คนไร้ศาสนา

ติดตาม
คนไร้ศาสนา
หนังสือ ธรรมะ
ใบไม้เปรียบเหมือนชีวิตสัตว์ ใบไม้กลายเป็นสีเหลืองเปรียบเหมือนคนชรา สายลมที่โหมพัดทำให้ใบไม้ร่วงหลุดจากกิ่ง เปรียบเหมือนกับความตาย รู้สึกว่าธรรมชาติได้ให้บทเรียนอันมีค่าแก่มนุษย์ไว้ในทุสิ่งทุกอย่าง "สัพเพ อนัตตา สรรพสิ่งบนโลกนี้ล้วนว่างเปล่า" savanna
sawanna sawanna : เจ้าของเรื่อง
434

อ่าน

0

ตอน

2

คอมเมนต์

    "ใบไม้เปรียบเหมือนชีวิตของสัตว์

    ใบไม้กลายเป็นสีเหลืองเปรียบเหมือนความแก่ชรา

    สายลมที่โหมพัดทำให้ใบไม้ร่วงหลุดจากกิ่งเปรียบเหมือนกับความตาย

    ธรรมชาติได้ให้บทเรียนอันมีค่าแก่มนุษย์ไว้ในทุกสิ่งทุกอย่าง

   "สัพเพ อนัตตา สรรพสิ่งบนโลกนี้ล้วนว่างปลเปล่า"

       

พระภิกษุหนุ่มนั่งอยู่ริมบ่อน้ำเพ่งพิจารณาธรรมชาติโดยรอบในอารามที่เริ่มกลายเป็นสีเหลืองและร่วงหล่นสู่พื้นตามฤดูกาลเมื่อถูกลมโชยพัดแม้จะเป็นลมเพียงเล็กน้อยก็หลุดปลิดหลุดปลิวลงพื้น บ่อน้ำที่เคยเต็มเปี่ยมให้ได้เห็นระลอกผิวน้ำวิ่งพริ้วตามแรงลมก็ลดลงห่างจากแคร่ที่นั่งห่างลงมากจนแทบมองไม่เห็นระลอกน้ำวิ่งเข้ากระทบฝั่ง

    อากาศเริ่มร้อนขึ้นกว่าทุกทุกวันที่ผ่านมาโดยเฉพาะช่วงบ่ายพอพระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาไปแล้วอากาศจะเปลี่ยนมาเป็นเย็นสบาย ครั้นตกดึกอากาศก็จะค่อนไปทางหนาว จนต้องคลี่สังฆาฏิออกห่มทุกคืน ตอนเช้ามืดอากาศเย็นสบายที่สุดจนถึงเที่ยงวัน ถ้าเปรียบหน้าร้อนของไทยในจังหวัดอื่น ๆ แล้ว เชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดที่น่าอยู่อีกจังหวัดหนึ่งในช่วงนี้เพราะมีช่วงร้อนไม่มากนัก แต่กระนั้นร่องรอยของฤดูก็ยังปรากฏอยู่ทั่วไป ขอบฟ้าทุกด้านกลายเป็นสีแดงสลัวจนบางวันมองแทบไม่เห็นภูเขาเพราะบรรยากาศอบอวลไปด้วยควันไฟป่า บางวันพระในเวลากลางคืนในเวลาที่พระภิกษุหนุ่มกำลังอยู่บนทางจงกรมยังสามารถมองเห็นเปลวไฟที่กำลังไหม้ป่าเป็นแนวยาวบนภูเขา เมื่อภูเขาและท้องฟ้าดำมืดเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้มองเหมือนว่าไฟกำลังไหม้ท้องฟ้า เพราะท่ามกลางความแห้งแล้งนี่เองต้นพิกุลในเขตวัดที่ออกดอกสีขาวต่างก็ร่วงพลูกลงสู่พื้นเป็นสายเพื่อลมโชยพัดมาต้องและยังช่วยกระตุ้นให้กลิ่นของดอกพิกุลหอมลอยตามลมอบอวลไปทั่วบริเวณวัด

