เรื่อง เทพแมงดา.....วันสิ้นโลก!! NC++
ตอนที่ 143: รังลับราชินีเอลฟ์มืด
ฟิ้ววววว! ฉึก! ฉึก!
ลูกธนูเวทมนตร์สีดำทมิฬนับร้อยดอกพุ่งแหวกม่านหมอกสีม่วงเข้มในป่าดึกดำบรรพ์ พุ่งเข้าปักทะลุข้อต่อเหล็กกล้าของโกเลมสงครามขนาดยักษ์ของศาสนจักรอย่างแม่นยำ อัญมณีเวทมนตร์ที่หัวลูกศรระเบิดออกเป็นเปลวเพลิงเงาทมิฬ แผดเผาวงจรควบคุมเวทมนตร์ภายในตัวโกเลมจนส่งเสียงหวีดร้องและล้มฟาดลงกับพื้นดินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ป่าทมิฬแห่งนี้เป็นดินแดนลี้ลับที่คงอยู่มาตั้งแต่ยุคบรรพกาล ต้นไม้แต่ละต้นมีขนาดมหึมา ลำต้นสีดำขลับประดับด้วยมอสและพืชเรืองแสงสีม่วงและเขียวมรกต ละอองเกสรเวทมนตร์ลอยล่องอยู่ในอากาศดั่งดวงดาวระยิบระยับ ที่ใจกลางของผืนป่าคือ 'พฤกษามารดาศักดิ์สิทธิ์' ต้นไม้ขนาดยักษ์สูงเสียดฟ้าหลายพันเมตรที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมทั่วทั้งอาณาจักร รากไม้ของมันทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่คอยหล่อเลี้ยงและปกป้องเผ่าพันธุ์เอลฟ์มืดมาหลายชั่วอายุคน
ทว่าบัดนี้ เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่ลุกไหม้จากหอกและระเบิดเพลิงของศาสนจักร กำลังเผาผลาญเปลือกไม้โบราณจนเกิดเสียงแตกเปรี๊ยะๆ กลิ่นยางไม้ไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เสียงกรีดร้องของสตรีและเด็กชาวเอลฟ์มืดที่หลบภัยอยู่ในโพรงไม้ด้านในสะท้อนก้องด้วยความหวาดกลัว
ท่ามกลางกิ่งก้านของต้นไม้โบราณขนาดยักษ์ ร่างอันปราดเปรียวและสะกดสายตาของสตรีผู้เลอโฉมยืนตระหง่านอยู่บนกิ่งไม้สูง นางมีผิวพรรณสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดดั่งช็อกโกแลตชั้นเลิศ ขับเน้นให้เรือนผมสีขาวเงินยาวสลวยดั่งเส้นไหมทิพย์ดูโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น ใบหน้างดงามคมคายไร้ที่ติประดับด้วยดวงตาสีม่วงอเมทิสต์คู่สวยที่แฝงด้วยความดุดันและสูงส่ง ใบหูเรียวยาวแหลมตามแบบฉบับของเผ่าพันธุ์เอลฟ์กำลังขยับไหวเล็กน้อยเพื่อจับเสียงความเคลื่อนไหว
นางคือ 'เวสเปอร่า' ราชินีผู้ปกครองเผ่าพันธุ์เอลฟ์มืดแห่งป่าทมิฬ!
