เรื่อง เทพแมงดา.....วันสิ้นโลก!! NC++

ติดตาม
ตอนที่ 106: สองเราในแดนสวรรค์ร้าง
ตอนที่ 106: สองเราในแดนสวรรค์ร้าง
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 106: สองเราในแดนสวรรค์ร้าง

แผ่นดินสีเทาหม่นของแดนร้างลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณกาลที่เย็นเยียบและรกร้าง ซากปรักหักพังของเสาหินวิหารขนาดยักษ์สลักลวดลายอารยธรรมดึกดำบรรพ์ที่สาบสูญทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

"แค่กๆๆ... อูยยยย เจ็บหลังฉิบหาย!"

ผมค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น ดันซากเศษหินวิหารที่พังทับร่างของผมออกไปอย่างทุลักทุเล พลางสะบัดหัวไล่ความมึนงงที่เกิดจากการกระแทกข้ามมิติ เมื่อผมพยายามจะโคจรพลังปราณสุริยันในกาย ก็ต้องพบกับเรื่องประหลาดใจเมื่อกระแสพลังเวทมนตร์และพลังงานจากระบบภายนอกถูกสนามพลังแม่เหล็กมิติของที่นี่กดทับไว้จนเหลือเพียงพลังกล้ามเนื้อและพละกำลังทางกายภาพล้วนๆ!

[ ติ้ง! ตรวจพบสภาวะ 'แดนสวรรค์ร้างดึกดำบรรพ์ (Desolate Primordial Realm)'! ]

[ กฎเกณฑ์มิติโบราณทำการระงับพลังงานเวทมนตร์และเทคโนโลยีภายนอก 90%! ]

[ ผู้ใช้ยังคงรักษาพละกำลังร่างกายระดับ 'มหาบุรุษไร้พ่าย' และความแข็งแกร่งของมังกรสุริยันไว้ได้อย่างสมบูรณ์! ]

"เหอะๆ โดนตัดสัญญาณเน็ตกับสกิลโกงไปเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ความแข็งแกร่งของร่างกายกับมังกรยักษ์ยังอยู่ครบก็ไม่มีปัญหา!" ผมปัดฝุ่นตามตัว ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณ "ว่าแต่... แม่ทัพหญิงคนสวยกระเด็นไปตกตรงไหนวะเนี่ย?"

สายตาของผมสะดุดเข้ากับร่างในชุดเกราะทมิฬที่นอนหมดสติอยู่ใต้ซากเสาหินที่หักโค่นห่างออกไปราวๆ ยี่สิบเมตร!

"มอร์แกน!"

ผมรีบสาวเท้าก้าวเข้าไปดูทันที มหาอัครทูตสงครามผู้ยิ่งใหญ่บัดนี้ตกอยู่ในสภาพสะบักสะบอม ชุดเกราะศึกสีดำทมิฬที่เคยดูน่าเกรงขามแตกร้าวหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณเกราะอกที่แตกหักจนเผยให้เห็นร่องอกอวบอิ่มมหึมาคัพเอฟผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดที่กำลังกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างแผ่วเบา เลือดสีทองคำจางๆ ไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่หัวไหล่และต้นขาของนาง ดาบสุริยคราสเล่มยักษ์กระเด็นตกอยู่ข้างกายโดยไร้ประกายแสง

ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงขู่คำรามอันน่าขนลุกก็ดังแว่วมาจากความมืดหลังซากปรักหักพัง!

"กรรรรรรรรรรรรร!!"

ดวงตาสีแดงก่ำนับสิบคู่โผล่ออกมาจากเงามืด ร่างของพวกมันคือ 'สัตว์อสูรเงาบรรพกาล' สิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์รูปร่างคล้ายหมาป่าขนาดยักษ์แต่มีเกล็ดหินสีเทาและกรงเล็บแหลมคมดั่งเคียวมัจจุราช พวกมันสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดของมอร์แกนและกำลังค่อยๆ ย่างสามขุมเข้ามาล้อมร่างของนางไว้ด้วยความหิวกระหาย!

