เรื่อง บันทึกรักของชีเสิร์ฟ
ถึงแม้าได้ี่พีมเป็นผัวจะรู้สึกเหมือนถูกรางวัลที่หนึ่ง…
แต่เขายังไม่บอกให้ลาออกจากงานเพื่อมาเป็นคุณนายให้เขา
ชะนีเลยยังต้องกลับมาเป็นสาวบัญชีประสาทแดกเช่นเดิม
“ปราง… หาี่หน่อย”
สองเท้าที่กำลังก้าวไปเปลี่ยนกระดาษที่เครื่องปริ้นชะงัก เมื่อี่สร้อยเอ่ยปากพร้อมกับกวักมือเรียกหยอย ๆ
มะปรางจึงต้องละทิ้งงานที่ทำค้างไว้ และเดินมาหย่อนตัวนั่งลงที่โต๊ะหัวหน้าแทน
“ช่วยี่คิดตรงนี้หน่อยสิ…”
พอนั่งปุ๊บ ี่สร้อยก็เปิดประเด็นทันที พร้อมกับชี้นิ้วไปยังหน้าจอมินิเตอร์ ที่มะปรางพอจะเดาได้ว่ามันคือตารางประเมิน KPI
“ี่จะประเมิน KPI ของข้าว… แต่พอี่กรองงานของน้องออกมา มันมีแค่นี้เอง”
มะปรางก้มลงมองตามที่อีกฝ่ายบอก บนหน้าจอนั้นเป็นรายละเอียดาทำงานของน้องข้าว น้องใหม่คนล่าสุดของแผนก
ซึ่งที่หน้าที่หลัก ๆ ของน้องส่วนใหญ่นั่นคือาลงบัญชีในส่วนค่าใช้จ่าย ซึ่งมันเป็นหน้าที่ตั้งต้นของเด็กบัญชีทั่วไปอยู่แล้ว
แต่คำว่า มีแค่นี้ ของี่สร้อยมะปรางก็แอบไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ เพราะถึงน้องจะทำงานแค่หน้าเดียว แต่ด้วยปริมาณเอกสารของโรงงานใหญ่แต่ละเดือนก็มีมากจนแทบจะไม่มีเวลาไปจับงานอื่นอยู่แล้ว
“ี่อยากให้ประเมินเรื่องาลดเวลาาทำงานของน้อง เพราะงานที่มันทำไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเลย ี่เลยว่าจะเอาตรงนี้มาช่วย”
มะปรางขมวดคิ้วมุ่นขณะนั่งอ่านตัวหนังสือตรงหน้าวนไปมา
“แต่ี่ก็ไม่รู้ว่าจะให้น้องมันทำงานเร็วขึ้นยังไงนี่สิ”
“ประเมินไม่ได้หรอกี่ เราไม่ได้ไปนั่งจับเวลาตอนน้องมันทำงานซะหน่อย”
“ก็ใช่น่ะสิ”
ี่สร้อยพูดพลางเบะปากตามนิสัยที่ชอบแสดงออกทางสีหน้าของเจ้าตัว
“แล้วเรื่องปิดบัญชี ข้าวมันได้ช่วยอะไรบ้างไหมี่”
“ก็เห็นว่ามันได้ทำรายาปรับปรุงอยู่นะ แต่ขวัญมันยังต้องเขียนเดบิตเครดิตให้น้องทุกครั้งอยู่เลย ี่ก็ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน”
มะปรางนั่งเงียบ
เอาจริง ๆ เธอก็เข้าใจี่ขวัญที่ยังไม่มั่นใจให้น้องปรับปรุงบัญชีด้วยตัวเองนะ เพราะ KPI ของแผนกนอกจากจะวัดความรวดเร็วแล้ว ก็ยังวัดความถูกต้องครบถ้วนด้วย
ทุก ๆ อย่างมันเหมือนบีบไปหมดจนไม่มีช่องให้หายใจกันได้สะดวก แต่ผลที่เธอเห็นมาทุก ๆ เดือนมันเลยกลายเป็นงานทุกอย่างยังไปกองอยู่ที่ี่ขวัญ ทั้งที่ตำแหน่งของเขาควรจะทำแค่ออกงบแต่ละเดือนแล้วด้วยซ้ำ
“แล้วตอนนี้จอยมันยังตั้งหนี้อยู่บ้างไหมอ่ะ”
มะปรางเลือกที่จะเก็บข้อมูลเพิ่ม เพราะเธอไม่ได้เป็นหัวหน้าน้องโดยตรง เลยไม่รู้ว่าตอนนี้น้องทำอะไรกันอยู่บ้าง
“เห็นว่ามันยังทำชุดด่วน ๆ ให้อยู่นะ”
“งั้น…”
มะปรางทำหน้าคิดหนักอีกครั้ง
“แล้วทำไมไม่เอางานตั้งหนี้ของจอยมาให้ข้าวมันทำให้หมดเลยล่ะ”
“...”
