เรื่อง ระบบกุนซือมหายุค
มังกรุตัวใทะเลเืพากันแหวกว่ายขึ้นมาลอยตัวเรียงรายล้อมรอบวังคลื่นคราม
หลิงเซียวเลิกพยายามนับจำนวนพวกมันไปตั้งแต่ตัวที่สามร้อย ลำตัวสีคราม สีเขียว และสีเงิน ขดซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ จากพื้นทรายก้นสมุทรสูงตระหง่านไล่ระดับขึ้นไปจนเกือบถึงผิวน้ำ ตัวที่ใหญ่โตที่สุดนั้นยาวเหยียดประหนึ่งแม่น้ำสายย่อมๆ ส่วนตัวที่เล็กที่สุดเพิ่งจะฟักออกจากไข่ ยังคงขดตัวกลมอยู่ใอุ้งกรงเล็บของผู้เป็นแม่ ุคู่สายตานับหมื่นจับจ้องมุ่งตรงมายังจุดเดียวกลางลานหน้าวัง... จุดที่มนุษย์ผู้หนึ่งำัยืนถือขนนกเพียงเส้นเดียว
ขนนกสีขาวเงินปลายแต้มฟ้าเส้นนั้น... เดินทางรอนแรมร่วมกับเขามาจากผาเพลิงหนาวเป็นเวลาเจ็ดวันเต็ม เยว่ซวงไม่ได้ติดตามา้วย ตอนที่เขาออกเดินทาง นางเพียงแค่ยืนตระหง่านอยู่บนเปลวไฟกองที่ใหญ่ที่สุด ไม่ได้โบกมืออำลา ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำบอกลา... มีเพียงประโยคเดียวที่ตะโกนไล่หลังมา
"หากเจ้าทำขนของข้าหายล่ะก็... ข้าจะตามไปคิดบัญชีทวงคืนถึงที่!"
แน่นอน... เขาไม่ได้ทำมันหาย
"เริ่มได้หรือยัง" หลานจวินเอ่ยถามทำลายความเงียบ
ราชามังกรผู้ยิ่งใหญ่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาใร่างจำแลงมนุษย์ เรือนผมสีขาวโพลนลอยพลิ้วไหวตามกระแสน้ำ ดวงตาสีเหลืองขุ่นมัวจ้องมองขนนกเส้นนั้นด้วยแววตาซับซ้อนยากจะคาดเดา เมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน... เขาเคยเหินฟ้าดั้นด้นไปเพื่อขอสิ่งนี้ แล้วต้องซมซานกลับมาพร้อมกับปีกที่ถูกแช่แข็งเป็นหินไปครึ่งซีก ทว่าวันนี้... มนุษย์ผู้หนึ่งกลับถือมันมาวางประเคนให้ถึงตรงหน้า
"ท่าน... ต้องเป็นตัวแรก" หลิงเซียวกล่าวเสียงเรียบ
"เพราะข้าคือราชาสินะ"
"เพราะโ่ของทั้งเผ่า... ถูกผูกรั้งโยงใยไว้กับโ่ของท่านต่างหาก" หลิงเซียวตอบไขข้อข้องใจ "สวรรค์ล่ามราชาไว้ แล้วปล่อยให้ราชาทำหน้าที่ล่ามลูกหลานต่อ ุครั้งที่มีการสืบทอดราชบัลลังก์ โ่หลักก็จะย้ายตามไปประทับบนร่างของราชาองค์ใหม่ ที่ท่านต้องทนเจ็บปวดรวดร้าวทรมานหนักหนาสาหัสกว่าใครเพื่อนใเผ่า... ก็เพราะท่านำัแบกรับน้ำหนักของ ‘ปลายโ่’ ทั้งหมดเอาไว้แต่เพียงผู้เดียวยังไงล่ะ"
ราชามังกรนิ่งอึ้งไป ผู้อาวุโสเกล็ดเงินที่ยืนอยู่เบื้องหลังหลับตาพริ้มลง ปลายหางที่ยังคงสภาพเกล็ดสะบัดไหวแผ่วเบาหนึ่งครั้ง
"หากเพลิงเผาโ่ของท่านขาดสะบั้นลง โ่ของมังกรทั้งเผ่าก็จะขาดสะบั้นตามไปด้วย" หลิงเซียวเน้นย้ำความสำคัญ "แต่หากท่านทนความเจ็บปวดไม่ไหว..."
