เรื่อง ล่าผ่าแดนทมิฬ

ติดตาม
ตอนที่ 892 สายฝนชะล้างและการเดิมพันครั้งสุดท้าย
ตอนที่ 892 สายฝนชะล้างและการเดิมพันครั้งสุดท้าย
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

สายฝน๺ั๹๼๹กระหน่ำ๣๹๦าไม่ขาดสาย ราวกับม่านน้ำที่ปกคลุมมหานครเจ็ดเมือง เมฆฝนสีเทาหม่นบดบังแสงดาวและดวงจันทร์ ขณะที่สายลมกรรโชกพัดผ่านต้นไม้และป้ายโฆษณาจนโยกเอนไปมาอย่างน่าหวาดหวั่น

แม้จะเป็นค่ำคืนที่ฟ้ามืดครึ้มจนแทบมองไม่เห็นแสงดาว แต่ถนนหนทางของมหานครเจ็ดเมืองแห่งนี้ ๺ั๹๼๹แน่นขนัดไปด้วยแสงไฟจากยานพาหนะ ที่เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ พวกเขาและเธอใช้ชีวิตกันตามปกติ บ้างเร่งรีบเดินฝ่าลมฝน บ้างก็เร่งเครื่องยนต์ให้ไปถึงที่หมายโดยไว มหานครแห่งนี้ไม่มีวันหยุดนิ่ง…

คฤหาสน์ตระกูลก้าววัฒนะ ที่ตั้งอยู่ ณ ใจกลางมหานครที่ขึ้นชื่อด้านการค้าขายแห่งนี้เองก็ถูกห่าฝนเทกระหน่ำใส่อย่างไม่มีข้อยกเว้น

บนชั้นสองของคฤหาสน์ วิษณุ ก้าววัฒนะ หลังจากกลับมาจากการประชุมวาระเร่งด่วนที่บริษัท เขาก็เอาแต่ยืนนิ่ง มองผ่านหน้าต่างขนาดใหญ่ของห้องออกไปยัง-่าฝนด้านนอก ทว่าในแววตานั้นกลับไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ภาพของสายฝน…แต่เป็นความคิดที่สับสนและหนักอึ้ง

เสียงประตูห้องเปิดออก ก่อนจะถูกปิดลงในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อมองไปเราจะเห็นถึงหญิงชราในชุดที่คนในอาณาจักรนี้ไม่ค่อยคุ้นชินอย่างกิโมโนสีขาวลายดอกไม้สีชมพู เธอถือถาดอาหารที่มีชามโจ๊กวางอยู่เข้ามา ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะ

ชายหนุ่มเจ้าของห้องไม่ทราบว่าจิตใจล่องลอยไปจนไม่รับรู้ถึงผู้มาเยือน หรือรับรู้แต่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของตนเองกันแน่…

หญิงชราผู้มีเค้าโครงหน้างดงาม บ่งบอกว่ายามสาวสะพรั่งคงงดงามไม่ต่างจากลายดอกไม้บนเสื้อ เธอเฝ้ามองชายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง แม้เปลือกตาของเธอจะปิดสนิท แต่กลับดูเหมือนว่าเธอสามารถมองเห็นทุกอย่างได้อย่างแจ่มชัด เธอวางถาดอาหารลงบนโต๊ะด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะก้มศีรษะลงเล็กน้อย แล้วหมุนตัวทำท่าจะถอยออกไป

แต่ในตอนนั้นเอง…

“ฝนพวกนี้…ตก๣๹๦าเหมือนกับจะเยาะเย้ยผมเลย”

วิษณุพูดพลางถอนหายใจ ทำให้หญิงชราหยุดฝีเท้า

“ในช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ ผมทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อพลิกสถานการณ์ “การประมูลโครงการผู้จัดหาหลวง” ของบริษัทกลับมา แต่ทุกอย่างก็เหลวไม่เป็นท่า ความต่างของบริษัทที่ทำแค่ธุรกิจ กับสังกัดที่นอกจากทำธุรกิจยังมีกำลังรบที่แข็งแกร่งอยู่ในมือ ถึงจะคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายแบบนี้ ผู้ที่มีกำลังรบในมือต้องได้เปรียบทั้งด้านภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ แต่พอผลลัพธ์มันชัดแบบนี้ก็ชวนท้อไม่ใช่เล่น…”

