เรื่อง หัตถ์พิสูจน์พลิกยุทธภพ ระบบล่าวิญญาณแค้น
ลานิาเก้าิพากษาแห่งศาลคดีอาญายุทธภพกลายสภาพเป็นแดนประหารหมู่ ม่านควันสีม่วงเข้มเดือดพล่านพวยพุ่งจากแท่นสำริด กัดกร่อนแผ่นหินจนแตกระแหงส่งเสียงฟู่ฟ่า ละอองิษร้ายกระจายเข้าคลุมแนวทหารคุ้มกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมรอบทิศ ผู้คุ้มกันแถวหน้าล้มคว่ำ สองมือกุมคอตนเองแน่น ผิวเนื้อบริเวณใบหน้าและลำคอแตกพุพองเป็นตุ่มหนองน่าสยดสยอง ิษกรดรุนแรงกัดทะลวงเยื่อบุทางเดินหายใจ ฉีกเนื้อเยื่อจนเลือดดำทะลักออกทางปากและจมูก
กู้เยี่ยนยืนนิ่งใจกลางวงล้อม แผลถลอกที่ลำคอยังคงมีหยดเลือดซึมบางเบา คมเข็มที่เิ่งเฉียดผ่านไปเมื่อครู่ทิ้งรอยแสบร้อนไว้เป็นเครื่องเตือน แต่นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นกลับไร้ความหวั่นไหว ใต้สาบเสื้อคลุมตุลาการสีดำ แผ่นหนังหน้าอักษรเลือดของเหยาเจี้ยนแนบชิดอยู่กับแผงอก กลิ่นคาวเลือดจางๆ ย้ำเตือนสติเขาทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ ใช้สาริษกัดกร่อนฤทธิ์กรดเข้มข้นมาล้างลานเพื่อปิดปากพยานงั้นรึ? กู้เยี่ยนแค่นยิ้มเย็น แผนการตื้นเขินพรรค์นี้อาจหลอกจอมยุทธ์ทั่วไปได้ แต่สำหรับอดีตหัวหน้านิติเวช นี่คือการฆาตกรรมไร้ชั้นเชิงสิ้นดี
"ไป๋เฉิงเฟิง!" กู้เยี่ยนสั่ง เสียงทุ้มต่ำสะกดความโกลาหล
เด็กหนุ่มผู้ช่วยสะดุ้งเฮือกทั้งที่ยังหมอบตัวสั่น "ขะ...ขอรับนายน้อย!"
"หยิบผงปูนขาวสี่ส่วน ผงถ่านหินหกส่วนในย่ามยาของเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้!" สายตากู้เยี่ยนจับจ้องทิศทางลมและกลุ่มควัน "คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วซัดขึ้นไปเหนือลมรอบแท่น อย่าให้พลาดแม้แต่คืบเดียว!"
ไป๋เฉิงเฟิงสูดหายใจลึก สลัดความกลัวทิ้งสิ้น นิ้วมือที่เคยสั่นเทากระชากถุงผ้าดิบออกจากย่าม เทผงสีขาวขุ่นและผงถ่านสีดำสนิทลงในกระด้งยา คลุกเคล้าด้วยความชำนาญ
"เร็วเข้าสิโว้ย!" จ้าวเสวียนจีกระแทกด้ามทวนิาลงบนพื้น คลื่นพัขอบเขตเสวียนวู่ขั้นสูงสุดแผ่ซ่านออกไปกักควันิษ แต่พัปราณยุทธ์กลับทำได้เพียงชะลอการกระจาย ไม่อาจทำลายฤทธิ์กัดกร่อนในอากาศได้
"คนของศาลอาญาทั้งหมด ปฏิบัติตามคำสั่งของกู้เยี่ยน!" ผู้บัญชาการศาลอาญาออกคำสั่งเฉียบขาด สายตาคมดุจเหยี่ยวลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ
ไป๋เฉิงเฟิงแบกกระด้งยาพุ่งขึ้นสู่แท่นหินทิศเหนือ อาศัยกระแสลมหมุนวนจากพัทวนของจ้าวเสวียนจีเป็นแรงส่ง ควักผงผสมซัดขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่ง-่าฝนสีเทาหม่น เสียงฟู่ดังสนั่นเมื่อละอองปูนขาวสัมผัสไอิษ ฤทธิ์ด่างเข้มข้นเข้าทำลายความเป็นกรดร้ายแรงจนสลายตัว ขณะที่ผงถ่านละเอียดเกาะกุมดูดซับไอระเหยกำมะถันเน่าเปื่อย ม่านควันสีม่วงพลันจับตัวแข็งเป็นก้อนผงร่วงกราวลงสู่พื้นิา เหล่าผู้คุมที่รอดชีวิตต่างสำลัก ทรุดลงสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดด้วยความโล่งอก
กู้เยี่ยนไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า เขาสาวเท้าตรงไปยังแท่นสำริดใจกลางลาน ซากกะโหลกศีรษะของหุ่นเชิดหลินซวีละลายกลายเป็นน้ำหนองสีคล้ำส่งกลิ่นเหม็นไหม้ มือเรียวยาวล้วงเข้าในอกเสื้อ ดึงคีมปลายแหลมขนาดเล็กออกมาประกายวับใต้แสงจันทร์
"หยุดมือเดี๋ยวนี้!" เยี่ยนหรูเสวี่ยก้าวเข้ามาขวาง ร่างระหงในเกราะอ่อนสีเงินครามแผ่รังสีเย็นยะเยือก "เข็มเล่มนั้นเคลือบิษมรณะสายตรง หากผิวเจ้าแตะต้องเพียงละอองเดียว แขนข้างนั้นคงต้องตัดทิ้ง!"