"ข้าทนมาแล้วทั้งชีวิต" หลานจวินตอบเสียงราบเรียบ "แค่ต้องทนเพิ่มอีกสักครู่เดียว... จะมีสิ่งใดที่ข้าทนไม่ได้อีกล่ะ"
เขาคลายมนตร์จำแลง คืนร่างกลับสู่ร่างเดิมใทันที! มังกรครามชราขดตัวมหึมากินพื้นที่เต็มลานหน้าวัง ใหญ่โตเทอะทะเสียจนเสาโมราที่ยังหลงเหลืออยู่ต้องเอนหลบ เกล็ดตามลำตัวแลดูหม่นหมองซีดเซียวไร้ประกาย แต่ละแผ่นมีรอยแตกร้าวเล็กๆ เก่าแก่ประปราย เขายกเชิดคางขึ้น... เผยให้เห็น ‘เกล็ดย้อน’ ที่ดำคล้ำจนแทบจะมองไม่ออกว่าเคยเป็นสีครามมาก่อน อักขระบนนั้นสลักหนาและฝังลึกกว่าของหลานเฟิงหลายเท่าตัวนัก สลักลึกกินเนื้อเกล็ดจนเกล็ดถูกย้อมกลายเป็นสีดำสนิทกลมกลืนไปกับตัวอักษร
หลิงเซียวบรรจงวางขนนกลงบนเกล็ดย้อนแผ่นนั้น
...
ชั่วหนึ่งลมหายใจ... ุอย่างยังคงเงียบสงบ
พอถึงลมหายใจที่สอง... ขนนกพลันเปล่งแสงสว่างเรืองรอง!
เพลิงสีฟ้าขาวลุกพรึบขึ้นจากปลายขน! ไร้ซึ่งควันไฟ ไร้ซึ่งเสียงปะทุ ไร้ซึ่งความร้อนระอุ มันเลื้อยลามลงไปตามเส้นสายอักขระสีดำบนเกล็ดย้อนดุจดั่งธารน้ำที่รู้ทิศทาง เส้นดำที่ถูกเพลิงเย็นทาบทับต่างพากันหดตัว ดิ้นรนทุรนทุราย... ก่อนจะซีดจางลงกลายเป็นสีเทาหม่น
หลานจวินแผดเสียงคำรามลั่น!
ครืนนน!!
สุรเสียงนั้นสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งทะเลเื! วังคลื่นครามสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนเสาหักสองต้นล้มครืนพังทลายลงมา! ทรายใต้ก้นสมุทรฟุ้งกระจายตลบอบอวลกลายเป็นม่านขุ่นมัว มังกรนับหมื่นตัวที่ล้อมรอบวังต่างพากันส่งเสียงกู่ร้องคำรามตามโดยสัญชาตญาณ พวกมันรับรู้ได้ใทันที... ว่าปลายโ่ที่พันธนาการพวกมันอยู่ ำัถูก ‘กระชาก’ อย่างรุนแรง!
เพลิงเย็นวิ่งพล่านจากเกล็ดย้อน ลามเลียลงไปตามลำคอ... เกล็ดที่สอง... เกล็ดที่สิบ... เกล็ดที่ร้อย... ุเกล็ดที่เพลิงแล่นผ่าน อักขระสีดำจะลุกไหม้กลายเป็นเส้นสีฟ้าสว่างวาบ แล้วแตกสลายกลายเป็นมวลหมอก เกล็ดเบื้องล่างที่หม่นหมองมานานนับหมื่นปี พลันเผยสีครามสดใสเปล่งประกาย... ดุจดั่งหินหยกเนื้อดีที่เพิ่งถูกชะล้างคราบไคลโคลนตมจนสะอาดหมดจด!
หลิงเซียวกดปลายขนนกตรึงไว้แน่นด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาที่ยังหงิกงอได้ไม่สุดก็วางทาบทับลงบนเกล็ดแผ่นข้างเคียง โคจรลมปราณเต็มำัเพื่อพยุงร่างมังกรยักษ์ที่ำัดิ้นรนสั่นสะท้าน ภายใต้ฝ่ามือของเขา... โ่พันธนาการำัดิ้นรนต่อต้านรุนแรงขึ้นุขณะจิต! มันดิ้นรน... เพราะสวรรค์เบื้องบนำัออกแรง ‘ดึง’ มันกลับ! ราวกับคนเลี้ยงเหยี่ยวที่กระตุกเชือกผูกขานกอย่างแรงเมื่อรู้ตัวว่าปมเชือกเริ่มหลุดลุ่ย แรงกระชากต้านทานนั้นไหลย้อนกลับพุ่งทะลวงขึ้นมาตามท่อนแขนของเขาจนกระดูกข้อศอกลั่นเสียงดังก๊อบ!
