เรื่อง ปะป๊าของหนูคือจักรพรรดิอมตะสุดแกร่ง
เวลา่า 4 โมง การแสดงความสามารถของแต่ละห้องในโรงเรียนอนุบาลชิงหงสิ้นสุดลง จางเฉินกำลังรออยู่ที่หน้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า กะเอาไว้ว่าเมื่อลูกสาวเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยแ้ เขาะพาเธอไปคีบตุ๊กตาเพื่อให้เธอกลับมามีความสุขอีกครั้ง
เฉิงปี้ที่เพิ่งกลับมาหลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จกล่าวว่า "คุณจาง บุญคุณในวันนี้ผม เฉิงปี้ะไม่มีวันลืมเด็ดขาด ผมขอตัวลาไปก่อน พรุ่งนี้ะมาเยี่ยมคุณอีกครั้ง"
"ไม่จำเป็ ถ้าไม่มีอะไรก็อย่ามากวนผมเลยครับ"
ที่เขาลงมือช่วยทั้งหมดก็เพราะลูกสาว ตาแก่นี่เห็นได้ชัดว่าให้ความสำคัญกับวิชาแพทย์ของเขา และต้องการอาศัยโอกาสนี้ไต่เต้าเพื่อขอความช่วยเหลืออื่น ๆ เพิ่มเติม เขาะมีเวลาว่างขนาดนั้นได้อย่างไร
ถ้ามีเวลาขนาดนั้น ไปเล่นเกมกับลูกสาวไม่ดีกว่าหรือ?
เฉิงปี้หัวเราะอย่างเก้อเขินแ้กล่าวว่า "ในเมื่อคุณจางไม่ชอบให้ใครรบกวน ั้ผมะไม่มารบกวนคุณแ้ นี่คือนามบัตรของผม หากมีเรื่องอะไรโปรดสั่งการได้เลย"
ชายชราส่งนามบัตรสีดำขอบทองที่มีอักษรเขียนไว้ว่า 'ประธานกลุ่มบริษัทปี้หยวน เฉิงปี้'
จางเฉินเหลือบมองแวบหนึ่งแ้เก็บไว้ พร้อมกล่าวว่า "ตกลง ถ้าผมมีเรื่องอะไระหาคุณเอง ไปเถอะ"
หลังจากเฉิงปี้จากไปได้ไม่นาน เด็กหญิงตัวน้อยก็เดินออกมา ใบหน้าของเธอฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน
จางเฉินรีบวิ่งเข้าไปชมว่า "วันนี้หลานหลานแสดงได้เก่งมาก ร้องเพลงเพราะที่สุดเลย"
"คุณอา หม่าม้าไม่ได้มาใช่ไหมคะ"
"เอ่อ... คุณแม่มาแ้ แต่เธอดูได้สักพักก็ไปแ้ หนูก็รู้ว่าช่วงนี้คุณแม่ยุ่งมาก"
"คุณโกหก หม่าม้าไม่ได้มาเลย คุณโกหกแ้เหมือนหม่าม้าเลย ชอบมองไปทั่วเหมือนกัน"
จางเฉินลูบจมูกอย่างจนใจ เด็กน้อย! นิสัยแบบนี้ัไม่ได้เลียนแบบแม่ของเธอนะ แต่แม่เธอต่างหากที่เลียนแบบั
ในเมื่อหลอกไม่ได้แ้ เขาก็จำใจต้องพูดความจริงออกมา "คุณแม่น่าะมีธุระสำคัญ หลานหลานอย่าโกรธเลยนะดีไหม? เดี๋ยวอาพาไปคีบตุ๊กตาเป็ยังไง"
"ไม่ หนูะกลับบ้าน" เธอเบะปาก ขอบตาเต็มไปด้วยน้ำตาที่จวนะไหลลงมา จางเฉินที่ไม่กล้าเถียงต่อจึงได้แต่โอบกอดเธอแ้ขับรถกลับบ้านทันที
เมื่อถึงบ้าน เด็กหญิงตัวน้อยก็ไม่พูดอะไรสักคำ เดินตรงเข้าห้องแ้ปิดประตูทันที
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?" ซุนหลานฟางจ้องมองจางเฉิน นึกว่าจางเฉินไปทำอะไรให้เธอโกรธ
"เจ้านายบอกว่าะมาดูหลานหลานแสดง แต่สุดท้ายก็ไม่มา..."
"เฮ้อ ไม่ใช่ครั้งแรกนะ" ซุนหลานฟางถอนหายใจแ้กล่าวว่า "ปีที่แ้ก็เป็แบบนี้ ที่บริษัทมีธุระด่วน คุณหนูปลีกตัวมาไม่ได้ พอกลับมาต้องปลอบอยู่นานกว่าะหายโกรธ คืนนี้ในบ้านคงวุ่นวายไปอีกนานเลย"
สถานการณ์ก็เป็ไปตามที่ซุนหลานฟางคาดไว้ ก่อนที่ฉินอี่จู๋ะกลับมาเด็กหญิงตัวน้อยทำหน้ามุ่ยเหมือนเมฆครึ้มที่รอวันพายุเข้าและพอเธอเข้าบ้านมาเท่านั้นแหละ ฝน-่าใหญ่ก็เทลงมาทันที
ฉินอี่จู๋ที่รู้ว่าตัวเองทำผิด ไม่ทันได้เปลี่ยนรองเท้าเธอก็รีบวิ่งขึ้นชั้นบนเสียงดัง ตึก ๆ ๆ อย่างรวดเร็ว
"ลูกรัก แม่ขอโทษ เปิดประตูให้แม่หน่อยนะจ๊ะ"
"ฮือ ๆ ๆ ~"
"ลูกรัก เดี๋ยวแม่พาไปกินของอร่อยดีไหม? อย่างที่ลูกอยากกินคราวที่แ้ไง"
"ไปไกล ๆ เลย"
"ลูกรัก..." ฉินอี่จู๋ยืนเกลี้ยกล่อมอยู่หน้าห้องจนเสียงแหบ แต่เด็กหญิงตัวน้อยนอกจากร้องไห้แ้ก็มีเพียงคำสองคำตอบกลับมาเท่านั้นคือ 'ไปไกล ๆ '
จางเฉินยื่นกุญแจห้องของเด็กน้อยให้เงียบ ๆ แ้กล่าวว่า "เกลี้ยกล่อมต่อหน้าดีกว่าพูดผ่านประตู"
ฉินอี่จู๋คิดครู่หนึ่ง จึงรับกุญแจมาเปิดประตูเข้าห้อง คำพูดดี ๆ ถูกนำมาใช้จนหมด วิธีการต่าง ๆ ก็ลองมาเกือบครบ ในที่สุดผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็เกลี้ยกล่อมจนสำเร็จ
จางเฉินที่ยืนฟังอยู่ข้างนอกยังรู้สึกเหนื่อยแทน แ้ฉินอี่จู๋ที่ต้องพูดอยู่ข้างในะขนาดไหน เมื่อตอนที่เขานำอาหารเข้าไปส่งให้ สองแม่ลูกก็กระซิบกระซาบกันต่ออีกพักใหญ่ เวลาผ่านไปประมาณสองชั่วโมงฉินอี่จู๋จึงค่อยเดินออกมา
"วันนี้ลูกร้องไห้นานมาก พอกินเสร็จก็หลับไป คืนนี้คงไม่ตื่นแ้ คุณเองก็รีบพักผ่อนเถอะ ลำบากคุณแ้"
"เสี่ยวจู๋ ที่บริษัทเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?"
"ับอกคุณตั้งแต่เมื่อเช้าแ้ ให้ทำหน้าที่ในส่วนของคุณให้ดีก็พอ อย่าสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่น แ้ก็อย่าเรียกัแบบนี้ คุณไม่มีสิทธิ์"
จางเฉินยืนนิ่งอยู่ที่หัวบันไดเป็เวลานาน ทั้งหมดเป็ความผิดของเขาจริง ๆ หากวันนั้นเขาไม่จากไป ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอคงไม่ตึงเครียดแบบนี้ เขาได้แต่ถอนหายใจแ้กลับเข้าห้องไป
ขณะนั่งบนเตียง เขาหยิบนามบัตรของเฉิงปี้ออกมา แ้กดโทรศัพท์ส่วนตัวตามเบอร์นั้น หากเทียบกับพวกโลกใต้ดินตาแก่นี่น่าะสืบหาข้อมูลได้รวดเร็วกว่า
ในขณะนั้นเฉิงปี้กำลังรับการตรวจร่างกายอยู่ที่โรงพยาบาล หมอที่ตรวจให้เขามีชื่อว่า ลู่เหยียน เป็ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองของโรงพยาบาลประชาชนอันดับหนึ่งแห่งหรงเฉิง
เฉิงปี้มารักษาที่นี่บ่อยครั้ง ลู่เหยียนจึงทราบสภาพร่างกายของเฉิงปี้เป็อย่างดี เมื่อครู่หลังจากฟังพ่อบ้านบรรยายอาการตอนกำเริบ เขามั่นใจเกือบเต็มร้อยว่าอาการหลอดเลือดสมองกำเริบเพราะความโกรธจัด แต่เมื่อดูจากซีทีสแกนแ้ สมองของเฉิงปี้กลับเหมือนกับคนชราปกติที่ไม่มีโรคเลย ช่างน่าแปลกจริง ๆ
"คุณเฉิง คุณแน่ใจนะว่าชายหนุ่มคนนั้นใช้แค่เข็มเงินรักษาคุณจนหาย?"
"แน่นอน มีกล้องวงจรปิดของโรงเรียนอนุบาลเป็หลักฐาน ะปลอมได้อย่างไร คุณลู่ คุณเป็หมอมาหลายปีไม่เคยได้ยินชื่อวิชาฝังเข็มทะลวงชีพจรบ้างหรือไง?"
"เคยได้ยินสิ แต่ก็แค่รุ่นปู่ของัเท่านั้น ตอนนั้นยังมีหมอเทวดาตัวจริงอยู่ แต่คนสมัยนี้ใจร้อนเกินไปอีกทั้งการฝังเข็มของแพทย์แผนจีนเป็ศาสตร์ที่ต้องศึกษาอย่างลึกซึ้ง หากไม่มีความอดทนก็ยากะเข้าถึงแก่นแท้ ชายหนุ่มที่คุณพูดถึงอายุเพียง 20 กว่าปีแต่บรรลุถึงขั้นนี้ได้ น่าะได้รับการชี้แนะจากหมอชื่อดังมาตั้งแต่เด็ก และฝีมือการต่อสู้ก็น่าะยอดเยี่ยมไม่ธรรมดาเช่นกัน"
"การะใช้พิธีฝังเข็มทะลวงชีพจรช่วยคน ต้องฝึกฝนจนเกิดปราณแท้ หรือที่เรียกว่าพลังภายใน เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่สามารถทะลวงหลอดเลือดที่อุดตันได้"
คำพูดของลู่เหยียนทำให้เฉิงปี้ฉุกคิดขึ้นมาได้ เขาเคยได้ยินจางเฉินพูดเรื่องการเป็บอดี้การ์ด การที่ได้เป็บอดี้การ์ดให้ลูกสาวประธานบริษัทเครื่องสำอางไห่หลานอินเตอร์เนชั่นแนลได้ แสดงว่าฝีมือคงะยอดเยี่ยมมากทีเดียว
ขณะที่กำลังคิด โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็เบอร์แปลก เฉิงปี้ก็คาดเดาได้ทันทีจึงรีบรับสายแ้กล่าวว่า "สวัสดี"
"ผม จางเฉิน"
"คุณจาง มีเรื่องอะไรให้ผมช่วยหรือ?"
"บริษัทของฉินอี่จู๋มีปัญหาใช่ไหมครับ?"
"ใช่ ทั้งซัพพลายเออร์และช่องทางจำหน่ายหายไปหมดจนตอนนี้ทั้งบริษัทตกอยู่ในสภาวะชะงัก คุณฉินน่าะกำลังพยายามเปิดช่องทางใหม่อยู่ แต่โปรดเตือนเธอให้ระวังด้วย เพราะนี่คือหลุมพรางที่บริษัทใหญ่หลายแห่งร่วมมือกันขุดไว้ หากตกลงไปคงยากที่ะพลิกสถานการณ์กลับมาได้ และคนที่วางแผนเหตุการณ์ครั้งนี้คือตระกูลสวี่"
เหตุผลที่กลุ่มบริษัทปี้หยวนสามารถรับประกันการพัฒนาที่หลากหลายได้ นอกจากวิสัยทัศน์แ้ ยังมีการทำงานด้านข้อมูลที่ยอดเยี่ยม ตราบใดที่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ในวงการธุรกิจของเสฉวน ย่อมไม่อาจพ้นสายตาของเฉิงปี้ไปได้ ตอนขากลับเขาตั้งใจสืบเรื่องบริษัทเครื่องสำอางของฉินอี่จู๋ เพราะคิดว่าไม่ช้าก็เร็วคงได้ใช้ประโยชน์ และไม่นึกเลยว่าะได้ใช้เร็วขนาดนี้
"ส่งข้อมูลของคนที่เล่นงานเธอมาให้ผม แ้ผมะถือว่าเราหายกัน" จางเฉินกดวางสายทันทีโดยไม่รอให้เฉิงปี้พูดอะไรต่อ
เมื่อเห็นเฉิงปี้วางสาย ลู่เหยียนก็พูดขึ้นอีกว่า "คุณเฉิง จนถึงตอนนี้ัยังไม่เคยเห็นใครฝังเข็มช่วยคนต่อหน้าต่อตามาก่อนเลย หากมีโอกาสหวังว่าคุณะช่วยแนะนำัให้รู้จักหน่อยนะ"
"ยังะให้แนะนำอีก? ขนาดัเขายังรังเกียจเลย ัขอจัดการเรื่องของตัวเองให้รอดก่อนเถอะ" เฉิงปี้กล่าวอย่างหงุดหงิด เพราะน้ำเสียงของจางเฉินเมื่อกี้นี้ เขาทำเหมือนว่ากำลังคุยกับคนกะล่อนและกลัวว่าะถูกตามตื้อ
ชีวิตของัไร้ค่าขนาดนั้นเลยหรือ? ข้อมูลชุดเดียวก็หายกันแ้ อยากะสลัดัทิ้งั้หรือ ัไ่ีายอมให้เป็ตามใจ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??