เรื่อง เซียนดาบ เกมเมอร์ทะลุมิติ
เมื่อเ็ปรากฏการณ์ิปินี้ ี่หยวนใจหายวาบ เขารีบยันพื้นลุกพรวดขึ้นมาทันที
"เกิดอะไรขึ้นครับ ี่หยวนซัง!" น้ำเสียงของซากาโมโตะ ทาโร่แหบพร่าแะเหนื่อยล้าถึงขีดสุด
ี่หยวนไม่ตอบ เขาหันขวับกลับไปมองด้านหลังตามสัญชาตญาณ
ท่ามกลางความมืดมิด พงหญ้าที่พลิ้วไหวตามสายลมซุกซ่อนเงาดำทะมึนนับไม่ถ้วนเอาไว้ ความหนาวเยือกแล่นพล่านจากกระดูกสันหลังจนเขาสั่นสะท้าน
พวกซากาโมโตะ ทาโร่พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น ท่ามกลางความมืดมิด จู่ ๆ เสียงร่ายคาถาทุ้มต่ำสุดโกลาหลก็ดังกึกก้อง
ประกายแสงสีเลือดวูบวาบขึ้นกลางดงหญ้า เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ราวกับหิ่งห้อย ก่อนขยายวงกว้างอย่างบ้าคลั่ง แผ่รัศมีสังหารสีแดงฉาน... ราวกับดวงจันทร์สีเลือดบนท้องฟ้าไม่มีผิด!
"หนี... ไป!" ี่หยวนเค้นเสียงผ่านไรฟันที่สั่นระริก
ทุกคนกัดฟันลุกขึ้นยืน แต่พอเ็แสงสีเลือดสาดส่องไปทั่วทุกสารทิศ ใบหน้าของพวกเขาพลันซีดเผือดไร้สีเลือด
ตูมมม!
สิ้นเสียงระเบิดกึกก้อง แสงสีแดงในความมืดพลันแปรเปลี่ยนเป็นลูกไฟลุกโชนเด่นกลางอากาศ ส่องสว่างให้เ็กองทัพเงาดำน่าสยดสยองที่เรียงรายกันมืดฟ้ามัวดิน!
"วิ่งเร็ว!" ี่หยวนดึงสติกลับมาได้พร้อมแผดเสียงลั่น
แต่มันสายเกินไป! ลูกไฟลุกโชนล็อกเป้าหมายมาที่พวกเขา เมื่อพยางค์สุดท้ายของการร่ายเวทสิ้นสุดลง -่าฝนลูกไฟระอุเดือดก็นับไม่ถ้วนพุ่งทะลวงเข้าใส่ ถักทอเป็นตาข่ายเพลิงมรณะปิดตายทุกเส้นทางหนี!
ร่างของี่หยวนหนักอึ้งราวกับถูกเทตะกั่วทับไว้ เขาทำได้เพียงเบิกตากว้าง จ้องมองมัจจุราชสีเพลิงที่พุ่งเ้าาใกล้ในระยะเผาขน
ห้วงความคิดหยุดชะงัก รูม่านตาขยายกว้างด้วยความสิ้นหวัง
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! จอมดาบโซลอนมาถึงแล้ว! พวกสัตว์ประหลาดอย่าได้กำเริบเสิบสาน!" เี้วินาทีที่ทุกคนคิดว่านี่คือจุดจบ จู่ ๆ เสียงัเราะห้าวหาญที่แฝงความเบียวก็ดังกึกก้องมาจากด้านหลัง!
ฟุ่บ!
พายุคลั่งสายหนึ่งกรรโชกผ่านร่างพวกเขาไป ปรากฏร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะเงินขลิบทองทะยานเ้าายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าราวกับภูตผี พร้อมดาบยักษ์เล่มโตในมือ!
ชายร่างยักษ์ตวัดดาบใหญ่ในมืออย่างง่ายดาย
วิ้งงง!
คมดาบส่งเสียงสั่นสะเทือนกึกก้องกังวานสะท้อนแสงจันทร์
วินาทีที่-่าฝนลูกไฟกำลังจะกลืนกินร่าง คลื่นพายุคลั่งก็ระเบิดออกจากการตวัดดาบของชายร่างยักษ์!
ฟู่บบบ!
เพียงแรงอัดอากาศจากการตวัดดาบครั้งเดียว ทะเลเพลิงที่ปกคลุมทั่วฟ้าพลันถูกกวาดล้างดับมอดลงในพริบตา!
กองทัพก็อบลินนักเวทในพงหญ้าถึงกับเบิกตาโพลง ขากรรไกรค้างจนน้ำลายยืด ราวกับถูกใครบีบคอจนเปล่งเสียงไม่ออก
ในสายตาของพวกมัน ชายร่างยักษ์ที่มีขนสีน้ำตาลแดงครึ้มเต็มใบหน้าผู้นี้... น่าเกรงขามแะทรงพลังไม่ต่างจากเทพสงครามที่ค้ำยันสวรรค์!
"เหอะ! ยังไม่รีบไสัไปอีก!" ชายร่างยักษ์แผดเสียงตวาดลั่น
พวกก็อบลินนักเวทสะดุ้งเฮือก หลุดจากอาการช็อก พวกมันแหกปากร้องลั่นโวยวาย ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีตายกันอย่างลนลาน!
เป็นสปีดนรกแตก... ชนิดที่ี่หยวนไม่เคยเ็พวกมันสับขาไวขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
บางตัวถึงขั้นวิ่งสะดุดชายเสื้อคลุมล้มคะมำหน้าทิ่มดิน แต่เกียรติยศความเป็นนักเวทชั้นสูงแห่งเผ่าก็อบลินถูกโยนทิ้งถังขยะไปแล้ว พวกมันตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาวิ่งตีนผีหนีตายราวกับบินได้
เมื่อเ็พวกก็อบลินวิ่งหนีหางจุกตูด ชายร่างยักษ์ถือดาบก็หันกลับมา เขาระเบิดเสียงัเราะดังกัมปนาทราวกับฟ้าร้อง "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าพวกตัวเล็ก ไม่เป็นอะไรกันใช่ไหม?"
"เอ่อ... ครับ!" ี่หยวนพยักหน้าตอบอย่างตะกุกตะกัก
ชายตรงหน้ามีมัดกล้ามบึกบึน คิ้วเข้มตาโต แผ่กลิ่นอายลูกผู้ชายชาตรีเต็มขั้น แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะซกมกหรือตั้งใจ ขนสีน้ำตาลแดงหนาทึบถึงได้ขึ้นรกครึ้มปกปิดใบหน้าไปกว่าครึ่ง เมื่อผสมกับเสียงัเราะกัมปนาทเมื่อครู่ คำสั้น ๆ คำเดียวก็ผุดขึ้นมาในัี่หยวนทันที... หมีสีน้ำตาลในร่างมนุษย์...
"ทำได้ไม่เลว! ยืนหยัดรอดมาได้จากการโดนฝูงก็อบลินนับไม่ถ้วนรุมทึ้งขนาดนี้!" ชายร่างหมีเหลือบมองกระดูกนิ้วก็อบลินที่ดรอปเกลื่อนพื้น พลางพยักหน้าชื่นชม
"ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ!" เจอคำชมกะทันหัน ี่หยวนก็แอบเขินจนต้องเกาัแกรก ๆ
เมื่อกี้ลุงเพิ่งยืนนิ่งรับห่าฝนลูกไฟโดยไม่ได้ออกดาบด้วยซ้ำ... ไม่สิ ดาบถูกฟันออกไปแล้วแน่ ๆ แต่เร็วจนตามองไม่ทันต่างหาก!
พอคิดได้แบบนั้น ี่หยวนก็เหลือบมองดาบยักษ์ไซซ์มหึมาในมืออีกฝ่ายจนมุมปากกระตุก
ขืนเป็นน้ำหนักดาบเล่มนี้ ฉันคงยกไม่ขึ้นด้วยซ้ำมั้ง? ี่หยวนลอบกลืนน้ำลาย จากประสบการณ์ตอนทดสอบเกมทวีปเทียนหยวน ดาบยักษ์ระดับนี้ต้องมีเงื่อนไขสวมใส่ขั้นต่ำอย่างน้อยเลเวลหกสิบ!
นั่นแปลว่าไอ้หมีร่างยักษ์ตรงหน้า... ต้องเป็นยอดมนุษย์เลเวลหกสิบ ขึ้นไปอย่างไม่ต้องสงสัย!
NPC เหรอ? ี่หยวนเริ่มสงสัย แต่ NPC จะโกงได้ถึงขั้นนี้เชียวหรือ? พลังรบระดับนี้มันหลุดกรอบมนุษย์ไปแล้ว!
ถ้าเป็นในโลกจริง ใครที่มีพลังระดับนี้ แค่ตัวคนเดียวก็กวาดล้างกองพันรถถังหุ้มเกราะได้สบาย ๆ!
นี่น่ะเหรอ พลังรบเลเวลหกสิบขึ้นไป... สัตว์ประหลาดชัด ๆ ... ใจี่หยวนสั่นสะท้านไปด้วยความตื่นตะลึง
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาเทิดทูนจากพวกี่หยวน ชายร่างหมีก็ทำหน้าพริ้มอย่างพึงพอใจ สีหน้ากวนโอ๊ยของหมอนั่นเหมือนกำลังตะโกนบอกว่า ชมฉันอีกสิ! อวยฉันให้สุดจัดไปเลย!
รีแอคชันเป็นมนุษย์สุด ๆ จนี่หยวนเผลอคิดว่าอีกฝ่ายคือผู้เล่นที่หลุดเ้าาในเกมเหมือนกัน
ไม่สิ... ต่อให้เอไอจะสมจริงแค่ไหนก็ไม่น่าใช่ พวกเขาไม่อาจมองคนในโลกนี้เป็นแค่ NPC ได้อีกต่อไปแล้ว ทุกคนคือมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อแะจิตวิญญาณเหมือนกัน เพียงแต่เป็นจิตวิญญาณที่ก่อกำเนิดขึ้นในโลกใบนี้เท่านั้น...
พอคิดถึงจุดนี้ คำพูดของฮั่วซือฉีก็แวบเ้าาในัี่หยวน ชวนให้เขาสงสัยขึ้นมาตงิด ๆ ... ตกลงวิญญาณของพวกเรามาจากโลกนี้จริง ๆ หรือเปล่านะ?
"แฮ่ก! แฮ่ก!" ระหว่างที่ความคิดกำลังเตลิด เสียงหอบหายใจรุนแรงก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
ี่หยวนแะพรรคพวกหันขวับไปมอง สิ่งที่พบคือเด็กหนุ่มวัยราวสิบห้าถึงสิบหกปี ในชุดรัดรูปสีดำกำลังยืนเอามือค้ำเข่าหอบแฮ่ก ๆ ปานจะขาดใจ
พอสูดอากาศเข้าปอดได้เฮือกหนึ่ง เขาก็ชูสองนิ้วเป็นสัญลักษณ์ชัยชนะส่งให้ชายร่างยักษ์ "เฮะ ๆ ... อาจารย์ ผมมาถึงเป็นคนแรกครับ!"
"ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย!" ชายร่างหมีส่ายหน้าเอือมระอา "แกอัดแต่ค่าความว่องไวกับความแม่นยำ ลืมอัปค่าพละกำลังอีกแล้วใช่ไหม!"
"เอ๋? อาจารย์รู้ได้ยังไงครับ?" เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกายวิบวับไปด้วยความเทิดทูน
เอ่อ... ทำไมในตาหมอนั่นเหมือนมีดาววิ้ง ๆ เต็มไปหมดเลยฟะ... ี่หยวนลอบขัดใจเงียบ ๆ
"ค่าพละกำลังมันส่งผลโดยตรงต่อค่าความอึด! ถ้าความอึดไม่พอ สภาพแกมันก็หมาหอบแดดแบบนี้นี่แหละ!" ชายร่างหมีเทศนาอย่างเหนื่อยใจ
"ฉันย้ำแกกี่รอบแล้ว ว่าที่นี่มันไม่เหมือนตอนที่พวกแกนั่งเล่นเกมหน้าจอ! จะมาอัปสเตตัสทื่อ ๆ ตามสายอาชีพแบบเมื่อก่อนไม่ได้! สมดุลร่างกายคือสิ่งสำคัญที่สุด..."
ชายร่างหมีบ่นจนน้ำลายแตกฟอง เทศนาลูกศิษย์อย่างออกรส
ทว่าประโยคที่ว่า 'ไม่เหมือนตอนเล่นเกมหน้าจอ' กลับกระแทกหูี่หยวนจัง ๆ จนร่างแข็งทื่อ!
รูม่านตาของเขาหดเกร็ง หรือว่าหมอนี่... จะไม่ใช่ NPC?!
‘เมอร์ลิน หมอนี่... หมอนี่มัน…’ ี่หยวนสื่อสารเข้าไปในอวาลอนด้วยความตื่นตะลึงจนพูดไม่ออก
‘หึหึ! ในฐานะพี่เมอร์ลินผู้หล่อเหลาแะปราดเปรื่อง มีหรือจะเตรียมไพ่ตายเอาไว้แค่ใบเดียว!’ ใบหน้าของเมอร์ลินฉาบไปด้วยรอยยิ้มอวดดีสุดขีด
‘แบบนี้นี่เอง!’ ได้ยินคำยืนยันนั้น ี่หยวนก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
พอนึกถึงตอนที่ต้องเอาชีวิตรอดตัวคนเดียวในโลกที่เต็มไปด้วยวิญญาณต่างมิติ เขาก็แบกรับความกดดันมหาศาล โดยเฉพาะวันนี้ที่เฉียดตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า จิตใต้สำนึกมันคอยแต่จะกระซิบให้เขายอมแพ้... ขอแค่วิ่งหนีหางจุกตูดเอาตัวรอดไปวัน ๆ ก็ดีกว่าตายเปล่าไม่ใช่หรือไง
แต่พอได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของชายคนนี้ แถมยังรู้ว่าเป็นผู้เล่นที่หลุดเ้าาติดในเกมเหมือนกัน ภูเขาที่ทับอกอยู่ก็เหมือนจะถูกยกออกไป พลังใจมหาศาลพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างดุเดือด
ฉันต้องเก่งให้ได้แบบหมอนั่น... โคตรเท่เลยโว้ย! ความทะเยอทะยานในใจี่หยวนลุกโชน ยอดฝีมือไร้เทียมทานที่ตวัดดาบเดียวล้างบางศัตรู มีเด็กหนุ่มคนไหนบ้างจะไม่ใฝ่ฝันถึง!
‘เ็ไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่าอาชีพนักดาบนี่มันเท่สุด ๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ?’ มุมปากของเมอร์ลินยกยิ้มเจ้าเล่ห์ อาศัยจังหวะนี้ป้ายยาเต็มที่
‘เท่สิ! แต่ฉันว่าอัศวินมังกรน่าจะโคตรเท่กว่าเยอะ!’ ี่หยวนสวนกลับ ดับฝันอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น
‘เอ่อ…’ เมอร์ลินถึงกับหน้าแหกจนเถียงไม่ออก"นี่! อาจารย์ คุณวิ่งเร็วเกินไปแล้วนะ!" ระหว่างที่ี่หยวนกำลังเถียงกับเมอร์ลินในใจ เสียงใสแจ๋วเปี่ยมเสน่ห์ของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ
ี่หยวนหันขวับไปมอง หญิงสาวผมลอนสีน้ำตาลคนหนึ่งกำลังเดินลงจากเขาพุ่งตรงมาทางพวกเขา
เธออายุราวยี่สิบสี่ถึงยี่สิบห้าปี รูปร่างสูงโปร่งแะเพรียวบาง ส่วนสูงอย่างน้อยต้องมีหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร ไล่เลี่ยกับี่หยวน แะสูงกว่าหลินเสี่ยวซินพอสมควร
โครงหน้าของเธอสวยเฉี่ยวคมคาย ติ่งหูขาวเนียนประดับด้วยต่างหูทรงกรวยสีเงินสะดุดตา
แต่ความสวยไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุด สิ่งที่เปล่งประกายคือออร่าความห้าวหาญดุดันราวกับหญิงแกร่ง มุมปากของเธอยกยิ้มอย่างเด็ดเดี่ยวแะเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
ใช่แล้ว มั่นใจ... ไม่ใช่ความโอหังแบบหลงตัวเอง... ี่หยวนแอบเสริมในใจ พลันภาพขี้เก๊กของซีโซลก็แวบเ้าาในัทันที
แะหอกเ็้าในมือของเธอก็ยิ่งตอกย้ำออร่าความดุดันนั้นเข้าไปอีก
หอกเหล็กเล่มนั้นคืออาวุธเลเวลห้าเพียงแต่ในร้านอาวุธเมืองดอมไม่มีวางขาย ี่หยวนถึงหาซื้อมาใช้ไม่ได้
ไม่อย่างนั้น ด้วยความคลั่งไคล้ในสายอาชีพอัศวิน เขาคงไปกว้านซื้อหอกเหล็กมาแกว่งเล่นนานแล้ว ถึงแม้ว่าก่อนจะอัปสายอาชีพขั้นสองเพื่อปลดล็อกสกิลความชำนาญอาวุธ การฝึกใช้หอกไปก่อนล่วงหน้าจะไม่มีผลต่อระบบเลยก็ตามที
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! โชคดีนะที่อาจารย์วิ่งไว ไม่งั้นเจ้าพวกตัวเล็กนี่คงโดนย่างเกรียมไปแล้ว!" ชายร่างหมีตบไหล่ี่หยวนดังป้าบ
"พ่อหนุ่มคนนี้หน่วยก้านไม่เลวเลย บึกบึนใช้ได้!" ชายร่างหมีเอ่ยชมซ้ำ
ไม่หรอกครับลุง... เมื่อกี้ผมยังกลัวอยู่เลยว่าโดนตบทีเดียวจะตายคาที่ไหม... ี่หยวนบ่นอุบในใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ทำเพียงส่งยิ้มแห้ง ๆ แล้วเกาัแก้เก้อต่อไป
ในที่สุด ภายใต้แสงจันทร์ เสียงเหยียบหญ้าสวบสาบก็ดังขึ้นอีกระลอก คราวนี้เป็นชายหนุ่มอายุราวสิบแปดถึงสิบเก้าปี รุ่นราวคราวเดียวกับี่หยวนเดินลงมาจากภูเขา
ชายหนุ่มสะพายคันธนูแะลูกศร ทว่าตอนที่ก้าวเ้าาสมทบ เขากลับเงียบขรึมกว่าใครเพื่อน ทำเพียงเงยหน้ามองชายร่างหมีแวบหนึ่งแล้วก้มหน้าลง... เป็นอันจบการทักทายในสไตล์ของเขา
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??