หลิงเซียวกัดฟันกรอด กดขนนกให้แนบแน่นยิ่งขึ้น... ไม่ยอมปล่อยให้มันขยับเขยื้อนหลุดตำแหน่งแม้เพียงเส้นผม!
เมื่อเพลิงวิ่งไปถึงเกล็ดที่ห้าร้อย หลานจวินก็หยุดแผดเสียงคำราม ร่างมหึมาสั่นเทิ้มอย่างเงียบเชียบ ดวงตาสีเหลืองขุ่นเบิกกว้างทะลัก... หยาดน้ำตาสีเงินหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นจากหางตา ลอยละล่องขึ้นไปใสายน้ำเป็นหยดใสกระจ่าง
เกล็ดที่เก้าร้อยเก้าสิบเก้า... ปลายหาง... เกล็ดที่หนึ่งพัน!
เพลิงสีฟ้าขาวโพลนกระโจนพรวดออกจากปลายหางของหลานจวิน! แตกกิ่งก้านสาขาออกเป็นพันสาย... หมื่นสาย! พุ่งทะยานเข้าหามังกรุตัวที่ล้อมรอบวังพร้อมกันใพริบตา! ทะเลเืทั้งผืนสว่างวาบเจิดจ้าขึ้นด้วยลวดลายเส้นสีฟ้าที่วิ่งพล่านไปตามลำตัวของมังกรนับหมื่น ถักทอทับซ้อนสานกันเป็น ‘ตาข่ายเพลิงสวรรค์’
มหึมาสว่างไสวอยู่กลางมหาสมุทร... ก่อนที่ตาข่ายนั้นจะมืดดับวูบลงพร้อมกันใพริบตาเดียว!
แกรก...
เสียงนั้นดังลั่นขึ้นใหัวของหลิงเซียว
แกรก... แกรก... แกรก!
มันก้องสะท้อนซ้อนทับกันหลายร้อย... หลายพันเสียง! ราวกับ-่าฝนทะลุทะลวงกระหน่ำสาดลงบนหลังคากระดาษบางๆ ราวกับมีมือนับพันข้างำัช่วยกันออกแรง ‘ขูดหมึก’ ออกจากหน้ากระดาษแผ่นเดียวกันจนกระดาษบางเฉียบลงุขณะ หลิงเซียวยกมือขึ้นกุมขมับแน่น หูอื้ออึงตาลาย ปวดร้าวทรมานแทบระเบิด เสียงนั้นดังกึกก้องต่อเนื่องยาวนาน... นานเสียจนเขาลืมจับจังหวะนับลมหายใจของตัวเอง
กระทั่งเสียงนั้นหยุดลงอย่างกะทันหัน ความเงียบสงัดที่ตามมากลับหนักอึ้งกดทับจนปวดแก้วหู เลือดอุ่นๆ ไหลซึมออกจากโพรงจมูกข้างหนึ่ง ลอยฟุ้งเป็นสายสีแดงบางเบาใสายน้ำ เขาใช้หลังมือปาดมันทิ้งอย่างลวกๆ
แค่แก้บทให้ตัวละครตัวเดียว... เขาได้ยินเสียงขูดขีดเพียงหนึ่งครั้ง แต่คราวนี้เขาดันทุรังแก้บทให้คน ‘ทั้งเผ่าพันธุ์’... หัวของเขาแทบจะระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ!
[ติ๊ง! ภารกิจสำเร็จ: ทำลายโ่ชะตาเกล็ดของเผ่ามังกรอย่างสมบูรณ์!]
[ชะตาเดิม: เผ่ามังกรตกเป็นทาสรับใช้สวรรค์ชั่วกัปชั่วกัลป์ ไม่มีตัวใดสามารถก้าวข้ามผ่านขั้นเซียนนิรันดร์ได้]
[ชะตาใหม่: เผ่ามังกรหลุดพ้นจากพันธนาการทั้งปวง เส้นทางชะตาแห่งเผ่าพันธุ์ถูกเปิดออกใหม่!]
[ได้รับรางวัล: แต้มบุญฟ้า 100,000,000,000 หน่วย!]
[ระบบย่อยถูกปลดล็อก: ร้านแลกแต้มบุญ]
[คำเตือนระบบ: การแก้ไขชะตากรรมระดับเผ่าพันธุ์ — ‘แรงสะท้อนชะตา’ ำัอยู่ใระหว่างการคำนวณผลกระทบ...]