"ชิ... ได้กลิ่นเลือดแล้วโผล่มาเป็นฝูงเลยนะพวกมึง!"

ผมไม่รอช้า สปริงข้อเท้าพุ่งทะยานเข้าไปขวางหน้าฝูงอสูรเงาไว้ทันที แม้จะไม่มีพลังปราณสุริยันยิงลำแสงระเบิดภูเขาเผากระท่อม แต่พละกำลังดิบๆ ของร่างกายที่ได้รับการเสริมสร้างจากระบบเทพแมงดามาตลอดร้อยตอนก็เพียงพอจะบดขยี้ทุกสิ่งได้ด้วยมือเปล่า!

"กรรร!" อสูรเงาตัวหน้าสุดกระโจนเข้าใส่ผม อ้าปากกว้างหมายจะขย้ำคอหอย

"ไปตายซะไอ้หมาบ้า!" 

ผมก้าวหลบฉากไปด้านข้างอย่างคล่องแคล่ว มือขวาเงื้อหมัดลุ่นๆ ซัดเข้าใส่กรามล่างของอสูรเงาอย่างจัง!

"เปรี้ยงงงงงงงงงงงง!!"

เสียงกะโหลกกระดูกแตกละเอียดดังกึกก้อง ร่างของอสูรเงาขนาดมหึมาปลิวละลิ่วกระแทกเข้ากับเสาหินจนหักสะบั้นและแน่นิ่งไปในหมัดเดียว! ฝูงอสูรเงาที่เหลือชะงักงันด้วยความตกตะลึง ทว่าความดุร้ายทำให้พวกมันอีกสามตัวกระโจนเข้าใส่ผมพร้อมกันจากรอบทิศ!

"เข้ามาพร้อมกันแบบนี้แหละเร็วดี!" 

ผมคว้าจับขาหน้าของตัวหนึ่งไว้ได้แล้วหมุนเหวี่ยงร่างของมันฟาดใส่ตัวที่สองจนกระเด็น ก่อนจะกระโดดเหยียบหลังตัวที่สามแล้วกระทืบส้นเท้าลงไปบนกระดูกสันหลังของมันจนหักเป็นสองท่อน!

"กร๊อบบบ!"

การต่อสู้ด้วยศิลปะการต่อสู้และพละกำลังอันป่าเถื่อนดำเนินไปอย่างดุเดือด ไม่ถึงสามนาที ซากของฝูงอสูรเงากว่าสิบตัวก็นอนตายเกลื่อนกลาด ฝูงที่เหลือเห็นท่าไม่ดีต่างพากันส่งเสียงครางหงิงๆ แล้วเผ่นแน่บหนีหายกลับเข้าสู่เงามืดอย่างรวดเร็ว!

"เหอะ... นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็แค่หมาวัดอวกาศ!" 

ผมถ่มน้ำลายลงพื้น สะบัดมือไล่คราบเลือด ก่อนจะรีบเดินกลับไปอุ้มร่างของมอร์แกนขึ้นมาแนบอก สัมผัสจากเรือนร่างอันอวบอิ่มแน่นหนั่นของแม่ทัพหญิงทำเอาหัวใจผมเต้นแรง ร่างกายของเธอหนักแน่นและเต็มไปด้วยส่วนโค้งส่วนเว้าที่เร้าอารมณ์ชายชาตรีเป็นอย่างยิ่ง กลิ่นกายของเธอเป็นกลิ่นหอมสะอาดผสมกลิ่นดินปืนและฟีโรโมนของนักรบสาวที่ชวนให้ลุ่มหลง

"อืมมม... อึก..." มอร์แกนส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ เปลือกตาสีมุกค่อยๆ ขยับเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า

เมื่อนัยน์ตาสีอำพันคมกริบปรับโฟกัสได้และพบว่าตนเองกำลังถูกศัตรูคู่อาฆาตอุ้มอยู่ในอ้อมแขน นางก็สะดุ้งสุดตัวและพยายามจะดิ้นรนทันที:

"ปล่อยข้า! เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ... เอามือสกปรกของเจ้าออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้!"