วิษณุถอนหายใจหนักขึ้น

“…ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนที่พวกผู้บริหารในบริษัท เริ่มพากันแค่ประคับประคองสถานการณ์ ไม่ได้คิดจะหาวิธีการเพื่อพลิกสถานการณ์ในตอนนี้กลับมา แล้วก็เลือกที่จะโยนความหวังทั้งหมดไปให้ผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่แค่ขั้นก่อเกิดวิญญาณ…ผมไม่ได้อะไรกับการมีความหวังหรอกนะ แต่พอเห็นพวกเขาเอาแต่หวังกับ “น้ำบ่อหน้า” จนเหมือนกับ “ยอมแพ้กับน้ำบ่อตรงหน้าไปแล้ว” แบบนี้มันก็…”

วิษณุส่ายหน้าราวกับผิดหวัง…

“จนกระทั่งตอนเที่ยง…ข่าวที่ดับความหวังของพวกเขาก็มาถึง จากความหวัง…เปลี่ยนเป็นความโกรธ และเป้าที่พวกเขาโยนมาก็คือผม”

เขาหัวเราะในลำคอแผ่วเบา…

“…เพราะผมเป็นคนที่เลือกให้เชนแทรกซึมเข้าไปในสังกัดเจ็ดปกรณัม และเมื่อมันล้มเหลว พวกเขาก็ชี้นิ้วมา บอกว่าที่เราต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์นี้ เป็นเพราะหัวเรืออย่างผมไม่มีความสามารถ”

เสียงฝนด้านนอก๺ั๹๼๹ดังอย่างต่อเนื่อง แต่ภายในห้องกลับเงียบงันราวกับถูกดูดกลืนเสียงไปทั้งหมด

จนกระทั่ง

“พวกเขา…ปลดคุณหนูจากตำแหน่งประธานหรือคะ?”

หญิงชราโชวโกะผู้เร้นลับ แม้เธอจะไม่เชี่ยวชาญในด้านธุรกิจ แต่ก็พอจะมองเห็นผลลัพธ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้

วิษณุยกมือขึ้นลูบต้นคอ…

“อย่างไม่เป็นทางการครับ ตอนนี้สถานการณ์ในการต่อสู้ชิงโครงการผู้จัดหาหลวงก็ย่ำแย่พออยู่แล้ว ถ้ามีข่าวการปลดประธานในเวลานี้ ภาพลักษณ์ที่เดิมก็สู้คู่แข่งไม่ได้อยู่แล้วจะยิ่งย่ำแย่เข้าไปใหญ่”

“คุณวิสุทธิ์ก็เห็นด้วยหรือคะ?”

หญิงชราผู้มีตำแหน่งหัวหน้าแม่บ้านตระกูลก้าววัฒนะ ถามถึงชายที่มีฐานะเป็นอาของอีกฝ่าย

“ในสถานการณ์นั้นยังไงก็ต้องตามน้ำไปแหละครับ”

คำตอบของเขาฟังดูเรียบเฉย ทว่ากลับคล้ายมีบางอย่างแฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้น แต่หญิงชราก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เธอเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ

“ย่าเอง…ไม่รู้จะพูดอะไรดี”

เธอเอ่ยขึ้น สีหน้าดูเป็นทุกข์ ราวกับความทุกข์ของชายตรงหน้า ก็คือความทุกข์ของเธอเช่นกัน…

“ถ้าย่าไม่ใช่แค่ยายแก่ๆ คนหนึ่ง ถ้ารู้เรื่องธุรกิจ และช่วยคุณหนูได้บ้างก็คงดี”

อดีตประธานของเซเฟียซัพพลายอินเตอร์เทรดอย่างไม่เป็นทางการ กลั้วหัวเราะในลำคอ

“ขอบคุณนะครับย่า…คนที่ห่วงผมจริงๆ เห็นแล้วก็คงมีแค่ย่านี่แหละ”

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในเงียบไปอีกหลายอึดใจ ได้ยินเพียงสายฝนด้านนอกดังลอดเข้ามา จนกระทั่งสุดท้าย หญิงชราโชวพูดขึ้นในที่สุดว่า…

“แล้ว…เชนล่ะคะคุณหนู?”

