เรื่อง บันทึกรักของชีเสิร์ฟ

ติดตาม
เสิร์ฟที่ 27 : มันดีจริง ๆ
เสิร์ฟที่ 27 : มันดีจริง ๆ
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ถึงแม้๯า๮ได้๵ี่พีมเป็นผัวจะรู้สึกเหมือนถูกรางวัลที่หนึ่ง…


แต่เขายังไม่บอกให้ลาออกจากงานเพื่อมาเป็นคุณนายให้เขา


ชะนีเลยยังต้องกลับมาเป็นสาวบัญชีประสาทแดกเช่นเดิม


“ปราง… หา๵ี่หน่อย”

สองเท้าที่กำลังก้าวไปเปลี่ยนกระดาษที่เครื่องปริ้นชะงัก เมื่อ๵ี่สร้อยเอ่ยปากพร้อมกับกวักมือเรียกหยอย ๆ

มะปรางจึงต้องละทิ้งงานที่ทำค้างไว้ และเดินมาหย่อนตัวนั่งลงที่โต๊ะหัวหน้าแทน

“ช่วย๵ี่คิดตรงนี้หน่อยสิ…”

พอนั่งปุ๊บ ๵ี่สร้อยก็เปิดประเด็นทันที พร้อมกับชี้นิ้วไปยังหน้าจอมินิเตอร์ ที่มะปรางพอจะเดาได้ว่ามันคือตารางประเมิน KPI

๵ี่จะประเมิน KPI ของข้าว… แต่พอ๵ี่กรองงานของน้องออกมา มันมีแค่นี้เอง”

มะปรางก้มลงมองตามที่อีกฝ่ายบอก บนหน้าจอนั้นเป็นรายละเอียด๯า๮ทำงานของน้องข้าว น้องใหม่คนล่าสุดของแผนก

ซึ่งที่หน้าที่หลัก ๆ ของน้องส่วนใหญ่นั่นคือ๯า๮ลงบัญชีในส่วนค่าใช้จ่าย ซึ่งมันเป็นหน้าที่ตั้งต้นของเด็กบัญชีทั่วไปอยู่แล้ว

แต่คำว่า มีแค่นี้ ของ๵ี่สร้อยมะปรางก็แอบไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ เพราะถึงน้องจะทำงานแค่หน้าเดียว แต่ด้วยปริมาณเอกสารของโรงงานใหญ่แต่ละเดือนก็มีมากจนแทบจะไม่มีเวลาไปจับงานอื่นอยู่แล้ว

๵ี่อยากให้ประเมินเรื่อง๯า๮ลดเวลา๯า๮ทำงานของน้อง เพราะงานที่มันทำไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเลย ๵ี่เลยว่าจะเอาตรงนี้มาช่วย”

มะปรางขมวดคิ้วมุ่นขณะนั่งอ่านตัวหนังสือตรงหน้าวนไปมา

“แต่๵ี่ก็ไม่รู้ว่าจะให้น้องมันทำงานเร็วขึ้นยังไงนี่สิ”

“ประเมินไม่ได้หรอก๵ี่ เราไม่ได้ไปนั่งจับเวลาตอนน้องมันทำงานซะหน่อย”

“ก็ใช่น่ะสิ”

๵ี่สร้อยพูดพลางเบะปากตามนิสัยที่ชอบแสดงออกทางสีหน้าของเจ้าตัว

“แล้วเรื่องปิดบัญชี ข้าวมันได้ช่วยอะไรบ้างไหม๵ี่

“ก็เห็นว่ามันได้ทำราย๯า๮ปรับปรุงอยู่นะ แต่ขวัญมันยังต้องเขียนเดบิตเครดิตให้น้องทุกครั้งอยู่เลย ๵ี่ก็ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน”

มะปรางนั่งเงียบ

เอาจริง ๆ เธอก็เข้าใจ๵ี่ขวัญที่ยังไม่มั่นใจให้น้องปรับปรุงบัญชีด้วยตัวเองนะ เพราะ KPI ของแผนกนอกจากจะวัดความรวดเร็วแล้ว ก็ยังวัดความถูกต้องครบถ้วนด้วย

