เรื่อง ล่าผ่าแดนทมิฬ
เสียงิ่ไ้ในกองไฟแตกลั่นขับไล่ความเงียบสงัด บุรุษทั้งสองนั่งนิ่งเงียบไม่มีใครพูดอะไรออกมานานเกือบร่วมสิบนาที ราวกับการเอ่ยปากชวนอีกฝ่ายคุยนั้นมันคือสิ่งที่ยากเย็นเป็นอย่างยิ่ง อาจจะยากยิ่งกว่าการเรียกความกล้าเพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตระดับราชันเสียด้วยซ้ำ
จนกระทั่งสุดท้าย…
“อยู่ในนี้ปลอดภัยก็จริง แต่จะอยู่แบบนี้ตลอดไปก็คงไม่ได้จริงไหม?”
เป็น ราเชน เมฆพิทักษ์ ที่พูดขึ้นทำลายความเงียบ
ธีระที่กำลังก้มหน้ามองลงไปในแ้วเหล้าที่น้ำสีอำพันหายไปครึ่งค่อน ราวกับจะมีอะไรน่าสนใจอยู่ภายในนั้นเงยหน้าขึ้นมา ซึ่งถ้าไม่ได้มองผิดไป เหมือนใบหน้าขาวซีดของอีกฝ่ายเวลานี้จะดูแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย…
“ก็…แล้วแต่ว่าต้องการออกไปหรือเปล่า…”
ธีระเหลืองมองไปยังแนวชายป่ามืดมิด ด้วยดวงตาที่ปรือลงเล็กน้อย…
“…ไม่มีอะไรยืนยันได้ก็จริง แต่ข้างนอกเขตลานนั่น ไอ้หมาขนทองคงอยู่ที่ไหนสักแห่งไม่ไกลจากที่นี่…ออกไปก็มีโอกาสเจอมันสูง”
ธีระพูดจบก็ยกบรั่นดีในแ้วขึ้นดื่ม ซึ่งถ้าสังเกต ระหว่างที่มันพูด เหมือนจะมีช่วงที่มันหยุดชะงักไปเล็กๆ คล้ายจะครุ่นคิดสิ่งที่จะพูด…
เชนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางคล้าย “คนเมา” ของอีกฝ่าย ทั้งที่มันเพิ่งจะดื่มไปแค่ไม่กี่อึกเท่านั้น
“แมีแผนยังไง?”
ธีระหลังจากลดแ้วที่เหลือบรั่นดีไม่มากลงมา มันก็ตอบด้วยเสียงที่ดูจะไม่มั่นคงเหมือนปกติ
“จะทำอะไรได้? ถ้าไม่อยากออกไปเจอกับไอ้หมาขนทองนั่น เราก็ต้องรออยู่ที่นี่จนกว่าคนจากสังกัดจะมาช่วย…แต่ก็อย่างที่แเห็น สะพานแขวนหายไป เป็นสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ออกว่าจะมีการช่วยเหลือมาหรือเปล่า
“แต่ถ้าต้องรอ ก็อาจจะต้องรอไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีใครมา อาจแค่ไม่กี่วัน หรือไม่ก็อาจนานเป็นสิบๆ วัน ต้องคิดถึงเรื่องอาหารแล้วก็อีกหลายๆ อย่าง แต่ก็นะ…”
ธีระหยุดเว้นจังหวะ ยกแ้วเหล้าที่เหลือน้ำสีอำพันเล็กน้อยกระดกจนหมด ก่อนที่จะพูดออกมาว่า…
“…แคงรอนานขนาดนั้นไม่ได้อยู่แล้ว จริงไหม? เพราะกำหนดการลงมือของแกับสังกัดนี้ คงเป็น “วันที่เก้าเดือนเก้า” ที่กำลังจะมาถึง”
คำพูดของธีระทำให้เชนนิ่งงัน…
“ทำไมแคิดงั้น?”
ชายหนุ่มไม่แสดงสีหน้าอะไรขณะพูด แต่ธีระที่มองมาคล้ายจะยกยิ้มราวกับจะขบขัน…
“เรื่องที่แคือี่ “ตระกูลก้าววัฒนะ” ที่เป็นคู่แข่งในการประมูลโครงการ-่าเหวอะไรนั่นกับสังกัดนี้ส่งเข้ามา คงไม่ผิดจริงไหม? ถ้างั้นเป้าหมายของแ…ก็ต้องเป็นข้อมูลลับที่สังกัดนี้ปกปิดไว้ไม่ต้องการให้ใครได้มาเห็นทั้งสิ้น ซึ่งมันก็คือที่ที่เดียวกับที่พวกฉันเพิ่งพลาดมา ห้องใต้ดินของอาคารหลักปกรณัม …”
ขณะที่เชนกำลังจับจ้องไปยังอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ยิ่งมายิ่งตึงเครียด ธีระมันก็ได้หยุดพูดอีกครั้ง พร้อมยื่นแ้วเหล้าที่ว่างเปล่ามาทางเชน…
ซึ่งชายหนุ่มก็ยกขวดบรั่นดีรินให้ จนเมื่อธีระยกดื่มไปหนึ่งอึก พร้อมหลับตาถอนหายใจอย่างผ่อนคลายด้วยใบหน้าที่แดงเรื่อยิ่งขึ้น มันก็เริ่มพูดต่อทั้งที่หลับตาเช่นนั้น
“…การประมูลนั่นใกล้เข้ามาแล้ว แมีเวลาจำกัดในการทำภารกิจนี้ ซึ่งในกรอบเวลาแค่ไม่ถึงสามเดือน มาลองคิดว่าจะมีช่วงเวลาไหนเหมาะกับการลงมือที่สุด…ยังไงก็ต้องเป็น “วันไหว้บรรพบุรุษ” ที่แทบทุกชีวิตในสังกัดจะต้องไปเข้าร่วมพิธี
“อาคารหลักที่เคยมีการคุ้มกันที่แน่นหนาจะหละหลวมที่สุดในรอบปี…ไม่มีโอกาสไหนจะเหมาะสมมากไปกว่านี้อีกแล้ว”
ธีระลืมตาขึ้นมาในตอนนี้ ก่อนจะเหลือบมองมาทางเชน…
“แต่ขอเตือนอะไรไว้หน่อย…ปีก่อนๆ เมื่อถึงวันไหว้บรรพบุรุษ การรักษาความปลอดภัยของที่นั่นจะหละหลวมมากก็จริง แต่ปีนี้แตกต่างออกไป เพราะมีการประมูลนั่นที่อาจตัดสินอนาคตของทั้งสังกัดนี้ ถึงพิธีไหว้บรรพบุรุษของที่นี่จะเคร่งครัดมาก และคงไม่มีการเลื่อนวันออกไป แต่ขนาดฉันยังคิดได้ว่าถ้าศัตรูจะลงมือคงเป็นวันนั้น แล้วทำไมสังกัดนี้จะคิดไม่ได้?”
ธีระกระแทกลมหายใจหนักๆ
“แต่ตระกูลก้าววัฒนะ คงไม่ปล่อยแมาแบบโดดเดี่ยวแล้วให้ลุยเองคนเดียวหรอก จริงไหม? วันนั้นพวกมันคงลงมือสนับสนุนแด้วยวิธีอะไรสักอย่างล่ะสิ?”
การคาดการของธีระ…เข้าเป้าแทบทั้งหมด
ในวันที่เก้าที่จะมาถึง วิษณุได้บอกแผนการไว้ว่าจะทำการโจมตีโรงงานที่สำคัญกับสังกัดแห่งนี้ จนทำให้กำลังคนในสังกัดที่มีน้อยอยู่แล้ว จะต้องถูกโยกย้ายออกไปแทบทั้งหมดเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยคาดการณ์ไว้ว่าแทบจะไม่มีผู้ฝึกพื้นฐานปราณระดับสูงกว่าผนึกวิญญาณอยู่ในสังกัดเลย
และจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของเขา ที่จะต้องแทรกซึมเข้าไปยังห้องใต้ดินที่ว่า เพื่อนำเอกสารลับที่จะใช้โจมตีสังกัดเจ็ดปกรณัมในข้อหาที่ว่า ได้ทำการค้าขายอาวุธสงครามกับอาณาจักรอื่น
ซึ่งตามกฎหมายของอาณาจักรเซเฟียแล้ว นั่นคือเป็นความผิดที่มีโทษร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อวิษณุนำข้อมูลนี้ขึ้นสู่ชั้นศาลด้วยวิธีการบางอย่าง มันก็จะส่งผลให้สังกัดเจ็ดปกรณัมถูกถีบออกจากการประมูลโครงการผู้จัดหาหลวงได้ไม่ยาก
“แพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็ดี รหัสชุดที่สองตกลงกันไว้ บอกมาได้แล้ว”
เชนทวงถามผลตอบแทนที่ตกลงกันไว้ ในการที่เขาจะร่วมเล่นละครช่วยให้มันหลุดจากการเป็นผู้ต้องสงสัย
แต่…
ธีระกับจุปาก เงยหน้าขึ้นมามองเชน พร้อมกับใช้นิ้วชี้ไปที่หัวของมัน
“ไม่ต้องบอกแให้เปลืองน้ำลายหรอก เพราะมันอยู่ในนี้แล้ว”
ได้ยินสิ่งที่ธีระพูด คิ้วของเชนย่นเข้าหากันในทันที พร้อมกับมือที่ถือแ้วชะงักงันกลางอากาศ
“แคิดจะกลับคำ?”
ดวงตาของปรากฏแสงอันตราย
“แนี่ฟังภาษาคนไม่แตกสินะ? ฉันบอกว่ามันอยู่ในนี้…”
“จะให้ฉันเลาะหัวแออกมาดูไหมล่ะ?”
เชนพูดขัดธีระที่ชี้นิ้วไปที่หัวอีกครั้งด้วยเสียงที่เย็นเยียบและหนักอึ้ง แ้วเหล้าในมือถูกวางลงบนพื้น ราวกับจะพร้อมลงมือได้ทุกเมื่อ!
ธีระแม้ใบหน้าจะแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่สันดานคล้ายคนโรคจิตของมันก็ไม่ได้ถูกฤทธิ์เหล้าทำให้หายไปแต่อย่างใด
ส่งให้เผชิญกับท่าทางเคร่งเครียดของเชน มันกลับหัวเราะอย่างขบขันชอบใจออกมา
“…ใจร้อนจริงนะไอ้หมาจนตรอก แต่เอาเถอะ…ที่ฉันจะบอกก็คือ แไม่ต้องรู้รหัสแปดหลักนั่นให้รกสมองที่คงมีพื้นที่เก็บไม่เยอะอยู่แล้วนั่นหรอก เพราะวันที่แจะลงมือ…”
ธีระชี้นิ้วมาที่เชน…
“…ฉันจะไปกับแด้วย แล้วก็จะเป็นคนใส่รหัสชุดนี้ให้แเอง”
!?
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??