"อยู่นิ่งๆ สิวะแม่คุณ!" ผมดุเสียงเข้ม แขนแกร่งกระชับกอดร่างของเธอไว้แน่นขึ้นจนหน้าอกคัพเอฟของนางเบียดเข้ากับแผงอกผมเต็มๆ "เลือดไหลเป็นทางขนาดนี้ ขืนมึงดิ้นอีก แผลฉีกตายห่าตรงนี้กูไม่รู้ด้วยนะ! ขอบคุณกูสักคำยังไม่มี มีแต่ด่าปาวๆ กูเพิ่งซัดฝูงหมาป่าอวกาศช่วยชีวิตมึงไว้นะเว้ย!"

มอร์แกนชะงักไปเมื่อมองเห็นซากอสูรเงาที่นอนตายเกลื่อนกลาดรอบบริเวณ นางสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่บาดแผลและพบว่าพลังเวทในกายของตนถูกกดทับจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง ใบหน้าสวยคมของนางแดงระเรื่อขึ้นด้วยความสับสนและอับอาย:

"เจ้า... เจ้าช่วยข้าไว้จริงๆ งั้นรึ? ทำไมล่ะ... ข้าเป็นแม่ทัพที่นำกองทัพมาทำลายล้างพวกเจ้า... เจ้าควรจะปล่อยให้ข้าตาย หรือไม่ก็ฆ่าข้าซะตรงนี้!"

"กูไม่ฆ่าผู้หญิงสวยๆ หรอกเว้ย เสียดายของ!" ผมตอบตรงๆ อย่างไม่ไว้หน้า "อีกอย่าง กูไม่ใช่พวกชอบซ้ำเติมคนเจ็บ ไปหาที่หลบทำแผลก่อนแล้วค่อยมาเถียงกัน!"

ผมอุ้มมอร์แกนเดินฝ่าซากปรักหักพังไปจนพบถ้ำหินโบราณแห่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานวิหารใหญ่ ภายในถ้ำดูปลอดภัยจากลมพายุและสัตว์ร้าย ผมวางร่างของนางลงบนแท่นหินเรียบอย่างนุ่มนวล ก่อนจะนั่งลงข้างๆ แล้วเริ่มตรวจสอบบาดแผลของเธอ

"เกราะมึงแตกหมดแล้ว ต้องถอดออกก่อนเพื่อห้ามเลือด" ผมบอกเรียบๆ พลางเอื้อมมือไปปลดสลักเกราะอกที่แตกหัก

"อย่านะ! เจ้าจะทำอะไร?!" มอร์แกนยกมือขึ้นกุมเกราะอกไว้แน่น แววตาระแวงสุดขีด

"จะถอดเกราะมาทำแผลโว้ย! คิดว่ากูจะทำอะไรกลางดงซากปรักหักพังแบบนี้ล่ะวะ? หรือว่ามึงอยากนอนแผลเน่าตายตรงนี้? ถอดออก!" 

ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและแววตาจริงจังของผม ทำให้แม่ทัพหญิงผู้เย่อหยิ่งจำต้องยอมจำนน นางค่อยๆ ปล่อยมือออก ยอมให้ผมช่วยปลดเกราะอกทมิฬที่พังทลายออกไป

เมื่อเกราะเหล็กถูกถอดออก... สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาของผมก็คือเสื้อรัดรูปตัวในที่ฉีกขาด เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องอมน้ำผึ้งขนาดมหึมาคัพเอฟที่อวบอิ่มจนล้นทะลัก ยอดปทุมถันสีทับทิมเข้มชูชันเด่นชัดผ่านเนื้อผ้าบางเบา ผิวเนียนละเอียดมีเหงื่อซึมเป็นประกาย ผมแอบกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก แต่ก็พยายามตั้งสติ ดึงสมุนไพรรักษาบาดแผลที่พกติดตัวในมิติช่องเก็บของออกมาบดแล้วพอกลงบนบาดแผลที่หัวไหล่และต้นขาของเธออย่างเบามือ

"อึก... แสบ..." มอร์แกนกัดฟันแน่น ร่างกายสั่นสะท้านเมื่อนิ้วมืออุ่นๆ ของผมสัมผัสลงบนผิวเนื้ออันอ่อนไหว

"ทนหน่อย... ยานี้จะช่วยสมานแผลและดูดซับพิษอสูร" 

ระหว่างที่ทำแผล ความเงียบเข้าปกคลุมถ้ำ มอร์แกนมองดูใบหน้าด้านข้างของผมที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้นางอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหัวใจของแม่ทัพหญิงผู้เย็นชาเริ่มก่อตัวขึ้น นางไม่เคยเห็นบุรุษใดในสภาเทพดาราที่แสดงความห่วงใยอย่างจริงใจเช่นนี้ มีแต่พวกเทพเจ้าที่เห็นแก่ตัวและแย่งชิงอำนาจ

"เจ้า... ทำไมถึงยอมเสี่ยงชีวิตปกป้องดวงดาวดวงนั้น?" มอร์แกนเอ่ยถามเสียงเบา ทำลายความเงียบ "สภาเทพดารามีอำนาจไร้ขีดจำกัด... ไม่มีใครต่อต้านพวกเขาได้หรอก"

"เพราะที่นั่นมีคนที่กูรัก มีสาวๆ ที่กูต้องปกป้องน่ะสิ" ผมตอบพลางผูกผ้าพันแผลให้เธออย่างเรียบร้อย "อำนาจ-่าเหวอะไรกูไม่สนใจหรอก ใครมารังแกคนของกู กูซัดหน้ามันหมดแหละ แม้แต่สภาเทพดาราของมึงก็เถอะ!"

คำตอบที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยวทำให้มอร์แกนอึ้งไป นัยน์ตาสีอำพันสั่นไหวด้วยความชื่นชมที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ภายในใจ

ทว่าในจังหวะนั้นเอง...

"ฟิ้วววววววววววววววววววว!!"

กระแสลมพายุหมุนประหลาดจากภายนอกก็พัดกรรโชกเข้ามาในถ้ำหินโบราณอย่างกะทันหัน! สายลมนั้นไม่ได้พัดพามาแค่ฝุ่นผง แต่กลับนำพาละอองเกสรดอกไม้สีม่วงเข้มเปล่งประกายระยิบระยับเข้ามาเต็มถ้ำ กลิ่นหอมหวานเอียนเย้ายวนตลบอบอวลไปทั่วทุกอณูอากาศ!

[ ติ้ง! ตรวจพบ 'ละอองเกสรพฤกษาราคะดึกดำบรรพ์ (Primordial Aphrodisiac Pollen)'! ]

[ ละอองเกสรนี้ส่งผลกระตุ้นสัญชาตญาณความกำหนัดของสิ่งมีชีวิตเพศหญิงในระดับเซลล์โบราณอย่างรุนแรง! ]

"อึก... กลิ่นอะไรกัน... หอม... หอมเหลือเกิน..."

มอร์แกนสูดดมละอองเกสรเข้าไปเต็มปอดโดยไม่ทันระวังตัว เพียงชั่วพริบตาเดียว ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดของนางก็เริ่มขึ้นสีแดงก่ำดั่งลูกตำลึงสุก! ลมหายใจของแม่ทัพหญิงเริ่มหอบถี่และร้อนผ่าว เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มร่าง ทรวงอกคัพเอฟกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง นัยน์ตาสีอำพันที่เคยคมกริบ บัดนี้ฉ่ำเยิ้มด้วยไฟราคะที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง!

มือเรียวของนางเริ่มลูบไล้ไปตามเรือนร่างของตนเองอย่างไม่อาจควบคุม บิดเร่าอยู่บนแท่นหิน สายตาฉ่ำเยิ้มจ้องมองตรงมาที่แผงอกบึกบึนและท่อนล่างของผมด้วยความกระหายหิวอย่างที่สุด!

"ร้อน... ร่างกายของข้า... มันร้อนเหมือนไฟเผา... เจ้ามนุษย์... ช่วยข้าด้วย... ข้าต้องการ... ข้าต้องการเจ้า!"

ตอนต่อไป
ตอนที่ 107: เผด็จศึกขุนพลสวรรค...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา