เรื่อง พิธีร่านมนต์ดำ
"ใช่... มิ้นต้องยอมให้พี่เอา!"
คำตอบอันเฉียบขาดและไร้ความลังเลของพี่กฤช ดั่งค้อนเหล็กมหึมาทุบลงกลางอกของฉันอย่างจัง!
แววตาคมดุของพี่ชายบุญธรรมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาที่อาบไปด้วยน้ำตาของฉันอย่างไม่ยอมให้หลบเลี่ยง ฝ่ามือหนาใหญ่ยังคงบดขยี้รอยปานแดงบนเนินสวาทของฉันผ่านเนื้อผ้ากระโปรง ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดพวงแก้มเนียนที่ซีดเผือด
"พี่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วมิ้น... และมิ้นเองก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน!" พี่กฤชเค้นเสียงต่ำที่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "มิ้นได้ยินที่ยายบัวบอกแล้วใช่ไหม ถ้าพ้นเที่ยงคืนนี้ไป มนต์ดำอวิชชาสายต่ำโบราณมันจะฉีกมดลูกของดาวจนเน่าทะลุ! ดาวจะตายอย่างทรมานที่สุด... มิ้นอยากเห็นพี่สะใภ้ที่รักมิ้นเหมือนน้องสาวแท้ ๆ ต้องกลายเป็นศพเน่าคาบ้านหลังนี้จริง ๆ เหรอ?!"
"ฮึก... มิ้นไม่อยากให้พี่ดาวตายค่ะ..." ฉันส่ายหน้าทั้งน้ำตา สะอื้นไห้จนตัวโยน "แต่น้องมิ้นมีพี่วินแล้วนะคะ... น้องมิ้นแต่งงานแล้ว... ถ้าพี่กฤชเอาควยแทงเข้ามาในตัวน้องมิ้นจริง ๆ น้องมิ้นก็กลายเป็นผู้หญิงร่าน มีชู้ ทรยศผัวตัวเองสิคะพี่กฤช!"
"แล้วใครจะรู้ล่ะมิ้น?!"
พี่กฤชก้าวประชิดเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง จนร่างสูงใหญ่กำยำตระหง่านค้ำร่างของฉันไว้มิด แผ่นหลังของฉันแนบชิดติดกับบานประตูไม้ห้องทำงานจนไร้ทางหนี
"เรื่องนี้มีแค่พี่ มิ้น และยายบัวเท่านั้นที่รู้!" พี่ชายบุญธรรมกระซิบด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจและเยือกเย็น "วินมันไม่รู้หรอก... มันทำงานงก ๆ อยู่ที่บริษัท ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ามดลูกของเมียมันมีพลังค้ำดวงชะตา ไม่เคยรู้ว่ารอยปานแดงตรงนี้มีค่าแค่ไหน และที่สำคัญ... มันไม่เคยทำให้มิ้นเสียวจนถึงขอบสวรรค์ได้เลยสักครั้งไม่ใช่เหรอ?"
คำพูดที่แทงใจดำทำเอาฉันถึงกับชะงักงัน ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกด้วยความอับอายสุดขีด
"พะ... พี่กฤช..."
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้วมิ้น" พี่กฤชตัดบทอย่างเด็ดขาด เขาดึงมืออกจากเนินเนื้อของฉัน ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวบางไว้แน่น "คืนนี้... เวลาเที่ยงคืนตรง ไปเจอกันที่เรือนไม้ท้ายสวน อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด... ถ้ามิ้นไม่ไป ดาวตาย และตระกูลอัครเดชสกุลก็จะต้องพังพินาศเพราะอาถรรพ์มนต์ดำนี้แน่!"
...
ค่ำคืนนั้น... บรรยากาศในคฤหาสน์เงียบสงัดและวังเวงจนน่าสะพรึงกลัว
นาฬิกาโบราณในห้องนอนเรือนใหญ่บอกเวลาห้าทุ่มสี่สิบห้านาที เสียงสายฝนโปรยปรายลงมากระทบหลังคาและยอดไม้เป็นจังหวะเฉอะแฉะ ลมกรรโชกหวีดหวิวสอดแทรกเข้ามาตามรอยต่อหน้าต่างราวกับเสียงวิญญาณคร่ำครวญ
บนเตียงนอนใหญ่... พี่วินนอนหลับสนิทอยู่ข้างกาย ลมหายใจของสามีสม่ำเสมอด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเคลียร์งานด่วนที่บริษัทมาตลอดทั้งวัน
ฉันนอนลืมตาโพลงในความมืด ร่างกายที่สวมชุดคลุมนอนผ้าซาตินเนื้อนิ่มสีชมพูอ่อนสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บและความหวาดกลัว ท้องน้อยของฉันบิดมวนเต้นตุบ ๆ รอยปานแดงใต้ร่มผ้าร้อนผะผ่าวราวกับมีถ่านไฟสุมอยู่ตลอดเวลา ยิ่งใกล้ถึงเวลาเที่ยงคืน ไอความร้อนประหลาดนั้นยิ่งแผ่ซ่านจนร่องเนื้อด้านล่างเริ่มหลั่งน้ำหวานเหนียวหนืดออกมาจนกางเกงชั้นในผ้าลูกไม้ตัวบางเปียกชื้น
ฉันหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านของพี่วิน... ชายหนุ่มผู้แสนดีที่รักและทะนุถนอมฉันเสมอมา น้ำตาเม็ดใสร่วงเผาะลงบนหมอนหนุน
'พี่วินคะ... น้องมิ้นขอโทษ...' ฉันหวีดครางระรัวร่ำไห้อยู่ในใจ 'น้องมิ้นต้องไปช่วยชีวิตพี่ดาว... น้องมิ้นจำเป็นจริง ๆ...'
