เรื่องสั้น เลือดและการล้างแค้น
ฮารัต อากิลเกีย เป็นฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและน่ากลัวจากประเทศอียิปต์ดินแดนแห่งทะเลทรายที่ถูกดวงอาทิตย์แผดเผา ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นเด็กกำพร้าในปฏิกูลนครที่ต้องเก็บกินแมลงประทังชีวิต และถูกจับตัวไปขายให้กับพวกภูติต่างมิติที่สนใจทำการกับมนุษย์โลก เธอถูกทดลองด้วยวิธีอันโหดร้ายเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการและพบกับความเจ็บปวดที่สุดจะบรรยาย แต่อย่างไรก็ตามเธอก็ยังกัดฟันมีชีวิตผ่านวันคืนอันทุกข์ระทมด้วยความหวังอันริบรี่ว่าจะได้กลับบ้าน ในช่วงหลังจากที่จักรวรรดิล่มสลาย ฮารัตได้ถูกฝังเอาไว้ภายใต้ซากปรักหักผังของอาคารทดลองและค่อยๆเปลี่ยนไป จนในที่สุดจิตใจที่บิดเบี้ยวก็ยอมแพ้ต่อความบ้าคลั่ง ฮารัตได้ถูกส่งตัวกลับมายังโลกอีกครั้งด้วยความช่วยเหลือของภูตเงาลึกลับตนหนึ่งและทำให้เธอกลายเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ ตอนนี้เธอคอยตามหาและสังหารเหยื่อรายใหม่ๆ ไม่ใช่ด้วยเหตุผลใดอื่นแต่เป็นเช่นเดียวปีศาจตนอื่นๆ ฮารัตเติมเต็มความกระหายหิวของเธอด้วยชีวิตของทุกคนที่เธอโทษว่าทำให้เธอต้องตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดหลายต่อหลายปี
เจน ควิลท์ ยืนหลบฝนอยู่หน้าเซเว่นพร้อมกับอาหารเช้าในมือเพื่อรอใครบ้างคน เธอมองคู่รักที่เพิ่งซื้อผงซักฟอกเดินออกมาจากเซเว่น ฝ่ายชายเป็นทหารอยู่ในชุดสบายๆสวมเสื้อยืดสีเขียวกางเกงขายาวส่วนผู้หญิงดูอายุน้อยกว่ายังเป็นนักศึกษา เธอสวมเสื้อยืดเอวสูงสีขาวกระโปรงสั้นรัดรูปจนเห็นส่วนโค้งเว้าทุกสัดส่วนนูนออกมาได้ชัดเจน เจนมองก้นงอนๆและหน้าอกโค้งนูนขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้สาบเสื้อของฝ่ายหญิงแล้วจินตนาการอันแสนพิเรนของเธอก็เริ่มทำงาน ทว่าทันที่ที่เธอมองสูงขึ้นไปจากมวลหน้าอกกระทั่งถึงใบหน้าหญิงสาวจินตนาการของเธอพลันต้องหยุดทันที เพราะหน้าของหญิงสาวไม่ได้เข้ากับเรือนร่างอ้อนแอ่นนั้นเลยในความคิดของเธอ ถึงแม้จะลองมองหน้าอกและก้นของเธออีกสักกี่ครั้ง แต่พอกลับไปเห็นหน้าของหญิงสาว เธอก็ไม่รู้สึกมีอารมณ์ร่วมอีกเลย เจนมองจนกระทั่งทั้งคู่ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์แล้วขับฝ่าสายฝนหายไปในกรุงลอนดอนที่อึมครึม เธอจึงลงมือกินอาหารเช้า
ผู้คนเดินสวนกันผ่านหน้าเธอตลอดเวลา น้ำแอร์หยดติ๋งๆห่างไปไม่ไกล ฝนเริ่มตกหนักอีกครั้งเสียง น้ำฝนกระทบหลังคาดังเซ็งแซ่ แม่ค้าขายขนมคนหนึ่งหยุดตรงหน้าเธอเหมือนต้องการให้อุดหนุน แต่เจนก็แทรงทำเฉยเพราะเธอมีอาหารเช้าอยู่แล้วและไม่ต้องการเสียตังค์เพิ่ม ในที่สุดแม่ค้าคนนั้นก็ผละจากไปด้วยอารมณ์สีเทา เจนล้วงโทรศัพท์ออกมาดูเวลา ‘เธอใกล้จะมาแล้ว’