“…”

วิษณุเงียบ เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทำเพียงแค่ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง คล้ายจะจมอยู่ในห้วงความคิดที่ลึกล้ำเกินกว่าจะเอ่ยเป็นคำพูด

หญิงชราโชวโกะขยับก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“เท่าที่ย่ารู้มา…ถึงภารกิจจะล้มเหลว แต่ไม่ได้มีข่าวว่าเชนถูกฆ่า…แล้วเขาหนีออกมาได้หรือยังคะ?”

“…”

วิษณุ๺ั๹๼๹เงียบเช่นเดิม

เมื่อเห็นเช่นนั้น หญิงชราก็หลุบตาลงต่ำ มองพื้นไม้ที่ยืนอยู่ด้วยสีหน้าหนักใจ

“…ขอโทษนะคะคุณหนู ที่ย่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาในสถานการณ์แบบนี้ แต่…ยังไงเขาก็เป็นลูกชายของคุณไกรวุฒิ”

เสียงของหญิงชราแผ่วลง ทว่ากลับหนักแน่นยิ่งขึ้น

“ย่าไม่อยากให้เขาต้องมาจบชีวิตแบบนี้…พวกเราติดหนี้ครอบครัวเขามหาศาลเลยนะคะ”

วิษณุเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ร้อง “หือ?” ขึ้นในลำคอเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว ก่อนจะหันมามองหญิงชราเป็นครั้งแรก

“โทษทีครับย่า ผมแค่กำลังคิดอะไรนิดหน่อย”

วิษณุถอนหายใจ

“เรื่องของหมอนั่น…ผมส่งคนไปรอรับตั้งแต่ก่อนเริ่มภารกิจแล้ว เป็นคนของผมโดยตรงที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับบริษัท แผนเดิมคือ ถ้าหมอนั่นหนีออกมาได้ ผมจะให้คนของผมพาเขาไปยังที่ปลอดภัย ก่อนที่ ‘คุณอา’ จะลงมือปิดปาก”

หญิงชราขมวดคิ้วเล็กน้อย

“แล้วตอนนี้….”

“รออยู่นานเลยครับ แต่หมอนั่นก็ไม่ออกมา”

คำพูดนั้นทำให้หญิงชรานิ่งงันไปครู่หนึ่ง

“ถ้างั้น…”

“แต่เมื่อชั่วโมงก่อน ผมสั่งให้คนของผมกลับมาแล้ว…”

ดวงตาของชายหนุ่มฉายแววคมกริบ

“ไม่จำเป็นต้องรอหมอนั่นอีกต่อไป”

คำพูดที่เอ่ยด้วยเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดนั้นของวิษณุ ทำให้หญิงชราโชวโกะถึงกับยืนนิ่ง…

จนกระทั่งสุดท้าย

“คุณหนูคะ…เชนเขาอาจจะกำลังซ่อนตัว หรือไม่ก็หาทางหลบหนีออกมาอยู่ก็ได้ ได้โปรดส่งคนไปรอรับเชนเขาเถอะค่ะ”

วิษณุมองไปยังท่าทางนั้นของหญิงชราที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่จำความได้อย่างสนใจ มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยอย่างยากที่จะสังเกตเห็น…

“ถ้างั้น…”

เขากล่าวช้าๆ

“ถ้าผมตัดสินใจแบบนี้ ตัดสินใจทิ้งหมอนั่นไป เพราะเป็นเบี้ยที่หมดประโยชน์แล้ว…ย่าจะทำยังไง?”

หญิงชราเผชิญกับคำถามนี้ก็นิ่งงันไปร่วมสามอึดใจ ก่อนจะพูดขึ้นมาในที่สุด

“ย่าคงไม่มีทางเลือก…”

หญิงชราเงยหน้ามองคุณหนูของเธอด้วยสีหน้าไร้ซึ่งความลังเล….