ฉันค่อย ๆ ยกท่อนแขนของสามีที่พาดอยู่บนเอวออกอย่างแผ่วเบาที่สุด พี่วินเพียงแค่พลิกตัวไปอีกทางโดยไม่ตื่น ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าหย่อนปลายเท้าลงแตะพื้นห้องที่เย็นเฉียบ ก่อนจะค่อย ๆ ย่องเปิดประตูห้องนอน ก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินที่มืดสลัว
ฉันเดินลงบันได ลัดเลาะออกทางประตูด้านหลังคฤหาสน์ สองเท้าเปลือยเปล่าย่ำลงบนผืนหญ้าเปียกชื้นท่ามกลางสายฝนพรำ ความเย็นเยียบของหยดน้ำฝนไม่อาจดับไอร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านออกมาจากรอยปานแดงบนเนินสวาทของฉันได้เลยแม้แต่น้อย
ไม่นานนัก... เงาดำตระหง่านของ 'เรือนไม้สักโบราณท้ายสวน' ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
แสงเทียนสีส้มสลัววูบวาบส่องลอดออกมาจากช่องลมหน้าต่าง กลิ่นควันกำยานหอมเอียนคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นสาบสางของน้ำมันพรายและเครื่องรางไสยเวท ลอยโชยมาปะทะจมูกจนฉันใจสั่นสะท้าน
ฉันก้าวขึ้นบันไดไม้สามขั้นอย่างเชื่องช้า มือเรียวที่สั่นเทาเอื้อมไปผลักบานประตูไม้หนาหนัก...
*แอ๊ด...*
ประตูเปิดออก เผยให้เห็นบรรยากาศภายในเรือนพิธีที่น่าสะพรึงกลัวและชวนให้ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง!
กลางห้องมีแท่นบูชาครูหมอธรรมขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่พร้อมหัวกะโหลก ดาบอาคม ขันน้ำมนต์ และสายสิญจน์สีแดงสดที่โยงระโยงระยางไปทั่วเพดาน และที่หน้าแท่นบูชานั้น... มีเสื่อกกผืนหนาปูลาดรองรับอยู่
ร่างสูงใหญ่กำยำของพี่กฤชยืนหันหลังให้อยู่หน้าแท่นบูชา เขาอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงผ้าฝ้ายสีดำตัวบางที่รัดแน่นอยู่ตรงสะโพก แผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อตึงแน่น ผิวขาวสะอาดสะอ้านประทับด้วยรอยสักยันต์อักขระหมอธรรมโบราณสีดำเข้มที่ดูขลังและน่าเกรงขาม
"มิ้นมาแล้วเหรอ..."
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น พี่กฤชค่อย ๆ หมุนตัวกลับมาสบตากับฉัน
ดวงตาคมดุคู่นั้นแดงก่ำและวาวโรจน์ไปด้วยเปลวไฟแห่งราคะที่ลุกโชนอย่างเปิดเผย สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่เรือนร่างของฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ดั่งพญาเสือร้ายที่กำลังจับจ้องมองลูกกวางตัวน้อยที่เดินเข้ามาติดกับดัก
"พะ... พี่กฤช..." ฉันยืนตัวสั่น กอดอกแน่นด้วยความกลัว "น้องมิ้นมาแล้วค่ะ..."
"ล็อกประตูซะมิ้น" พี่กฤชออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
ฉันจำใจหันกลับไปลงกลอนประตูไม้เสียงดัง *กริ๊ก!* วินาทีนั้น... ความรู้สึกเหมือนตัวเองได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งแห่งความถูกต้อง เข้าสู่แดนสนธยาที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมใด ๆ อย่างสมบูรณ์แบบ
"ถอดชุดคลุมออก"
พี่กฤชสาวเท้าก้าวเข้ามาประชิด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดหน้าผากของฉัน "ถอดออกให้หมด... อย่าให้มีผ้าสักชิ้นติดตัว!"
"พี่กฤชขา... ฮึก... มิ้นอาย..." น้ำตาของฉันไหลพราก สองมือยังคงกำคอเสื้อคลุมไว้แน่น
"มิ้นไม่มีสิทธิ์อาย!" พี่ชายบุญธรรมเค้นเสียงดุดัน ฝ่ามือหนาใหญ่เอื้อมมากระตุกเชือกผูกเอวของชุดคลุมผ้าซาตินออกอย่างรวดเร็ว!
*พรึ่บ!*
สาบเสื้อคลุมแยกออกจากกัน เผยให้เห็นเรือนร่างขาวผ่องดั่งน้ำนมภายใต้ชุดชั้นในผ้าลูกไม้สีดำตัวจิ๋ว ทรวงอกอวบอิ่มเต่งตึงล้นทะลักบราเซีย ยอดอกสีชมพูระเรื่อชูชันสู้ความเย็น และท่อนล่าง... เนินสวาทอูมโหนกที่มีรอยปานแดงรูปหยดน้ำเปล่งแสงเรื่อ ๆ ทะลุกางเกงในตัวบางที่เปียกแฉะไปด้วยน้ำเงี่ยนจนแนบสนิทไปกับร่องเนื้อ!
สายตาของพี่กฤชจับจ้องมองความเยิ้มแฉะนั้นด้วยความหิวกระหาย เขาสูดปากครางในลำคออย่างพอใจ
"ดูสิ... ปากบอกว่าอาย... แต่หีของมิ้นกลับหลั่งน้ำเงี่ยนออกมาต้อนรับควยพี่จนแฉะโชกขนาดนี้แล้ว!"
คำพูดตรงไปตรงมาอันป่าเถื่อนทำเอาฉันหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด พี่กฤชไม่รอช้า เขาจับชายเสื้อคลุมกระชากหลุดออกจากไหล่ของฉัน แล้วเอื้อมมือไปปลดตะขอบราเซียด้านหลังออกอย่างชำนาญ ก่อนจะดึงกางเกงชั้นในผ้าลูกไม้ตัวบางให้รูดลงไปตามเรียวขาขาวเนียน!
เพียงพริบตาเดียว... ฉันก็ยืนเปลือยเปล่าล่อนจ้อนต่อหน้าพี่ชายบุญธรรมอย่างหมดจด!
ผิวกายขาวผ่องอมชมพูไร้สิ่งใดปกปิด ทรวงอกอวบหยุ่นสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการสะอื้นไห้ และร่องสวาทสีหวานที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหล่อลื่นใส ไหลหยดย้อยลงมาตามง่ามขาด้านใน
พี่กฤชกลืนน้ำลายลงคอดัง *เอื๊อก!* ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปปลดเชือกผูกกางเกงผ้าฝ้ายสีดำของตัวเองออก แล้วดึงรูดลงสู่ปลายเท้าอย่างไม่ลังเล...
สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของฉัน... ทำเอาฉันถึงกับตาค้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด!
ลำควยขนาดมหึมาของพี่กฤช... บัดนี้มันผงาดง้ำ แข็งขึงจนตั้งตระหง่านชี้ตรงขึ้นฟ้า! ขนาดความใหญ่โตของมันหนาปึกดั่งข้อมือผู้ชาย ความยาวเกินกว่าแปดนิ้ว ลำเนื้อสีเข้มแน่นตึงเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนขดเคี้ยวไปตามแนวยาวราวกับมังกรดำที่กำลังเกรี้ยวกราด และส่วนหัวบานใหญ่สีม่วงคล้ำนั้นบานทะลอก ปริ่มเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใสเหนียวหนืดที่หยดแหมะลงบนพื้นไม้
มันใหญ่โตและน่ากลัวกว่าดุ้นของพี่วินหลายเท่าตัวนัก! รูหีอันคับแน่นของฉัน... จะรองรับท่อนเอ็นหนาใหญ่ขนาดนี้เข้าไปได้อย่างไรโดยไม่ฉีกขาด?!
"ไปนอนลงบนเสื่อหน้าแท่นครูเดี๋ยวนี้มิ้น!" พี่กฤชสั่งเสียงต่ำ พลางใช้มือหนาจับกระชากต้นแขนของฉัน พาเดินไปยังเสื่อกกลางห้อง
ฉันแข้งขาอ่อนเปลี้ยจนแทบก้าวไม่ออก จำใจต้องทิ้งตัวลงนอนหงายราบไปกับผืนเสื่อกก แผ่นหลังสัมผัสกับความสากระคายเคือง แต่ทว่าผิวกายด้านหน้ากลับร้อนผะผ่าวด้วยสายตาอันหิวกระหายของชายตรงหน้า
พี่กฤชก้าวตามขึ้นมาคร่อมร่างของฉันไว้ทันที สองเข่าแกร่งของเขาแยกออก แทรกตัวเข้ามาอยู่ระหว่างเรียวขาบอบบางของฉัน
"อ้าขาออกมิ้น..." เขาเค้นเสียงกระซิบพลางเอื้อมมือทั้งสองข้างมาจับหัวเข่าของฉัน แยกถ่างออกจากกันจนสุดแรง!