ไม่นานเท่าไรก็มีเสียงป๊อกแป๊ะดึงความสนใจของเธอออกจากจอสมาร์ทโฟน ลุงตาบอดพร้อมสัมภาระพะรุงพะรังเดินเคาะไม้เท้ามาตามทาง ชั้นแรกปลายไม้เท้าของลุงตาบอดปัดมาถูกปลายรองเท้าของเจนแล้วเดินผ่านไป เธอมองตามแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ลุงตาบอดเลี้ยวตรงหน้าประตูเซเว่นแล้วเดินชนเข้ากับถึงขยะหน้าร้าน เขาใช้มือคลำวัตถุตรงหน้าแล้วไล่ถอยกลับมาตั้งแต่ตู้เติมเงิน เครื่องชั่งน้ำหนักมาถึงจุดที่เจนยืนอยู่แต่ยังไม่ทันได้ขยับหนีไม้เท้าที่กำลังไกวแกว่งก็ตีไปที่ขาของเจน ป้าก! ในขณะเดียวกันมือของลุงตาบอดที่กำลังคลำก็เยียดเอื้อมมาเกือบถึงหน้าของเธอ เธอเอี้ยวตัวหลบ ลุงตาบอดที่รู้ว่าโดนคนเอ่ยคำขอโทษ เจนไม่ได้พูดอะไรออกไปเธอเพียงชักเท้าหนีอย่างเร็วและขยับออกจากบริเวณนั้นมาอยู่ริมฟุตบาต เมื่อรู้ว่าพื้นที่ว่างแล้ว ลุงตาบอดก็วางสัมภาระลง พับไม้เท้าและนั่งลงก่อนล้วงเอากระป๋องใส่เหล้าแบนๆออกมาจิบแก้หนาว เจนมองลุงโฮมเลสหรือคนไร้บ้านคนนั้นทั้งๆที่เธอก็ไม่รู้ว่าจะมองไปทำไม เธอเคยเห็นคนไร้บ้านมากมายที่ต้องซุกหัวนอนข้างถนนหรือตามกำแพงอยู่ทั่วไปในลอนดอน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังจ้องลุงตาบอดอยู่เป็นนาที
รถกระบะสีเขียวคันหนึ่งขับมจอดด้านหลังเธอ เสียงท่อไอเสียแตกดังปังเวลาที่ท่อร้อนจัด เกิดจากการจุดระเบิดเชื้อเพลิงที่เผาไหม้ไม่หมดตอนดับเครื่องอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นสัญญาณให้เจนรู้ว่าคนที่เธอรอคอยมาถึงแล้ว เจนเดินไปที่ประตูฝั่งคนขับ เธอกล่าวทักทายเจ้าของรถอย่างเป็นกันเอง
“อรุณสวัสดิ์ แคโรไลน์”
เวลาหกโมงเช้า เหล่าหนุ่มสาวออฟฟิศเพิ่งออกมาทำงาน เด็กนักเรียนถยอยมาโรงเรียนเรียน ชาวต่างชาติข้ามไปชื่นชมความสวยงามยามรุ่งอรุณอีกฝั่งของแม่น้ำเทมส์ เจนเงยหน้ามองตึกสูงผ่านแผ่นกระจกที่น้ำฝนสาดซัดขณะนั่งอยู่ในรถกระบะมุ่งหน้าไปที่มหาวิทยาลัย เธอคงไม่ตื่นเช้าขนาดนี้แน่และยิ่งในวันที่ฝนโปรปรายอย่งหนักหากไม่มีเรียน กลิ่นท่อไอเสีย ความแอดอัดบนรถบัสและรถที่ติดเป็นชั่วโมงๆอาจเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับใครหลายๆคนแต่เจน ควิลท์กลับคิดว่ามันทำให้กรุงลอนดอนมีเสน่ห์ของมันอย่างน่าประหลาด เธอหลงใหลในบรรยากาศอึมครึมของเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนแววตาว่างเปล่า…
คลาสเรียนตอนเช้าที่อึมครึมมีนักศึกษาอยู่ไม่กี่คนแต่อาจารย์ก็ยังสอนตามปกติ เจนปล่อยให้คำพูดของอาจารย์เป็นเสียงเจื้อแจ่วที่ลอยมากระทบหู เธอกำลังมองทรงผมที่ปัดเป๋ไปทางขวาของ แคโรไลน์ บริเตน ด้วยความสนใจ ดวงตาส่อประกายขี้เล่นไปยังเพื่อนสาวผู้คงแก่เรียน ขณะที่ดวงตาสีเขียวหลังแว่นตาสีดำคู่นั้นของอีกฝ่ายจดจ่อไปบนกระดานที่ฉายโปรเจคเตอร์ในขณะที่อาจารย์อธิบาย เธอก้มมองสมุดสลับกับกระดานเพื่อดูว่าจดถูกบรรทัด ยิ่งมองก็ยิ่งน่าสนใจ เจนคิดว่าเส้นผมที่แซมด้วยผมงอกสองสามเส้นแล้วปัดเป๋จนเป็นทรงและมีลักษณะเป็นลูกคลื่นของแคโรไลน์เหมือนเนยที่ถูกขูดด้วยที่ขูดเนย ด้วยนึกสนุกเธอเลยเอื้อมมือไปลูบมันเบาและจัดการดึงผมงอกเส้นหนึ่งที่ชี้โด่ขึ้นมาของแคโรไลน์จนขาดติดมือ
ปึ๊ด!
“โอ๊ย! ทำอะไรเนี่ย”
แคโรไลน์หันมาเอ็ดเบาๆ เจนฉีกยิ้มอย่างไม่สลดเป็นการตอบรับเหมือนเด็กที่ดีใจเวลาที่แกล้งทำให้พี่สาวโกรธและเริ่มตั้งคำถามโดยไม่สนใจว่ากกำลังอยู่ในชั่วโมงเรียน
“เธอใช้เยลจัดผมใช่มั้ย” เจนเสยผมตัวเองเลียนแบบแคโรไลน์
“ไม่ได้ใช้สักหน่อย มันอยู่เราจัดทรงทุกวันต่างหาก”
“?”
“หลังอาบน้ำฉันก็ปัดเป๋ไปอย่างนี้ พอทำทุกวันๆเข้ามันก็อยู่ทรงของมันเองโดยไม่ต้องใช้เยลเซ็ต”
เจนกับแคโรไลน์สนธนากันมากขึ้น เจนเอื้อมมือไปลูบผมของเพื่อนอีกสองสามครั้งจนแคโรไลน์ขอให้เธอช่วยดึงผมงอกออกให้ เจนจึงบิดข้อมือแบบจอมยุทธ์หนังจีน เกร็งนิ้วงอเสมือนกรงเล็บนกอินทรีย์และจัดการตามที่แคโรไลน์เรียกร้องอย่างมันส์มือ ตอนสายในคลาสมีนักศึกษาถยอยกันเข้ามาเรียนมากขึ้น หลังจากอาจารย์อธิบายเสร็จก็ถึงเวลาสอบเก็บคะแนน เจนที่ไม่ได้ตั้งใจฟังนั่งมองแผ่นกระดาษสีขาวที่มีแต่โจทย์สมการ จู่ๆเธอรู้สึกเหมือนเริ่มจะเข้าใจคำว่า ‘พลังแห่งพวกพ้อง’ ในการ์ตูนขึ้นมา ที่ทุกคนช่วยกันส่งพลังไปให้พระเอก เธอก็อยากให้ทุกคนในคลาสส่งความรู้มาช่วยเธอเช่นกัน แต่ว่าโชคดีที่การสอบครั้งนี้ไม่ได้ซีเรียส อาจารย์อนุญาตให้นักศึกษาจับคู่กันได้ เจนจึงได้แคโรไลน์ช่วยเหลือจนผ่านพ้นการสอบ
ตอนค่ำแคโรไลน์มาที่ห้องพักของเจนอย่างเคยและอยู่ทานอาหารเย็นร่วมกับเจนเป็นประจำ ขณะพักเบรก โทรทัศน์ในห้องได้นำเสนอข่าวคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญใจกลางกรุงลอนดอนเมื่อหลายเดือนก่อนโดยมีเหยื่อเป็นหญิงสาวมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเจนและแคโรไลน์ เธอมีชื่อว่า ชาลี ฮาร์ด ที่ถูกพบเป็นศพในเช้าตรู่วันที่ 8 มกราคม สภาพศพถูกแทงด้วยของมีคมที่ลำคอจนเกือบทะลุ ส่วนท้องถูกชำแหละอย่างโหดเหี้ยม อวัยวะภายในไหลออกมากองนอกร่างกาย แต่ไม่มีใครพบเห็นฆาตกรหรือพบเบาะแสที่เชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำผิดได้เลยจนถึงปัจจุบันนี้ แคร์โรไลท์ที่กลับออกมาจากครัวพร้อมแพนเค้กราดน้ำผึ้งหยุดดูข่าวในทีวี ไม่ใช่เพราะมันเป็นข่าวอาชกรรมสะเทือนขวัญที่น่ากลัวอย่างเดียว แต่ชาลี ฮาร์ด ผู้เคราะห์ร้ายเคยเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเธอ จนถึงช่วงมหาลัยปี 1 ชาลีได้ตีตัวออกห่างแคโรไลท์ไปเข้ากับเพื่อนวัยรุ่นกลุ่มใหม่ด้วยเหตุผลที่แคโรไลท์มาจากครอบครัวยากจน
“เธอคิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสาวน้อยเวทมนตร์มั้ย?” แคโรไลน์ถาม
เจนหยักไหล่แล้วกดปิดทีวีแล้วโยนรีโมทลงบนโซฟาก่อนหันมากล่าวกับแคร์โรไลท์
“นั้นสินะ เราอยู่ในยุคของแม่มดนี่นา…”