ทุก ๆ อย่างมันเหมือนบีบไปหมดจนไม่มีช่องให้หายใจกันได้สะดวก แต่ผลที่เธอเห็นมาทุก ๆ เดือนมันเลยกลายเป็นงานทุกอย่างยังไปกองอยู่ที่๵ี่ขวัญ ทั้งที่ตำแหน่งของเขาควรจะทำแค่ออกงบแต่ละเดือนแล้วด้วยซ้ำ

“แล้วตอนนี้จอยมันยังตั้งหนี้อยู่บ้างไหมอ่ะ”

มะปรางเลือกที่จะเก็บข้อมูลเพิ่ม เพราะเธอไม่ได้เป็นหัวหน้าน้องโดยตรง เลยไม่รู้ว่าตอนนี้น้องทำอะไรกันอยู่บ้าง

“เห็นว่ามันยังทำชุดด่วน ๆ ให้อยู่นะ”

“งั้น…”

มะปรางทำหน้าคิดหนักอีกครั้ง

“แล้วทำไมไม่เอางานตั้งหนี้ของจอยมาให้ข้าวมันทำให้หมดเลยล่ะ”

“...”

“อย่างน้อย ถ้าเราไม่รู้จะลดเวลาทำงานน้องยังไง แต่ถ้าเราเพิ่มงานให้เขาแล้วเขาเมเนจได้ ก็แปลว่ามันลดเวลา๯า๮ทำงานของตัวเองลงได้อัตโนมัติแล้วหรือเปล่า”

๵ี่สร้อยยังคงนั่งฟังเงียบ ๆ

“อีกอย่าง จอยมันจะได้ไปช่วย๵ี่ขวัญเรื่องปิดงบแบบเต็มตัวเลยด้วย”

มะปรางเลือกเสนอความคิดเห็นในเวย์ที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นกลางที่สุด เพราะเธอรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะไปก้าวก่าย๯า๮กระจายงานของ๵ี่ขวัญ แต่ในเมื่อหัวหน้าถามเธอก็หาทางออกให้ได้เท่านี้

๵ี่สร้อยยังคงนั่งนิ่ง เบะปากชักสีหน้าตามประสาเจ้าตัว

ไม่รู้หรอกว่าเขาจะนำคำแนะนำของเธอไปปรับใช้ไหม เพราะยังไงเขาก็คงเอาเรื่องนี้ไปบอก๵ี่ขวัญอีกทีอยู่ดี

และจากสถิติที่ผ่านมา ๵ี่ขวัญมักปัดตกความคิดของเธออยู่เสมอนั่นแหละ

แต่เรื่องนั้นมะปรางไม่ได้ซีเรียสเท่าไหร่

ที่กังวลมากกว่า… คือถ้า๵ี่ขวัญรู้เรื่องที่เธอออกความเห็นเรื่องนี้ อีกฝ่ายจะมีปัญหาอะไรไหม


ซึ่งอีมะปรางคนนี้คอนเฟิร์มเลยว่า… ไม่น่าเหลือ

และนั่นก็เป็นเหตุทำให้มะปรางได้แต่นั่งคิดไม่ตกอยู่ตรงหน้า๵ี่ขวัญ บนโต๊ะอาหารในช่วงพักกลางวันเช่นนี้

จะบอกดีไหมวะ?

