เรื่อง พาสิโอเน่ คลั่งรักมาเฟีย!! NC++
บที่ 121: พิทักษ์นครฟลอเรนซ์
ประตูไม้โอ๊กโบราณหนาคืบเศษของพระราชวังพิตตี (Palazzo Pitti) แตกระเบิดเป็นเสี่ยงๆ เมื่อระเบิดมือของศัตรูพังทะลวงเข้ามา! ตูมมม! เศษไม้และควันดินปืนสีเทาหนาทึบพวยพุ่งไปทั่วลานหินอ่อนของหอศิลป์พาลาทีน ทว่า ท่ามกลางม่านควันมรณะ เบียทริซ เดอ เมดิชี และเซเลน่า มาร์เตลลี่ สองราชินีแห่งพาสิโอเน่ กำลังยืนหยัดถือปืนลูกซองยุทธวิธียิงตอบโต้อย่างกล้าหาญ! ปัง! ปัง! ปลอกกระสุนสีแดงดีดกระเด็นตกกระทบพื้นหินดังกริ๊งกร๊าง เลือดของทหารรับจ้างศัตรูสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกรอบรูปภาพวาดเรเนซองส์อันล้ำค่า
"ยิงกดหัวพวกมันไว้ เซเลน่า! อย่าให้พวกมันเข้ามาใกล้บันไดวนได้เด็ดขาด!" เบียทริซในชุดราตรีสีเขียวมรกตี่เปรอะคราบเขม่าควันตะโกนสั่งการ แววตาสีมรกตของเธอคมกริบไร้ความหวาดกลัว สมกับเป็นทายาทตระกูลขุนนางเมดิชีผู้ยิ่งใหญ่
"กระสุนชุดสุดท้ายแล้วค่ะ เบียทริซ! พวกมันโอบล้อมเข้ามาทางสวนโบโบลิ (Boboli Gardens) ด้วย!" เซเลน่าในชุดเดรสสีแดงเพลิงร้องบอกพลางยิงปืนลูกซองเข้าใส่ศัตรูี่พยายามปีนข้ามซุ้มประตูหิน
ทหารรับจ้างของสภาขุนนางรัตติกาลกว่ายี่สิบนายในชุดคอมแบทสีเทาเข้มรุกคืบเข้ามาอย่างรวดเร็ว ปืนกลมือของพวกมันสาดกระสุนกดดันจนสองสาวงามต้องถอยร่นเข้าไปหลบหลังเสาหินอ่อนโบราณ กระสุนปืนถากผิวหินจนสะเก็ดไฟแลบวาบ สถานการณ์คับขันถึงขีดสุดเมื่อพวกมันเริ่มกระชากสลักระเบิดสังหารเตรียมขว้างปิดฉาก
สวนโบโบลิ (Boboli Gardens) ด้านหลังพระราชวังพิตตีในยามค่ำคืนเต็มไปด้วยเงาทะมึนของรูปปั้นเฮอร์คิวลีสและซุ้มไม้โบราณ ทหารรับจ้างของสภาขุนนางรัตติกาลใช้เขาวงกตพุ่มไม้เป็นี่กำบังเพื่อวางกำลังซุ่มยิง แต่โซเฟีย วาซิลีว่า ซึ่งช่ำชองการรบในเงามืด ได้ใช้กล้องมองกลางคืนและปืนพกเก็บเสียงลอบสังหารสไนเปอร์ของพวกมันทีละคนอย่างเงียบกริบดั่งมัจจุราชไร้เสียง
เบียทริซ เดอ เมดิชี ถือปืนลูกซองแฝดโบราณประจำตระกูลี่ตกทอดมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ แม้จะเป็นอาวุธเก่าแก่แต่ความแม่นยำและแรงปะทะของกระสุนลูกปรายยังคงทรงพลัง เธอเหนี่ยวไกสังหารมือปืนศัตรูี่พยายามบุกเข้าทางระเบียงหินอ่อนจนกระเด็นตกบันไดไป เลือดสาดกระจายเปรอะเปื้อนกำแพงหินทราย
เซเลน่า มาร์เตลลี่ ใช้แท็บเล็ตยุทธวิธียิงสัญญาณกวนคลื่นความถี่วิทยุของศัตรู ทำให้ทีมจู่โจมของพวกมันไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้บัญชาการภายนอกได้ ความสับสนอลหม่านเกิดขึ้นในแถวรบของศัตรู เปิดโอกาสให้หน่วยคอมมานโดเงาพาสิโอเน่เข้าโอบล้อมและปิดประตูตีแมวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์จู่โจมก็ดังกึกก้องกัมปนาทเหนือลานพระราชวัง!
เปรี้ยงงง! กระจกสกายไลต์เพดานหอศิลป์แตกระเบิดออก เศษกระจกนิรภัยร่วงกราวลงมาราวกับ-่าฝนเพชร ผมโรยตัวลงมาจากเชือกสลิงเส้นหนาด้วยความเร็วสูง สองเท้าเหยียบลงบนแผงอกของทหารรับจ้างสองคนแรกจนกระดูกซี่โครงแหลกละเอียด พลั่ก! เลือดทะลักออกจากปากพวกมันก่อนจะแน่นิ่งไป ปืนลูกซองเบเนลลีในมือของผมระเบิดออกในระยะเผากระสุน ปัง! ปัง! ปัง! ฉีกร่างของศัตรูอีกสามนายกระเด็นหงายหลังจมกองเลือด!
"ดอนมาแล้ว! ดอนวัลแคนมาช่วยพวกเราแล้ว!" เสียงร้องแสดงความยินดีของเซเลน่าดังก้อง
ผมไม่หยุดยั้งการเคลื่อนไหว ชักดาบคอสโม พาสิโอเน่ ออกมาจากฝักด้านหลัง คมดาบเหล็กกล้าสีดำสนิทสะท้อนประกายไฟริบหรี่ ผมเคลื่อนไหวประดุจสายลมมืด พุ่งทะลวงเข้าสู่ใจกลางกลุ่มมือสังหาร ตวัดดาบฟันสะบั้นในแนวนอนและแนวเฉียงอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ฉับ! ฉับ! ร่างของศัตรูขาดสะบั้น เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดเปรอะเปื้อนเสาหินอ่อนและรูปสลักโบราณ
เมื่อผมบุกทะลวงเข้าสู่ห้องโถงซาลา ดิ ซาตูร์โน (Sala di Saturno) หัวหน้าทีมจู่โจมศัตรูในชุดเกราะหนากำลังยกปืนกลหมายจะยิงใส่เบียทริซ ผมไม่รอช้า พุ่งตัวสไลด์ไปกับพื้นหินอ่อน ตวัดดาบคอสโม พาสิโอเน่ ตัดข้อมือของมันจนปืนกลหลุดกระเด็น ก่อนจะหมุนตัวเตะเสยปลายคางจนร่างยักษ์ของมันลอยเคว้งไปฟาดกับรูปปั้นหินอ่อนเสียงดังสนั่น! พลั่ก!
ผมเหยียบลงบนแผงอกของมัน ปลายดาบจ่อประชิดลูกกระเดือก "ใครสั่งให้แกมาแตะต้องคนของฉัน?"
หัวหน้ามือสังหารกระอักเลือดออกมา มันจ้องมองผมด้วยแววตาหวาดกลัวสุดขีด "สภาขุนนางรัตติกาล... มีคำสั่งให้จับตัวพวกเธอไปเป็นตัวประกัน... เพื่อบีบให้แกสละบัลลังก์พาสิโอเน่..."
"งั้นแกก็จงลงนรกไปรายงานพวกมันว่า บัลลังก์นี้จะไม่มีวันสั่นคลอน และพวกมันทุกคนจะต้องชดใช้ด้วยเลือด!" ผมกล่าวเสียงเหี้ยมก่อนจะกดปลายดาบปลิดชีพมันในทันที ฉับ!
โซเฟีย วาซิลีว่า โรยตัวตามลงมาติดๆ เธอใช้ปืนพกสองมือยิงเจาะกลางหน้าผากของทหารศัตรูี่เหลืออยู่ทีละคนอย่างแม่นยำ ทุกนัดี่ลั่นไกคือความตายอันเด็ดขาด สองยอดฝีมือแห่งพาสิโอเน่ผสานการต่อสู้กวาดล้างศัตรูกว่ายี่สิบนายจนสิ้นซากภายในเวลาไม่ถึงสามนาที!
หน่วยคอมมานโดเงาพาสิโอเน่เข้าเคลียร์พื้นี่รอบหอศิลป์พาลาทีนอย่างรวดเร็ว ทุกซอกมุมของพระราชวังโบราณถูกตรวจสอบอย่างละเอียด อาวุธสงครามและระเบิดซีโฟร์ี่พวกมันเตรียมนำมาทำลายโบราณสถานถูกเก็บกู้และทำลายทิ้งอย่างปลอดภัย ไม่มีโบราณวัตถุชิ้นเอกใดๆ ได้รับความเสียหายอย่างถาวร
เบียทริซนำผมก้าวผ่านระเบียงวาซารี (Vasari Corridor) ซึ่งเป็นทางเดินลับโบราณี่เชื่อมระหว่างพระราชวังพิตตี ข้ามสะพานปอนเตเวคคิโอ ไปยังพระราชวังเวคคิโอ (Palazzo Vecchio) ทางเดินลับแห่งนี้เคยเป็นเส้นทางหลบหนีภัยสงครามของขุนนางตระกูลเมดิชีในอดีต และบัดนี้ มันได้กลายเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ี่หน่วยรบพิเศษพาสิโอเน่ใช้กระจายกำลังคุ้มกันทั่วเมือง
เซเลน่าตรวจสอบสัญญาณโทรคมนาคมและเครือข่ายกล้องวงจรปิดทั่วเทศบาลนครฟลอเรนซ์ เธอพบว่าทีมสนับสนุนของศัตรูี่จอดรถตู้ดักฟังอยู่ริมแม่น้ำอาร์โนถูกหน่วยล่าสังหารของพาสิโอเน่สกัดจับได้ทั้งหมด ข้อมูลในคอมพิวเตอร์พกพาของพวกมันยืนยันตรงกันว่า คำสั่งจู่โจมครั้งนี้ส่งตรงมาจากฐานบัญชาการบนเทือกเขาแอลป์
นายกเทศมนตรีเมืองฟลอเรนซ์และผู้บัญชาการตำรวจแคว้นทัสคานีเดินทางมาถึงพระราชวังพิตตีด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าสถานการณ์คลี่คลายลงภายใต้การนำของดอนวัลแคน เจ้าหน้าี่ระดับสูงทุกคนต่างโค้งคำนับด้วยความเคารพยำเกรง พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะส่งกองกำลังตำรวจท้องถิ่นมาคอยลาดตระเวนร่วมกับพาสิโอเน่ตลอดทั้งคืน
ชาวเมืองฟลอเรนซ์ี่เริ่มทราบข่าวต่างรวมตัวกันอยู่หน้าประตูพระราชวัง เมื่อเห็นธงพาสิโอเน่ถูกชักขึ้นสู่ยอดเสา ทุกคนต่างส่งเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีและยกย่องดอนวัลแคนดั่งวีรบุรุษผู้กอบกู้แผ่นดิน ช่างฝีมือทองคำบนสะพานปอนเตเวคคิโอและพ่อค้าไวน์ในจัตุรัสเปียซซ่า เดลลา ซิญญอเรีย ต่างพร้อมใจกันส่งเสบียงและสิ่งของจำเป็นมายังพระราชวังเพื่อสนับสนุนกองกำลังของเรา
แสงทองแห่งรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องผ่านรอยแตกของกระจกสกายไลต์ลงมายังลานพระราชวัง เสียงระฆังโบราณจากหอระฆังจ็อตโต (Giotto's Campanile) ในมหาวิหารดูโอโมดังกังวานก้องมาตามสายลมยามเช้า ประกาศถึงชัยชนะและความปลอดภัยของนครฟลอเรนซ์