ชุดเกราะหนังสีดำรัดรูปผสมผสานกับผ้าแพรไหมเงาแนบสนิทไปกับเรือนร่างสุดสะบึม ทรวงอกอวบอิ่มขนาดมหึมาคัพอีตั้งเต้าชูชันล้นทะลักขอบเกราะอก หน้าท้องแบนราบคอดกิ่วรับกับสะโพกผายกลมกลึงอันแน่นตึง และเรียวขายาวที่สวมรองเท้าบูทหนังสูงถึงต้นขา ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวของนางเต็มไปด้วยความเย้ายวนอันตรายและสง่างามดั่งนางเสือดาวดำแห่งผืนป่าราตรี
"เหล่านักรบแห่งรัตติกาลทั้งหลาย! อย่ายอมให้พวกสุนัขรับใช้ศาสนจักรย่างกรายเข้าใกล้พฤกษาศักดิ์สิทธิ์ได้แม้แต่ก้าวเดียว!" เวสเปอร่ากู่ร้องก้อง ปล่อยลูกศรเงาอีกสามดอกเสียบทะลุหัวใจของอัศวินครูเสดสามนายพร้อมกัน
ในขณะที่เวสเปอร่ากำลังต่อสู้อย่างดุเดือด ลูกธนูเงาของนางเริ่มเหือดแห้งลงทีละน้อย ละอองแสงศักดิ์สิทธิ์จากเสาประภาคารของศาสนจักรมีอำนาจในการชำระล้างและกดทับพลังธาตุความมืดโดยเฉพาะ ผิวพรรณสีน้ำผึ้งของนางเริ่มมีรอยไหม้เกรียมเป็นจุดๆ จากรังสีความร้อนศักดิ์สิทธิ์ เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายออกมาตามไรผมสีขาวเงินและไหลรินลงสู่ร่องอกอวบอิ่ม ทรวงอกคัพอีของนางสะท้อนขึ้นลงอย่างเหน็ดเหนื่อย ทว่าแววตาของราชินีสาวกลับไม่มีความยอมแพ้แม้แต่เศษเสี้ยว
"ข้าคือสายเลือดแห่งราตรี! ตราบใดที่ลมหายใจของข้ายังไม่สิ้นสุด ผืนป่าแห่งนี้จะไม่มีวันตกเป็นของพวกเจ้า!" นางคำรามด้วยความหยิ่งผยองของราชินีผู้สูงส่ง
ทว่าสถานการณ์ของฝ่ายเอลฟ์มืดกำลังตกเป็นรองอย่างหนักหน่วง กองทัพครูเสดของศาสนจักรในชุดเกราะเงินขลิบทองมีจำนวนมากกว่าห้าพันนาย นำโดย 'อัครบิชอปบัลธาซาร์' ชายชราหน้าตาเหี้ยมเกรียมในชุดคลุมสีทองที่ยืนบัญชาการอยู่บนหอคอยบัญชาการเคลื่อนที่
รอบป่าทมิฬ มีการติดตั้ง 'เสาประภาคารแสงศักดิ์สิทธิ์' ขนาดยักษ์นับสิบต้น เสาเหล่านี้แผ่รังสีแสงสีขาวที่ทำหน้าที่เป็น 'ม่านสลายมานาธรรมชาติ' แผดเผาพลังเวทมนตร์เงาของเหล่าเอลฟ์มืดจนเริ่มอ่อนแรง ผืนป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์เริ่มเหี่ยวเฉาและมอดไหม้ไปด้วยเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์
"ฮ่าๆๆๆ! ดิ้นรนเข้าไปเถอะ นังเอลฟ์มืดชั้นต่ำ!" บัลธาซาร์หัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม "ส่ง 'ผลึกหัวใจพฤกษาทมิฬ' มาให้ศาสนจักรเสียดีๆ ไม่อย่างนั้น ข้าจะจับพวกเจ้าทุกคนไปเป็นทาสกามในวิหารศักดิ์สิทธิ์ และเผาป่าแห่งนี้ให้กลายเป็นทะเลเพลิง!"
"ฝันไปเถอะ ไอ้เฒ่าสารเลว! ต่อให้พวกเราต้องตายจนคนสุดท้าย เลือดเอลฟ์มืดก็จะไม่ยอมก้มหัวให้พวกมารจำแลงอย่างพวกเจ้า!" เวสเปอร่าตวาดกลับด้วยความเคียดแค้น
บัลธาซาร์หน้าบึ้งตึงลงทันที เขาสะบัดมือสั่งการอย่างอำมหิต "โกเลมเหล็กกล้าขั้นที่ 8 ทั้งหมด บุกตะลุยเข้าไป! พลหน้าไม้พิฆาต เล็งเป้าหมายไปที่นางราชินี อย่ายอมให้นางรอดชีวิต!"
โกเลมเหล็กกล้าขนาดยักษ์สูงกว่าสิบเมตรจำนวนสิบห้าตัวก้าวเดินบดขยี้แนวป้องกันของเอลฟ์มืด ต้นไม้โบราณหักสะบั้นลงเป็นแถบๆ ลูกศรและหอกขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่เวสเปอร่าดั่ง-่าฝน นางพยายามกระโดดหลบหลีกและยิงต่อสู้ แต่ด้วยมานาที่ร่อยหรอทำให้การเคลื่อนไหวของนางเริ่มช้าลง
ในเสี้ยววินาทีวิกฤตที่โกเลมตัวหนึ่งกำลังจะฟาดค้อนเหล็กขนาดยักษ์ลงมาใส่เวสเปอร่า เสียงแหวกอากาศอันดังกึกก้องประดุจดาวตกพุ่งชนโลกก็ดังขึ้นเหนือยอดไม้!
ฟิ้ววววววววว!
ตูมมมมมมมมมม!
ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำพุ่งดิ่งลงมาจากฟากฟ้า กระแทกส้นเท้าลงบนกะโหลกศีรษะเหล็กกล้าของโกเลมยักษ์อย่างจัง! แรงกระแทกอันมหาศาลทำให้โกเลมหนักหลายสิบตันแหลกสลายกลายเป็นเศษเหล็กในพริบตา คลื่นกระแทกสุริยันสีทองคำแผ่ขยายออกเป็นวงกลม ซัดเอากองทหารครูเสดหลายร้อยนายกระเด็นปลิวกระจายไปคนละทิศละทาง!
เวสเปอร่าที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงกับตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ นางมองดูหลุมลึกขนาดใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้นตรงหน้า และบุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีดำที่ยืนตระหง่านอยู่ใจกลางหลุมนั้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
ต้าสะบัดชายเสื้อคลุมเบาๆ เปลวเพลิงสุริยันสีทองคำที่ลุกท่วมหมัดขวาของเขาค่อยๆ มอดดับลง เบื้องหลังของเขามีร่างของเจ้าหญิงมังกรซิลฟี่และมหาจอมเวทเอเลน่าเหาะตามลงมาประกบข้างซ้ายขวาอย่างสง่างาม
"ท่านต้า!" ซิลฟี่ชักดาบเพลิงมังกรออกมาพร้อมรบ ขณะที่เอเลน่าชูคทาคริสตัลร่ายมหาเวทน้ำแข็งคุ้มกันเหล่านักรบเอลฟ์มืดทันที
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกัน?" เวสเปอร่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน ดวงตาสีม่วงจับจ้องมองแผ่นหลังกว้างและกลิ่นอายพลังอันมหาศาลของต้าอย่างตกตะลึง
ต้าหันหน้ากลับมามองราชินีเอลฟ์มืดสาว รอยยิ้มมุมปากของเขาทำให้หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะ "ข้าคือคนที่จะมาส่งพวกสุนัขศาสนจักรเหล่านี้ลงนรก... เจ้าถอยไปพักก่อนเถอะ ราชินีคนสวย"
คำพูดที่อบอุ่นแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจอันไร้ขีดจำกัด ทำให้เวสเปอร่ารู้สึกได้ถึงความปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
"ไอ้สารเลว! แกกล้าดียังไงมาขวางทางศาสนจักร!" บัลธาซาร์คำรามลั่นด้วยความเดือดดาล เขาคว้าหน้าไม้กลไกอาคมโบราณ 'ศรตรวนแสงทมิฬ' ขึ้นมาเล็งตรงไปยังเวสเปอร่าที่ยืนอยู่ข้างต้าทันที "ตายซะเถอะ นังเอลฟ์มืด!"
ฟิ้วววว!
ลูกศรแสงสีม่วงปนดำที่อาบ 'พิษคำสาปเคออสศักดิ์สิทธิ์' พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วปานสายฟ้า หมายจะปลิดชีพราชินีเอลฟ์มืดเพื่อชิงผลึกหัวใจพฤกษา
ต้าเห็นดังนั้น ดวงตาสีทองคำพลันเปล่งประกายสังหารอันอำมหิต เขาขยับตัวด้วยความเร็วเหนือแสง พุ่งเข้าขวางวิถีลูกศรและใช้สองนิ้วคีบจับลูกศรพิษไว้ได้อย่างง่ายดายกลางอากาศ!
เปรี๊ยะ! ต้าออกแรงบดขยี้ลูกศรจนแหลกเป็นผง ทว่าเศษละอองพิษคำสาปเคออสบางส่วนกลับฟุ้งกระจายออกไป และถูกลมพัดพาไปต้องเข้าที่หัวไหล่และทรวงอกของเวสเปอร่าอย่างจัง!
"อ๊ะ...!"
เวสเปอร่าร้องอุทานด้วยความตกใจ ละอองพิษสีม่วงซึมผ่านเนื้อผ้าชุดเกราะหนังเข้าสู่ผิวหนังของนางในพริบตาเดียว!
ต้าไม่รอช้า เขาหันกลับไปหาบัลธาซาร์ทันที ร่างของเขาหายวับไปจากสายตา ก่อนจะไปปรากฏตัวอยู่บนหอคอยบัญชาการของบัลธาซาร์ในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าหมับเข้าที่คอหอยของอัครบิชอปเฒ่าแล้วยกร่างมันลอยขึ้น!
"แก... ปีศาจ... อั่ก!" บัลธาซาร์ตาเหลือกิ้นิ้นจุกปาก
"ตายด้วยมือข้า... ยังนับว่าง่ายเกินไปสำหรับคนอย่างเจ้า!"
กร๊อบบ!
ต้าหักคอบัลธาซาร์จนขาดสะบั้น จากนั้นจึงปล่อยคลื่นเพลิงสุริยันเผาผลาญร่างของมันและหอคอยบัญชาการจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ก่อนจะกวาดสายตามองดูกองทัพครูเสดที่เหลือ
"มหาเวทสุริยันปฐมกาล: เปลวเพลิงชำระล้างหมื่นลี้!"
คลื่นพายุเพลิงสีทองคำระเบิดออกจากร่างของต้า กวาดล้างกองทัพศาสนจักรห้าพันนายและเสาประภาคารทั้งหมดจนพังพินาศในพริบตาเดียว! ผืนป่าทมิฬกลับคืนสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง
ต้าเหาะกลับลงมายังโคนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ พบว่าร่างของเวสเปอร่ากำลังนอนบิดเร่าอยู่บนพื้นหญ้าด้วยความทรมานอย่างหนักหน่วง!
พิษคำสาปเคออสศักดิ์สิทธิ์กำลังทำปฏิกิริยากับสายเลือดเอลฟ์มืดบริสุทธิ์ของนาง ผิวพรรณสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดบัดนี้แดงก่ำดั่งผลเชอร์รี่สุก ไอร้อนระอุพวยพุ่งออกมาจากร่างกายจนชุดเกราะหนังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหูยาวแหลมสั่นระริกด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านในไขสันหลัง
"ร้อน... ร้อนเหลือเกิน... ช่วยด้วย... อ๊าาา..." เวสเปอร่าส่งเสียงครางหวานหยาดเยิ้ม มือเรียวเริ่มดึงทึ้งชุดเกราะหนังของตนเองจนขาดวิ่น เผยให้เห็นเนินอกคัพอีขาวผ่องอมชมพูที่กำลังกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ยอดอกสีชมพูสดชูชันท้าทายสายตา
เมื่อต้าก้าวเข้าไปประคองร่างของนางไว้ในอ้อมแขน เวสเปอร่าก็โผเข้ากอดคอของต้าแน่น สองเต้าอวบอิ่มบดเบียดเข้ากับแผงอกแกร่ง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอของชายหนุ่ม พร้อมกับเสียงกระซิบอ้อนวอนอย่างทุรนทุราย:
"ได้โปรด... ป่าทมิฬของข้า... ร่างกายของข้า... กำลังจะมอดไหม้แล้ว... ช่วยข้าดับไฟสวาทนี้ทีเถอะค่ะ... นายท่าน!"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??