กู้เยี่ยนเหลือบมองข้อมือซ้ายของหญิงสาว ชายเกราะตรงรอยต่อนิ้วก้อยสั่นระริกแผ่วเบา นางกำัข่มความเจ็บปวดจากการปะทะกับเข็มิษเมื่อครู่ไว้ใต้สีหน้านิ่งเฉย "ข้ารู้ดีว่ากำัทำสิ่งใด ใต้เท้าเยี่ยน"
คีมปลายแหลมในมือขยับอย่างมั่นคง ปลายเหล็กคีบเข้าที่โคนเข็มสีดำซึ่งปักคาอยู่ในแอ่งน้ำหนองบนแท่นสำริด กู้เยี่ยนย่อตัวลง โคจรลมปราณขี่วู่ระดับเก้าขั้นสมบูรณ์แบบเข้าสู่ดวงตา เนตรทิฬฬกายวิภาคจำลองภาพโปร่งแสงของวิถีการแทงทะลวงผ่านกระดูกในมโนสำนึกของเขาทันที ก้านเข็มเหล็กปักเฉียงทำมุมสี่สิบห้าองศากับระนาบพื้น ปลายเข็มบิดงอชี้ลงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เล็กน้อย บ่งบอกถึงแรงต้านทานของกระแสลมราตรี มุมตกกระทบสี่สิบห้าองศา ทะลวงผ่านกะโหลกหน้าผากหนาห้าุ่น... สมองของกู้เยี่ยนประมวลผลอย่างรวดเร็ว กฎเกณฑ์ทางเรขาคณิตและวิถีตกกระทบ แรงส่งของเข็มิษไม่ได้มาจากแนวราบ และไม่ได้พุ่งมาจากซุ้มตรวจการฝั่งตะวันออกที่เงามืดเิ่งปรากฏตัวขึ้นเพื่อล่อสายตา หากยิงจากซุ้มตรวจการซึ่งสูงเพียงสี่สิบเชียะ มุมการตกกระทบจะอยู่ที่สามสิบองศาเ่าั้ แต่เข็มเล่มนี้พุ่งดิ่งลงมาจากมุมกดที่สูงชันกว่านั้นมาก
"คนร้ายไม่ได้อยู่บนหัคาซุ้มตรวจการ" กู้เยี่ยนเอ่ย คีมปลายแหลมหมุนตรวจสอบทิศทางของรอยแตกร้าวบนเนื้อกระดูก "เงามืดไร้หน้าเมื่อครู่เป็นเพียงหุ่นเชิดล่อเป้า"
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ข้าเห็นมันยืนอยู่บนนั้นเต็มสองตา!" จ้าวเสวียนจีขมวดคิ้วแน่น
"ตาเนื้อมักเห็นเฉพาะสิ่งที่ผู้บงการต้องการให้เห็น" กู้เยี่ยนแค่นยิ้มเย็น แววตาคมมองออกไปสู่ความมืดมิดนอกลาน "แรงส่งของเข็มเล่มนี้เจาะกะโหลกหนาห้าุ่นได้ในพริบตา ต้องใช้หน้าไม้วิเศษระดับขอบเขตเสวียนวู่ ยิงลงมาจากจุดที่สูงกว่าแท่นประหารไม่ต่ำกว่าร้อยเชียะ"
เยี่ยนหรูเสวี่ยเบิกตากว้าง "หอนาฬิกาเมืองหลวง!"
"ถูกต้อง" กู้เยี่ยนหยัดกายลุกขึ้น สะบัดคีมทิ้งเข็มิษลงในขวดกระเบื้องที่ไป๋เฉิงเฟิงยื่นมารองรับ "ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือหกสิบวา จุดเดียวที่เล็งเห็นเบ้าตาของศพบนแท่นนี้ได้โดยตรง และยิงตามทิศทางลมราตรีได้โดยวิถีไม่คลาดเคลื่อน"
"อวดดีนัก!" จ้าวเสวียนจีแผดเสียงก้อง ลานหินใต้ฝ่าเท้าปริร้าวด้วยเพลิงโทสะ "กล้าใช้หอนาฬิกาหลวงเป็นที่ซุ่มยิง พลลาดตระเวนศาลอาญาทั้งหมด ตามข้าไปปิดล้อมเดี๋ยวนี้!"
"ช้าก่อน ใต้เท้าจ้าว" กู้เยี่ยนยกมือห้าม "หากเคลื่อนกำัพลเิเิเช่นนั้น คนร้ายจะอาศัยความมืดหลบหนีไปตามแนวคูเมืองทันที ผู้ที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด มีเพียงคนเดียว"
สายตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางความตึงเครียด เยี่ยนหรูเสวี่ยกระชับด้ามกระบี่หงส์เหมันต์ในมือขวา ร่างกายตั้งท่าเตรียมทะยาน แต่กู้เยี่ยนกลับก้าวประชิดตัวนาง กลิ่นอายเย็นเยียบของปราณหงส์ปะทะเข้ากับใบหน้าเขา
"ข้อมือซ้ายของเจ้า ยังทนไหวหรือไม่?" กู้เยี่ยนกระซิบถาม น้ำเสียงได้ยินกันเพียงสองคน
เยี่ยนหรูเสวี่ยชะงัก ดวงตาหงส์ตวัดมองเขา "เรื่องแค่นี้ข้าทนได้ เจ้าคนสารเลว ไม่จำเป็นต้องมาห่วงข้า"
"ข้าไม่ได้ห่วงเจ้า" กู้เยี่ยนตอบหน้าตาย มุมปากยกยิ้มยียวน "ข้าเกรงว่าหากรองเจ้าหอสดับลมตกหัคาคอหักตาย ศาลอาญาจะไม่มีใครจ่ายเบี้ยหวัดให้ข้ามากกว่า"
"วาจาสามหาว!"
เยี่ยนหรูเสวี่ยถลึงตาใส่เขา แต่แววตาตึงเครียดกลับผ่อนลง นางสูดหายใจลึก ปลดปล่อยปราณหงส์เหมันต์เป็นม่านหมอกสีเงินคราม ปีกหงส์สยายออกเบื้องหั ทะยานขึ้นสู่อากาศราวกับลำแสงดาวตก พุ่งข้ามแนวหัคาเรือน มุ่งตรงไปยังหอนาฬิการิมคูเมือง
กู้เยี่ยนโคจรลมปราณขี่วู่ระดับเก้าลงสู่สองขา ร่างสูงในุดคลุมสีดำทะยานตามไปติดๆ แทรกตัวผ่านความมืดมิดไร้สำเนียง
เสียงระฆังทองเหลืองบนยอดหอยังคงแกว่งไกวดังกังวานแผ่วเบาตามแรงลม เยี่ยนหรูเสวี่ยเหยียบลงบนชายคาหอนาฬิกาเป็นคนแรก ปลายกระบี่หงส์เหมันต์ชี้ตรงไปยังบานไม้ชั้นบนสุด ไอเย็นจัดแช่แข็งหยดน้ำค้างบนกระเบื้องหัคาจนกลายเป็นเกล็ดขาว
ฉึก! ข้อมือซ้ายพลันปวดแปลบแล่นริ้วตามแนวเส้นเอ็น นิ้วก้อยกระตุกวูบ ปราณกระบี่สะดุดไปครึ่งจังหวะจนร่างระหงเสียการทรงตัว
"ระวัง!" กู้เยี่ยนที่ตามขึ้นมาตวาดเตือน
แต่กลับไม่มีการซุ่มโจมตีสวนกลับมา ไร้ลูกศร ไร้เงาร่างของมือสังหาร
เยี่ยนหรูเสวี่ยสะกดความเจ็บ ตวัดกระบี่ฟันบานไม้ชั้นบนสุดจนแตกกระจาย นางก้าวเข้าไปในความมืดโดยมีกู้เยี่ยนเข้าประชิดข้างกาย แสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องเปิดที่พังทลาย เผยให้เห็นสภาพภายในชัดเจน
ใจกลางหอนาฬิกา หน้าไม้กลไกขนาดใหญ่ทำจากเหล็กดำยังคงติดตั้งอยู่บนขาหยั่ง ขึงสายเอ็นพยัคฆ์ทมิฬไว้แน่นหนา คันศรมีคราบไหม้ของดินปืนที่ใช้ขับดันเข็มิษ แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งสองต้องชะงัก คือร่างที่นั่งิงขาหยั่งหน้าไม้อยู่ในมุมมืด
ร่างนั้นสวมุดยาวสีครามปักลายเมฆาของหอโอสถประจำตระกูลกู้ สภาพศพคอพับ ดวงตาเบิกโพลง ริมฝีปากอ้าค้างราวกับพยายามส่งเสียงร้องขอชีวิต
เยี่ยนหรูเสวี่ยขมวดคิ้ว ก้าวเข้าไปหมายจะใช้ปลายกระบี่เขี่ยตรวจดูร่างนั้น
"อย่าขยับ!" กู้เยี่ยนร้องเตือนเสียงกร้าว แต่ไม่ทันการ
ปลายกระบี่แตะเข้ากับชายเสื้อของศพ กลไกเส้นใยบางเฉียบที่ผูกติดกับคานด้านบนพลันดีดผึง ร่างไร้วิญญาณถูกแรงดึงกระชาก ลอยละลิ่วพุ่งทะลุกรอบบานไม้ออกสู่ความว่างเปล่า
ตึง! ร่างผู้ตายร่วงกระแทกพื้นิาเบื้องล่างเสียงทึบหนัก เลือดสดทะลักนองไปทั่วบริเวณต่อหน้าทหารคุ้มกันที่เิ่งไล่กวดตามมาถึง
กู้เยี่ยนและเยี่ยนหรูเสวี่ยชะโงกหน้ามองลงไปจากขอบหน้าต่างหักพัง "นั่นมัน..." เยี่ยนหรูเสวี่ยเอ่ยเสียงสั่น "เฉินป๋อ ผู้ช่วยหมอหลวงประจำเรือนของมู่หรงเยี่ยนมิใช่หรือ?!"
"ใช่ คนของนางเอง" กู้เยี่ยนตอบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
มู่หรงเยี่ยนวางแผนซ้อนแผนไว้อย่างเหี้ยมเกรียม นางส่งมือสังหารตัวจริงมายิงเข็มิษทำลายหลักฐาน จากนั้นก็สังหารปิดปากผู้ช่วยหมอของตนเอง แล้วจัดฉากผูกศพไว้กับกลไกหน้าไม้เพื่อล่อตา ตัดตอนเส้นสายไม่ให้สาวไปถึงเรือนตระกูลกู้
แต่สายตาคมกริบของกู้เยี่ยนกลับจับจ้องไปยังบาดแผลบนร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องล่าง แสงจันทร์สะท้อนให้เห็นรอยแผลฉกรรจ์ที่ลำคอของเฉินป๋อถนัดตา
มันเป็นรอยกรีดรอบลำคอที่บางเฉียบ เรียบเนียน ไร้รอยกระตุกของคมมีด เส้นเลือดใหญ่และหลอดลมถูกตัดขาดในแนวระนาบสมบูรณ์ ผิวหนังรอบรอยกรีดถูกลอกร่อนออกเป็นแถบกว้างสองุ่น
ตรงรอยประสานกระดูกท้ายทอย มีรูขนาดเท่าปลายเข็มสามรูเรียงเป็นแนวโค้ง ไขกระดูกภายในถูกสูบออกจนแห้งกรังกลวงเปล่า และกระดูกสันหัส่วนอกชิ้นที่สามถูกผ่าเลาะออกไปขณะยังมีชีวิต
นี่คือรอยแผลจากวิชากลืนตัวตน
มือสังหารที่เิ่งลงมือสังหารผู้ช่วยหมอหลวง และยิงเข็มิษปิดปากพยานบนลานประลอง ไม่ใช่คนธรรมดาที่มู่หรงเยี่ยนจะสั่งการได้ตามใจชอบ แต่เป็นคนของสมาคมมารพันหน้า
กู้เยี่ยนยืนนิ่งริมขอบไม้ ลมราตรีพัดชายเสื้อคลุมตุลาการสีดำสะบัดพลิ้ว แผลถลอกที่คอยังคงเจ็บแปลบขึ้นมาเป็นระลอก
แผ่นหนังอักษรเลือดใต้สาบเสื้อส่งผ่านไอเย็นยะเยือกเข้ามาถึงกระดูก เหยาเจี้ยนไม่ได้เพียงแค่ส่งจดหมายท้าทาย เงามืดแห่งความตายกำัคืบคลานเข้าประชิดตัวเขาในทุกย่างก้าว และคดีฆาตกรรมปิดปากครั้งนี้ เป็นเพียงการเปิดฉากกระดานาเลือดเ่าั้
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??