แคโรไลน์เป็นหญิงสาวชาวอังกฤษแท้ เธอมีรูปร่างสูงโปร่ง สวมแว่นตาสีดำ ผมบลอนด์ เฉลียวฉลาด คงแก่เรียน ไม่ชอบสุงสิงกับใครเท่าไร จนกระทั่งขึ้นปี 2 เจนที่ย้ายมาจากมหาวิทยาลัยอื่นเพื่อศึกษาต่อ ได้เสนอให้เธอเป็นครูสอนพิเศษส่วนตัวด้วยค่าจ้างสูงลิ่วเกินกว่าเด็กบ้านจนๆอย่างแคโรไลน์จะปฏิเสธได้ลง ทั้งคู่สนิทกันมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เจนกับแคโรไลน์ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยครั้งทั้งไปดูคอนเสิร์ต ดูนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์หรืออควาเรียมแสดงสัตว์ทะเล โดนส่วนใหญ่เจนจะเป็นฝ่ายตามใจแคโรไลน์ ความสัมพันธ์ของพวกเธอได้พัฒนาจนเส้นกั้นระหว่างคนทั้งคู่จางลงจนแทบมองไม่เห็นอีกแล้ว และมันยังคงพัฒนาต่อไป พอกพูนอยู่ในความรู้สึกเหมือนภูเขาไฟใกล้ปะทุ ในระหว่างรับประทานอาหารด้วยกัน เจนได้พูดมันออกไป
“แคโรไลน์ ฉันชอบเธอนะ!”
การพยายามก้าวความสัมพันธ์จากเพื่อนไปสู่คนรัก บางครั้งจุดจบอาจเป็นใครสักคนที่หายไปตลอดกาล มันเหมือนการยืนอยู่บนยอดเขาเอเวอเรสต์เพื่อรอถีบใครบางคนลงมา แต่โชคดีที่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้น
แคโรไลน์ตกลงที่จะคบกับเจนแต่ขอให้ปกปิดความสัมพันธ์ของพวกเธอไว้เป็นความลับไปก่อน เพราะถึงแม้สังคมจะเปิดกว้างเรื่องความรักในเพศเดียวกันแต่พ่อเลี้ยงของแคโรไลน์แอนตี้เรื่องนี้เป็นอย่างมาก ออกจะแสดงความรังเกียจเลยเสียด้วยซ้ำไป ซึ่งเจนก็เข้าใจในจุดนี้และตกลงที่จะรอ… ตลอดหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นทั้งคู่เป็นดั่งเช่นคู่รักข้าวใหม่ปลามันทุกคู่ที่แทบจะตัวติดกันตลอดเวลาไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไร ด้วยเพราะทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อนเจนกับแคโรไลน์จึงรู้ถึงด้านดีและไม่ดีของกันและกันเป็นอย่างดี ชีวิตการคบหาก็ของทั้งคู่จึงไม่ค่อยเจอปัญหาบ่อยนัก
แคโรไลน์มาที่ห้องพักของเจนเช่นทุกครั้งแต่บ่อยและถี่ขึ้น ในห้องพักที่มืดสนิท แคโรไลน์ทำเสียงเหมือนจะร้องไห้ทว่าเจนสัมผัสได้ว่านั้นเป็นความสุขจากการคุกคามจุดอ่อนไหวที่สร้างความตื่นตัวให้หญิงสาว เธอบิดตัวไปมาพร้อมครางกระเส่า เร่งเร้าให้เจนพาเธอไปให้ถึงฝั่งฝัน เมื่อเจนตระว่าเธอคงแกล้งทรมานแฟนสาวมากไปหน่อยก็ถึงเวลาที่เธอจะทำให้หญิงสาวสมปราถนา…
ตีหนึ่ง
“แฮะ แฮะ เจน…ฉันไม่ไหวแล้ว”
ตีสอง
“อีกนิดเดียว ฉันใกล้แล้ว…อื้อ”
ตีสาม
“อ้าห์…”
ตีสี่
2 ร่างไร้อาภรณ์นอนกอดกันโดยมีผ้าห่มปกปิดร่างกาย
“เจน เธอรักฉันมั้ย” แคโรไลน์ถาม
“รักสิ”
“รักมากแค่ไหน”
“อืม…เอ…” เจนตั้งใจจะแหย่ให้แฟนสาวโมโหเล่น แกล้งทำหน้าครุ่นคิด …ได้ผล… แคโรไลน์หยิกแขนของเธอพร้อมกับทำโกรธแก้มป่อง “เจ็บๆๆ ล้อเล่นจ๊ะ ล้อเล่น ถามว่ารักเท่าไหนคงตอบยาก เพราะฉันสามารถรักเธอได้มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อให้เอาคำว่ารักสักกี่ภาษามาพูดมันก็ไม่ถึงครึ่งที่อัดแน่นข้างในใจนี้”