    ในเวลาเดียวกันต้นทองกวาวก็ออกดอกสีส้มแสดแลสพรั่งเต็มต้น แว่วเสียงเพลงที่เพื่อนชาวอีสานชอบร้องให้ฟังบ่อย ๆสมัยยังไม่ได้บวช ก็สอดแทรกขึ้น "ดอกจานบานสพรั่งหน้าแล้ง ...." ดอกของมันช่างสดใสสดชื่นตามากตัดกับดอกกาลพฤกษ์ที่กำลังออกดอกสีขาวปนชมพูชูช่อไสว ทำให้บริเวณวัดคล้ายดินแดนอาทิตย์อุทัยที่เต็มไปด้วยดอกซากุระบาน ความงดงามของดอกไม้พันธุ์ไทยทำใหภิกษุหนุ่มแทบลืมอากาศที่กำลังอบอ้าวในตอนนั้นไปได้ แถมยังมีเสียงของฝูงจักจั่นที่กำลังส่งเสียงร้องคล้ายกำลังร้องเพลงเพราะมีเสียงสูงต่ำเหมือนเป็นการร้องเพลงกลุ่มใหญ่ตั้งแต่เช้าจรดเย็นขับกล่อมธรรมชาติได้อย่างลงตัว

    ในฤดูร้อนเช่นนี้พระภิกษุหนุ่มได้สังเกตุเห็นว่าท่ามกลางธรรมชาติที่เป็นไปอย่างสอดคล้องกันนั้นทางฝ่ายของผู้คนกลับเข้ามาเดินเที่ยวในวัดมากเป็นพิเศษ เพื่อหลบร้อนบ้าง เพื่อชมความงามของธรรมชาติบ้าง เพื่อได้สนทนากับพระบ้างได้ทำบุญตักบาตรบ้างเป็นบางกลุ่ม บางพวกบางฝ่าย แต่คนส่วนใหญ่เมื่อมาเห็นพระท่านเดินจงกลุ่มก็มักจะหยุดยืนดูสักพักแล้วก็เดินจากไป น้อยคนนักที่จะเดินมาหาแล้วสนทนาด้วยอย่างกับชายหนุ่มสามคนที่เพิ่งมาจากกรุงเทพโดยสองคนนั้นอยู่ที่เชียงใหม่เป็นหลักช่วยพ่อแม่ค้าขายอยู่ที่นี่เคยมาที่วัดนี้อยู่บ้างกับครอบครัวเป็นครั้งคราว โดยครั้งนี้เขาได้พาเพื่อนหนุ่มแวะมาในช่วงเวลาปิดเทอม หลังจากที่พวกเขาสังเกตเห็นพระหนุ่มเดินจงกรมอยู่สักพักแล้วกลับมานั่งนิ่ง ๆ ที่แคร่ริมน้ำเขาดูกริยาบถของพระหนุ่ม ดูรูปร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณผ่องแผ้ว ยิ่งเดินเข้ามาใกล้ก็ยิ่งมองเห็นดวงตาที่ที่นิ่งดุจเหยี่ยวหากแต่แววตากลับเยือกเย็นแฝงไปด้วยความเมตตาอบอุ่น บุคลิคโดยรวมดูสง่า สุขุม นุ่มลึก เกินอายุที่มองดูจากภายนอกที่เห็นด้วยตาเปล่าที่พวกเขาประเมินว่าอายุคงไม่ห่างจากพวกเขามากเท่าใดนัก

    หลังจากยินดูสักพักจึงขยับเข้ามาหาพลางก้มลงกราบ พระท่านบอกให้นั่งลงอีกมุมหนึ่งจากนั้นก็เปิดฉากการสนทนาอย่างคล่องแคล่วฉะฉานสมกับเป็นคนค้าขายและเป็นเด็กเมือง กล้าพูด กล้าถามหรือที่เรียกว่าเหมาะเป็นเด็กรุ่นใหม่ สมัยเทคโนโลยี!

    "หลวงพี่ ช่วยเทศน์ให้เพื่อนผมคนนี้ฟังด้วยเถอะครับ"

    เขาหันไปหาเพื่อนหนุ่มนักศึกษาก่อนจะหันมาจ้องพระหนุ่มตาแป๋วคล้ายกำลังครุ่นคิดในใจว่าพระภิกษุหนุ่มตรงหน้านี้จะเป็นพระมีคุณลักษณะแบบไหนบ้างหนอ...ในขณะที่พระภิกษุหนุ่มของยังคงอยู่ในท่าสงบนิ่งเช่นเดิม ชายหนุ่มจึงได้เอ่ยอธิบายต่อไปว่า

    "คือเพื่อนผมเขาเป็นนักศึกษาแพทย์ปี ๒ เพิ่งกลับมาจากกรุงเทพช่วงปิดเทอมครับหลวงพี่"

    "ผมเคยมาที่นี่กับเตี่ยสองสามครั้งครับ..เห็นสวยสงบดีผมเลยชวนมาที่นี่"เพื่อนอีกคนแทรกขึ้น

    "คืองี้...เพื่อนผมว่าเขาเป็นคนไม่มีศาสนาผมกับเขาเถียงกันเรื่อย แต่ผมเถียงแพ้เขาทุกที จนปัญญาจะอธิบายครับหลวงพี่ ผมอยากให้หลวงพี่เทศน์หน่อยครับ"

    ชายหนุ่มพูดปนเสียงหัวเราะคล้ายเรื่องที่อธิบายนั้นให้มันเป็นเรื่องติดตลกฟังแล้วจะได้ไม่ดูแรงมากนัก ทำให้เพื่อนหนุ่มอีกคนพลอยหัวเราะไปด้วยอีกคน แต่สำหรับหนุ่มนักศึกษาแพทย์ที่กำลังถูกกล่าวถึงไม่ได้ยิ้มแย้มไปด้วยสีหน้ามีแต่ความจริงจังทำให้พระภิกษุหนุ่มกวาดสายตามองชายหนุ่มทั้งสามอย่างเข้าใจถึงนิสัยของคนทั้งสามตรงหน้าในเวลาอันน้อยนี้ได้ไม่ยากนัก ก่อนจะเอ่ยถามหนุ่มนักศึกษาแพทย์ออกไปเสียงนุม

    "เป็นความจริงอย่างที่เพื่อนโยมบอกหรือโยม"

    "จริงครับ"

    เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นมั่นใจ หากแต่พระภิกษุหนุ่มไม่ได้แปลกใจอะไรเลยกับความรู้สึกนี้เพราะใครก็ตามที่มีต้นทุนทางทรัพย์ที่พ่อแม่ต้นตระกูลมีให้ อยากได้อะไรก็ได้ อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากไปเที่ยวไหนก็ได้ไป ย่อมเป็เช่นนี้แล เพราะก่อนมาบวชนั้นท่านก็ไม่ได้ต่างไปจากหนุ่มคนนี้นัก

    "อาตมายังสงสัย" ท่านเอ่ยเสียงราบเรียบ 

"เมื่อโยมพูดว่าไม่นับถือศาสนาอะไร...อาตมายังไม่เคยเห็นใครไม่นับถือศาสนาอะไร?"

    "ก็ผมนี่แหละ คนไม่มีศาสนา"เขายืนยันหน้าตาขึงขัง

    "ถ้าหลวงพี่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็ดูผมไว้เลยครับ ผมนี่แหละคนแรก"

    "ยังโยมยังไม่ใช่คนแรก เพราะอาตมายังเชื่อว่าโยมยังนับถือศาสนาอยู่"

    "ก็ผมบอกหลวงพี่อยู่นี่ไงว่าผมไม่นับถือศาสนาไหนเลย"แก้มของเขาแดงขึ้นเล็กน้อย

    "บางทีชาตินี้ทั้งชาติอาตมาอาจไม่มีโชคพอที่จะได้พบับคนไม่มีศาสนาเลยก็ได้นะโยม"

    คำพูดของพระภิกษุหนุ่มรุ่นพี่ดูเหมือนจะยั่วยุโทสะหนุ่มนักศึกษาเข้าแล้วโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อเขายกมือขึ้นเกาศีรษะด้วยอาการหงุดหงิดเล็กน้อย ๆ

    "หลวงพี่ก็ไม่ยอมเชื่อผม ผมก็ไม่รู้จะพิสูจน์ให้เห็นได้ยังไง"

    "เขาไม่มีศาสนาจริง ๆ นะครับหลวงพี่"

 เพื่อนคนที่สองที่เงียบอยู่นานรีบสนับสนุนขึ้น

    "เขาไม่เคยไปวัด ไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ ไม่เคยทำบุญ ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษอะไรเลยครับหลวงพี่" ขณะที่ภิกษะหนุ่มยิ้มน้อยๆตอบเสียงปกติกลับมา

    "เพียงแค่นั้นจะถือว่าไม่มีศาสนาไม่ได้หรอกโยม..."

