เรื่อง ทั้งร่างกายและจิตใจของข้านี้ จักเป็นของท่านผู้เดียวมิเปลี่ยนแปลง
ณ เืหลังใญ่บนภูเขาซือจิ้งซาน
นานมากแล้ว ที่ท่านลุงไม่ได้ขอให้ข้าไปจัดการเรื่องอันใด แสดงว่าเรื่องนี้ต้องเป็เรื่องที่หนักหนาพอสมควร ข้าจักมิทำให้ท่านผิดหวังขอรับท่านลุง...
เฟิงจื่อเหลย ท่านอาจารย์ หรือท่านลุง ที่เหม่ยหมิงเรียกนั้นเป็ั้อาจารย์ู้ใ้การั่วิชา แะยังเป็บุคคลที่เปรียบเสมือนบิดาคนที่สองของเหม่ยหมิงอีกด้วย ั้ยังเป็เจ้าสำนักหมื่นเทวาคนปัจจุบัน เฟิงจื่อเหลยนั้นมีศิษย์มากมายั้ในสำนัก แะตามหมู่บ้าน ตามแว่นแคว้นต่างๆ กล่าวว่ากษัตริย์บางพระองค์ยังเคยมาร่ำเรียนวิชาต่างๆกับเจ้าสำนักหมื่นเทวาคนปัจจุบันนี้เลย เพราะเจ้าสำนักหมื่นเทวานี้นอกจากจะมิเคยหวงมิวิชาแล้ว ยังเก่งกาจวิทยายุทธแขนงต่างๆเป็อย่างมาก แต่ถึงจะมีศิษย์ั้ในแะนอกสำนักเป็จำนวนมากแต่ศิษย์เอกกับมีเพียงแค่สามคนเท่านั้น คือหานเอินผิง เฟินฉินตัน แะคนที่สามนั้นก็คือหลิวเหม่ยหมิงนั่นเอง โดยหลิวเหม่ยหมิงจะถนัดด้านการปราบปีศาจ ปราบมาร จัดการกับสัตร์อสูรต่างๆ หานเอินผิงจะถนัดด้านการแพทย์ต่างๆ แะเฟินฉินตันจะถนัดด้านการต่อสู้แะศาสตราวุธชนิดต่างๆ
ณ ชานเมืองเหอเหยียน
“ท่านคือจอมยุทธที่จักมาช่วยปราบสัตว์อสูรตนนั้นใช่หรือไม่ขอรับ” ชายหนุ่มที่มารอรับหลิวเหม่ยหมิงบริเวณชานเมืองเหอเหยียนเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความไม่มั่นใจ
“ใช่ ข้าถูกท่านอาจารย์ไหว้วานให้มาจัดการกับสัตว์อสูรที่หลุดมาจากป่าเหมันต์นิรันกาลตนนั้น”
“มิทราบว่า ท่านอาจารย์ของท่านใช่ท่านเฟิงจื่อเหลยหรือไม่ขอรับ”
“ใช่ แล้วท่านพอจักช่วยพาข้าไปหาท่านหัวหน้าหมู่บ้านนี้ได้หรือไม่”
“ได้ขอรับ โปรดเดินตามข้าน้อยมาทางนี้เลยขอรับ” ระหว่างที่กำลังเดินอยู่ เหม่ยหมิงก็กล่าวออกอย่างเกรงใจว่า
“ท่านมิต้องสุภาพกับข้าถึงเพียงนั้นก็ได้”
“มิได้ขอรับ เท่านี้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น เทียบกับที่ท่านอุส่าสละเวลามาช่วยเหลือหมู่บ้านเล็กๆของพวกเรามิได้เลยขอรับ”
หลังจากที่ข้ากล่าวบอกแก่ชายผู้คนนั้นแล้ว ว่ามิต้องพูดวาจาสุภาพกับตน แล้วเขามิคิดที่จักทำตาม ข้าก็มิได้พูดอันใดอีก แะหันมาสนใจบ้านเืของผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆนี้แทน
เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้อยู่ใกล้กับป่าทำให้บรรยากาศดูร่มรื่นเป็อย่างมาก ั้ยังมีพื้นที่ติดกับชายป่าเหมันต์นิรันกาลทำให้อากาศเย็นสบายตลอดั้ปี แะด้วยความที่เหอเหยียนนี้เป็เมืองขนาดเล็กจึงทำให้ผู้คนมิได้คับคั่งดังเช่นเมืองเมืองหลวง หรือตามเมืองขนาดใญ่ต่างๆ ทำให้บรรยากาศที่แต่เดิมดูร่มรื่น น่าอยู่อาศัยอยู่แล้วยิ่งน่าอยู่อาศัยมากขึ้นไปอีกเป็เท่าตัว
ด้วยบรรยากาศอันร่มรื่นบวกกับอากาศที่เย็นสบาย ทำให้ชายหนุ่มเดินตามชายอีกผู้หนึ่งมาถึงหน้าเืของหัวหน้าหมู่บ้านโดยไม่รู้ตัว
“ถึงแล้วขอรับ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินไปเคาะประตู ไม่นานประตูก็เปิดออกพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มนางหนึ่งเดินออกมาเชิญจอมยุทธผู้มาเยือนเข้าไปด้านใน
“เชิญท่านจอมยุทธด้านในเลยเจ้าคะ”
ชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งที่เดินมาส่งเห็นว่าหมดธุระของตนแล้วจึงโค้งคำนับทีหนึ่ง แล้วเดินจากไปแะกลับไปทำหน้าที่ของตนดังเดิม
ภายในเืของท่านหัวหน้าหมู่บ้าน
เหม่ยเดินตามหญิงสาวมาจนถึงห้องรับรองที่มีหัวหน้าหมู่บ้านนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ข้าขอเป็ตัวแทนของชาวเหอเหยียนคารวะท่าน ขอบคุณที่ท่านสละเวลามา” หัวหน้าหมู่บ้านพูดพลางลุกขึ้นมาโค้งคารวะเหม่ยหมิงทีหนึ่ง
เหม่ยหมิงก็โค้งคารวะตอบ
“เชิญนั่งขอรับ ท่านจอมยุทธ”
หลังจากนั้นจึงเริ่มพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ในหมู่บ้านช่วงที่มีสัตว์อสูรจากป่าชายป่าเหมันต์นิรันกาลทันที
“ท่านช่วยเล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ในช่วงนี้ให้ข้าฟังที”
“เมื่อเดือนก่อน เจ้าสัตว์อสูรตนนั้นมันหลุดออกมาได้อย่างไร ข้าก็มิทราบขอรับ..”
“เดี๋ยวก่อนนะ ท่านบอกว่าเดือนก่อน”
“ขอรับ”
“แล้วทำไมหมู่บ้านนี้ ถึงยังดูมิได้เป็อันใดมากนักเล่า”
“ข้าก็ไม่รู้ขอรับ แต่สัตว์อสูรตนนั้นแปลกมากขอรับ มันมาหาขโมยของกินต่างๆในหมู่บ้าน แต่ก็มิได้ทำอันใดผู้คนเลยยกเว้นแต่…ข้ามิรู้ว่าสมควรพูดหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็เรื่องที่ข้ากับชาวบ้านบางคนเท่านั้น คาดเดากันไปเอง”
“ยกเว้นแต่อันใดเล่า ท่านพูดมาได้เลย ข้าจะได้หาทางจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างถูกต้อง”
“ยกเว้นแต่คนผู้นั้นจักทำร้าย เจ้าเด็กลูกครึ่งมารท้ายหมู่บ้านขอรับ”
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเด็กคนนั้นเป็ลูกครึ่งมาร”