“อย่างน้อย ถ้าเราไม่รู้จะลดเวลาทำงานน้องยังไง แต่ถ้าเราเพิ่มงานให้เขาแล้วเขาเมเนจได้ ก็แปลว่ามันลดเวลาาทำงานของตัวเองลงได้อัตโนมัติแล้วหรือเปล่า”
ี่สร้อยยังคงนั่งฟังเงียบ ๆ
“อีกอย่าง จอยมันจะได้ไปช่วยี่ขวัญเรื่องปิดงบแบบเต็มตัวเลยด้วย”
มะปรางเลือกเสนอความคิดเห็นในเวย์ที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นกลางที่สุด เพราะเธอรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะไปก้าวก่ายากระจายงานของี่ขวัญ แต่ในเมื่อหัวหน้าถามเธอก็หาทางออกให้ได้เท่านี้
ี่สร้อยยังคงนั่งนิ่ง เบะปากชักสีหน้าตามประสาเจ้าตัว
ไม่รู้หรอกว่าเขาจะนำคำแนะนำของเธอไปปรับใช้ไหม เพราะยังไงเขาก็คงเอาเรื่องนี้ไปบอกี่ขวัญอีกทีอยู่ดี
และจากสถิติที่ผ่านมา ี่ขวัญมักปัดตกความคิดของเธออยู่เสมอนั่นแหละ
แต่เรื่องนั้นมะปรางไม่ได้ซีเรียสเท่าไหร่
ที่กังวลมากกว่า… คือถ้าี่ขวัญรู้เรื่องที่เธอออกความเห็นเรื่องนี้ อีกฝ่ายจะมีปัญหาอะไรไหม
ซึ่งอีมะปรางคนนี้คอนเฟิร์มเลยว่า… ไม่น่าเหลือ
และนั่นก็เป็นเหตุทำให้มะปรางได้แต่นั่งคิดไม่ตกอยู่ตรงหน้าี่ขวัญ บนโต๊ะอาหารในช่วงพักกลางวันเช่นนี้
จะบอกดีไหมวะ?
ในหัวเอาแต่คิดคำถามเดิมวนไปมาว่าจะเกริ่นเรื่องที่ี่สร้อยถามออกไปดีไหม เพราะอย่างน้อยให้เขารู้ไว้ก่อนจะได้ไม่เป็นปัญหาทีหลัง
แต่ก็ยังลังเล เพราะไม่รู้เลยว่าจะได้คำตอบแบบไหนกลับมา
“เด็กจัดซื้อนี่ดีนะ เขารักใคร่กลมเกลียวกันดี”
แต่ยังไม่ทันที่มะปรางจะได้อ้าปากสารภาพบาป (ที่ไม่ได้ก่อ) คนฝั่งตรงข้ามก็เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เสียก่อน
“ดูอีเด็กสองคนเราสิ มันแยกไปนั่งไหนกันก็ไม่รู้”
“มันก็คงไปนั่งกับเพื่อนมันมั้งี่”
“แล้วทำไมแค่นี้มันมานั่งกับเราไม่ได้ นี่คนอื่นเขาก็พูดกันหมดละ ว่าบัญชีแตกแยกกันหรือเปล่า”
มะปรางได้แต่ถอนหายใจ
เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินี่ขวัญบ่นเรื่องนี้ เธอไม่รู้หรอกว่าคนข้างนอกเขาพูดถึงแผนกเราแบบนั้นจริงไหม เพราะมะปรางไม่ค่อยรู้จักคนในโรงงาน
แต่ก็ได้แต่มีคำถามอยู่ในใจลึก ๆ ว่าแล้วคนอื่นเขาจะมาเสือกเรื่องแผนกกูกันทำไมวะ
“มันอาจจะไม่รู้จะคุยอะไรกับเราแหละี่ อายุมันห่างกันเกิน เรามันกับพวกมันคนละเจนกันแล้ว”
“ไม่เห็นเกี่ยว… แกกับี่ก็ห่างกันตั้งห้าปี ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย”
คือ… หนูพูดได้ไหมี่จี้
มะปรางยิ้มแห้งให้กับประโยคนั้น เพราะที่อยู่ด้วยกันทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะเข้ากันได้ดี แต่เพราะว่าเธอกับี่ขวัญกินข้าวด้วยกันแบบนี้ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงานแรก ๆ และเธอเป็นคนเดียวที่ไม่สามารถแยกตัวออกมาได้
เพราะถ้าเธอทำ ก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าสถาพบรรยากาศในแผนกจะตึงแค่ไหน
“เออ… เมื่อกี้ี่สร้อยเขาถามอ่ะ”
ในเมื่อไม่อยากจะพูดเรื่องน้องให้ปวดสมองไปกว่าเก่า มะปรางเลยถือโอกาสนี้เกริ่นเรื่องที่อยู่ในใจขึ้นมาให้มันรู้แล้วรู้รอด
“ว่า…”
“เขาถามว่า จะลดเวลาาทำงานให้ข้าวได้ยังไงบ้าง…”
และใช่
ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทันเอ่ยประโยคถัดไปด้วยซ้ำ ว่าอีนี่ตอบหัวหน้าไปยังไง อีกคนก็สวนขึ้นมาทันที
“แล้วทำไมเขาไปถามแกอ่ะ…”
“...”
“เรื่องไอ้ข้าวเขาต้องถามี่ไม่ใช่เหรอ”
อืม… กูว่าละ
มะปรางที่อ้าปากค้างไปหลายวินาทีก็เลือกที่จะเงียบลง สิ่งที่ตั้งใจจะพูดดักทางเอาไว้ก็ช่างแม่งมันไว้เท่านั้นแล้วกัน
“จะมาลดเวลาาทำงานอะไร แค่นี้มันยังทำไม่ทันเลยแต่ละเดือน"
"..."
"ตอนกลางวันแม่งก็นู่น เอาแต่ไปนั่งเล่นกันนั่นแหละ ไม่รู้จักเสียสละเวลา…”
และบทสนทนาบนโต๊ะอาหารก็สิ้นสุดลงตรงนั้น
เพราะขนาดนั้นเตรียมใจรับกับคำตอบที่ไม่เข้าหูไว้อยู่แล้ว คุณี่เขาก็ยังทำให้มะปรางเซอร์ไพรส์กับคำพูดของเขาได้เสมอ
เริ่ดเลยล่ะอีแม่ย้อย!
“ว่าไง...”
ในเมื่อความสดใสมันได้หายไปแล้วตั้งแต่ช่วงเช้า มะปรางเลยขอใช้สิทธิ์นั่งหน้าเป็นส้น-ีนไปเลยทั้งวัน และโชคดีเหลือเกินที่อีี่กันต์โทรมาได้รู้เวลา มันเลยต้องกลายเป็นผู้รับแรงกระแทกไปโดยปริยาย
เพราะถ้าเป็นี่พีมสุดรักสุดดวงใจของน้อง มะปรางคงไม่กล้าเสียงแข็งใส่ขนาดนี้
(แดกหัวกูไปเลยก็ได้)
“มีอะไรก็ว่ามา… อารมณ์ไม่ได้ดีเหมือนหน้าตา”
(เลิกงานกี่โมง)
“กี่โมงก็ได้ โตแล้ว”
(กวนส้นตีนอยู่นะ)
มะปรางถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด
แต่ไม่ได้หงุดหงิดี่กันต์หรอก แค่บรรยากาศรอบตัวมันทำให้เหนื่อยหน่ายหัวใจ
“ก็ห้าโมงนั่นแหละ จะให้อยู่ทำไมนักหนาล่ะ”
(เออ เดี๋ยวกูไปรับ)
“ห้ะ!”
(ก็เดี๋ยวไปรับ)
“จะมาทำไมก่อน”
(ไปซื้อของเป็นเพื่อนหน่อย)
“ซื้ออะไร ที่ไหน”
(เออน่า… ถามเยอะจังวะเดี๋ยวนี้)
“ก็ไม่ถามก่อนเหรอว่าปรางว่างหรือเปล่า”
อีกฝ่ายเงียบไป
เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอปฏิบัติกับน้องเหมือนแต่ก่อนเกินไป
(แล้วว่างหรือเปล่า)
“ก็… ยังไม่มีอะไรนะ”
เพราะจนถึงตอนนี้ี่พีมยังไม่โทรมา เดาว่าอีกฝ่ายคงจะติดลูกค้าอยู่ล่ะมั้งนะ
(เออ กูอยู่หน้าโรงงาน)
“เอ้า สรุปคือมาแล้ว?”
(เออสิ)
“แล้วจะโทรมาถามเพื่อ”
(ให้ได้ยินเสียงมึงเล่น ๆ มั้ง)
“แล้วรออยู่ตรงไหน”
(เนี่ย… หน้าป้อมรปภ. เขาไม่ให้กูเข้าไปข้างใน)
“เดี๋ยวนะ นี่มึงเอารถอะไรมารับกูเนี่ยี่”
(มอไซค์ไง)
“แล้วเอาหมวกมาหรือเปล่า”
(เปล่า)
“โอ๊ย!... ถ้าไม่มีหมวกรปภ.เขาไม่ให้เข้าไง”
มะปรางยกมือขึ้นกุมขมับทันที
อยู่ดี ๆ ี่มันก็มาไม่บอกไม่กล่าว แถมยังไม่ยอมใส่หมวกกันน็อคจนต้องจอดรออยู่ที่หน้าป้อมรปภ.ที่ต้องเดินฝ่ากำแพงเมืองจีนยาวเฟื้อยออกไปหาอีก
(อ้าว กูจะไปรู้เหรอ เห็นแต่ก่อนเข้าได้)
“ก็เขาเปลี่ยนกฎแล้วไง เนี่ย มึงไม่ได้มานานไงี่”
(แล้ว… ทำไงวะ)
“ทำไงล่ะ ก็ต้องเดินไหม!”
(แล้วเดินได้ไหม… ไกลอยู่นะ)
"กูเหาะไปได้มั้งี่"
(มึงเอาดี ๆ)
มะปรางมุ่ยหน้า แค่นึกถึงระยะทางที่ต้องเดินจากออฟฟิศออกไปป้อมรปภ.ข้างหน้า ชะนีอ่อมแก่ก็ท้อแล้ว
อะไรดลใจให้ี่มันเอามอเตอร์ไซค์ฮ่างมารับกูฟะ!
“เออ! รอนั่นแหละ”
“ี่จะดูอะไรนะ”
“โคมไฟ”
มะปรางขมวดคิ้ว หลังจากที่ี่มันพานั่งรถมอเตอร์ไซค์โต้ลมจนผมที่อุตส่าห์หนีบตรงสลวยเสียทรง มาถึงที่ไทวัสดุเพื่อมาซื้อแค่ โคมไฟ…
“โคมไฟอะไร”
“โคมไฟหัวเตียงไง แม่งพัง”
“นี่ี่ถ่อไปรับปรางที่โรงงาน เพื่อมาซื้อแค่โคมไฟหัวเตียงเนี่ยนะ”
“เออ”
“แล้วไม่มาซื้อเองวะ”
“ก็ให้มึงช่วยเลือกไง มึงเลือกเก่ง”
มะปรางถอนหายใจ
ไอ้ี่กันต์ผู้เก่งกาจในทุก ๆ เรื่อง แต่อะไรก็ตามที่จำเป็นกับาใช้ชีวิตี่มันกลับไม่เอาอะไรเลย จะต้องลากได้มะปรางมาช่วยเลือกช่วยหาอยู่เสมอตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ แล้ว
“อันนี้ก็พอมั้ง”
“โอ๊ยไม่เอา ไม่เห็นสวยเลย”
มะปรางรีบคว้าโคมไฟที่ี่มันหยิบขึ้นมาแบบลวก ๆ ลงเก็บที่เดิมทันที ก็รู้อยู่ว่าี่มันไม่มีเซนส์เรื่องาซื้อของ แต่บางทีมันก็ไม่อะไรกับชีวิตเกิน
“แม่งก็เหมือนกันแหละน่า”
“เหมือนก็แย่ ถ้ามันเหมือนกันหมดแล้วเขาจะตั้งโชว์ให้เลือกเป็นสิบ ๆ อันทำมะเขืออะไร”
มะปรางบ่นพร้อมกับลากแขนให้ี่มันเดินตาม
“จะซื้อทั้งที่ก็เลือกให้มันดี ๆ หน่อยสิ “
ถึงปากจะพูดไม่หยุด แต่เธอก็พาอีกฝ่ายเดินดูแต่ละอันไปแบบละเอียดยิบ ทั้งถามพนักงาน ทั้งขอให้ลองให้ดู
จนกันต์ที่ได้แต่เดินตามน้องสาวต้อย ๆ แอบยิ้มออกมาคนเดียว
“เอาอันนี้ไหมี่กันต์ ปรางว่ามันเข้ากับห้องี่ดีนะ”
มะปรางถามขึ้นหลังจากที่เดินเลือกมาเป็นสิบอัน จนมาจบอยู่ที่โคมไฟสไตล์เรียบง่าย แต่มองดูแล้วไม่ก๊องแก๊งแถมยังน่าจะเข้ากับโทนสีของห้องอีกฝ่าย
“เธอว่าไงอ่ะ”
แต่ี่กันต์มันก็ยังคงความไม่เอาเหี้ยอะไรแล้วอย่างคงเส้นคงวา จนมะปรางหันมองตาขวาง
“ก็ถามมึงเนึ่ยี่ ตัวเองเป็นคนใช้ไหม”
“ก็กูไม่รู้ ถ้ามึงว่าดีกูก็ว่าดีแหละ”