    "แล้วแบบไหนละครับถึงจะเชื่อได้ว่าเป็นคนไมมีศาสนาได้"

    "ที่จริงคนที่นับถือศาสนาเป็นจำนวนมากก็มีนะที่ไม่สวดมนต์ไหว้พระ ไม่ไปวัด ไม่เชื่อเรื่องบุญเรื่องบาป เหมือนที่โยมว่าเมื่อครู่นี้ แต่เขาก็ยังมีศาสนาอยู่นะโยม"

    สามหนุ่มมีสีหน้าฉงนโดยเฉพาะนุกศึกษาแพทย์หนุ่มคนนั้นหัวคิ้วทั้งสองย่นเข้าหากัน

    "วัดวา พระสงฆ์ เป็นแต่เพียงสถาบันศาสนา ส่วนการทำบุญให้ท่านไหว้พระสวดมนก็เป็นแต่เพียงพิธีกรรม ทั้งสออย่างเป็นเพียงเปลือกนอกของศาสนาเท่านั้นโยม...แก่นแท้ของศษสนายังมีอีก"

    ชายหนุ่มทั้งสามปิดปากเียบมีสีหนาครุ่นคิดสักครู่ นักศึกษาแพทย์หนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับพระภิกษุหนุ่มก่อนจะยิงคำถามออกไป

    "ถ้าอย่างนั้นท่านก็บอกมาสิครับว่า...แก่นแท้ของศาสนาคืออะไร?"

    คำถามนี้แล่นวาบเข้าถึงหัวใจพระหนุ่มเพราะคำ ๆ นี้มันเคยเกิดขึ้นกับตัวเองมาแล้วเช่นกันอดที่จะเห็นภาพเด็กหนุ่มคนนี้เป็นเงาสะท้อนของตัวเองออกมาอีกครั้งไม่ได้กับเวลา สิบปีที่ผ่านมาจึงเหมือนๆม่ใช่เรื่องยาวนานนัก...แต่ตอนนนี้ท่านรู้คำตอบแล้ว เด็หนุ่มทั้งสามต่างหากที่ยังต้องการคำตอบท่านจึงต้องทำหน้าที่นี้ต่อไป

    "แก่นแท้ของศาสนามีอยู่ บางคนอาจไม่นับถือสถาบันศาสนา บางคนอาจไม่นับถือพิธีกรรม แต่ทุกคนต้องนับถือแก่นแท้ของศาสนา ไม่ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม"

    "เอ...แต่ผมไม่ทราบว่า พวกคอมมูนิสต์ไม่มีศาสนาไม่ใช่หรือครับ"

    "ตรงกันข้าม คอมมูนิสต์นั่นแหละคือคนที่เคร่งศาสนาที่สุด"

    "สาสนาอะไรครับ?"

    ทั้งสามคนถามขึ้นเกือบเป็นเสียงเดียวกัน

    "ก็ศาสนาคอมมูนิสต์นะซี"

    คำตอบของพระหนุ่มทำให้ทั้งสามหัวเราะขึ้นพร้อมกันแต่ท่านไม่ยอมปล่อยระยะเวลให้ยืดออกไปอีกรีบกล่าวถามสวนเสียงหัวเราะนั้นกลับไป

    "เพื่อจะให้โยมเข้าใจแก่นศาสนาง่ายขึ้น อาตมาขอถามหน่อยเถอะว่า ในชีวิตยี่สิบกว่าปีของโยมนี้ เคยประสบทุกข์หนัก ๆ บ้างหรือเปล่า"

    "หลายครั้งครับ" เขาตอบหน้าตาตื่น ๆ

    "ทำไมละครับ"

    "แล้วโยมเอาตัวรอดพ้นจากทุกข์เหล่านั้นมาได้ยังไง"

    "ก็เอาตัวรอดมาได้ทุกครั้งละครับ ถ้าเป็นเรื่องเงินทอง พ่อผมก็ช่วยแก้ปัญหา ถ้าเป็นเรื่อการงานเพื่อฝูงก็ช่วยเหลือบ้าง ถ้าเป็นความเจ็บป่วยหมอก็ช่วยบรรเทาทุกข์"

    "แสดงว่า...โยมยังไม่เคยประสบทุข์จริง ๆ เจอแต่ทุกข์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนอื่นช่วยแก้ให้ได้อย่างง่ายดาย " พระท่านพูดยังไม่ทันขาดคำ เพื่อนของนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งก็หัวเราะขึ้นคิกคักและกระซิบที่หูเขาเบา ๆ ทำให้เขหน้าแดงขึ้นมาและยิ้งแห้ง ๆ ร้อง "อ้อ" ขึ้นแล้วสารภาพแบบตรงไปตรงมาว่า

    "เคยครับทุกข์หนัก ๆ ที่ไม่มีใครช่วยได้ก็เคย มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับหัวใจนิดหน่อย แต่ผมก็ภูมิใจที่ผมเอาตัวรอดมาได้"

    "ดีมาก" พระภิกษุหน่อมเสริม

    "แล้วโยมเคยประสบทุกข์หนักหรือเปล่า...อาตมาหมายถึงทุกข์ชนิดนี้ แล้วโยมแก้ทุกข์หนักคราวนั้นโดยวิธีไหน? ลองเล่าให้อาตมาฟังด้วยได้ไหม เอาเฉพาะวิธีแก้ของโยมนะ"

    "ก็...ไม่มีอะไรครับ" 

นักศึกษาหนุ่มเอ่ยอย่างกระหยิ่มใจเล็กน้อยขณะที่เพื่อนมองด้วยใบหน้ายิ้มๆ

    "เมื่อพ่อแม่,เพื่อนฝูง,เงินทอง,ความรู้,ช่วยอะไรผมไม่ได้ ผมก็ใช้วิธีอดทน ก้มหนาสู้กับมัน...วันคืนผ่านไปก็รู้สึกว่าความระทมทุกข์มันลดลงของมันเอง ในที่สุดก็รู้สึกสบายเบาขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งบัดนี้ผมอาจจะหัวเราะเยาะกับเหตุการณ์ครั้นั้นได้อย่างสบายครับหลวงพี่"

    "จริงหรือเปล่า" เพื่อนอีกคนแซว

    "จริง!"เขายืนยังน้ำเสียงเข้มแข็งสีหน้าจริงจัง

    "เอาล่ะ...อาตมาเชื่อโยม"พระภิกษุหนุ่มตัดบทขึ้น

    "หมายความว่า โฐมใช้วิธีอดทนในการแก้ทุกข์ซึ่งก็ได้ผลดีมาก ถ้าโยมต้องประสบทุกข์หนัก ๆ อีก โยมก็คงใช้วิธีนี้อีก ถ้ามีเพื่อนฝูงประสบทุกข์หนักมาขอคำแนะนำโยมคงแนะนำเขาให้อดทน ใช่ไหม?"

    "ใช่ครับ "เขารับคำอย่าภาคภูมิใจ

    "ผมแนะนำมาหลายรายแล้ว และทุกรายที่เชืผมก็สบายทุกคน "เขายิ้มน้อย ๆ

    "มีคนหนึ่งไม่ยอมเชื่อ ในที่สุดมันก็ยิงตัวตาย ผมว่ามันบ้าชัด ๆ "

    "เห็นไหมล่ะ..."

    พระภิกษุหนุ่มกล่าแทรกอย่างได้ที

    "อาตมาพูดไว้แต่ต้นแล้วว่า โยมเป็นคนมีศาสนาก็จริงอย่างอาตมาว่า ไม่เพียงแต่มีไว้เฉย ๆ แต่ยังประกาศเผยแผ่เสียด้วย"

    "ท่านหมายความว่ายังไง"หนุ่มพ่อค้าคนที่เป็นเพื่อนคนแรกถามด้วยความสงสัย

    "ศาสนาทุกศาสนาเกิดขึ้นมาเพราะชีวิตมันเต็มไปด้วยทุก ถ้าไม่มีทุกข์ศษสนาจะไม่เกิดขึ้นเลย ศาสนาทุกศาสนา ถ้าว่าโดยเนื้อแท้แล้วไม่ใช่อะไรอื่น คือวิธีแก้ทุกข์นั่นเอง ทุกข์หนัก ๆ ชนิดที่ไม่มีวิธีแก้ได้ เื่อโยมประสบทุกข์โยมมีวิธีแก้ทุกข์อย่างได้ผล....นั่นแหละคือศาสนา..ละโยม"

