เรื่อง ล่าผ่าแดนทมิฬ
ท่ามกลาง-่าฝนที่เทกระหน่ำ แปรเปลี่ยนภาพในกรอบสายตาให้กลายเป็นสีแดงฉานแลดูพร่าเลือนโหดร้าย แต่แน่นอนว่านั่นไม่อาจเทียบได้เลยกับความดุร้ายของ เรวิช • วชิระ ที่ชั่วพริบตาเดียวก็สังหารไปแล้วถึงสามศพ!
เมื่อรวมกับก่อนหน้านั้นอีกหนึ่ง เบ็ดเสร็จรวมในปัจจุบันคือสี่ศพ!
และอย่าได้หลงลืมว่าทั้งสี่ชีวิตที่ถูกเด็ดไปนั้น ล้วนแต่เป็นผู้แข็งแกร่งขั้นผนึกวิญญาณทั้งสิ้น!
ความตกตะลึงกระแทกเข้าสู่จิตใจของเหล่านักล่าครั้งแล้วครั้งเล่า หัวสมองขาวโพลนไปชั่วขณะประหนึ่งมีบางสิ่งภายในห้วงความคิดรัดวงจร
จนเมื่อเสียงตะโกนกึ่งคำรามของเรวิชดังขึ้น นั่นจึงเหมือนเป็นประหนึ่งระฆังเรียกสติของเหล่านักล่าให้กลับคืน!
เรวิช • วชิระ นั่นคือชื่อของมัน?
แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงใช้คำพูดว่า ‘พวกสวะเซเฟีย’ เรียกพวกเรา แถมเหมารวมพูดสบประมาทบรรพบุรุษของทุกคนที่นี่ เหมือนกับตนเองไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งด้วยเช่นนั้น?
ความคิดเหล่านี้วูบปรากฏในห้วงความคิดของใครหลายคน เป็นคำถามที่ปรากฏขึ้นโดยที่ไร้ซึ่งคำตอบ
จะมีก็แต่เพียงบางคน…
“…เรวิช…วชิระ…”
เสียงรำพึงชื่อนั้น สอดประสานกับดวงตาที่ค่อยๆ เกิดระลอกสั่นไหว ประหนึ่งว่าตนเคยได้ยิน หรือไม่ก็รู้จักชื่อๆ นี้…
แต่ท่ามกลางห้วงอารมณ์มากมายแตกต่าง ครั้นนั้นเอง! เรวิชเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งด้วยการพุ่งออกไปหานักล่าคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด!
นักล่าคนนั้นเป็นหนึ่งในผู้ที่มีปฏิกิริยาต่อชื่อ ‘เรวิช’ ทันทีที่เจ้าของชื่อพุ่งเข้าหา นักล่าคนนั้นก็ถึงกับร่างสะท้านเฮือก รีบทำการกระแทกเท้าถอยหนีเพื่อทิ้งระยะ พร้อมกับเอ็นริวที่ถูกผนึกใส่ร่างทั้งร่าง!
ชายหนุ่มจากอาณาจักรสเตรียแยกเขี้ยว ขาซ้ายกระแทกพื้นยึดร่างให้มั่นคง ก่อนที่ขาขวาซึ่งผนึกเอ็นริวจนเข้มข้นดุดันจะตวัดขึ้น หวดตรงไปยังลำคอของอีกฝ่ายที่รีบยกแขนทั้งสองขึ้นต้านรับ!
เสียงปะทะ “ตึม!!” ดังสนั่นหวั่นไหว กลิ่นอายเอ็นริวที่ปะทะใส่กันระเบิดความดุดัน จนสายฝนรอบด้านแตกระเบิดพร่างพราว!
ร่างของนักล่าคนนั้นประหนึ่งถูกหวดด้วยค้อนขนาดยักษ์! เท้าทั้งสองแม้จะยังคงติดพื้น แต่ร่างส่วนบนนั้นตรงกันข้าม ถูกกระแทกเอียงไปอย่างรุนแรง และเมื่อมองไปยังแขนทั้งสองที่ยกขึ้นต้านลูกเตะดังกล่าว…
เราจะเห็นถึงแขนข้างหนึ่งที่ยุบผิดรูปลงไปอย่างน่าสยดสยอง!
นักล่าคนนั้นไม่อาจปิดซ่อนใบหน้าเจ็บปวด ซึ่งระคนไปด้วยความงุนงงและหวาดผวา!
