มไม่ได้
แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรต่อ เสียงแตรจากรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็ดังขึ้น
แก๊งเพื่อนสาวสะดุ้งก่อนพากันหันไปมอง ก็พบชายหนุ่มคนหนึ่งสวมหมวกกันน็อคเต็มใบ คร่อมมอเตอร์เตอร์ไซค์โซนิคคันเก่าจอดเยื้องพวกเธอไปเล็กน้อย
เมื่อไม่รู้ว่าชายคนนั้นเป็นใคร เหล่าเพื่อนสาวจึงพากันหันกลับ
“ไอ้ปราง!”
ทว่าเสียงเรียกนั้นคุ้นหูเสียจนมะปรางต้องหันขวับกลับไปมองอีกครั้ง
ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดสีดำย้วย ๆ กับกางเกงบอลยกมือขึ้นเปิดหน้าปัดหมวกกันน็อค และนั่นทำให้เด็กสาวถึงกับเบิกตาค้าง
“ไอ้… ไอ้พี่กันต์”
ชายหนุ่มใช้สองขาไถรถมอเตอร์ไซค์มาด้านหลังจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเธอ
“จะกลับบ้านยัง รอกินข้าวเนี่ย”
มะปรางยังคงมองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“ก็ไหนบอกว่าอยากเจอให้มาหาไม่ใช่หรือไง”
รถโซนิคสีน้ำเงินผสมสีน้ำตาลเข้มเพราะสนิมเกรอะแล่นท่อดังลั่นซอยมาจอดเทียบที่รั้วหน้าบ้าน
มะปรางที่นั่งซ้อนท้ายโดยใช้เพียงแค่ปลายนิ้วแตะชายเสื้ออีกฝ่ายก็กระโดดลงทันที
กันต์ถอดหมวกกันน็อคออก แล้วมองหน้าน้องสาวนิ่ง
“อะไร”
เด็กสาวถามกลับเสียงแข็ง ใบหน้าบูดบึ้งบ่งบอกชัดเจนว่าเธอกำลังงอน
เห็นเช่นนั้นชายหนุ่มจึงรู้สึกตัวได้ทันทีว่าตนเองคงจะต้องง้อ
“ถ้ากระโปรงจะสั้นขนาดนี้ มึงถอดไปเลยไหม”
สีหน้าที่บึ้งตึงเป็นทุนเดิมยิ่งทวีความโกรธเกรี้ยว แม้จะอยากกระโดดหยุมหัวไอ้พี่ชายคนนี้สักที แต่ก็ทำได้แค่สะบัดบ๊อบหันหลังหนี
“แล้วไม่กินข้าวหรือไง”
ชายหนุ่มที่ยังไม่รู้ตัวว่าความงอนมันคูณสองไปแล้วเอ่ยถาม ขณะที่น้องสาวเดินปึงปังไปเปิดประตูรั้วบ้าน
“ไม่กิน ไม่หิว”
“เดี๋ยวพี่เลี้ยง”
มะปรางไม่ตอบ ทำได้แค่ก้มค้นหากุญแจบ้านในกระเป๋าสะพาย
แม่นะแม่ จะรีบล็อคบ้านอะไรขนาดนี้ก็ไม่รู้
“ผัดผักบุ้งไหม”
“...”
“ไข่เจียวหมูสับ”
“...”
“ผัดผงกะหรี่”
“...”
“ปากเป็ดทอด”
เออ! ไม่หาแม่งแล้ว
เด็กสาวละความพยายามในการหากุญแจบ้านเพราะสมาธิมันหลุดไปตั้งแต่ผัดผักบุ้ง
ร่างเล็กหมุนตัวกลับ เดินย่ำเท้าหนักกลับมาหาโซนิคคันเก่าและก้าวขึ้นซ้อนพี่ชายในทันที
“ถ้าไปร้านไม่อร่อยจะงอนให้”
ชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ
“นี่มึงยังไม่งอนเหรอ”
สิ้นเสียงนั้นมือเล็กก็ฟาดลงที่หลังของเขา
“รีบไปดิ๊!”
#บันทึัของีเสิร์ฟ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??