ความเงียบสงัดกลับคืนสู่พระราชวังพิตตีอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงหยดเลือดี่ไหลลงสู่พื้นหิน ผมสะบัดคราบเลือดออกจากใบดาบคอสโมด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะเก็บดาบเข้าฝักด้านหลัง แล้วก้าวเดินตรงเข้าไปหาเบียทริซและเซเลน่า
ปืนลูกซองในมือของสองสาวงามร่วงหล่นลงสู่พื้น ทั้งสองคนโผเข้าสู่อ้อมแขนของผมอย่างลืมตัว สองแขนเรียวโอบกอดแผ่นหลังแกร่งของผมไว้แน่น สัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นดินปืนี่แผ่ออกมาจากตัวผม ร่างกายบอบบางของพวกเธอสั่นระริกจากความตึงเครียดี่เพิ่งคลี่คลาย
"วัลแคน... ขอบคุณพระเจ้าี่คุณมาทันเวลา... เบียทริซคิดว่าจะไม่ได้พบคุณอีกแล้วค่ะ..." เบียทริซซบหน้าลงกับแผงอกของผม น้ำตาแห่งความโล่งอกเอ่อล้นอาบสองแก้มเนียน
"เซเลน่าเชื่อมั่นเสมอว่าดอนจะต้องมาช่วยพวกเรา... ดอนคืออัศวินผู้พิทักษ์ี่แท้จริงของพวกเราค่ะ" เซเลน่ากระซิบเสียงสั่นพลางพรมจูบี่ปลายคางของผมอย่างแสนรัก
ผมโอบกอดร่างของสองสาวงามไว้แนบอก ลูบไล้แผ่นหลังและกลุ่มผมนุ่มสลวยของพวกเธออย่างทะนุถนอม ตรวจดูตามผิวกายเนียนผ่องว่ามีร่องรอยบาดเจ็บร้ายแรงหรือไม่ เมื่อพบเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยจากสะเก็ดหิน ผมจึงคลายใจและกดจูบลงบนหน้าผากมนของทั้งสองคนอย่างแผ่วเบา
"พวกเธอปลอดภัยแล้ว... จะไม่มีใครหน้าไหนในโลกนี้แตะต้องพวกเธอได้อีก ตราบใดี่ฉันยังมีลมหายใจ" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นี่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ
เบียทริซเงยหน้าขึ้นสบตาผม แววตาสีมรกตของเธอเปล่งประกายหวานหยด "เบียทริซเตรียมขบวนรถหุ้มเกราะไว้พร้อมแล้วค่ะดอน... พวกเราย้ายไปบัญชาการต่อี่วิลล่าเมดิชีเถอะนะคะ ี่นั่นปลอดภัยและมีความพร้อมในระบบโทรคมนาคมมากกว่าค่ะ"
เซเลน่าพยักหน้าเห็นพ้อง "จริงด้วยค่ะดอน ข้อมูลบัญชีลับและเครือข่ายการเงินี่เซเลน่ากู้มาได้ ต้องการจอภาพโฮโลแกรมความละเอียดสูงี่วิลล่าเมดิชีเพื่อวิเคราะห์หาพิกัดรังใหญ่ของพวกมันค่ะ"
ผมพยักหน้ารับคำของสองสาวงาม ก่อนจะหันไปสั่งการให้โซเฟียและหน่วยคอมมานโดเงาคุมพื้นี่พระราชวังพิตตีไว้ให้แน่นหนา แล้วนำพาสองราชินีมุ่งหน้าสู่วิลล่าเมดิชีทันที
การรุกรานพระราชวังพิตตีถูกบดขยี้อย่างเด็ดขาด นครฟลอเรนซ์ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงภายใต้ร่มเงาของพาสิโอเน่ และบัดนี้ ถึงเวลาี่พวกเราจะถอนรากถอนโคนสภาขุนนางรัตติกาลให้สิ้นซากไปจากแผ่นดินอิตาลี!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??