    ชายหนุ่มทั้งสมไม่ได้กล่าวโต้แย้งหรือปฏฺเสธแต่อย่างใดเพียงแต่ผงกศีรษะรับขึ้นลงช้า ๆ แสดงว่าเห็นด้วยกับคำอธิบายของพระภิกษุหนุ่ม จึงเป็นโอกาศอันดีที่พระหนุ่มได้อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า

    "ทุกคนย่อมมีความทุกข์ ต่อให้เป็นมหาเศรษฐ๊มีเินเป็นหมื่น ๆ ล้านก็ไม่พ้นทุกข์ และทุกคนย่อมมีวิธีแก้ทุกข์แบบใดแบบหนึ่ง อาจจะเป็นแบบส่วนตัวของเขา ของใครของมัน หรือแบบส่วนรวมที่เขานิยมนับถือก็ได้ วิธีการแก้ทุกข์เขานิยมเลื่อมใสและใช้อยู่เป็นประจำนั่นแหละ คือศาสนาของเข ฉะนั้นอาตมาจึงกล้ายืนยันตั้งแต่แรกว่า ทุกคนตองมีศาสนา"

    "ท่านละครับ ม่วิธีแก้ทุกข์ส่วนตัวบ้าหรือเปล่า"

    หนุ่มพ่อค้าคนที่สองถาม

    "อาตมาไม่มีวิธีแก้ทุกข์ส่วนตัว อาตมาเลื่อมใสในพุทธวิธีแก้ทุกข์ จึงยอมรับเอามาใช้ เท่าที่พิจารณาดูอาตมาเห็นแน่ชัดแล้ว่า ไม่มีศาสดาองค์ใดได้วิจัยเรื่องทุกข์และรู้จักทุกข์ได้ดีไปกว่าพระพุทธเจ้าวิธี จนอาตมาต้องตามรอยพระองค์สละชีวิตทางฆารวาส และตอนนี้อาตมาก็ได้เวลาที่อาตมาจะต้องปฏิบัติกิจวัตรแก้ทุกข์แล้ว...."

    พูดพลางพระภิกษุหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืน

    "โอกาสหน้าถ้ามาเวลแวะมาสนทนากันอีกนะคุณโยม อาตมาจะอธิบายวิธีแก้ทุกข์ให้ฟัง"

    หนุ่มทั้งสามก้มกราบภกษุหนุ่มอย่างนอบน้อมเป็นพิเศษกว่าตอนที่มาถึงและับปากอย่างกระตือรือร้นว่าจะแวะมาสนทนาอีก ก่อนจะลาจากไป ปล่อยให้ภิกษุหนุ่มเข้าทางจงกรมเพื่อถอนรากทุกข์คือกิเลสต่อไป.!










สารบัญ

CONTENT

นิยายแนะนำสำหรับคุณ

นิยายแนะนำสำหรับคุณ

ดูทั้งหมด

นิยายแนะนำสำหรับคุณ

นิยายแนะนำสำหรับคุณ

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ดูทั้งหมด

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70

ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70

นิยาย รัก

80.88K
ทั้งแผ่นดินได้รับพรสวรรค์แห่งความเป็นอมตะ — ทว่าข้าขายอายุขัยของตน เพื่อกลายเป็นเทพ!

ทั้งแผ่นดินได้รับพรสวรรค์แห่งความเป็นอมตะ — ทว่าข้าขายอายุขัยของตน เพื่อกลายเป็นเทพ!

นิยาย แฟนตาซี

278.85K
Evolution  the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

นิยาย แฟนตาซี

61.68K
หวนคืน: ตำนานจักรพรรดิเซียนโอสถ 【จบ】

หวนคืน: ตำนานจักรพรรดิเซียนโอสถ 【จบ】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน

1.12M
สู้ศึกต่างโลก : ด้วยคุณสมบัติ Plus(+) แห่งลอร์ด

สู้ศึกต่างโลก : ด้วยคุณสมบัติ Plus(+) แห่งลอร์ด

นิยาย แฟนตาซี

136.46K
หมื่นจักรภพสยบราชันย์

หมื่นจักรภพสยบราชันย์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน

1.67M
บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน

1.31M
กำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】

กำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน

682.81K
จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน

1.56M
จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี

3.03M

รายการรีวิว

REVIEW

ปักหมุด