เรื่อง ล่าผ่าแดนทมิฬ
ภายในากว้าง ัี้เต็มไปด้วยโสีแดงฉาน ซึ่งไม่อาจบอกได้เลยว่าสีแดงฉานนั้นมาจากมวลฝนสีชาด เลือดเนื้อของเหล่ามนุษย์ที่กำลังขับเคี่ยวห้ำหั่น หรือทั้งสองสิ่งปะปน…
เพียงรู้แค่ว่าท่ามกลางเสียงฝนเทกระหน่ำ เสียงเท้าย้ำพื้นโถี่กระชั้น และเสียงห้ำหั่นประหัตประหาร ยิ่งเวลาดำเนินไปมากเท่าไหร่ สถานการณ์ก็ยิ่งเต็มไปด้วยความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น!
เรวิช • วชิระ แม้จะถูกโอบล้อมจากนักล่าขั้นผนึกวิญญาณร่วมยี่สิบกว่าชีวิต แต่ชายผู้นี้กลับเคลื่อนไหวจู่โจมด้วยความรวดเร็วและดุดันประหนึ่งสายฟ้าท่ามกลางสายฝน ไม่ว่ามันจะพุ่งผ่านไปที่แห่งใด ล้วนแต่ต้องมีเสียงปะทะดังสะเทือน และกลุ่มนักล่าที่พากันแตกกระเจิง!
เมื่อมองไป แทนที่จะเรียกเรวิชกำลังถูกรุม กลับดูเป็นชายผู้นั้นเสียอีกที่เหมือนเสือที่กำลังวิ่งล่าท่ามกลางฝูงกวาง! ทุกอย่างดูพลิกกลับตาลปัตรไปเสียหมด!
กายเนื้อเหนียวแน่นมากด้วยพละกำลัง
ปราณเข้มข้นหนักอึ้ง
ทักษะต่อสู้เฉียบคมแม่นยำ
วิญญาณธาตุสร้างการจู่โจมแปลกพิสดารทรงพลัง
เทคนิคผนึกปราณดุดันกร้าวแกร่ง!
ทั้งหมดนั้นรวมอยู่ภายในตัวของชายผู้กำลังไล่ล่าท่ามกลาง-่าฝน ยิ่งเวลาไหลผ่าน เหล่านักล่าร่วมยี่สิบชีวิตก็มีแต่จะยิ่งทวีความตกตะลึง ก่อนจะแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นหวาดผวา!
พวกเขาทั้งหมดในที่นี้ อาจไม่เคยเผชิญหน้าตัวตนระดับ ‘บุตร’ ของแต่ละสังกัดใหญ่ ไม่เคยได้เห็นและสัมผัส ‘ศักยภาพระดับสูง’ โดยตรง อย่างมากก็ได้ยินแต่คำเล่าลือ
บางคนเชื่อ บางคนยกย่อง ส่วนบางคนก็สบประมาท
แต่ในเวาี้ เหล่านักล่าพเนจรผู้มากความมั่นใจ และเข้าร่วม ‘การประลองไขว่คว้ามงกุฎ’ โดยตั้งเป้าหมายไขว่คว้าอนาคตอันรุ่งโรจน์เพื่อนเปลี่ยนชีวิต เหมือนจะได้สัมผัสแล้วว่า…
‘ศักยภาพระดับสูง’ นั้นหน้าตาเป็นเช่นไร!
การที่ ‘สังกัดหมื่นทิวา’ ไม่ให้เหล่าตัวเต็งสิบหกอันดับแรกเข้าร่วมรอบคัดเลือก ก็เพื่อป้องกันสถานการณ์คล้ายคลึงที่กำลังเกิดขึ้นนี้…
พวกเขาเป็นกังวลว่า ด้วยระดับความสามารถที่แตกต่างมากจนเกินไป โดยเฉพาะ ‘เหล่าตัวเต็งหลักหน่วย’ ที่อาจทำให้การคัดเลือกเกิดความเหลื่อมล้ำจนเสียสมดุล
และตอนนี้ ภาพที่สังกัดหมื่นทิวาพยายามป้องกัน ได้บังเกิดขึ้นแล้วที่นี่!
ยิ่งนานไป สายตาที่เหล่านักล่ามองไปยังเรวิชที่กำลังแยกเขี้ยวคำราม พุ่งจู่โจมไปมาประหนึ่งสัตว์ร้ายหลุดจากกรงนั้น ก็เริ่มที่จะเห็นถึงแรงกดดันดำมืดที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย!
บางคนที่จิตใจเริ่มดำดิ่งจนยากควบคุม เหมือนจะเห็นถึงคนในชุดคลุมถือเคียวคมกริบน่าขนลุกลอยอยู่เบื้องหลังของอีกฝ่าย ส่วนบางคนก็เห็นเป็นสัตว์ร้ายอันน่าขนลุก!
แต่ละคนที่จิตใจไม่มั่นคง เริ่มมองเห็น ‘ความกลัว’ ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป!
บางคนเริ่มเสียสติ คำรามหวีดร้องประหนึ่งกำลังพบเห็นสิ่งที่หวาดกลัวสุดขีด ขาแข้งอ่อน จนต้องใช้มือและเข่าตะกายพื้นหมายจะหลบหนี!
และเมื่อจิตใจของใครคนนั้นพังทลาย ความหวาดกลัวกัดกินถลำลึก ร่างของ เรวิช • วชิระ ก็พุ่งมาปรากฏที่นั่น ก่อนที่จะยกเท้ากระทืบใส่ศีรษะของอีกฝ่ายจนระเบิดกลางพื้นโ!
เรวิชที่ร่างเปียกชุ่มไปด้วยสายฝนแดงฉาน กวาดสายตาอันดุดันไปด้วยรอบ!
“รักษาสติกันหน่อยสิไอ้พวกเซเฟีย! แค่นี้ก็กลัวกันแล้วเรอะ!? สงบจิตใจไว้หน่อย เพราะถ้าพวกแกเกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมา อาณาเขตนี่จะ ‘ขยายความกลัว’ นั่นของพวกแกจนบางคนกลายเป็นบ้าเอาได้เชียวนะ! และฉันไม่ต้องการแบบนั้น! ฉันต้องการขยี้พวกแกตอนสติยังครบถ้วน!…”
ชายหนุ่มผู้มากมั่นในความคิดของตนเอง อ้าแขนหมุนตัว พร้อมตะโกนเสียงดังลั่นแข่งกับเสียงห่าฝน!
“พวกแกอาจเป็นแค่พวกนักล่าพเนจรไร้ขุมอำนาจหนุนหลัง! ไม่ใช่ระดับแนวหน้าของรุ่นในอาณาจักรนี้ก็จริง แต่ช่วยแสดงให้ฉันเห็นหน่อย! อย่างน้อยก็จิตใจของพวกแก! ว่าพวกแกที่ใช้ชีวิตอยู่ในอาณาจักรเดียวกับ ‘ทรราชสีขาว’ ที่คนของฉันหวาดกลัวนักหนานั่น มันมีอะไรดีหรือพิเศษแตกต่างไปบ้าง! เพราะตอนนี้…ฉันยังไม่เห็นอะไรเลย! นอกจากความกระจอกน่าสมเพช!!”
เสียงคำรามนั้นดังกึกก้องฝ่าสายฝน ประหนึ่งดังก้องออกมาจากความเชื่อและเจตจำนงอันแข็งกร้าว ชนิดที่แม้แต่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ก็ไม่อาจขวางกั้นได้
แต่เมื่อสิ้นเสียงตะโกนดูถูกดังกล่าว…
เหล่านักล่าโดยรอบกลับยังคงกัดฟันตั้งท่านิ่ง บางคนพยายามก้าวถอย บางคนไม่สนใจอะไรนอกจากพยายามตะกายหลบหนี และสีหน้าของพวกเขาเกินกว่าครึ่ง…
ถอดใจ และเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
ในตอนนั้นเอง แววตาดุดันของเรวิชก็คล้ายจะแข็งค้างไปชั่วขณะ กวาดสายตามองผ่านความหวาดกลัวโดยรอบของเหล่านักล่า ก่อนที่ดวงตาแข็งค้างคู่นั้นจะแปรเปลี่ยนกลายเป็น…
ความผิดหวัง
“น่าสมเพช…ออ…ไม่ได้หมายถึงพวกแกหรอก แต่หมายถึงคนในอาณาจักรของฉันต่างหาก...ได้เห็นสีหน้าตอนนี้ของพวกแก แล้วคิดย้อนไปถึงคนพวกนั้นที่แค่ได้ยินชื่ออาณาจักรพวกแกก็พากันใจฝ่อหัวหด…คิดแล้วก็น่าสมเพช…”
เรวิชลดแขนที่อ้ากว้างลง กวาดสายตามองผ่านนักล่าคนแล้วคนเล่า ด้วยสายตาเรียบเย็น…
“อย่างที่เคยคิดไว้ไม่ผิด…ถ้าแค่เมื่อสองร้อยปีก่อนใน ‘สงครามสามอาณาจักร’ พวกแกไม่มี ‘ทรราชสีขาว’ คนนั้น…อาณาจักรพวกแกมันก็คงไม่ได้พิเศษพิโสอะไรมากมายนักหรอก!”
คำกล่าวนั้นของเรวิช คล้่ายจะแสดงความนัยบางอย่างออกมาให้เห็น…
แม้ตลอดมามันมักจะแสดงออกถึงความดูหมิ่นหยามหยันอาณาจักรเซเฟีย แต่ลึกๆ ภายใน ด้วยสภาพแวดล้อมในการเติบโตสั่งสอน ซึ่งพูดกล่าวถึงอาณาจักรเซเฟียไว้ด้วยความกลัวสามส่วนเสมอนั้น ทำให้ลึกๆ แล้วมันเองก็แอบคาดหวังและระมัดระวังอยู่ไม่คลาย…
แต่ตอนนี้…
ความรู้สึกนั้นเหมือนจะมลายหายไปแล้ว!