“ฉะ…ฉันรู้จักแก! ทะ…ทำไมแกถึงได้มาอยู่ที่…!?”
ยังไม่ทันได้กล่าวจบประโยค เท้าขวาของเรวิชที่หวดเตะก็ถูกดึงกลับลงไปวางเป็นหลักบนพื้น พร้อมเพรียงกับเท้าซ้ายที่สลับตวัดหวดสวนขึ้นมา!
เป็นการสับเปลี่ยนท่วงท่าในการจู่โจมอันรวดเร็วและดุดันอย่างยิ่ง นักล่าคนนั้นที่นอกจากได้รับบาดเจ็บแล้ว สมาธิก็เหมือนจะไม่ได้จดจ่ออยู่กับการต่อสู้เต็มร้อยจากความตกตะลึงในตัวตนของอีกฝ่ายที่ค้นพบ จึงไม่อาจหาวิธีต้านรับการโจมตีนี้ได้ทัน!
ท้ายซ้ายหวดกระแทกเข้าเต็มๆ ใบหน้าด้านข้างดัง “ตูม!!!” สนั่น พร้อมกับในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นที่เกิดเสียง “โพล๊ะ!!” ติดตามมา!
มองไปสิ่งที่เราและเหล่านักล่าในลานแห่งนี้ได้เห็นเฉกเช่นกันก็คือ ใบหน้าครึ่งซีกของนักล่านั้นที่ระเบิดแหลก ลอยปะปนไปกับสายฝนโดยรอบ!
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาแค่ไม่ถึงสิบอึดใจที่ผ่านมา กระแทกเข้าสู่จิตใจของเหล่านักล่าร่วมยี่สิบกว่าชีวิตภายในลานอย่างรุนแรง!
และอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ต้องนัดหมาย ทุกคนในที่นี้ต่างรับรู้กันในทันทีนี้ว่า…
นี่คือ ‘ศัตรู’ ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องฆ่าให้ได้!
ไม่เช่นนั้น…
จะเป็นพวกตนนี่แหละที่ถูกอีกฝ่ายฆ่า!
มุมมองและการตัดสินใจเช่นนี้เกิดขึ้นในความคิดของเหล่านักล่าทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องถามหาเหตุผลว่ามันเกิดอะไรขึ้นอีกต่อไป นักล่าแต่ละคนที่บัดนี้ปรากฏมุมมองเช่นเดียวกัน ต่างระเบิดจิตสังหารมุ่งตรงเข้าหาเรวิชอย่างพร้อมเพรียง!
และไม่ใช่แค่จิตสังหารที่ระเบิดพุ่งออกไปเท่านั้น แต่ในวินาทีถัดมา เหล่านักล่านับสิบชีวิตต่างพากันเรียกอาวุธ พุ่งเข้าหาเรวิชพร้อมส่งเสียงคำรามหมายชีวิต!
เรวิช • วชิระ แทนที่จะมีสีหน้าเคร่งเครียดจากขั้นผนึกวิญญาณนับสิบชีวิตที่พุ่งโอบล้อมเข้ามา แต่กลับกัน บัดนี้อีกฝ่ายกลับเงยหน้าหัวเราะร่าคล้ายสาแก่ใจ ก่อนที่จะพุ่งสวนเข้าหานักล่าผู้หนึ่งด้วยความดุร้ายไม่ยิ่งหย่อน หรืออาจจะมากกว่า!
เสียงการต่อสู้อันดุเดือดรุนแรงดังสนั่นกึกก้องประหนึ่งเกิดภัยพิบัติ! พื้นดินโยกสะเทือน! ระคนไปกับเสียงเลือดเนื้อถูกบดขยี้ทำลาย เสียงคำราม และเสียงตะโกนคร่ำครวญแห่งความเจ็บปวด!
“ตกลงมันเป็นยังไงกันแน่? ฉันได้ยินเมื่อกี้นายพูดว่านึกออกแล้ว”
ราเชน • เมฆพิทักษ์ พูด ขณะกำลังวิ่งตีคู่ไปกับณิญญู มุ่งตรงไปยัง…
จุดปะทะหลักที่กำลังส่งเสียงดังกึกก้อง!?