“วุ้ย! เบื่อมึงจริง ๆ”
มะปรางขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นยิ้มหวานหันไปหาพนักงานที่ยืนรอฟังคำตอบอยู่
“งั้นขอตัวใหม่ แล้วก็ขอตัวหลอดไฟด้วยนะคะ”
“ได้ครับ… รอสักครู่นะครับลูกค้า”
มะปรางยิ้มตอบพนักงานหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง กระทั่งอีกฝ่ายเดินหายไป เธอจึงหันกลับมามองไอ้ี่ชายข้าง ๆ อย่างไม่สบอารมณ์
“เลือกให้แล้วนะ ไม่ชอบก็อย่ามาบ่นทีหลังแล้วกัน”
“เออ…”
กันต์เอ่ยออกมายิ้ม ๆ พร้อมกับยกแขนขึ้นกอดอก
“มีมึงนี่มันดีจริง ๆ เลยนะ”
“เออสิ… มึงหัดเลือกเองบ้างเหอะี่ ปรางไม่ได้อยู่ช่วยเลือกตลอดไปหรอกนะ”
ว่าจบหญิงสาวก็เดินหนีออกมาเพราะพนักงานถือกล่องโคมไฟตัวใหม่ออกมาให้พอดี
ทำเอาชายหนุ่มยิ้มค้าง อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกจุกที่อกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น
เพราะต่อให้ไม่อยากยอมรับ แต่หลังจากวันนี้ เขาก็ยังไม่รู้เลยว่าจะลากมะปรางออกมาแบบนี้ได้อีกเมื่อไหร่
“โอ๊ย! ทำดี ๆ ดิ๊”
มะปรางยกมือฟาดหลังี่ชายไปหนัก ๆ หนึ่งที เมื่อี่มันแกล้งเบรกแรงจนคนซ้อนแทบจะหน้าทิ่มไปโปะที่แผ่นหลังของเจ้าตัว
เมื่อนำมอเตอร์ไซค์คันเก่ามาจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถ ทั้งสองก็พากันเดินออกมาเพื่อตรงมายังตึกคอนโดของชายหนุ่ม
ทว่า ทันทีที่ก้าวเข้ามาในล็อบบี้ สองเท้าของกันต์กลับต้องชะงัก เมื่อพบใครบางคนที่นั่งรออยู่
“นี่มึง… โทรเรียกไอ้พีมมาเหรอ”
เขาหันไปถามคนน้องที่เดินตามมาด้านหลัง
มะปรางชะเง้อมองผ่านไหล่ของร่างสูง ก่อนที่รอยยิ้มจะผุดขึ้นทันทีเมื่อเห็นหน้าของแฟนหนุ่มที่เธอเป็นคนบอกให้เขาเข้ามารอตรงนี้เอง
“อื้ม… ก็เดี๋ยวกลับพร้อมี่พีมเลยไง”
สีหน้าของกันต์นิ่งลง เขาลอบผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ย
“อะไรวะ”
“ทำไมล่ะ ก็คนเขามีผัวไง… มีผัวน่ะเข้าใจป่ะ”
มะปรางพูดย้ำเพื่อตั้งใจจะโอ้อวดี่ชาย แต่เหมือนว่าครั้งนี้กันต์จะไม่ค่อยเอนจอยไปด้วยสักเท่าไหร่
เพราะแค่พยายามเก็บสีหน้ามันก็ยากมากพออยู่แล้ว
เขาหันไปมองข้างหน้าอีกครั้ง พีมที่รับรู้ถึงามาถึงของพวกเขาแล้วก็ลุกยืนพร้อมกับส่งยิ้มบาง ๆ มาให้
สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดสำหรับกันต์ตอนนี้ อาจจะเพราะพีมมันดีเกินไปจนเขาไม่มีข้ออ้างอะไรในารั้งมะปรางไว้เลยนี่แหละ
สุดท้ายเขาเลยทำได้แค่ตอบกลับอีกฝ่ายไป ด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ห้วนและมั่นคงที่สุด
“เออ… เรื่องของพวกมึงเถอะ”
#บันทึกรักของชีเสิร์ฟ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??