“…นอกจากเข้าไปในสังกัดนั้นแล้วพาเชนออกมาด้วยตัวเอง”

หัวหน้าตระกูลก้าววัฒนะคนปัจจุบันหรี่ตา…

“ถ้าคนที่มีพื้นฐานปราณแบบย่าทำแบบนั้น…คิดว่า “ปรมาจารย์สังหาร” คงไม่อยู่เฉย

หญิงชราเมื่อได้ยินชื่อ “ปรมาจารย์สังหาร” ก็นิ่งไปนาน แต่สุดท้าย…

“ย่าปล่อยให้เขาตายทั้งที่รู้แบบนี้ไม่ได้หรอกค่ะ คุณหนู”

เธอทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังหวนนึกถึงบางสิ่ง

“คุณหนูเกิดมาหลังจากยุคตกต่ำของตระกูลก้าววัฒนะ ได้ศึกษาความเป็นไปในตอนนั้นผ่านหนังสือก็จริง แต่อาจไม่ทราบว่าพวกเรา…ติดหนี้บุญคุณคุณไกรวุฒิ พ่อของเชนอย่างมหาศาล…มหาศาลมากจริงๆ ค่ะคุณหนู

“แทบจะบอกได้ว่าที่ตระกูลก้าววัฒนะเป็นได้อย่างทุกวันนี้ เพราะความช่วยเหลือของคุณไกรวุฒิก็ไม่ถือว่าเกินไป เมื่อไม่อาจตอบแทนเขาโดยตรงได้อีกแล้ว อย่างน้อยที่สุด ย่าก็จะขอช่วยลูกชายของเขาเท่าที่ทำได้ ย่าเชื่อว่าท่านวิโรจน์ คุณพ่อของคุณหนูก็คงต้องการแบบนั้น และอีกอย่าง…”

หญิงชรามีสีหน้าผ่อนคลายลง แต่ในเวลาเดียวกัน ก็คล้ายจะมีความฉงนในตัวเอง…

“…บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะว่าทำไม แต่ย่ารู้สึกถูกชะตากับเชนเขามาก ย่ารู้สึกเหมือนบนตัวเขามี…กลิ่นอายที่คุ้นเคยอยู่

หญิงชราผู้มีที่มาเร้นลับพูดเสียงเบา…

วิษณุก้าววัฒนะมองหญิงชราอยู่อึดใจ ก่อนที่จะหลับตาลงพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมา…

“ผมชักจะอิจฉาหมอนั่นจริงๆ แล้วสิ…”

พร้อมกับที่พูด วิษณุทำการยื่นมือมาทางหญิงชรา และเมื่อมองไปบนมือนั้นของเขา เราจะได้เห็นถึง…

แผ่นกระดาษยับยู่แผ่นหนึ่ง

“เมื่อชั่วโมงก่อน…นกป่าสื่อสารที่ไว้ใช้ติดต่อกับหมอนั่นบินมาหาผม”

เขากล่าว ก่อนจะหัวเราะเบาๆ

“ทั้งที่ฝนตกหนักขนาดนี้ แต่มันยังบินฝ่าฝนมา และพอได้อ่านกระดาษที่มีข้อความไม่กี่คำบนนั้น เลยทำให้ผมยืนคิดนิ่งอยู่แบบนี้”

หญิงชรารับแผ่นกระดาษนั้นมา ก่อนจะคลี่ออกดูทันที

ตัวอักษรบนกระดาษเลอะเลือนจากน้ำฝน ทว่าก็ยังสามารถอ่านมันได้ชัดเจน…

บุตรแห่งปกรณัม

คิ้วของหญิงชราโชวโกะย่นเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปทางคุณหนูของเธอ

“คุณหนูคะ นี่หมายความว่า…”

“หมายความว่ามันยังไม่จบน่ะสิครับย่า”

วิษณุหัวเราะแผ่ว ดวงตาฉายแววซับซ้อน

“หมอนั่น…คิดการใหญ่กว่าที่ผมเคยคิดไว้เสียอีก เป็นการใหญ่ขนาดที่ผมยังไม่กล้าเสนอออกไปเลย แต่ก็นะ…”

ภาพเหตุการณ์ในห้องนั่งเล่นในคืนนั้นวูบกลับเข้ามา…

“…ฉันอยากให้นายรอ รออย่างใจเย็น อย่าฝืนทำอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้เพราะงั้น…ตกลงตามนี้เถอะ เรื่องนี้ปล่อยให้ฉันจัดการเอง”

เขาพยายามโน้มน้าวเชนให้ถอดใจในการลงประลองไขว่คว้ามงกุฎ แต่…

“นายคิดว่าฉันอยากลงประลองอะไรนั่นงั้นเหรอ?”