...
หลานจวินค่อยๆ คืนร่างกลับเป็นมนุษย์อย่างเชื่องช้า เขายืนหยัดตระหง่านอยู่กลางลานกว้าง เรือนผมสีขาวยังคงขาวบริสุทธิ์ดังเดิม ทว่าใบหน้าที่เคยเหี่ยวย่นกลับดูอ่อนเยาว์เต่งตึงขึ้นนับพันปี เขายกมือขึ้นสัมผัสใต้คางของตนเอง... แตะลูบคลำค้างไว้อยู่นานแสนนาน ราวกับยังไม่อยากเชื่อว่าตรวนพันธนาการที่เคยถ่วงรั้งชีวิตมาตลอดได้สูญสลายไปแล้วจริงๆ
แล้วทันใดนั้น... ราชามังกรผู้เกรียงไกร ก็คุกเข่าลง!
ไม่มีผู้ใดใลานกล้าเอ่ยปากสอดแทรก ผู้อาวุโสทั้งเก้าตนเบิกตากว้างมองราชาของตนคุกเข่าศิโรราบต่อหน้ามนุษย์... ก่อนที่พวกมันจะทยอยคุกเข่าตามลงไปทีละตนๆ ผู้อาวุโสเกล็ดเงินยอมทิ้งทิฐิคุกเข่าลงเป็นคนแรกสุด มังกรนับหมื่นตัวที่ล้อมรอบวังต่างพร้อมใจกันก้มเศียรลงต่ำอย่างพร้อมเพรียง ทะเลเืทั้งผืนเงียบสงัดดั่งป่าช้า... เงียบเสียจนได้ยินเสียงฟองอากาศแตกดับ
"ข้า... หลานจวิน... ราชาแห่งเผ่ามังกร!" สุรเสียงของเขาแหบพร่าสั่นเครือ ทว่ากลับหนักแน่นทรงพลังยิ่งกว่าครั้งใดๆ "นับแต่นี้เป็นต้นไป... เผ่ามังกรขอปวารณาตัวเป็น ‘ผู้พิทักษ์’ ให้นิกายตัวเทียน! ด้วยความสมัครใจของพวกเราเอง ฟ้าดินจงเป็นพยาน!"
ทะเลทั้งผืนส่งเสียงสะท้อนรับคำสัตย์สาบานนั้น ก่อเกิดเป็นระลอกคลื่นซัดซ่ากึกก้อง!
หลิงเซียวยืนนิ่งรับคำสาบานอย่างสง่าผ่าเผย เขาไม่ได้เอ่ยปากบอกให้ราชาลุกขึ้น เพราะเขารู้ซึ้งดีว่า... การคุกเข่าใครั้งนี้ ราชามังกรำัคุกเข่าเพื่อเฉลิมฉลองให้กับ ‘เสรีภาพ’ ของตนเอง... มากกว่าจะคุกเข่าเพื่อเทิดทูนมนุษย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเสียอีก
ที่ท้ายแถว... หลานเฟิงำัร้องไห้โฮน้ำตาอาบแก้มโดยไม่คิดจะปาดเช็ดมันออก ข้างกายเขา... หลานอวี่ไม่ได้คุกเข่าลงตาม นางเพียงยืนนิ่งสงบจ้องมองหลิงเซียวตาไม่กะพริบ ใมือยังคงกำกล่องหอยมุกใบเดิมไว้แน่น ยามที่สายตาสบประสานกัน... นางยกมือข้างหนึ่งขึ้นแตะใต้คางตนเองแผ่วเบา แล้วส่งยิ้มให้... เป็นรอยยิ้มแรกที่เขาได้เห็นจากใบหน้างดงามนั้น มันเป็นรอยยิ้มที่บางเบา... ทว่ากลับจริงใจและไร้ซึ่งสิ่งใดซ่อนเร้นที่สุด
...