“มันเป็เรื่องเมื่อประมาณสองปีก่อน มีหญิงสาวนางหนึ่งมาที่หมู่บ้านนี้กับลูกน้อยวัยมิเกิน 10 ปีเห็นจะได้ในสภาพที่ค่อนข้างแย่เลยทีเดียว ด้วยสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมมากชาวบ้านจึงช่วยกันจัดหาที่พักให้ตามที่พอจะจัดหาให้ได้ แต่พออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็ปรากฏเป็หญิงสาวผู้มีรูปโฉมอันงดงามยากแก่ใครจะมาเคียบเคียงได้ กับเด็กชายหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู เด็กคนนั้นไม่เท่าใดหรอก แต่หญิงสาวผู้เป็แม่ นั้นนางงดงามมากจนมีผู้ชายั้หลายต้องการแต่งเข้าบ้านเป็ภรรยาโดยมิได้รังเกียจแม้แต่น้อยที่นางเคยมีสามี มีลูกมาแล้ว จนทำให้ผู้หญิงหลายคนในหมู่บ้านเกิดความอิจฉาริษยานางเป็อย่างมาก คอยกลั่นแกล้งแม่นางผู้นั้นอยู่เสมอ แต่ก็มิได้รุนแรงมากนัก จนกระทั่งวันหนึ่งมีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันไปทำร้ายแม่นางผู้นั้นระหว่างทางเดินกลับมาจากตลาด เด็กน้อยเห็นมารดาไปที่ตลาดนานจนผิดสังเกต จึงเดินไปดูมารดาที่ตลาด ขณะที่เดินถึงกลางทางเห็นมีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งรุมตบตีมารดาของตนอยู่ จึงโกรธมากจนดวงตาข้างซ้ายเปลี่ยนสีเป็สีดำ แะมีตรามารปรากฏที่หน้าผาก มีหญิงสาวนางหนึ่งสังเกตเห็นสิ่งนี้เข้าจึงบอกให้ผู้หญิงคนอื่นรู้ เมื่อผู้หญิงคนอื่นๆรู้จึงรีบพากันหนีไป แะเอาเรื่องที่เด็กชายมีสายเลือดของมารไปปล่าวประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ แต่ก็มิมีผู้ใดเชื่อเรื่องนี้ เพราะคิดว่าผู้หญิงเหล่านี้สร้างเรื่องมาเพื่อให้พวกตนรังเกียจสองแม่ลูก พอรวมกับเรื่องที่ผู้หญิงเหล่านี้เพิ่งจะไปรุมตบตีแม่นางคนงามของหมู่บ้านมา จึงทำให้มิมีผู้ใดเชื่อเรื่องที่ผู้หญิงพวกนั้นพูดกัน จนเมื่อประมาณ 8 เดือนก่อน มีชายคนหนึ่งเมามากแะเข้าไปขืนใจแม่นางคนนั้นจนตาย ทำให้ลูกของนางโกรธมาก ตอนนั้นนั่นเองที่เด็กคนนั้นมีตรามารปรากฏขึ้นที่หน้าผาก เพียงแต่ถาเป็มารสายเลือดบริสุทธิ์จะมีตรามารนี้ตลอดเวลา แต่ถ้าเป็มารสายเลือดผสมหรือลูกครึ่งมารจะปรากฏเฉพาะเวลาที่จะใช้พลังมารหรือตอนที่พลังมารในร่างรั่วไหลเท่านั้น เหตุการณ์คราวนี้มีชาวบ้านพบเห็นเป็จำนวนมาก พอมีหลายคนเห็นแะนำไปพูดต่อๆกันแะยังเคยมีคนพูดแบบนี้แล้วครั้งหนึ่ง จึงทำให้ชาวบ้านที่เหลือเชื่อว่าเด็กคนนั้นมีสายเลือดมารจริงๆ ชาวบ้านั้หลายจึงหวาดกลัวพลังมารในตัวของเด็กคนนั้นมาก ตัวข้าเองก็ขอยอมรับว่าก็หวาดกลัวพลังมารของเด็กคนนั้นมิน้อยเช่นกันข้าจึงให้เขาย้ายไปอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน จนตอนนี้ตัวข้านั้นพอจักลดความหวาดกลัวลงได้บ้างแล้ว แต่จนบัดนี้พวกชาวบ้านกลับมิมีใครสามารถลดความหวาดกลัวในจิตใจลงได้เลย”
“เรื่องนั้นข้าพอจักเข้าใจแล้ว แต่เรื่องมันเป็มาอย่างไร ท่านจึงคิดว่าเด็กคนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับสัตว์อสูรตนนั้น ขอท่านแจ้งให้ทราบด้วย”
“หลังจากที่ข้าให้เขาไปอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน เขาก็มิได้กลับเข้ามาในหมู่บ้านอีกเลย จนกระทั่งเวลาร่วงเลย ผ่านมานานกว่าครึ่งปี เด็กคนนั้นถึงกับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง ตอนที่เด็กคนนั้นกลับมา เขามาขอยารักษาบาดแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่มิมีผู้ใดกล้าเข้าใกล้เขา จึงมิมีผู้ใดนำยาที่เด็กคนนั้นขอมาให้เลย แต่พอวันต่อมาเด็กคนนั้นก็กลับเข้ามาที่หมู่บ้านอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีผู้ที่สงสารเด็กน้อย จึงโยนห่อยาขนาดไม่ใญ่ ไม่เล็กไปให้ จากนั้นประมาณหนึ่งเดือน สัตว์อสูรตนนั้นจึงเริ่มออกมาขโมยข้าวของของชาวบ้าน จึงมีชาวบ้านบางส่วนคิดว่ายาที่เด็กน้อยมาขอในคราวนั้น เด็กน้อยนำมารักษาบาดแผลของเจ้าสัตว์อสูรตนนั้น แะนำมาเลี้ยงเพื่อไว้แก้แค้นชาวบ้าน ที่ทำร้ายมารดาตน แะรวมหัวกันไล่ให้ตนไปอยู่ท้ายหมู่บ้าน แต่เรื่องที่ข้าเล่าไปเหล่านี้ข้าก็มิอาจทราบได้ว่าจริงเท็จเพียงใด เพราะเป็เรื่องที่ชาวบ้านพูดกันเท่านั้น”
“ท่านพอจักพาข้าไปหาเด็กคนนั้นได้หรือไม่”
“ได้เดี๋ยววันพรุ่งนี้ ข้าจักพาท่านไปที่ที่เด็กคนนั้นอยู่เอง แต่วันนี้ท่านไปพักผ่อนก่อนเถิดเดินทางมาไกลถึงเพียงนี้ แล้วนี้ก็เย็นมากแล้ว ถ้ามิจำเป็ก็มิมีผู้ใดอยากจะออกมานอกเืกันหรอกหนา ยิ่งช่วงนี้มีสัตว์อสูรหลุดออกมาจากป่าเหมันต์นิรันกาลแล้วด้วย ยิ่งมิมีผู้ใดอยากจะออกนอกเืหลังตะวันตกดินแล้ว เดี๋ยวข้าจักนำท่านไปยังที่พักของท่าน”
“อืม รบกวนท่านแล้ว เชิญท่านนำทาง”
…………………………
ไรเตอร์ : ท่านหัวหน้าหมู่บ้านท่านรู้ได้อย่างไร ว่าสัตว์อสูรตนนั้นหลุดออกมาจากป่าเหมันต์นิรันกาล
หัวหน้าหมู่บ้าน : เคยมีคนตามไปดูว่าสัตว์อสูรตนนั้นมาจากที่ใดขอรับ
ไรเตอร์ : แล้วทำไมไม่บอกแบบนี้ในเรื่องหล่ะ ท่านหัวหน้าหมู่บ้านนนน (เรียกหัวหน้าหมู่บ้านด้วยเสียงแหลมแะสูงมากกก)
หัวหน้าหมู่บ้าน : ก็มิมีผู้ใดถามนี่ขอรับ
ไรเตอร์ : อืม เป็อันว่าจบเรื่อง เฮ้อ~
????????
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??