เรื่อง เทพกระบี่เงาอสูร
บทที่84 ภายในอาณาจักรเกิดใหม่หลังกำแพงที่หน้ากลัว
เหม่ยตู้ซานั่งอยู่ในห้องประชุมใหญ่ของสี่สิบแปดค่ายโจร
“ท่านต้องการให้เราช่วยอะไร”หนิงเสี่ยวชิงพูด
“พวกเจ้ามีใเคยเข้าไปในอาณาจักรแล้วบ้าง”
“กำแพงสูงสี่สิบเมตรเราไม่สามารถขึ้นไปถึงได้ด้านบนมีอสูรเฝ้ารอบกำแพงข้าเคยส่งมือดีไปก็ตายหมดยังไม่ทันขึ้นไปด้วยซ้ำเลยได้แต่รอ”
“รออะไร”
“รอพวกมันลงมือก่อนน่ะสิ”หนิงเสี่ยวชิงทำสีหน้าหมดหวัง
“ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าคอยส่งตัวพวกเราขึ้นไปแล้วพวกเราจะกระโดนต่อเองก่อนเที่ยงคืนเตรียมตัวให้พร้อม”
“ทราบแล้วเราจะเตรียมตัว”
เนี่ยฟงเขามาด้านหลังกำแพงพบศพที่กำลังนั่งบนบันลังที่ดวงตามีแสงสีแดงแล้วสวมชุดแบบเดียวกับนักรบเกราะดำ
“ท่านพี่ในตัวเขามีของบางอย่าง”มิโฮชี้ เนี่ยหงใช้มือแทงทะลุหน้าอกก็พบวัตถุบางอย่างเขาดึงออกมาตาของศพที่เป็นสีแดงก็ดับลงนักรบเกาะดำมีควันพุ่งออกจากร่างแล้วชุดเกราะก็ร่วงหล่นลงมา เคร้ง!! เนี่ยฟงดูของในมือเป็นกำไลสีแดงมีรวดลายอักขระทั่วทั้งอัน กึกๆๆ กำไลขยับเองแล้ววิ่งไปที่ข้อมือเนี่ยฟง
“เอ้ยอะไรเนี่ย”เนี่ยฟงพยายามแกะออกแต่ไม่ไม่ยอมออก
“ช่างมันค่อยหาทางแกะออกเมื่อไปถึงสำนัก”จู่ๆตรงที่ศพนั่งก็ยุบตัวลงเผยให้เห็นช่องทางลับจากนั้นหินก็เรียงตัวกันเป็นบันไดลงไปด้านล่าง
“หรือเป็นที่ซ่อนดาบกันนะพวกเราไปดูกันเถอะ”เนื่องจากทางแคบทั้งสองต้องกลายเป็นสัตว์ตัวน้อยเขาไปในเสื้อเนี่ยฟง
เมื่อเดินลึกลงมาก็พบกับหนองน้ำสีเขียวแล้วมีทางเดินหินทอดยาวไปอีกฝั่งหนึ่ง ตลอดทางเดินที่ผ่านมาพืชเรืองแสงสีเหลือขึ้นเต็มไปหมดทำให้เขามอบเห็นทางชัดเจน
“ข้างหน้าเหมือนเป็นทางเข้าวิหารเลยท่านพี่”มิโฮโพล่หน้ามาดู มันเป็นเหมือนกับวิหารเก่าๆสร้างด้วยหินสี่เหลี่ยมว่างเรียงกันเป็นวิหารขนาดใหญ่มีประตูที่ทำจากเหล็กดาวตกที่ประตูมีช่องเสียบป้ายเหมือนกันกับประตูแรกเนี่ยฟงจึงแสียบมัน เกร๊ก!!!ประตูเปิดออกเนี่ยฟงเก็บป้ายกลับมา เมื่อเดินเขาไปปรากฏว่าข้าในนั้นมิได้เก่าลงเลยแม้แต่น้อยมันเหมือนกับว่ามีคนอาศัยอยู่ไม่สิเหมือนกับมันเพิ่งสร้างเสร็จด้วยซ้ำตรงกลางมีแท่นยกสูงมีแผ่นจารึกเป็นภาษาที่เนี่ยฟงไม่รู้จัก
“นี่มันภาษาเหมือนกัวทวีปสัตว์เลย”
“เจ้าอ่านมันออกหรือไม่”
“ขอข้าลองก่อน”เสี่ยเอินลองอ่านอยู่นายก็จับใจความได้
“เหล่าลูกหลานของข้า ข้าได้สร้างอาวุธชิ้นนี้เพื่อใช้ปกป้องดินแดนแห่งนี้ไว้แม้ข้าตายไปแล้วก็หวังว่าพวกเจ้าสักคนจะได้ใช้มันเพื่อปกป้องดินแดน”แล้วเสือดำก็หยุดอ่าน
“ส่วนแรกมีเท่านี้มีส่วนที่สองอีก ข้า โอยาลาโอ ข้าขออภัยบรรพบุรุษที่ไม่สามารถใช้อาวุธที่ท่านสร้างขึ้นมาได้ไม่ว่าพวกเราจะพายายามแค่ไหนแต่ก็ไม่มีใที่สามารถควบคุมมันได้จบส่วนที่สอง”เสี่ยวเอินเอียงคอ
“ทำไม่จึงไม่มีใใช้อาวุธได้เลยเกิดอะไรขึ้นกันแน่”เนี่ยฟงคิด
“ส่วนที่สามว่ายังไง”
“เกิดเหตุการณ์ประหลาดลูกหลานตระกูล โอยาถูกดูดไปห่วงมิติลึกลับจนทำให้ตะกลูเหลือเพียงข้าคนเดียวที่ติดอยู่ในนี้เพื่อปกป้องอาวุธของบรรพบุรุษนี้ข้าจึงอันเชิญอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดของเราปกป้องเมื่อข้าจากไปแล้ว”
“ข้าว่าข้อความสุดท้ายหน้ากลัวอยู่นะเสี่ยวเอิน”
“จบส่วนที่สามแล้วขาเองก็โดนดูดมาที่ห่วงมิติประหลาดเช่นกันเมื่อนานมาแล้วไม่แน่ว่าจะเป็นครั้งเดียวกับข้า”
“เจ้าอายุเท่าไรแน่”
“ข้าเองก็ไม่รู้อย่างที่เจ้าเห็นข้าโดนพลังชั่วร้ายครอบงำอยู่จำอะไรไม่ได้”
“ท่านพี่ถ้างั้นอาวุธน่าจะถูกซ่อนในนี้สินะ”
“ข้าหวังเช่นกันในนี้กว้างมากมีถึงสามห้องเราลองเดินดูก่อนดีกว่า”
ห้องแรกเต็มไปด้วยหนังสือทั้งทักษะวิชาประวัติความเป็นมาของดินแดนทั้งเก้าเนี่ยฟงหยิบมาอ่านทันทีเมือเห็นเรื่องเกี่ยวกับดินแดนทั้งเก้า
เมื่อหินดาวตกขนาดใหญ่ตกลงมายังโลกผลกระทบทำให้เกิดสภาวะแปลกประหลาดแต่โลกทั้งหมดถูกผ่าเป็นเก้าส่วนทุกส่วนแยกออกจากกันโดยมีดินแดนที่เก้าเป็นจุดศูนย์กลางสภาพอากาศแตกต่างกันออกไปทำให้เกินมนุษย์ที่มีร่างกายไม่เหมือนกันพลังงานที่มากับหินดาวตกส่วผลให้มนุษย์และสัตว์ได้รับพลังวิญญาณในตัวตั้งแต่แรกเกิดทุกดินแดนต่างมีพลังเหมือนกันแต่แตกต่างด้วยวิธีใช้และการนำไปใช้ไม่เพียงแค่นั้นพืชหรือแหล่งธรรมชาติก็ได้รับพลังวิญญาณเช่นกันมันจึงถูกนำไปใช้ในการบ่มเพาะพลังให้แก่ผู้ฝึกฝน แน่นอนเมื่อหินดาวตกลงไปยังใต้โลกก็ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตรูปแปปใหม่ขึ้นนั่นคืออสูร พลังของพวกมันเข้มข้นมากกว่าบนพื้นผิวโลกจึงทำให้พวกมันอยู่ในอาณาจักรใต้พิภพพวกมันพัฒนาอารยธรรมก้าวหน้าไปมากรวมถึงการฝึกฝนนั่นทำให้มันคิดได้ว่าทำไมเราไม่ปกครองโลกเลยล่ะจะหลบอยู่ใต้ดินทำไมนั่นคือจุดเริ่มต้นความฉิบหาย และแล้วมันก็เจอผิวโลกในส่วนที่บางที่สุดนั่นคือดินแดนที่เก้าอสูรหลายล้านตัวทะลักออกมาสองจุดแน่นอนดินแดนที่เก้าล่มสลายในที่สุดถึงกระนั้นพวกเขาก็ต่อสู้มายาวนานถึงห้าปีดินแดนทั้งแปดก็โดนฝูงอสูรยึดพื้นที่จนเกือบล่มสลายเช่นเดียวกันเมื่อตามหาต้นต่อเจอดินแดนที่เก้าก็เกือบล่มสลายไปแล้วพวกเขาส่งตัวแทนยอดฝีมือไปที่ที่ดินแดนที่เก้าแต่ไม่ว่าจะสู้ยังไงก็ไม่ชนะจนมีคนจากดินแดนที่เจ็ดเสนอว่าพวกเราควรคิดค้นวิชาที่ร้ายกาจกว่าพลังของอสูรพวกเขาดัดแปลงวิชามาจากพลังของพวกอสูนจึงเรียกมันว่ากระบี่เงาอสูรพิภพทั้งแปดท่าตระกูลโอยาจึงนำร่างอสูรมาตีเป็นอาวุธผลของมันคือมีพลังทำลายล้างมาก ทั้งแปดดินแดนฝึกใช้กันคนละท่าแล้วใช้อาวุธเทพศาสตราคู่กับวิชากระบี่เงาอสูรจึงสามารถเอาชนะพวกมันได้ต่อมาไม่มีใรู้ว่าตระกูลโอยาหายสาปสูญไปไหนนานวันเข้าทุกคนก็ลืมเลือนเหลือเพียงข่าวลืออาวุธที่ทรงพลังยังคงหลับไหลอยู่ในดินแดนแห่งนี้จากนั้นสำนักทั้งสองถูกก่อตั้งขึ้นเพื่ออุดรอยรั่วนี้อสูรก็กระจายไปก็ปรับตัวหลบในป่าอย่างที่เห็น
มีข่าวลือว่าซากศพของอสูรใต้พิภพทั้งหมดถูกนำไปตีเป็นดาบที่มีพลังทำลายสูงแต่จนบัดนี้ยังไม่มีใพบมันเนี่ยฟงปิดหนังสือแล้วใบหน้าก็ปรากฏความกังวลขึ้นมา
“พวกมันต้องกลับมาอีกแน่”เขาเก็บทักษะวิชาที่จำเป็นไปในแหวนแล้ว
“ประวัติก็คล้ายกับที่ศิษย์พี่เล่าแต่ว่าดินแดนทั้งแปดมีอะไรบ้างนะที่เรารู้ก็ เที่ยนหยวน ทวีปสัตว์ ทวีปน้ำแข็ง ดินแดนเซียน”บางทีเราอาจต้องไปที่นั่นดูสักหน่อย
ห้องที่สองและห้องที่สามเป็นที่ฝึกฝนเนี่ยฟงพักรักษาตัวที่ห้องนั้นเขามองไปรอบๆเพื่อหาทางไปต่อ
“ตระกูลโอยาพวกเขาเป็นช่างทำอาวุธหรือยังไงกันแล้วจอมยุทธ์ที่ตีดาบจากอสูร9000ตนมาจากตระกูลโอยาหรือไม่นะมันเป็นอันเดียวหรือไม่นะ”เสี่ยวเอินเดินไปที่เท่นสลักอีกครั้งเพื่ออ่านข้อตวามทั้งสามส่วนอย่างละเอียด
“มีอะไรหรือเสี่ยวเอิน”
“ดานหลังมีข้อความแปลกๆน่ะสิ”
“มันว่าไง”
“หากเจ้าหยิ่งผยองจงกลับไปหากนอบน้อมจะเป็นที่ยอมรับหากเป็นผู้กล้าจงพิสูจน์”
“เออ...งงไปเลยข้า”นี่เขาพูดไปเรื่อยรึป่าวเนี่ย
“หากนอบน้อมงั้นหรือ”ทั้งสามช่วยกันคิด
เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงคืนเหม่ยตู้ซากำลังเตรียมตัวเข้าไปในอาณาจักรลึกลับกลุ่มสี่สิบแปดค่ายโจรกว่าสิบคนช่วยกันสร้างพลังขึ้นสุงมันเป็นพลังคลื่นอันกระแทก(เป็นโดมคล้ายๆบาเรีย)ใช้ส่งตัวพวกนางทั้งสี่กระโดดขึ้นไปบนพลังแล้วพลังนั้นดีดไปพวกนางขึ้นไปสูงราวยี่สิบเมตรจางนั้นพวกนางใช้วิชาตัวเบาไต่กำแพงขึ้นไปแล้วเก็บยามที่ยืนอยู่อย่างเงียบๆ
“อสูรระดับเจ็ดมาเป็นยามเนี่ยนะ”จื่อเยว่กระซิบ
พวกนางลงจากกำแพงมีอสูรระดับเจ็ดเดินไปมาเป็นเวนยามอยูเต็มไปหมด ภายในถูกแบ่งเป็นโซนๆพวกนางค่อยสำรวจไปรอบๆพวกนางแอบเข้าไปในจวนสีดำมีอสูรคุยกันอยู่
“เราต้องรอให้อาณาจักรทั้งหมดเกิดขึ้นครบก่อนแล้วค่อยเริ่มคลื่นใหว”
“แล้วต้องใช้เวลานานเท่าไร”
“ไวสุดภายในสองปี”อสูสองตนคุยกันแล้วพวกนางก็สำรวจต่อ
“ดูเหมือนที่นั่นมียามอยู่จำนวนมากเราไปดูกัน”พวกนางปีนไปบนหลังคาแล้วมองลงมา ส่ยตาทุกคนถึงกับแข็งค้างจนแทบอาเจียนออกมาด้วยพลังที่กดดันอันมหาศาล
“นี่มันแย่เกินกว่าที่ข้าคิดมาก”เหม่ยตู้ซาเอามือปิดปากเบื่องล่างคืออสูรกลืนวิญญาณที่ได้รับการเติมพลังจนเหนือจิตแห่งบรรพกาลไปหกขั้นแล้วมีขนาดตัวสูงยี่สิบเมตรมีอสูรนับพันๆที่เหนื่อว่าเหม่ยตู้ซาถึงห้าขั้นยืนเข้าแถวราวกับทหารหลิวซือฉีสติหลุดทันที
“เราตายแน่เราตายกันหมดทวีปแน่นี่มันไม่ใช่อะไรที่เราจะรับมือได้เลย”น้ำตานางไหลพรากดวงตานางไรแววตา
“เจ้าใจเย็นก่อนซือฉี”จิวจื่อหยาพยายามดึงสตินาง
“นางไม่ไหวแล้วเอาไงดี”
“ข้าให้มาช่วยดันเป็นแบบนี้ไปสะได้กลับก่อน”
!!!”เสี่ยงอะไรข้างบนไปดูเร็ว”!!!!
อสูรบินได้รับพุ่งขึ้นมาอย่างราวเร็วแต่พวกนางหายไปแล้ว
“นางบ้านี่เกือบไปแล้ว”
“ข้าขอโทษไม่คิดว่าแรงกดดันจะมากขนาดนี้ข้าทำใจให้นิ่งไม่ไหว”
“แจ้งไปทุกอาณาจักรให้เตรียมพร้อมรับศึกหนักด่วน”
เมื่อข่าวที่เหม่ยตู้ซาเข้าไปอาณาจักรลึกลับปล่อยออกมาทำให้ทุกอาณาจักรอย่างลับๆโดยมีแต่ผู้นำเท่านั้นที่ได้แต่ทราบข่าวสารนี้ก็เกิดความเคลื่อนไหวทันทีเรียบเตรียมตัวฝึกฝนหน่อยทหารอย่างหนักเมื่อได้ยินข่าวอสูรกลืนวิญญาณ.....
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??