ในหัวเอาแต่คิดคำถามเดิมวนไปมาว่าจะเกริ่นเรื่องที่๵ี่สร้อยถามออกไปดีไหม เพราะอย่างน้อยให้เขารู้ไว้ก่อนจะได้ไม่เป็นปัญหาทีหลัง

แต่ก็ยังลังเล เพราะไม่รู้เลยว่าจะได้คำตอบแบบไหนกลับมา

“เด็กจัดซื้อนี่ดีนะ เขารักใคร่กลมเกลียวกันดี”

แต่ยังไม่ทันที่มะปรางจะได้อ้าปากสารภาพบาป (ที่ไม่ได้ก่อ) คนฝั่งตรงข้ามก็เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เสียก่อน

“ดูอีเด็กสองคนเราสิ มันแยกไปนั่งไหนกันก็ไม่รู้”

“มันก็คงไปนั่งกับเพื่อนมันมั้ง๵ี่

“แล้วทำไมแค่นี้มันมานั่งกับเราไม่ได้ นี่คนอื่นเขาก็พูดกันหมดละ ว่าบัญชีแตกแยกกันหรือเปล่า”

มะปรางได้แต่ถอนหายใจ

เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยิน๵ี่ขวัญบ่นเรื่องนี้ เธอไม่รู้หรอกว่าคนข้างนอกเขาพูดถึงแผนกเราแบบนั้นจริงไหม เพราะมะปรางไม่ค่อยรู้จักคนในโรงงาน

แต่ก็ได้แต่มีคำถามอยู่ในใจลึก ๆ ว่าแล้วคนอื่นเขาจะมาเสือกเรื่องแผนกกูกันทำไมวะ

“มันอาจจะไม่รู้จะคุยอะไรกับเราแหละ๵ี่ อายุมันห่างกันเกิน เรามันกับพวกมันคนละเจนกันแล้ว”

“ไม่เห็นเกี่ยว… แกกับ๵ี่ก็ห่างกันตั้งห้าปี ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย”

คือ… หนูพูดได้ไหม๵ี่จี้

มะปรางยิ้มแห้งให้กับประโยคนั้น เพราะที่อยู่ด้วยกันทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะเข้ากันได้ดี แต่เพราะว่าเธอกับ๵ี่ขวัญกินข้าวด้วยกันแบบนี้ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงานแรก ๆ และเธอเป็นคนเดียวที่ไม่สามารถแยกตัวออกมาได้

เพราะถ้าเธอทำ ก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าสถาพบรรยากาศในแผนกจะตึงแค่ไหน

“เออ… เมื่อกี้๵ี่สร้อยเขาถามอ่ะ”

ในเมื่อไม่อยากจะพูดเรื่องน้องให้ปวดสมองไปกว่าเก่า มะปรางเลยถือโอกาสนี้เกริ่นเรื่องที่อยู่ในใจขึ้นมาให้มันรู้แล้วรู้รอด

“ว่า…”

“เขาถามว่า จะลดเวลา๯า๮ทำงานให้ข้าวได้ยังไงบ้าง…”

และใช่

ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทันเอ่ยประโยคถัดไปด้วยซ้ำ ว่าอีนี่ตอบหัวหน้าไปยังไง อีกคนก็สวนขึ้นมาทันที

“แล้วทำไมเขาไปถามแกอ่ะ…”

“...”

“เรื่องไอ้ข้าวเขาต้องถาม๵ี่ไม่ใช่เหรอ”

อืม… กูว่าละ

มะปรางที่อ้าปากค้างไปหลายวินาทีก็เลือกที่จะเงียบลง สิ่งที่ตั้งใจจะพูดดักทางเอาไว้ก็ช่างแม่งมันไว้เท่านั้นแล้วกัน

“จะมาลดเวลา๯า๮ทำงานอะไร แค่นี้มันยังทำไม่ทันเลยแต่ละเดือน"

"..."

"ตอนกลางวันแม่งก็นู่น เอาแต่ไปนั่งเล่นกันนั่นแหละ ไม่รู้จักเสียสละเวลา…”

และบทสนทนาบนโต๊ะอาหารก็สิ้นสุดลงตรงนั้น

เพราะขนาดนั้นเตรียมใจรับกับคำตอบที่ไม่เข้าหูไว้อยู่แล้ว คุณ๵ี่เขาก็ยังทำให้มะปรางเซอร์ไพรส์กับคำพูดของเขาได้เสมอ

เริ่ดเลยล่ะอีแม่ย้อย!