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย…
หลังจากที่ณิญญูตะโกนขึ้น หลังจากที่ความทรงจำที่เคยพร่าเลือนกลับมาแจ่มชัด
เชนที่ถูกกำแพงซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อัดกระแทกจนปลิวกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นโคลนสีเลือด เขาก็รีบหมุนตัวลุกขึ้น ไม่สนใจร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน มองไปยังจุดสิ้นสุดของม่านฝนที่อยู่ตรงหน้าด้วยคิ้วที่ขมวดแน่น
ซึ่งนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ณิญญู ซึ่งหยุดยืนนิ่งตรงหน้ากำแพงที่มองไม่เห็นตะโกนออกมา พร้อมยกมือทั้งสองขึ้นขยี้หัวที่เปียกโชกของตน ราวกับผู้ที่ได้รู้ความจริงอันยากจะทำใจเชื่อบางอย่าง
จนเมื่อเชนที่มองไปยังอีกฝ่ายด้วยท่าทีสงสัย เตรียมที่จะลุกขึ้นเดินเข้าไปหา กลับเป็นอีกฝ่ายที่หมุนตัววิ่งตรงมาหา พร้อมกับตะโกนเสียงดังแข่งกับสายฝนสีเลือดโดยรอบ
“สถานการณ์ฉุกเฉิน! ฉุกเฉินสุดๆ! เราต้องรีบออกจาก ‘เวทอาณาเขต’ นี่ให้ได้! ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ไม่งั้นทุกอย่างอาจจะสายไป! รีบตามฉันมา! เราจะไปหาคนที่สร้างอาณาเขตนี้เพื่อปลดอาณาเขต! เร็ว!!”
ณิญญูตะโกนข้อมูลต่างๆ ออกมา ก่อนที่จะพุ่งผ่านร่างของเชนไปอย่างไม่คิดจะอธิบายตรงนี้ให้เสียเวลา!
เชนแม้จะเต็มไปด้วยความฉงนในตอนแรก แต่เขาก็ยอมรับและเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มไม่รอช้า ตัดสินใจลุกขึ้น หมุนตัวพุ่งตามณิญญูไปทันที
“ถ้าอธิบายทั้งหมดยาก สรุปสถานการณ์ตรงหน้าที่ต้องทำมาก่อนคร่าวๆ”
เชนที่เห็นณิญญูซึ่งวิ่งอยู่ข้างๆ มีสีหน้าปั้นยาก คล้ายจะไม่อาจหาจุดเริ่มของการอธิบาย เพราะหลายสิ่งหลายอย่างกำลังตีกันยุ่งเหยิง จึงทำการกล่าวเน้นจุดให้อีกฝ่าย
ณิญญูที่สีหน้าตึงเครียดยุ่งเหยิง ยิ่งทวีความเคร่งเครียดยิ่งขึ้น แต่ก็เหมือนจะพอสามารถเรียบเรียงข้อมูลและสถานการณ์ออกมาเป็นคำพูดได้แล้ว
“สรุปก็คืออย่างที่บอก เราต้องรีบออกจาก ‘เวทอาณาเขต’ นี่ ไม่งั้นทุกอย่างอาจจะสายเกินไป!”
“เวทอาณาเขต…เมื่อกี้นายก็พูดแบบนี้”
เชนพูดโดยที่ไม่หยุดชะงักฝีเท้า
“ใช่…ฝนสีแดงนี่คือสัญลักษณ์ยืนยันว่าเป็น ‘เวทอาณาเขต • แดนล่าสังหารสีชาด’ !”
ณิญญูพูดด้วยสีหน้ายับยู่ยี่
ท่ามกลางเสียงฝีเท้าสองคู่ย่ำผ่านพื้นแฉะ เชนหลุบตาลงต่ำเล็กน้อยก่อนจะถามออกไป
“วิธีการปลด?”
เชนที่รับรู้ถึงความตึงเครียดของสถานการณ์จากทั้งสิ่งที่เห็นด้วยตาตนเอง และจากท่าทางร้อนรนสุดขีดของณิญญู รีบถามเข้าประเด็นทันที
ณิญญูกระโดดข้ามหินใหญ่ก้อนหนึ่ง เงยหน้ามองไปยังทิศทางที่เสียงอึกทึกดังแว่วผ่านระยะทางมาให้ได้ยิน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงหนักอึ้งในที่สุดว่า
“อย่างที่นายก็น่าจะพอรู้ว่า ‘เวทอาณาเขต’ จริงๆ แล้วเป็นพลังในขอบเขตที่มีแค่ ‘ขั้นพิสูจน์ตน’ ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะเริ่มสร้างขึ้นได้ แต่ในกรณีนี้ สาเหตุที่เวทอาณาเขตถูกกางขึ้นได้ เป็นเพราะผู้ชายคนนั้นมี ‘วิญญาณธาตุระดับสูงมาก’ ในครอบครอง! แล้วก็มีของขลังอะไรบางอย่างเป็นตัวกลางหนุนเสริม ให้เวทอาณาเขตนี้ถูกกางขึ้นมาได้!…”
ณิญญูแยกเขี้ยว
“ฉันอ่านข้อมูลของชายคนนั้นมาแล้ว! เวทอาณาเขตนี่ก็มีอยู่ในข้อมูล! เพราะมันเคยใช้มาก่อนหน้านี้ จนเกิดเป็น ‘เรื่องใหญ่’ มาแล้ว!…สรุปสั้นๆ ว่าถ้าอยู่ในขั้นผนึกวิญญาณ ไม่มีของขลังพิเศษจำเพาะบางอย่างในการทำลายเวทอาณาเขต หมดสิทธิ์ที่เราจะทะลวงผ่านออกไปได้โดยตรง!
“มีแค่สองวิธีที่เราจะหยุดเวทอาณาเขตนี่ได้ในตอนนี้! หนึ่ง ต้องหยุดมันให้ได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง! อาณาเขตนี่จะคงอยู่ได้ก็ต่อเมื่อผู้กางมัน ‘ล่า’ ชีวิตภายในอาณาเขต ทุกการฆ่าจะทำให้ผู้กางอาณาเขตทรงพลังขึ้นและยืดระยะเวลาอาณาเขตให้คงอยู่ได้นานขึ้น
“แต่กลับกัน ถ้าไม่สามารถฆ่าใครได้ในช่วงเวลาหนึ่ง เวทอาณาเขตนี่ก็จะหันกลับไปหาผู้กางอาณาเขต ถ้ายังจะฝืนกางไว้ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนสูงลิบออกมา หรือไม่ก็ต้องปลดอาณาเขตออก
“เพราะฉะนั้นถ้าถ่วงเวลาให้มันไม่สามารถฆ่าใครได้ในระยะเวลาหนึ่ง มันก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปลดอาณาเขตนี้! ถึงดูแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดมันก็เถอะ! ยิ่งตอนนี้มันน่าจะฆ่าไปหลายคนแล้ว ไม่รู้อาณาเขตนี่หนุนพลังมันไปถึงไหนแล้ว! ทั้งที่ปกติก็ไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆ อยู่แล้วแท้ๆ!
“แถมจะหนีถ่วงเวลาหรือซ่อนตัวไปก็หมดสิทธิ์ ใครก็ตามที่โดนฝนสีเลือดนี่จะถูกประทับตราให้เจ้าของอาณาเขตรู้ตำแหน่ง แถมยังมีพลังในการลดทอนการฟื้นฟูอีก!…”
เวลานี้ ณิญญู • เหมรินทร์ เผยท่าทีเคร่งเครียดที่สุดเท่าที่เชนเคยเห็นจากอีกฝ่าย
“ส่วนวิธีที่สอง ง่ายกว่า และน่าจะเป็นไปได้ที่สุด นั่นคือทำให้ของขลังที่หนุนเสริมการสร้างอาณาเขตหยุดทำงาน! จะชิงมาก็ได้ ทำลายก็ได้ หรืออะไรก็ได้ทำให้การทำงานของมันหยุดชะงัก ถ้าทำได้ ด้วยพื้นฐานปราณขั้นผนึกวิญญาณ ยังไงก็ไม่สามารถรักษาเวทอาณาเขตเอาไว้ได้!”
ตลอดเวลาเชนไม่กล่าวขัดอีกฝ่ายแม้แต่คำเดียว รับฟังและย่อยข้อมูลที่ได้ยินด้วยความตั้งใจ
“เข้าใจแล้ว…สำหรับตอนนี้ฉันอยากรู้อีกคำถามเดียว…ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?”
เชนถามตรงประเด็นอีกครั้ง และครั้งนี้ทำให้ณิญญูส่งเสียงคำรามในลำคอ
“อธิบายคงยาว เอาไว้ฉันจะอธิบายให้ฟังทีหลัง แต่ตอนนี้รู้ไว้แค่ว่า…นั่นคือ ‘ตัวโคตรอันตราย’ จากอาณาจักรสเตรีย!”
อาณาจักร…สเตรีย?
เชนถึงกับคิ้วกระตุก เมื่อรับรู้ได้ในทันทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ท่าทางจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังใหญ่โตกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??