เรวิชแยกเขี้ยว เตรียมตัวที่จะพุ่งไปสับสังหารศัตรู!
แต่ครั้นนั้นเอง!
กลิ่นอายเน่าเปื่อยทรุดโทรม อยู่ๆ ก็ระเบิดขึ้นกว้างห้วงอากาศของาต่อสู้ แปรเปลี่ยนเม็ดฝนโดยรอบให้ระเหิดกลายเป็นประหนึ่งขี้เถ้าเผาศพ!
เรวิช • วชิระ ชะงัก! ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองห้วงอากาศ และสิ่งที่มันได้เห็นก็คือ ร่างของชายสวมหน้ากากมากความดุร้ายผู้หนึ่ง!
ร่างนั้นพุ่งผ่านสายฝนลงมาตามแรงโน้มถ่วง ดาบขนาดใหญ่กว่าปกติสามัญถูกง้างขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือทั้งสองเตรียมจู่โจม!
ในคราแรก เรวิชใบหน้ากระตุกเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปราณอันผิดแผกชวนอาเจียน แต่เมื่อได้เห็นร่างนั้นด้วยตาเนื้อ รวมถึงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น…
แววตาดูแคลนก็วูบปรากฏขึ้นในดวงตาของมัน!
“ขั้นก่อเกิดวิญญาณ?…”
เรวิชหัวเราะกลั้วในลำคอ
“ถึงจะน่าชื่นชมในความกล้าหาญ มากกว่าไอ้พวกผนึกวิญญาณยี่สิบกว่าตัวที่นี่ แต่ก็ต้องพูดว่า…เกิดชาติหน้าหัดเรียนรู้การประมาณตนซะบ้าง!!”
กล่าวจบ มันก็ยื่นมือออกไปด้านข้าง ใช้ปราณไร้ลักษณ์ ดึงดูดดาบขั้นก่อเกิดวิญญาณเล่มหนึ่งที่หล่นอยู่บนพื้นเข้ามาในมือ เทคนิคผนึกปราณถูกอัดลงไปจนสั่นสะเทือน ก่อนที่จะตวัดฟันขึ้นไป!
ชายสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ดวงตาดำมืดภายในรูหน้ากากวูบแสงดุดัน ก่อนจะทำการตวัดฟันดาบคู่ใจที่ผนึกเอ็นริวจนห้วงอากาศรอบด้านสั่นกระเพื่อมสวนลงไป!!
เมื่อดาบทั้งสองใกล้ปะทะ ห่างกันราวสองคืบ ยังไม่ทันที่ดาบทั้งสองเล่มจะทันได้แตะสัมผัสหักหาญ…
แม้จะเพียงเล็กน้อยจนยากจะมองเห็น…
แต่ห้วงอากาศระหว่างดาบทั้งสองก็พากันเกิดรอยแตกร้าว! พร้อมกับในวินาทีนั้นที่คลื่นพลังอันเกรี้ยวกราด ระเบิดกวาดออกไปรอบด้านอย่างดุดันรุนแรง!!
เรวิชที่เดิมทีแววตามากความดูแคลน บัดนั้นกลับกลายเป็นกระตุก!!
ยิ่งเมื่อคมดาบทั้งสองปะทะเข้าใส่กัน…
เสียง “ตูม!!!!” ก็ระเบิดดังสะท้านสะเทือน! คลื่นพลังระเบิดกวาดออกไปอย่างบ้าคลั่ง เม็ดฝนแตกระเบิด! ก้อนหินบนพื้นถูกขยี้จนแหลก!
เหล่านักล่าโดยรอบพากันส่งเสียงแตกตื่น คนที่อยู่ใกล้จนเกินไปถูกคลื่นพลังอัดกระแทกใส่จนถึงกับร่างผงะถอยไปหลายสิบก้าว!
ความบ้าคลั่งระเบิดกวาดออกไป เปลี่ยนากว้างให้ไร้สายฝนไปชั่วขณะ และเมื่อทุกสายตามองไป สิ่งที่พวกเขาได้เห็นคือ เรวิช • วชิระ ที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับชายสวมหน้ากากปริศนา!
และเมื่อมองไปยังดาบในมือของเรวิช ดาบเล่มนั้นค่อยๆ ส่งเสียงแหลมเล็ก ก่อนที่สุดท้ายจะแตกหักร่วงกราวลงสู่พื้น…
และเพียงเสี้ยวอึดใจต่อมา สายฝนสีชาดก็ตกกระหน่ำลงมาอีกครั้ง…
แต่นั่นก็ไม่อาจชำระล้างความตกตะลึงของทุกผู้คนในที่แห่งนี้ให้จางหายไปได้!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??