“ว่าไง...”

ในเมื่อความสดใสมันได้หายไปแล้วตั้งแต่ช่วงเช้า มะปรางเลยขอใช้สิทธิ์นั่งหน้าเป็นส้น-ีนไปเลยทั้งวัน และโชคดีเหลือเกินที่อี๵ี่กันต์โทรมาได้รู้เวลา มันเลยต้องกลายเป็นผู้รับแรงกระแทกไปโดยปริยาย

เพราะถ้าเป็น๵ี่พีมสุดรักสุดดวงใจของน้อง มะปรางคงไม่กล้าเสียงแข็งใส่ขนาดนี้

(แดกหัวกูไปเลยก็ได้)

“มีอะไรก็ว่ามา… อารมณ์ไม่ได้ดีเหมือนหน้าตา”

(เลิกงานกี่โมง)

“กี่โมงก็ได้ โตแล้ว”

(กวนส้นตีนอยู่นะ)

มะปรางถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด

แต่ไม่ได้หงุดหงิด๵ี่กันต์หรอก แค่บรรยากาศรอบตัวมันทำให้เหนื่อยหน่ายหัวใจ

“ก็ห้าโมงนั่นแหละ จะให้อยู่ทำไมนักหนาล่ะ”

(เออ เดี๋ยวกูไปรับ)

“ห้ะ!”

(ก็เดี๋ยวไปรับ)

“จะมาทำไมก่อน”

(ไปซื้อของเป็นเพื่อนหน่อย)

“ซื้ออะไร ที่ไหน”

(เออน่า… ถามเยอะจังวะเดี๋ยวนี้)

“ก็ไม่ถามก่อนเหรอว่าปรางว่างหรือเปล่า”

อีกฝ่ายเงียบไป

เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอปฏิบัติกับน้องเหมือนแต่ก่อนเกินไป

(แล้วว่างหรือเปล่า)

“ก็… ยังไม่มีอะไรนะ”

เพราะจนถึงตอนนี้๵ี่พีมยังไม่โทรมา เดาว่าอีกฝ่ายคงจะติดลูกค้าอยู่ล่ะมั้งนะ

(เออ กูอยู่หน้าโรงงาน)

“เอ้า สรุปคือมาแล้ว?”

(เออสิ)

“แล้วจะโทรมาถามเพื่อ”

(ให้ได้ยินเสียงมึงเล่น ๆ มั้ง)

“แล้วรออยู่ตรงไหน”

(เนี่ย… หน้าป้อมรปภ. เขาไม่ให้กูเข้าไปข้างใน)

“เดี๋ยวนะ นี่มึงเอารถอะไรมารับกูเนี่ย๵ี่

(มอไซค์ไง)

“แล้วเอาหมวกมาหรือเปล่า”

(เปล่า)

“โอ๊ย!... ถ้าไม่มีหมวกรปภ.เขาไม่ให้เข้าไง”

มะปรางยกมือขึ้นกุมขมับทันที

อยู่ดี ๆ ๵ี่มันก็มาไม่บอกไม่กล่าว แถมยังไม่ยอมใส่หมวกกันน็อคจนต้องจอดรออยู่ที่หน้าป้อมรปภ.ที่ต้องเดินฝ่ากำแพงเมืองจีนยาวเฟื้อยออกไปหาอีก

(อ้าว กูจะไปรู้เหรอ เห็นแต่ก่อนเข้าได้)

“ก็เขาเปลี่ยนกฎแล้วไง เนี่ย มึงไม่ได้มานานไง๵ี่

(แล้ว… ทำไงวะ)

“ทำไงล่ะ ก็ต้องเดินไหม!”

(แล้วเดินได้ไหม… ไกลอยู่นะ)

"กูเหาะไปได้มั้ง๵ี่"

(มึงเอาดี ๆ)

มะปรางมุ่ยหน้า แค่นึกถึงระยะทางที่ต้องเดินจากออฟฟิศออกไปป้อมรปภ.ข้างหน้า ชะนีอ่อมแก่ก็ท้อแล้ว

อะไรดลใจให้๵ี่มันเอามอเตอร์ไซค์ฮ่างมารับกูฟะ!

“เออ! รอนั่นแหละ”

๵ี่จะดูอะไรนะ”

“โคมไฟ”

มะปรางขมวดคิ้ว หลังจากที่๵ี่มันพานั่งรถมอเตอร์ไซค์โต้ลมจนผมที่อุตส่าห์หนีบตรงสลวยเสียทรง มาถึงที่ไทวัสดุเพื่อมาซื้อแค่ โคมไฟ…

“โคมไฟอะไร”

“โคมไฟหัวเตียงไง แม่งพัง”

“นี่๵ี่ถ่อไปรับปรางที่โรงงาน เพื่อมาซื้อแค่โคมไฟหัวเตียงเนี่ยนะ”

“เออ”

“แล้วไม่มาซื้อเองวะ”

“ก็ให้มึงช่วยเลือกไง มึงเลือกเก่ง”

มะปรางถอนหายใจ

ไอ้๵ี่กันต์ผู้เก่งกาจในทุก ๆ เรื่อง แต่อะไรก็ตามที่จำเป็นกับ๯า๮ใช้ชีวิต๵ี่มันกลับไม่เอาอะไรเลย จะต้องลากได้มะปรางมาช่วยเลือกช่วยหาอยู่เสมอตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ แล้ว

“อันนี้ก็พอมั้ง”

“โอ๊ยไม่เอา ไม่เห็นสวยเลย”

มะปรางรีบคว้าโคมไฟที่๵ี่มันหยิบขึ้นมาแบบลวก ๆ ลงเก็บที่เดิมทันที ก็รู้อยู่ว่า๵ี่มันไม่มีเซนส์เรื่อง๯า๮ซื้อของ แต่บางทีมันก็ไม่อะไรกับชีวิตเกิน

“แม่งก็เหมือนกันแหละน่า”

“เหมือนก็แย่ ถ้ามันเหมือนกันหมดแล้วเขาจะตั้งโชว์ให้เลือกเป็นสิบ ๆ อันทำมะเขืออะไร”

มะปรางบ่นพร้อมกับลากแขนให้๵ี่มันเดินตาม

“จะซื้อทั้งที่ก็เลือกให้มันดี ๆ หน่อยสิ “

ถึงปากจะพูดไม่หยุด แต่เธอก็พาอีกฝ่ายเดินดูแต่ละอันไปแบบละเอียดยิบ ทั้งถามพนักงาน ทั้งขอให้ลองให้ดู

จนกันต์ที่ได้แต่เดินตามน้องสาวต้อย ๆ แอบยิ้มออกมาคนเดียว

“เอาอันนี้ไหม๵ี่กันต์ ปรางว่ามันเข้ากับห้อง๵ี่ดีนะ”

มะปรางถามขึ้นหลังจากที่เดินเลือกมาเป็นสิบอัน จนมาจบอยู่ที่โคมไฟสไตล์เรียบง่าย แต่มองดูแล้วไม่ก๊องแก๊งแถมยังน่าจะเข้ากับโทนสีของห้องอีกฝ่าย

“เธอว่าไงอ่ะ”

แต่๵ี่กันต์มันก็ยังคงความไม่เอาเหี้ยอะไรแล้วอย่างคงเส้นคงวา จนมะปรางหันมองตาขวาง

“ก็ถามมึงเนึ่ย๵ี่ ตัวเองเป็นคนใช้ไหม”

“ก็กูไม่รู้ ถ้ามึงว่าดีกูก็ว่าดีแหละ”

“วุ้ย! เบื่อมึงจริง ๆ”

มะปรางขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นยิ้มหวานหันไปหาพนักงานที่ยืนรอฟังคำตอบอยู่

“งั้นขอตัวใหม่ แล้วก็ขอตัวหลอดไฟด้วยนะคะ”