“น้ำเน่าอะ” แคโรไลน์ตอบกลับ แต่ใบหน้าของเธอไม่อาจปกปิดความดีใจเอาไว้ได้เลย ไม่น่าเชื่อว่าในเวลาสั้นๆเจนจะทำให้เธอรักได้แบบหมดหัวใจ และความรู้สึกว่าเจนคือ ‘โลกทั้งใบ’ ที่เธอพร้อมแลกทุกอย่างหรือทำทุกทางเพื่อจะรักษาเธอไว้ แต่เธอเคยเห็นคู่รักมากมายที่ช่วงแรกๆก็รักกันดีทว่าพออยู่ๆไปสักพักก็มีอันต้องเลิกรา ตัวอย่างที่ให้คำตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุดว่าสุดท้ายทุกสิ่งย่อมไม่จีรังก็คือแม่ของเธอเอง แม่ของเธอแต่งงานกับผู้ชายหลายคนแต่สุดท้ายก็มีอันต้องหย่ากันทุกครั้ง เธอไม่อยากเป็นแบบแม่ของตัวเอง เธออยากให้ช่วงเวลาดีๆนี่คงอยู่ตลอดไป อย่างน้อยก็ในส่วนหนึ่งของความทรงจำ
สามวันต่อมาเจนนัดแคโรไลน์มาช่วยกันแปลกวีนิพนธ์ภาษาเยอรมันสำหรับใช้ในวิชาเรียน ซึ่งเป็นโอกาศเหมาะให้แคโรไลน์ได้ตระเตรียมเซอร์ไพร์เล็กๆไว้สำหรับเก็บความทรงจำดีๆของเธอ พวกเธอช่วยกันแปลกวีนิพนธ์จนแล้วเสร็จและร่วมมื้อค่ำกันเช่นเคย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เจนจึงลุกขึ้นเก็บจานไปล้างตามเวรที่จัดแบ่งกันไว้ อาทิตย์นี้เป็นเวรของเธอ มันก็คงเป็นเรื่องปกติเหมือนทุกครั้งถ้าหากแคโรไลน์ไม่รู้สึกว่าวันนี้แฟนของเธอมีอารมณ์สุนทรีน่าประหลาด เจนเปิดทำนองเพลงที่ไร้คำรองและฮัมเพลงคลอตามไปตลอดเวลาขณะที่ล้างจาน แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจ…แค่เจนมีความสุขก็ดีแล้ว อีกอย่างเพลงนั่นก็เพราะดี มันช่วยทำให้บรรยากาศในห้องเล็กๆนี้ดูน่าอยู่มากขึ้น แคโรไลน์ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ หลับตาแล้วสดับฟังเสียงทวงทำนองไพเราะอันลื่นไหลสงบนิ่งเหมือนสายน้ำ
“ที่รัก เธอจำตอนที่เราไปเที่ยวสวนสัตว์กันได้มั้ย” เจนที่หยุดฮัมเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ จู่ๆก็พูดขึ้น ทำให้แคโรไลน์หลุดจากภวังค์ด้วยความฉงน แต่เธอไม่คิดว่ามันแปลกอะไร เธอที่รู้จักนิสัยเจนดี รู้ว่าเจนเป็นคนที่ถ้านึกจะพูดเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็มักจะพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเป็นประจำ
“จำได้ มีอะไรเหรอ?”
“อืม…เค้าสนใจจระเข้มากเลยนะ เลยไปหาข้อมูลมา”
“แล้ว…”
“จระเข้เนี่ย ถือเป็นสัตว์ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร เนื่องจากเป็นสัตว์ผู้ล่ากินเนื้อขนาดใหญ่ที่สืบสายพันธุ์มายาวกว่ามนุษย์ พวกมันมีขากรรไกรที่แข็งแรงรวมทั้งฟันที่แหลมคมความยาวประมาณ 3 - 4 เมตร ผิวหนังแข็งแรงทนทานและสามารถหายจากบาดแผลฉกรรจ์ได้ในเวลาอันรวดเร็วโดยไม่มีอาการติดเชื้อถึงแม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อเชื้อโรคสูง และยังคงลักษณะโบราณทางด้านกายวิภาคเกือบทั้งหมดของร่างกายตั้งแต่ปลายจมูกจรดปลายหาง อัศจรรย์เนอะ….เค้าว่ารู้ไว้หน่อยก็ดีนะ”
“ค่าๆ แม่นักชีววิทยา” แคโรไลน์พูดประชดก่อนลุกเดินไปที่กระเป๋าเป้
….เวลาแห่งเซอร์ไพร์มาถึงแล้ว….
เธอสอดมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบกรรไกรอาคมสีเงินเล่มหนึ่งออกมาแล้วเดินเข้าไปด้านหลังเจนที่กำลังเรียงจานที่ล้างแล้วใส่ที่คว่ำจาน แคโรไลน์ทำทุกอย่างให้เป็นปกติที่สุด ไม่เปิดเผยพิรุธใดให้เห็น เพราะสำหรับเธอมันเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า! เธอยืนซ้อนด้านหลังของคนรัก มือหนึ่งซ่อนอาวุธสังหารไว้ข้างหลัง เล็งไปที่ลำคอของเจน แล้วความกระหายส่องประกายอยู่ในแววตา เจนเป็นคนแรกที่ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นมากที่สุด มากกว่าใครๆ ช่วงเวลาที่ความรักดำเนินมาถึงจุดสูงสุด เธอต้องการเก็บมันไว้ก่อนที่จะถูกกาลเวลากัดกล่อนจนพังทลาย และการจะคงสิ่งสวยงามไว้ตราบชั่วนิรันดร์ คือ การต้องทำลายมันตอนที่ยังสวยงาม เธอจะเก็บช่วงเวลาแห่งความสุขไว้ในชีวิตแห่งความทรงจำที่ไม่มีวันตาย เช่นเดียวกับที่เธอได้กระทำกับชาลี!
“ฉันรักเธอนะ”
แคโรไลน์กล่าว ปลายคมกรรไกรก็ตรงเข้าเจาะทะลุลำคอเหยื่อรักอย่างแม่นยำ รวดเร็ว เจนสะดุ้งเฮือก! แคโรไลน์ผลักเธอจนล้มแล้วขึ้นไปคร่อม จากนั้นก็ใช้กรรไกรอาคมแทงไปที่อกของเจนหนึ่งครึ่ง ที่คอซ้ำอีกครั้ง และอีกครั้ง อีกครั้ง…. เนินนานเท่าใดไม่มีใครรู้แม้กระทั่งตัวแคโรไลน์ เมื่อเธอได้สติกลับมา มือของเธอก็อาบไปด้วยสีแดงสด เลือดนองพื้นและสาดกระจายไปทั่วบริเวณสังหารร่วมทั้งบนตัวเธอไปจนถึงใบหน้า พร้อมกับร่างของเจนที่มีบาดแผลถูกแทงนับร้อยทั่วร่างกาย แคโรไลน์จึงตระหนักได้ว่าเธอทำสำเร็จ!
แต่เมื่อแคโรไลน์มองร่างของคนรักที่จมกองเลือดอยู่นั้น มันทำให้เธอเกิดอารมณ์ถึงแม้ว่าเจนจะตายไปแล้วก็ตามที แคโรไลน์ร่วมรักกับร่างไร้ชีวิตอย่างสุขสมด้วยนิ้วและลิ้น ระหว่างที่กำลังร่วมรักกับศพ ร่างที่กระเพื่อมขึ้นลงๆตามจังหวะรัก มันเหมือนว่าเจนกำลังหอบหายใจออกมา แคโรไลน์จึงเร่งจังหวะแล้วบอกกับร่างของเจนว่า
“ฉันรักเธอ…เจน! ฉันรักเธอ! รักที่สุดในโลก…!”
เมื่อเสร็จ แคโรไลน์จัดการทำลายหลักฐานก่อนที่ใครจะนึกสงสัย เธอพบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใบหนึ่งขนาดพอให้ยัดคนลงไปได้ในตู้เก็บของ กว่าเธอยัดร่างของเจนลงในกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยก็ปาเข้าไปตี 2 แล้ว เจนลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปลงทางประตูหนีไฟ ไปยังรถกระบะที่เธอจอดรอไว้เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานที่ทิ้งขยะตามแผน เมื่อถึงจุดหมายฝนก็เริ่มลงเม็ด เปาะแปะๆ แคโรไลน์ลากกระเป๋าบรรจุซากไปทิ้งไว้กับกองขยะ
แต่ทว่าเธอเกิดรู้สึกอยากเห็นหน้าคนรักอีกครั้งจึงเปิดกระเป๋าเดินทางออก แล้วก็ต้องเจอกับเรื่องไม่คาดฝัน เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของเรื่องราว!
ทันทีที่ฝากระเป๋าเปิด ร่างของแคโรไลน์พลันดีดกระเด็นออกไป เธอรู้สึกเจ็บจุกที่ท้องราวกับมีอวัยวะภายในฉีกขาดเพราะถูกฝ่าเท้าอันหนักหน่วงถีบจนตัวลอย เธอรู้สึกร้อนที่ลำคอแล้วกระอักเลือดที่จุดอยู่จนกลั้นไม่ไหวออกมาเล็กน้อย แคโรไลน์พลิกตัวเพื่อลุกขึ้นแต่ทันใดนั้นก็ถูกท่อนแขนที่แข็งแรงรัดคอจากด้านหลัง เธอพยายามสะบัดมันออก! แต่ยิ่งเธอดิ้นมากเท่าไรแขนนั้นก็รัดแน่นยิ่งขึ้นเท่านั้นจนเธอเริ่มหายใจไม่ออก ในนาทีต่อมานั่นเอง เสียงของคนที่ควรจะตายไปแล้วก็กล่าวขึ้น
“ภูติต่างมิติที่ฉันฆ่าเคยบอกว่าเหยื่อของมันจะมีรสชาติอร่อยขึ้นถ้าหากเหยื่อหลงรักมัน” เจนเอาค้างมาเกยไหล่ข้างๆหูแคโรไลน์ “เจ้านั้นพรรณนาถึงรสชาติอันชุ่มฉ่ำของเนื้อประเภทนั้นไว้เสียอย่างถึงพริกถึงขิงและยังบอกอีกว่าไม่ว่าจะมิติไหนๆ ไม่มีสิ่งไหนที่จะทำให้กลัวได้ยิ่งกว่าการโดนคนที่ไว้ใจหักหลัง… เธอเองก็เป็นจำพวกนั้นสินะ เป็นไงบ้าง ฉันอร่อยมั้ย ไม่สิ… ต้องอร่อยอยู่แล้ว…ก็บอกว่ารักฉันที่สุดในโลกเลยนี่นา”
บาดแผลของเจนสมานตัวเองอย่างช้าๆ ระหว่างที่เธอพูด
“ทะ…ทำ..ไม เธอ…” แคโรไลน์พยายามเค้นเสียง เธอหวังเพียงให้เจนตอบคำถามให้กระจ่างชัดแต่เจนกลับพูดว่า
“เพราะว่ามันสนุกดีไง… บอกตรงๆว่าฉันไม่ได้รู้สึกเซอร์ไพรส์ที่เธอชิงลงมือก่อน แต่ฉันประดับใจในความคิด ความเด็ดขาดและเอกลักษณ์ในการฆ่าของเธออยู่มากเลยยอมให้ครั้งหนึ่ง ให้เธอได้ยินดีกับชัยชนะเล็กๆแต่รู้มั้ยว่า…เธอควรลดขนาดสัมภาระโดยการตัดมันเป็นส่วนๆก่อนการขนย้ายเพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตาและสะดวกต่อการเอาไปทิ้ง แต่ถ้าเป็นแบบนั้นเธอก็คงได้ตายเร็วกว่านี้แหละ อย่างว่า… เธอมันยังแค่ลูกเจี๊ยบ”
“ถ้ารู้ขนาดนั้น…ทำไม ไม่ฆ่าฉันไปเสียตั้งแต่แรก! แค่กๆ” แคโรไลน์ตะเบ่งเสียงใส่
เจนทำครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ แต่อันที่จริงเธอมีคำตอบอยู่ในใจตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาตีสนิทกับแคโรไลน์แล้ว เธอยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มแฝงความเจ้าเล่ห์และความอมหิต
“เพราะฉันอยากให้เธอรู้สึกถึงรสชาติของความผิดหวังและความสิ้นหวังที่ความพยายามที่ทำมาทั้งหมดต้องสูญเปล่า…แกรู้มั้ยว่าฉันต้องเก็บกดความต้องการที่จะไม่เผลอพลั้งมือเชือดแกก่อนถึงเวลานี้มากขนาดไหน มันมากมายเสียยิ่งกว่าตอนที่ฉันอยากฆ่าชาลี ฮาร์ดเสียอีก”
แคโรไลน์สะดุ้งเฮือก! รู้สึกตกใจที่รู้ความจริงข้อนี้ เธอเหลือกตาพยายามมองหน้าเจนให้แน่ใจแต่ไม่เป็นผล
“ฉันหมายใจไว้แล้วว่าจะต้องฆ่ายัยนั่นให้ได้ แกเองก็น่าจะรู้เหตุผลของฉันดีแคโรไลน์ มันน่ารังเกียจใช่มั้ยล่ะยัยนั่น คนพวกนั้น ที่ไม่เคยต้องเจ็บปวด ไม่เคยแปดเปื้อน ไม่เคยอดยาก ไม่เคยถูกทรมาน ไม่เคยต้องติดอยู่ในสถานที่มืดมิดโดยไม่แน่ใจว่าตัวเองมีชีวิตอยู่หรือตาย พวกสกปรกที่ไม่เคยถูกแตะต้องลอยตาลอยตาอยู่ในสังคมอย่างไม่ทุกข์ร้อนและมองเราเหมือนตัวประหลาด ในเมื่อพวกมันยังไม่ถูกเผา ไม่ถูกฆ่าทิ้ง ฉันก็จะเป็นคนลงทัณฑ์พวกมันเอง...”
“ชาลี ฮาร์ด ฉันเฝ้าฟูมฟักความต้องฆ่าเธออยู่หลายสัปดาห์ราวกับการบ่มผลไม้แสนอร่อยให้สุกในหลังกระดาษ แต่เมื่อมันสุกงอมเต็มที แก…ก็ขโมยมันไปจากฉัน! ไปจากความหิวกระหายที่ไม่ได้ถูกเติมเต็ม เหมือนแกตอนนี้… ที่นี้เริ่มเข้าใจความรู้สึกที่ไม่สมหวังของเค้าขึ้นมาบ้างรึยังที่รัก”
“เธอทำทั้งหมดนี่…เพื่อล้างแค้น…ฉันงั้นสิ” แคโรไลน์กวล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธาผสมความเกลียดชัง ดวงตาของเธอค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม
“ก็ประมาณนั้น เอาเลยสิ ถ้าคิดว่าแน่จริง”
แคโรไลน์หยุด
“อะไรของแก”
“กรรไกรอาคมในกระเป๋าเสื้อแจ็คแก็ตที่แกกำอยู่ในมือนั้นไง ไม่ลองดิ้นรนเพื่อชีวิตเป็นครั้งสุดท้ายสักหน่อยเหรอ…”
เมื่อถูกจับได้ แคโรไลน์ปล่อยมือจากกรรไกรแล้วแล้วยิ้มอย่างเศร้าสลด แผนของเธอถูกมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เธอยังห่างชั้นจากหญิงสาวมากเกินไป เธอยอมแพ้….ผู้ชนะถูกกำหนดไว้แล้ว
…เสียเมื่อไหร่…!
แคโรไลน์สะบัดตัวอย่างแรงและชักกรรไกรอาคมออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วแทงมันเข้าที่แขนของเจนเต็มแรง แต่ทว่าไม่ได้ระคายผิวหนังอันแข็งแรงทนทานของเจน หรือ ฮารัต อากิลเกีย! ฆาตกรโรคจิตแห่งศตวรรษเลยแม้แต่น้อย แคโรไลน์กระหน่ำแทงซ้ำอีกหลายครั้งจนกรรไกรอาคมแตกหักคามือ …เกมนี้จบแล้ว… ฮารัตสูดลมหายใจเข้าพร้อมกับออกแรงรัดคอของแคโรไลน์อย่างแรงจนกระดูกคอหักเสียงดังสนั่น และปล่อยร่างแน่นิ่งล้มลงสู่พื้น สายฝนเทกระหน่ำลงมาในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น
ฮารัตไม่ได้บอกความรู้สึกของเธอออกไปทั้งหมด จริงอยู่ว่าเธอต้องการล้างแค้นแคโรไลน์ แต่โดยหลักๆแล้วเธอทำไปก็เพราะ มันสนุกดี ฮารัตเดินฮัมเพลงด้วยเสียงที่อ่อนโยนออกมาจากสถานที่ทิ้งขยะ แล้วหายเข้าไปในเงามืดแห่งม่านสายฝนที่เทกระหน้ำปกคลุมกรุงลอนดอน ไม่มีใครรู้ว่าเธอจะไปปรากฎตัวที่ไหน เธอเพียงเดินทางไปทั่วทุกหนแห่งเหมือนสายลมมฤตยูที่พร้อมจะมอบความตายให้ใครก็ได้ ผู้ทรยศแสนสกปรกที่ตั้งใจปล่อยให้เธอตาย พวกมันมีค่าเป็นได้แค่ ‘ของเล่น’ เพื่อความสนุก ในเกมลงทัณฑ์ของเธอเท่านั้น…
สารบัญ
CONTENT
|
|
|
นิยายแนะนำ |
ดูทั้งหมด |
รายการรีวิว
REVIEW
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00

นิยายแนะนำสำหรับคุณ
ดูทั้งหมด
นิยายแนะนำสำหรับคุณ