ค่ำคืนนั้น หลิงเซียวนั่งรับลมอยู่ริมหน้าผาบนเกาะกระดองนิล เปิดเรียกดูหน้าต่างระบบใหม่ที่เพิ่งถูกปลดล็อกหาๆ
หน้าร้าน ‘แลกแต้มบุญ’ แสดงรายการสินค้าเรียงรายยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา... ทั้งเคล็ดวิชาดาบชั้นยอด ตำราค่ายกลพิสดาร ยาเม็ดโอสถสารพัดสรรพคุณ แร่ธาตุหายาก ไปจนถึงเมล็ดพันธุ์ไม้วิเศษพิลึกพิลั่น ราคาค่าตัวไล่ระดับตั้งแต่หลักร้อยหน่วย ยันพุ่งปรี๊ดไปถึงหลายล้านล้านหน่วย! แต้มบุญฟ้าใมือของเขามีมากพอที่จะเหมาซื้อของได้เกือบทั้งร้าน ทว่าเขากลับเลื่อนผ่านพวกมันไปอย่างไม่ไยดี เพื่อค้นหาสิ่งเดียวที่เขาต้องการจริงๆ
[เชื้อสวรรค์: ไม่มีสินค้าจำหน่าย]
และที่ใต้บรรทัดนั้น ระบบได้เด้งอีกหน้าต่างหนึ่งแทรกขึ้นมาเอง... ราวกับมันเฝ้ารอคอยให้เขาเลื่อนลงมาอ่านถึงตรงนี้นานแล้ว
[แต้มบุญฟ้าคงเหลือใคลัง = "บุญดิบ" สามารถใช้ผลักดันระดับปราณได้ไม่จำกัดจำนวน แต่มันจะผลักดันไปได้ไกลสุด... แค่ถึงหน้าประตูของแต่ละขั้นพลังเท่านั้น]
[ประตูขั้นพลังใหญ่ จะสามารถไขเปิดออกได้ด้วย "บุญสะอาด" เท่านั้น ซึ่งจะได้มาจาก ‘ผลกำไร (คืนทุน)’ จากการที่โฮสต์ลงมือเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของผู้อื่นจนสำเร็จลุล่วง ‘จริง’]
[สถานะประตูขั้นเซียนทองสวรรค์: กุญแจ — พร้อมใช้งาน (ได้มาจากชะตาเผ่ามังกร) / เชื้อสวรรค์ — ไม่มี]
หลิงเซียวอ่านทวนซ้ำสองรอบ... แล้วจิ๊กซอว์ุชิ้นก็พลันต่อเข้าหากันจนกระจ่างแจ้งแจ่มชัด!
ไออุ่นปริศนาที่หยดติ๋งลงกลางกระหม่อมใวันที่อู๋ซวงบรรลุมรรค... ประตูขั้นพลังที่ทยอยเปิดออกรับพลังทีละบานๆ อย่างง่ายดายใถ้ำคุนซวี ก่อนจะมาหยุดกึกติดแหง็กอยู่ที่ขั้นเซียนทอง... แสงสีทองใวันนั้น ก็คือ ‘กุญแจดอกแรก’ ที่เขาได้คืนทุนมาจากการเปลี่ยนชะตาของเต้าจุนองค์แรกแห่งยุคนั่นเอง มันเป็นกุญแจดอกใหญ่ทรงพลัง... ที่ใหญ่พอจะไขเปิดประตูุบานที่อยู่ต่ำกว่าระดับเซียนทองสวรรค์ลงไปได้ทั้งหมด ก่อนที่ฤทธิ์ของมันจะหมดสิ้นลงตรงนั้น! ส่วนกองภูเขาแต้มบุญฟ้านับล้านล้านหน่วย... มันเป็นแค่ ‘เชื้อเพลิง’ ธรรมดาๆ ต่อให้เผาผลาญมันทิ้งไปทั้งกอง... มันก็ไม่เคยพาใครก้าวข้ามผ่านบานประตูที่ยังไม่ได้ถูกไขเปิดออกได้เลย!
นั่นหมายความว่า... ความเร็วใการเจริญเติบโตแข็งแกร่งของเขา จะขึ้นอยู่กับว่าเขาหลอกล่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของผู้อื่นได้สำเร็จบ่อยแค่ไหนต่างหากล่ะ...
หาใช่ขึ้นอยู่กับความร่ำรวยแต้มบุญที่มีกองพะเนินไม่!
เขาหลุดหัวเราะใลำคอเบาๆ กับความจริงข้อนี้ ก่อนจะหยุดขำ แล้วเลื่อนหน้าจอค้นหาสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าใวันพรุ่งนี้แทน
ดาบเล่มเดียวกัน... ฟันผ่าแหวกทะเลแยกเป็นสองซีกต่อหน้าศิษย์สามร้อยชีวิต... แล้วยังไปตวัดกวาดล้างนักล่าวิหคสิบสองตนร่วงระนาวต่อหน้าเจ้าหญิงหงส์อีก... ข้ออ้างที่ว่าเป็น ‘ดาบประหลาด’ คงจะใช้ปกปิดระดับพลังที่แท้จริงของเขาได้อีกไม่นานนักหรอก คนที่ฉลาดมีไหวพริบพอ ย่อมต้องเลิกให้ความสนใจกับตัวดาบ... แล้วหันมาจับผิดจ้องมองจังหวะก้าวเท้าของเขาแทนแน่นอน
[เคล็ดวิชา: ก้าวไร้เงาปราณ — เคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่ปล่อยให้พลังปราณรั่วไหลออกมาแม้แต่น้อย ผู้ที่จับจ้องมองจะไม่อาจประเมินระดับขั้นพลังจากการเคลื่อนไหวได้ / ราคา: 90,000,000,000 หน่วย]
เก้าหมื่นล้านหน่วย... แทบจะสูบแต้มบุญที่เพิ่งไถมาจากเผ่ามังกรไปจนหมดเกลี้ยง! แต่เขาก็กดปุ่มแลกซื้อมันมาใทันทีอย่างไม่เสียดาย ความรู้ปัญญาใหัว... เอาไปเร่ขายไม่ได้สักหน่วยเดียว... แต่ท่วงท่าก้าวเท้าพิสดารที่ไม่มีใครหน้าไหนสามารถอ่านออกได้นี่สิ... ย่อมมีราคาค่างวดมหาศาล!
คำเตือนสีแดงเดือดใบรรทัดสุดท้ายของค่ำคืนนี้... ยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ใหัว ‘แรงสะท้อนชะตาำัอยู่ใระหว่างการคำนวณผลกระทบ’... ครั้งแรกที่เขาซุกซนแก้บทไปแค่สองบรรทัดสั้นๆ สามพี่น้องยังวงแตกแยกบ้านกันเร็วขึ้นตั้งหมื่นปี! บทละครที่ถูกขีดฆ่าแก้ไข ไม่เคยยอมอยู่นิ่งเฉย... มันจะสรรหาสิ่งอื่นมาสวมรอยแทนที่เสมอ! ยิ่งเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องไปมากเท่าไร... สิ่งที่จะโผล่มาเสียบแทนที่ ก็จะยิ่งทวีความยิ่งใหญ่น่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเท่านั้น... และเมื่อครู่นี้... เขาเพิ่งจะลงมือเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังเท้า... พลิกชะตากรรมให้คน ‘ทั้งเผ่าพันธุ์’ ไปหาๆ!
หลิงเซียวเอนแผ่นหลังล้มตัวลงนอนแผ่หราบนหินกระดองที่เย็นเยียบชื้นแฉะ ทอดสายตาทะลุความมืดมองดวงดาวที่พราวระยับเต็มท้องฟ้า... ภายใต้แผ่นหลังของเขา... เกาะประหลาดแห่งนี้ ำัผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด... อบอุ่น... และเชื่องช้า...
รุ่งอรุณวันใหม่ เหอซานปีนขึ้นมาหาเขาถึงริมหน้าผา สีหน้าของเจ้ายักษ์สำริดดูปั้นยากแปลกพิกลกว่าุครั้งที่ผ่านมา
"ท่านรองประมุข... มีแขกมาป้วนเปี้ยนขอเข้าพบอยู่หน้าประตูสำนักขอรับ" เขารายงานเสียงเครียด "มากันสองคน... ยืนปักหลักมาตั้งแต่ก่อนรุ่งสางแล้ว"
"ใครกัน"
เหอซานเงียบไปอึดใจหนึ่ง คล้ายกับำัอึกอักไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายดี "คนหนึ่งรูปร่างอ้วนเตี้ย... ส่วนอีกคนผอมสูงโย่ง... สวมใส่อาภรณ์สีเหลืองซีดดุจเดียวกันทั้งคู่ ไม่ยอมเอ่ยนามแนะนำตัว ไม่ร้องขอร้องเรียกให้เปิดประตู... พวกมันเอาแต่ยืนปักหลักนิ่งๆ อยู่ตรงนั้นขอรับ"
"แล้วเหตุใด... เจ้าถึงต้องทำหน้าตาบอกบุญไม่รับเช่นนั้นด้วยเล่า"
"ก็เพราะ... พวกมันำั ‘ยิ้ม’ อยู่น่ะสิขอรับ" เหอซานตอบเสียงสั่น "ยิ้มกริ่มมาตั้งแต่ก้าวเท้ามาถึง... จนป่านนี้ ก็ยังไม่เคยหุบยิ้มเลยสักวินาทีเดียว!"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??