คำพูดนั้นทำให้เขาชะงัก เห็นถึงสายตาของอีกฝ่ายที่กำลังมองมาด้วยแววตาที่ยากจะหาคำใดมาบรรยาย…

“แค่ฟังจากที่นายพูด…ฟังจากที่ย่าโชวโกะพยายามอธิบายให้ฟัง…พยายามบอกให้เข้าใจ…ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าในการประลองนั่น…มันจะกลายเป็นการต่อสู้ฟาดฟันระดับไหน…และระดับของฉันกับพวกคนที่จะเข้าร่วมมันแตกต่างกันมากขนาดไหน”

“ถ้ารู้แล้วทำไมถึง…”

“เพราะในชีวิตคนเรา มีบางเรื่องที่เราไม่อาจเบือนหน้าหนีไปจากมันได้อยู่”

วิษณุแค่นหัวเราะเบาๆ ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นยังแจ่มชัดในความทรงจำ

เขาจำได้ดีว่า ตัวเองถึงกับขนลุกเกรียวเพียงใด ยามได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย และได้สบสายตาที่เต็มไปด้วยแรงผลักดันอันไม่อาจหยุดยั้งนั้น…

“สมเป็นหมอนั่นดี…ได้เวลาเดิมพันครั้งสุดท้ายแล้ว”

“คุณวิสุทธิ์ทราบเรื่องนี้หรือยังคะคุณหนู?”

หญิงชราโชวโกะถามออกมา ส่งให้วิษณุยักไหล่อย่างไม่นำพานัก

“น่าเสียดาย…แต่ตอนนี้ ต่อให้ยังไม่เป็นทางการ แต่ผมก็ไม่ได้เป็นประธานของเซเฟียซัพพลายอินเตอร์เทรดแล้ว”

เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เพราะงั้น ผมไม่มีเหตุผลอะไรต้องแจ้งข้อมูลนี้ให้บอร์ดรู้…ถึงแม้ว่ามันจะเป็นข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางบริษัทอย่างมหาศาลหลังจากนี้ก็ตาม”

วิษณุพูดจบ ก็ค่อยๆ หรี่ตาลง

“…ในตอนที่หมอนั่นกำลังพยายามดิ้นรนอยู่ข้างในนั่น ผมก็ต้องทำอะไรสักอย่างข้างนอกนี่เหมือนกัน เพื่ออย่างน้อยให้มั่นใจว่าเมื่อหมอนั่นออกมา…”

เสียงของเขาหนักแน่นขึ้นชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเป็นแผ่วเบาราวกับรำพึง

“หมอนั่นจะได้ออกมานั่งจิบชาอย่างที่ชอบ…ไม่ใช่กลายเป็นศพไร้ชื่อที่ถูกใครที่ไหนฆ่าปิดปากไปซะก่อน”

หญิงชราโชวโกะมองชายหนุ่มที่เธอเฝ้าดูแลมาตั้งแต่เล็กด้วยแววตาอบอุ่น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา

“คุณหนู…”

เธอรำพึงออกมาเสียงเบาอย่างรู้สึกภาคภูมิใจ

และตอนนั้นเอง…

“แล้วก็สถานการณ์ตอนนี้ของผมก็ใช่ว่าจะไม่ดี…”

เขาเว้นช่วง หมุนตัวกลับไป ทอดมองไปยังหน้าต่างที่พร่ามัวด้วยเม็ดฝน

สายฝนด้านนอกกระหน่ำ๣๹๦าราวกับต้องการชะล้างมหานครเจ็ดเมืองแห่งนี้ให้สะอาดหมดจด…

ริมฝีปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เด็ดขาด

“…ได้เวลามองให้ชัด ว่าชิ้นไหนคือขยะที่ต้องกำจัดทิ้ง และชิ้นไหนคือเพชรแท้ที่ควรค่าแก่การรักษา…”

ประกายบางอย่างวาบผ่านดวงตาของเขา

“ถึงเวลาทำความสะอาดบริษัทซะที”

ตอนต่อไป
ตอนที่ 893 สู่ห้วงลึกแห่งสระใต...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา