เรื่อง เซียนดาบ เกมเมอร์ทะลุมิติ
หลี่หยวนพุ่งทะยานนำหน้าเป็นคนแรก เขาร่วมกับนักรบสองคนของโถวมู่ปะทะกับบอสฝูงตั๊กแตนทะเลทรายทั้งสามตัวอย่างดุเดือด ขณะที่โถวมู่และนักธนูอีกคนกระหน่ำยิงลูกดอกระเบิดปูพรมเพื่อซื้อเวลาให้พวกเขา
ทันทีที่หมิงหมิงร่ายมนตราคำสุดท้าย ปลายไม้เท้าก็สว่างวาบ เธอชี้ไปทางกลุ่มของหลี่หยวน ร่างของพวกเขาก็เริ่มพร่าเลือนจางหายไปในอากาศ
"เดี๋ยวก่อน!" หลี่หยวนร้องลั่นด้วยความร้อนใจ
"รีบไสหัวไปซะ อย่ามาเป็นตัวถ่วง!" อู๋จื่อตวาดสวนทันควัน
ภายใต้สถานะ 'พรางตัวไร้ร่องรอย' จะไม่สามารถโจมตีได้ หากฝืนปะทะ บัฟจะถูกลบทิ้งทันที การได้รับสถานะนี้จึงเท่ากับถูกบังคับให้ออกาสนามรบ
เมื่อขาดกลุ่มของหลี่หยวนคอยสนับสนุน แรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ปาร์ตี้ของอู๋จื่อและโถวมู่ในชั่วพริบตา
หมิงหมิงกัดฟันร่ายมนตราครั้งที่สอง ทันทีที่สิ้นเสียง โถวมู่ก็หันขวับมาตะโกนลั่น "พวกคุณเอาตัวเองให้รอดเถอะ ไม่ต้องห่วงพวกเรา!"
ทว่าอู๋จื่อเมินคำทัดทานนั้น เธอสั่งให้หมิงหมิงร่ายบัฟพรางตัวใส่กลุ่มของโถวมู่ด้วย ร่างของพวกเขาทั้งสี่จึงค่อย ๆ เลือนหายไปเช่นกัน
บัดนี้ ใจกลางวงล้อมมรณะของกองทัพตั๊กแตน... เหลือเพียงกลุ่มของอู๋จื่อเท่านั้น!
"หึ! ลูกไม้เยอะนักนะ!" ภายในป่าหมอกทมิฬ ชายชุดดำที่เฝ้ามองผ่านกระจกเงาแค่นเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะออกำั่เหี้ยม "สั่งตั๊กแตนรุมทึ้งมันซะ ขยี้ให้แหลก! เสร็จแล้วค่อยไปตามล่าไอ้ 'สหาย' ลึกลับนั่น!"
าการปะทะเมื่อครู่ เขาอ่านออกทะลุปรุโปร่งว่าไอ้สหายลึกลับนั่นกำลังอยู่ในสภาวะอ่อนแอขั้นสุด สมแล้วที่ท่านคุโร่คาดการณ์ไว้ไม่ผิดเพี้ยน
ที่มันบากหน้ามาหาพวกเรา คงเพราะจนตรอกแล้วสินะ... ชายชุดดำลอบยิ้มกริ่ม หัวใจเต้นระรัวด้วยความโลภ หากเขานำ 'เมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้าง' กลับไปถวายได้สำเร็จ ท่านอ้านเย่าจะต้องตบรางวัลให้อย่างงามแน่นอน!
สิ้นำั่ เสียงีหอยสังข์าลูกน้อง้าัก็เปี่จังหวะ าำราบเีบกลายเป็นเสียงกรีดร้องแหลมสูง แฝงจิตสังหารอำมหิตราวกับเสียงกลองรบของกองทัพนับหมื่น
ท่ามกลางสันทรายเดือด กองทัพแมลงที่เคยโจมตีแบบหยั่งเชิง พลันบ้าคลั่งราวกับโดนกระตุ้นด้วยยาโด๊ป พวกมันแปรขบวนทัพฉับพลัน พุ่งทะลวงเข้าใส่กลุ่มอู๋จื่อดุจคมดาบขนาดยักษ์ที่พร้อมสับร่างพวกเธอให้เป็นชิ้น ๆ
โดยมีบอสฝูงตั๊กแตนทะเลทรายทั้งสามตัวพุ่งทะยานนำหน้า ดุจคมหอกสามง่ามที่มุ่งหมายจะฉีกกระชากทุกสิ่ง
"พี่อู๋จื่อ!" หมิงหมิงหวีดร้องสุดเสียง ไม่ใช่แค่เธอ ทว่ากลุ่มหลี่หยวนที่พรางตัวหลุดออกไปแล้วต่างก็หน้าถอดสี พวกเขาง้างตะเกียงไฟเตรียมสาดระเบิดเข้าช่วยเหลือทันที
"อย่าขยับ!"
ในเสี้ยววินาทีเป็นตาย เสียงตวาดกังวานของอู๋จื่อก็ดังแหวกอากาศ เธอพลิกฝ่ามือวูบ เกล็ดมังกรสีเงินยวงเปล่งประกายเจิดจ้าปรากฏขึ้น
โฮก!
พริบตาที่เกล็ดมังกรเผยโฉม เสียงคำรามของมังกรนภาก็ดังกึกก้องกัมปนาท สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนทราย
กองทัพตั๊กแตนทะเลทรายและบอสทั้งสามตัวชะงักกึกราวกับถูกแช่แข็ง แรงกดดันมหาศาลกดทับจนพวกมันปีกอ่อนแรง ร่วงกราวลงมาราวกับ-่าฝนแมลง
"หมิงหมิง! ตอนนี้แหละ!" อู๋จื่อตะโกนสั่งการ เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก เธอสัมผัสได้ว่าพลังกายและมานาในร่างกำลังถูกสูบออกไปอย่างบ้าคลั่ง
โซลอนพูดถูก... ไอเทมระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่ฉันในตอนนี้จะควบคุมได้จริง ๆ... อู๋จื่อกัดฟันกรอดฝืนทน
โชคยังดีที่เธอไม่ต้องรีดเค้นพลังทั้งหมด เพียงแค่ยืม 'กลิ่นอายกดดันของมังกร' มาชั่วอึดใจเพื่อสะกดข่มพวกแมลงกระจอกเหล่านี้เท่านั้น
หมิงหมิงดึงสติกลับมา ริมฝีปากบางร่ายมนตราอย่างรวดเร็ว ถ้อยคำพลิ้วไหวดุจบทเพลงแห่งเวทมนตร์ ปลายไม้เท้าสาดแสงสีนวล และเมื่อคำสุดท้ายเอื้อนเอ่ยจบ ร่างของปาร์ตี้อู๋จื่อทั้งสี่คนก็เลือนหายวับไปกับตา
เมื่อเสียงคำรามของมังกรจางหายไป กองทัพตั๊กแตนก็หลุดาพันธนาการ พวกมันกระพือปีกบินขึ้นฟ้าอีกครั้ง แต่กลับบินวนสะเปะสะปะ สับสนงุนงงเพราะจู่ ๆ เป้าหมายก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"บัดซบเอ๊ย! รอดไปได้งั้นเหรอ!" ลูกน้องชุดดำสบถอย่างหัวเสีย อีกคนรีบลดีลง ภายใต้ฮู้ดดำทะมึน สีหน้าของพวกมันบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
"ร้อนรนไปได้! คิดว่าแค่สกิลพรางตัวกระจอก ๆ จะหนีพ้นเงื้อมมือฉันหรือไง?" ชายชุดดำที่ดูมีตำแหน่งสูงกว่าแสยะยิ้มอำมหิต "หมากที่ฉันแฝงไว้มาหลายปี... ถึงเวลาเดินเกมแล้ว"
มันประกบฝ่ามือเข้าหากัน ริมฝีปากขมุบขมิบท่องมนตราลี้ลับ บรรยากาศรอบกายแผ่ซ่านความชั่วร้ายสุดขีด
บนสันทราย กลุ่มหลี่หยวนกำลังสับเท้าถอยร่นสุดชีวิต หลังโดนซุ่มโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว การล่าถอยไปตั้งหลักคือทางเลือกเดียวที่ฉลาดที่สุดในตอนนี้ ฝืนดันทุรังไปก็มีแต่เอาชีวิตไปทิ้งเปล่า ๆ
ภายใต้บัฟ 'พรางตัวไร้ร่องรอย' สายตาของสิ่งมีชีวิตทั่วไปจะมองไม่เห็นพวกเขา ทว่าผู้ที่ติดสถานะเดียวกันกลับสามารถมองเห็นกันและกันได้อย่างชัดเจน
ขณะที่กำลังวิ่งตะบึง จู่ ๆ ดวงตาของนักธนูคนหนึ่งในปาร์ตี้ของโถวมู่ก็ปรากฏหมอกสีดำจาง ๆ พาดผ่าน เขาค่อย ๆ ชะลอฝีเท้าถอยไปรั้งท้าย อาศัยจังหวะชุลมุนชักลูกศรขึ้นพาดสาย แล้วน้าวจนสุดแรง
‘หลี่หยวน!’
เสียงของเมอร์ลินตวาดลั่นดุจฟ้าผ่าในหัว ภาพนิมิตมรณะฉายวาบขึ้นมาในจิตสำนึก... ภาพของชายคนหนึ่งกำลังง้างธนูเล็งเป้าเจาะกะโหลกเขาา้าั!
สันหลังของหลี่หยวนเย็นวาบดั่งถูกสาดด้วยน้ำแข็ง เขาแผดเสียงลั่น "หมอบลง!!" พร้อมกับกระโจนทิ้งตัวพุ่งหลบไปด้านหน้าสุดแรงเกิด
ฟ้าววว!
ศรเพชฌฆาตพุ่งแหวกอากาศ เฉียดหนังหัวเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด แรงลมกรดที่ปาดผ่านทำเอาหนังศีรษะชาหนึบ
ตูมมม!
ลูกศรพุ่งกระแทกพื้นทรายเบื้องหน้า ระเบิดกึกก้องกัมปนาท เสาทรายขนาดยักษ์พุ่งทะยานเสียดฟ้าคลื่นทรายและฝุ่นควันสาดซัดเข้ากลืนกินร่างของทุกคนจนมิด
“แค่ก ๆ!” หลี่หยวนสำลักฝุ่นทราย เขาม้วนตัวกลางอากาศและดีดตัวลุกขึ้นตั้งหลักอย่างรวดเร็ว
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น ไอ้คนทรยศเอ้อรุ่ย นักธนูที่เคยเล่านิทานเรื่องเมล็ดพันธุ์แห่งการทำลายล้างกลับง้างธนูขึ้นอีกครั้ง และเป้าหมายคราวนี้คือ... หมิงหมิง!
ฟ้าววว!
ลูกศรมรณะพุ่งทะยานดุจสายฟ้าแลบ ฉีกกระชากอากาศพุ่งตรงเข้าหาดวงตาของเด็กสาวอย่างเหี้ยมโหด
"หมิงหมิง!!" เฝ่ยกรีดร้องหน้าซีดเผือด
เด็กสาวเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัวจนก้าวขาไม่ออก
วินาทีที่ความตายกำลังจะมาเยือน เงาร่างหนึ่งก็พุ่งทะยานมาาด้านข้าง กระแทกร่างหมิงหมิงให้ล้มกลิ้งพ้นวิถีมัจจุราช
แคว่ก!
ลูกศรเฉียดไหล่ของร่างนั้นจนชุดขาดวิ่น เลือดสด ๆ สาดกระเซ็น ก่อนที่ลูกศรจะพุ่งไปกระแทกพื้น้าัและระเบิดสนั่นหวั่นไหว
"อู๋อวิ๋น!" อู๋จื่อตื่นตระหนก
ร่างสองร่างกลิ้งทุรนทุรายหลุดออกมาาม่านควัน "ฉัน... ไม่เป็นไร... แค่ก ๆ!"
อู๋อวิ๋นในชุดรัดรูปสีดำบัดนี้ขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าและฝุ่นทราย ส่วนหมิงหมิงที่ถูกปกป้องไว้ใต้ร่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ทว่าดวงตากลมโตกลับเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ร่างกายสั่นเทาด้วยความขวัญเสีย
"เอ้อรุ่ย! แกทำบ้าอะไรวะ!!" โถวมู่แผดเสียงคำรามลั่น ดวงตาแดงก่ำแทบถลนด้วยความโกรธแค้นและสับสน
ทว่าคำตอบที่ได้รับ... คือลูกศรปลิดชีพอีกนัด โถวมู่ใจหล่นวูบ รีบม้วนตัวหลบวิถีศรได้อย่างฉิวเฉียด
ตูมมม!
ทรายระเบิดพุ่งขึ้นฟ้า เศษกรวดและฝุ่นร่วงกราวลงมาดั่ง-่าฝน
"ถุย ๆ!" โถวมู่พ่นทรายออกาปาก ตะโกนด่าทอ "เอ้อรุ่ย! แกบ้าไปแล้วหรือไง! หันอาวุธใส่เพื่อนแบบนี้ อยากติดสถานะ 'ชื่อสีแดง' นักใช่มั้ย!!"
"ไม่... ในหัวของเขา... ไม่มีเสียงความคิดแล้ว!" จู่ ๆ เฝ่ยก็โพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ไม่มีเสียง?" หลี่หยวนหน้าตึง แม้จะไม่เข้าใจกลไก แต่ชัดเจนแล้วว่าพฤติกรรมบ้าเลือดของเอ้อรุ่ยไม่ใช่เจตจำนงของเจ้าตัว หมอนี่กำลังถูกควบคุม!
เอ้อรุ่ยยืนนิ่งไม่ปริปาก ทว่ามุมปากกลับแสยะยิ้มบิดเบี้ยววิปลาส มือของเขาง้างสายธนูเตรียมปลิดชีพเพื่อนร่วมทีมอีกครั้ง
"บัดซบเอ๊ย!" หลี่หยวนสบถลั่น พุ่งออกไปยืนขวางหน้า "พวกนายรีบหนีไปก่อน!!"
สถานการณ์บัดซบถึงขีดสุดเลย เขาขบกรามแน่นถ้าไอ้หมอนี่เป็นมอนสเตอร์ ต่อให้เป็นบอสเลเวลสิบ เขาก็พร้อมงัดโดยไม่กะพริบตาอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือมันเป็นคนจริง เป็นเพื่อนร่วมรบที่กำลังถูกชักใยให้มาเข่นฆ่าพวกเดียวกันเอง!
ในลูปนรกนี้ พวกเขาไม่มีทางลงมือฆ่าเอ้อรุ่ยได้ลงคอแน่ นอกเหนือาความเสี่ยงที่จะโดน 'คัมภีร์ต้องห้าม' ยัดข้อหาชื่อสีแดงแล้ว สิ่งที่ค้ำคอที่สุดคือสายสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมรบ
หลี่หยวนไม่ใช่พวกเลือดเย็นที่พร้อมเหยียบหัวเพื่อนเพื่อเอาชีวิตรอด และเขาเกลียดคนประเภทนั้นเข้าไส้
ประวัติศาสตร์ก็สอนไว้ คนที่ทำทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะอย่างไร้ศีลธรรม อาจจะดูเท่ในตอนแรก แต่สุดท้ายก็ตายอนาถแทบทุกราย
‘เมอร์ลิน! มีวิธีแก้มั้ย?!’ หลี่หยวนเค้นเสียงถามในใจ ทว่าจอมเวทหนุ่มกลับส่ายหน้า พลังของเขาในตอนนี้ฟื้นฟูไม่พอที่จะแทรกแซงอำนาจควบคุมนั้นได้
หลี่หยวนกำลังมืดแปดด้าน ทันใดนั้น โถวมู่ก็แผดเสียงก้อง "ไม่! พวกนายไปซะ! เอ้อรุ่ย... ฉันจะหยุดเขาเอง!!"
"พี่โถวมู่!" หลี่หยวนร้อนรน เตรียมอ้าปากห้าม
"ไปซะ!! ความผิดของลูกน้อง ฉันในฐานะหัวหน้าจะรับผิดชอบเอง! ไม่งั้นฉันจะปาดคอตัวเองตายให้ดูตรงนี้แหละ!!" โถวมู่คำรามลั่น พร้อมกระชากหน้าไม้ขึ้นประทับบ่า บรรจุลูกดอกเตรียมพร้อมปะทะ
เมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวไม่เกรงกลัวความตาย หลี่หยวนและอู๋จื่อจึงสบตากันอย่างรู้ใจ กองทัพตั๊กแตนเริ่มตั้งขบวนใหม่แล้ว ไม่มีเวลาให้ยื้อยุดอีกต่อไป
"พี่โถวมู่... ระวังตัวด้วย!" หลี่หยวนกระซิบทิ้งท้าย
สิ้นคำ ปาร์ตี้ของหลี่หยวนก็หันหลังสับเท้าทะยานออกไปสุดกำลัง ทว่า... ลูกน้องอีกสองคนที่เหลือของโถวมู่ กลับยืนหยัดไม่ขยับไปไหน
"พวกแกก็หนีไปสิวะ!!" โถวมู่ตะคอกใส่ลูกน้อง ดวงตาแดงก่ำ
"เหอะ! ตั้งแต่ตั้งปาร์ตี้กันมาหลายปี เราเคยทิ้งกันด้วยเหรอหัวหน้า?" นักรบหอกเหล็กที่ยืนขนาบข้างแสยะยิ้มกวนประสาท
"เอ้อรุ่ยมันโดนควบคุมอยู่ ในฐานะพี่น้อง... จะให้ทิ้งมันแล้วหนีเอาตัวรอดหรือไง? หลงตัวเองไปเปล่าหัวหน้า พวกเราไม่ได้รั้งอยู่เพื่อนายคนเดียวหรอกนะ" อีกคนพูดกลั้วหัวเราะ
พูดจบ เขาก็ย่อตัวลงตั้งท่ารบ สายตาจ้องเขม็งไปยังเอ้อรุ่ยอย่างไม่กะพริบ
"หึ... ไอพวกบ้าเอ๊ย" โถวมู่ยิ้มขื่นส่ายหน้า ก่อนที่แววตาจะเปี่เป็นดุดัน "ระวังตัวด้วยล่ะ! รอดกลับไปคราวนี้... ฉันจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงเหล้าพวกแกเอง!!"
"ฮ่า ๆ ๆ! พูดแล้วห้ามคืนคำนะ!!" ทั้งสองระเบิดหัวเราะลั่นทุ่งทรายอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
...
"หึหึ มิตรภาพลูกผู้ชายงั้นเหรอ? ไร้สาระเสียจริง!"
ภายในป่าหมอกทมิฬ หัวหน้าชายชุดดำแสยะยิ้มวิปริต "ในเมื่อพวกแกรักกันนัก... ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าไอ้เด็กเวรนั่น... มันจะแทงข้างหลังพวกแกยังไง!"
มันหันขวับไปสั่งสมุนอีกคน "แกอยากได้สมบัติของท่านคุโร่นักใช่มั้ย? ไปซะ! นังผู้หญิงที่มี 'เกล็ดมังกรนภา' ฉันยกให้แก ถ้าแกเด็ดหัวมันได้... เกล็ดมังกรนั่นก็เป็นของแก!"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??