*พรึ่บ!*
เรียวขาขาวเนียนของฉันถูกถ่างกว้างออกเป็นรูปตัวเอ็ม อย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นเนินเนื้ออูมโหนกขาวผ่องที่มีรอยปานแดงรูปหยดน้ำเต้นตุบ ๆ และร่องเนื้อสีชมพูสดที่เปิดอ้าเล็กน้อย ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำรักเหนียวหนืดที่ไหลเยิ้มออกมาเคลือบกลีบแคมจนเลื่อมพราย
พี่กฤชก้มลงมองภาพความงามอันน่าบัดสีเบื้องหน้าอย่างหลงใหล เขากลืนน้ำลายอีกครั้ง ก่อนจะเอื้อมมือขวาลงไปกุมรอบโคน-วยหนาใหญ่ของตัวเอง แล้วรูดรั้งสองสามครั้งจนเส้นเลือดปูดโปนสั่นระริก
"ฮึก... พี่กฤชขา... น้องมิ้นกลัว..." ฉันยกมือขึ้นปิดหน้า ร้องไห้สะอึกสะอื้น "ของพี่กฤชใหญ่ขนาดนั้น... มันจะฉีกหีของน้องมิ้นนะคะ..."
"ไม่ฉีกหรอกมิ้น... แต่จะแน่นจนมิ้นเสียวแทบขาดใจต่างหาก!"
พี่กฤชเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางโน้มตัวลงมาประชิด มือหนาของเขาจับดุ้นเอ็นร้อนจัดทาบลงไปบนร่องสวาทที่เปียกชุ่ม ปลายหัวบานใหญ่ที่ร้อนผ่าวราวก้อนถ่านไฟ บดถูไถไปตามรอยแยกของกลีบเนื้อ ชโลมน้ำเงี่ยนของฉันจนเปียกโชกไปทั่วทั้งลำ!
*แจ๊ะ... ซึ่บ... ซี้ดด...*
"อ๊าา... พี่กฤช!" ฉันสะดุ้งตัวลอย แอ่นสะโพกขึ้นรับความเสียวแปลบปลาบที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง รอยปานแดงบนเนินเนื้อเปล่งประกายสีแดงชาดเข้มจัด ไอร้อนจากรอยปานแผ่ซ่านดูดกลืนความร้อนจากลำ-วยของเขาอย่างบ้าคลั่ง
"ซี้ดด... มิ้น... ร่องของมิ้นมันดูดควยพี่ดีเหลือเกิน... ทั้งแฉะ ทั้งร้อน..." พี่กฤชกัดฟันครางลั่น สันกรามคมชัดเกร็งแน่น
เขาใช้มือข้างหนึ่งจับสะโพกของฉันกดตรึงไว้กับเสื่อกกแน่นหนา ขณะที่มืออีกข้างจับประคองดุ้นเอ็นอวบใหญ่...
เล็งส่วนหัวบานใหญ่สีม่วงคล้ำ จ่อตรงเข้าสู่ปากทางเข้าของร่องสวาทที่คับแคบและเปียกชุ่มไปด้วยน้ำหวาน!
สัมผัสของเนื้อสดที่บานใหญ่กดเบียดลงตรงปากรอยแยก ทำเอาร่างกายของฉันสั่นสะท้านไปถึงทรวงอก หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก!
"มิ้น... หายใจเข้าลึก ๆ..." พี่กฤชกระซิบเสียงกร้าวต่ำข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอ "ถึงเวลาล้างมนต์ดำให้ดาวแล้ว... และมิ้น... จะต้องตกเป็นเมียพี่อย่างสมบูรณ์แบบในคืนนี้!"
สิ้นเสียงคำราม...
พี่กฤชก็เกร็งสะโพกสอบอันทรงพลัง ออกแรงกดน้ำหนักตัวดันส่วนหัวบานมหึมา มุดแทรกผ่านกลีบเนื้อที่ตึงแน่น บดเบียดเข้าไปในปากทางรักของฉันทีละนิด... ทีละนิด...
*ซึ่บบ...!*
"อ๊ายย...! พี่กฤชขาา!"
ฉันหวีดร้องลั่นเรือนพิธี สองมือจิกเสื่อกกจนแทบฉีกขาด ร่างกายบิดเกร็งเมื่อรับรู้ถึงความคับแน่นปานจะปริแตกที่กำลังบุกรุกเข้ามาในร่างกายของตัวเอง!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??