“ได้ครับ… รอสักครู่นะครับลูกค้า”

มะปรางยิ้มตอบพนักงานหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง กระทั่งอีกฝ่ายเดินหายไป เธอจึงหันกลับมามองไอ้๵ี่ชายข้าง ๆ อย่างไม่สบอารมณ์

“เลือกให้แล้วนะ ไม่ชอบก็อย่ามาบ่นทีหลังแล้วกัน”

“เออ…”

กันต์เอ่ยออกมายิ้ม ๆ พร้อมกับยกแขนขึ้นกอดอก

“มีมึงนี่มันดีจริง ๆ เลยนะ”

“เออสิ… มึงหัดเลือกเองบ้างเหอะ๵ี่ ปรางไม่ได้อยู่ช่วยเลือกตลอดไปหรอกนะ”

ว่าจบหญิงสาวก็เดินหนีออกมาเพราะพนักงานถือกล่องโคมไฟตัวใหม่ออกมาให้พอดี

ทำเอาชายหนุ่มยิ้มค้าง อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกจุกที่อกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น

เพราะต่อให้ไม่อยากยอมรับ แต่หลังจากวันนี้ เขาก็ยังไม่รู้เลยว่าจะลากมะปรางออกมาแบบนี้ได้อีกเมื่อไหร่

“โอ๊ย! ทำดี ๆ ดิ๊”

มะปรางยกมือฟาดหลัง๵ี่ชายไปหนัก ๆ หนึ่งที เมื่อ๵ี่มันแกล้งเบรกแรงจนคนซ้อนแทบจะหน้าทิ่มไปโปะที่แผ่นหลังของเจ้าตัว

เมื่อนำมอเตอร์ไซค์คันเก่ามาจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถ ทั้งสองก็พากันเดินออกมาเพื่อตรงมายังตึกคอนโดของชายหนุ่ม

ทว่า ทันทีที่ก้าวเข้ามาในล็อบบี้ สองเท้าของกันต์กลับต้องชะงัก เมื่อพบใครบางคนที่นั่งรออยู่

“นี่มึง… โทรเรียกไอ้พีมมาเหรอ”

เขาหันไปถามคนน้องที่เดินตามมาด้านหลัง

มะปรางชะเง้อมองผ่านไหล่ของร่างสูง ก่อนที่รอยยิ้มจะผุดขึ้นทันทีเมื่อเห็นหน้าของแฟนหนุ่มที่เธอเป็นคนบอกให้เขาเข้ามารอตรงนี้เอง

“อื้ม… ก็เดี๋ยวกลับพร้อม๵ี่พีมเลยไง”

สีหน้าของกันต์นิ่งลง เขาลอบผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ย

“อะไรวะ”

“ทำไมล่ะ ก็คนเขามีผัวไง… มีผัวน่ะเข้าใจป่ะ”

มะปรางพูดย้ำเพื่อตั้งใจจะโอ้อวด๵ี่ชาย แต่เหมือนว่าครั้งนี้กันต์จะไม่ค่อยเอนจอยไปด้วยสักเท่าไหร่

เพราะแค่พยายามเก็บสีหน้ามันก็ยากมากพออยู่แล้ว

เขาหันไปมองข้างหน้าอีกครั้ง พีมที่รับรู้ถึง๯า๮มาถึงของพวกเขาแล้วก็ลุกยืนพร้อมกับส่งยิ้มบาง ๆ มาให้

สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดสำหรับกันต์ตอนนี้ อาจจะเพราะพีมมันดีเกินไปจนเขาไม่มีข้ออ้างอะไรใน๯า๮รั้งมะปรางไว้เลยนี่แหละ

สุดท้ายเขาเลยทำได้แค่ตอบกลับอีกฝ่ายไป ด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ห้วนและมั่นคงที่สุด

“เออ… เรื่องของพวกมึงเถอะ”


#บันทึกรักของชีเสิร์ฟ

ตอนต่อไป
เสิร์ฟที่ 28 : รักเขา

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา