เรื่องสั้น ยอดตำรวจ กับ นักโทษประหาร
พระอาทิตย์เพิ่งขึ้นยังไม่ถึงชั่วโมง นครเซี่ยงไฮ้ที่ไม่เคยหลับไหลเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและแสงสี ที่นี่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมากที่สุดในประเทศจีน อาคารต่างๆผสมผสานความเป็นเมืองเก่าและเมืองใหม่ได้อย่างลงตัว เฉิน หวุยจี หมุนไหล่ข้างขวาเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่แข็งตึงหลังจากงานหนักมาทั้งคืน เป็นการเข้าเวรที่ยาวนาน และได้เวลาที่เธอจะกลับบ้านไปพักผ่อน ปลดเปลื้องเครื่องแบบและแช่ตัวลงในอ่างน้ำเย็นๆ ดื่มด่ำกับวันหยุดของเธอ เฉินเป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษเวทมนตร์ของนครเซี่ยงไฮ้ เธอเป็นคนเข้มงวดจริงจังชอบทำอะไรรุนแรงเกินไปแต่นั้นก็เพื่อเป็นผลดีกับคนรอบข้าง แม้จะถูกร้องเรียนกับอีกสารพัดคำครหาเกี่ยวกับสไตล์การทำงานอันโดดเด่นของเธอตอนเพิ่งบรรจุเข้ากรมตำรวจใหม่ๆในทำนองที่ว่า ‘เป็นพวกรุ่นใหม่ไฟแรง ที่อยู่นานๆไปเดี๋ยวไฟก็หมอด’ แต่กาลเวลาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเธอเป็นของจริง
เฉินเป็นสมาชิกสาวน้อยเวทมนตร์รุ่นที่ 2 สังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษเวทมนตร์ที่ 6 ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหน่วยที่เก่งกาจมากที่สุดในทั้งหมด 12 หน่วยที่กระจายอยู่ทั่วโลก มีหน้าที่หลักคือการยับยั้ง ป้องกันและปราบปรามภัยคุกทางเวทมนตร์ทุกรูปแบบ หลังจบการศึกษาด้วยผลการเรียนยอดเยี่ยมทุกวิชาแทนที่เฉินจะเลือกเข้าสังกัดกองทัพเหมือนเพื่อนๆ เธอกลับเลือกที่จะกลับมายังเซี่ยงไฮ้ บ้านเกิดของเธอ…
ความสำเร็จจากการทุ่มเททำงาน เธอทำให้เซี่ยงไฮ้มีอาญชกรลดลง ลูกน้องและเธอได้เลื่อนตำแหน่งรวดเร็ว เฉินเชื่อในคำสอนของพ่อผู้ล่วงลับอย่างมั่นคงว่าความยุติธรรมนั้นต้องศักดิ์สิทธิ์ ในช่วงเวลาที่เธออยู่กับกรมตำรวจ เธอทำการปราบปรามอาชญากรรม ต่อสู้กับผู้กระทำความผิดที่มีความรุนแรงทั้งพวกคนธรรมดาและผู้ใช้เวทย์ผิดกฎหมาย สืบสวนและติดตามผู้หลบหนีติดอาวุธ และจับกุมอาชญากรระหว่างประเทศ
เธอเป็นคนจริงจัง บ่อยครั้งที่เธอทำงานจนดึกดื่นและโผล่มาประชุมในเช้าตรู่วันถัดมา คำว่าขอบคุณ ฉันสบายดี กลายเป็นประโยคตอบรับที่คุ้นหูเมื่อมีคนถามว่า เธอสบายดีมั้ย? เฉินใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวัน ไม่มีใครเข้าใจในพลังของความพยายามอันเอ่อล้นของเธอว่ามาจากไหนกับการทำในสิ่งที่เธอสามารถทำได้เพื่อบ้านเกิด และความเก่งของเธอก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้เธอยังเป็นนักบริหารเวลาชั้นยอด เธอจะมีเวลาสำหรับการทำกิจกรรมที่เธอชอบเสมอนั่นคือการออกกำลังกาย และเธอคิดว่าจะทำหลังจากอาบน้ำแล้วงีบหลับเอาแรงสักพัก
แต่ข้อความด่วนจากวิทยุสื่อสารทำให้แผนทุกอย่างเป็นอันต้องพับเก็บไปก่อน ถึงแม้ปกติเธอพร้อมที่จะสละวันหยุดของเธอเพื่อเข้าทำงานทันทีถ้ามีคำสั่ง และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้ง หลังจากรองท้องด้วยแฮมเบอร์เกอร์ราคาถูกจากร้านสะดวกซื้อ ขณะเดินกลับไปที่รถ เธอเดินชนกับผู้ชายท่าทางแปลกๆคนหนึ่งหน้าร้านขายของชำ เฉินหยุด แล้วเหลียวกลับไปมองชายคนดังกล่าวที่เดินจากไปลอยๆโดยไม่มีแม้แต่จะหันมาขอโทษ เซนส์ของเธอบอกว่าชายแปลกคนนี้ไม่น่าไว้ใจ เธออาจจะเรทเวลาได้นิดหน่อยเพื่อจัดการกับเรื่องเล็กๆน้อยๆในเช้าวันนี้ ก่อนขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์แล้วมุ่งหน้าไปยังคุกประจำเขตอย่างเร็วที่สุด
----
นักโทษประหารผู้เหลือตาข้างเดียวถูกตรวนโซ่ทั้งมือและเท้านั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆที่มีกระจกเงาอยู่ที่ด้านซ้ายของห้อง และที่กลางห้องก็มีโต๊ะเก้าอี้ตั้งอยู่พร้อมกับนักโทษประหารที่นั่งอยู่เงียบๆเพียงลำพังไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน เขาหันมองไปทางกระจกเงาแล้วกระตุกยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า เขารู้ว่ามีคนกำลังมองอยู่ที่อีกฝาก กระจกเงาของห้องสอบสวนถูกออกแบบมาให้มองเห็นเพียงด้านเดียว เพื่อให้ตำรวจสังเกตการณ์ผู้ต้องหาจากอีกห้องโดยที่คนในห้องจะเห็นเป็นแค่กระจกเงา เขายังรู้อีกว่าในไม่กี่นาที เขาจะต้องถูกนำตัวไปอยู่ต่อหน้าผู้พิพากษาและคณะลูกขุนเพื่อรับฟังคำตัดสินสุดท้ายก่อนถูกนำตัวไปสู่ห้องประหารชีวิต ที่ที่ความลับจะตายไปกับเขาตลอดกาล
เขาไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว สำหรับเขามันอาจไม่มีค่าอะไรที่จะเก็บงำสิ่งใดไว้เมื่อเวลามรณะใกล้มาถึง แต่เขายินดีที่จะปกปิดมันเพื่อความสะใจส่วนตัว เพื่อเย้ยยันต่อกระบวนการยุติธรรมที่ไม่สมประกอบตามความคิดของเขา
เป็นชัยชนะเล็กๆที่น่ายินดีก่อนไปเยือนปรโลก…
เสียงเลื่อนล็อคประตูดังขึ้น ปกติแล้วการเข้ามาหาผู้ต้องหาจะต้องมีเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งเข้ามาด้วย แต่เฉินไม่จำเป็นต้องมีใครคอยคุ้มกัน นักโทษประหารมองเด็กสาวที่ก้าวเข้ามาในห้องคนเดียวพร้อมมือทั้ง 2 ข้างที่สวมสนับมือสีดำที่มีเฟืองอันใหญ่อยู่บริเวณข้อมืออย่างประหลาดใจ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เขาเคยเห็นพลังทำลายของมันมาก่อน เมื่อส่วนฟันเฟืองหมุนมันจะสร้างเสริมแรงมหาศาลที่สามารถต่อยทะลุกำแพงหนาๆหรือบดขยี้เกราะรถถังได้สบายๆ พวกตำรวจคงสิ้นปัญญาที่จะใช้ไม้อ่อนกับเขา เลยคิดจะใช้ไม้แข็งบีบให้เขายอมสารภาพ นักโทษประหารอดคิดไม่ได้ว่าถ้ารอบนี้พวกเขาทำไม่สำเร็จ อะไรคือไม้ต่อไปที่พวกเขาจะเล่น เทคนิคทางจิตวิทยา? หรือคนหนึ่งตะคอกอีกคนปลอบประโลม? หรือการทรมานให้พูดกันล่ะ? แต่วิธีสุดท้ายก็ไม่มีอะไรทันการสักอย่างอยู่ดี
เมื่อเธอเดินมาถึงโต๊ะ เขายิ้ม รอให้เด็กสาวใช้กำปั้นของเธอลองทำให้เขาสารภาพ และเธอจะต้องพบกับความประหลาดใจ แต่ทว่าเด็กสาวกลับทำเพียงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม สบตาเขาอย่างมั่นคง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ไม่ย้อท้อ เธอจ้องเข้าไปในตาของเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำ เธอทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด นี่เป็นแผนเพื่อจะทำให้เขาไขว้เขวงั้นเหรอ? หรือเธอกำลังรอดูท่าทีของเขาอยู่ รอให้เขาพูดก่อนใช่ไหม? คิดไว้ว่าใช่ ต้องใช่แน่ๆ! เขาชำเลืองมองไปที่นาฬิกาบนผนังห้อง บอกเวลา 06.15 น. ดูท่าเช้าวันนี้คงเป็นรุ่งเช้าสุดท้ายที่หน้าสนใจมากทีเดียว
“ตำรวจคนก่อนบอกผมว่าคนใหม่จะมาถึงใน 10 นาที แต่นี่เลยมา 5 นาที…” เขากล่าวทัก
“เหรอ งั้นขอโทษก็แล้วกันที่ทำให้รอ พอดีมีนักปฏิวัติยามว่างคนหนึ่งอยากก่อจลาจลด้วยการพกปืนเข้าไปในสนามกีฬาเช้านี้”
“อ้าว…” นักโทษอุทานแล้วแย้งกลับ ตั้งใจกวนประสาทเธอ “บางทีเขาอาจพกไว้ป้องกันตัวก็ได้ม้าง…”
“โดยไม่มีใบอนุญาติและมีเฮโรอีนซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อน่ะเหรอ งั้นเขาจะป้องกันตัวจากใครกันล่ะ” เฉินถามกลับ
“มันอาจเป็นแป้งมันก็ได้” เขาหยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
“คุณกำลังนอกประเด็น” เฉินเอ่ยเตือน “ตาคุณเป็นไงบ้าง” เธอถาม ดวงตาข้างซ้ายของนักโทษกลายเป็นต้อสีขาวขุ่นเป็นผลข้างเคียงจากการที่เขาพยายามดื่มของเหลวเวทมนตร์ที่ทำให้เขาสามารถเสพซับความทรงจำของเหยื่อได้โดยตรง
“ไม่เป็นไร ฉันสบายดี” นักโทษบอก “แต่ก่อนที่เราจะเข้าประเด็น ขอถามหน่อยได้มั้ยว่าเฟอร์รารี่ของผมเป็นยังไงบ้าง มันเป็นสมบัติจากเงินก้อนแรกเชียวนะ”
“มันยังอยู่ดี จอดอยู่ในโรงรถของกองพิสูจน์หลักฐาน”
“เหรอ... เอาล่ะ! เริ่มจากตรงไหนกันก่อนดีล่ะเรา” เขาเอ่ยอย่างกระตือรือล้น พร้อมปรับท่าทีการนั่ง
“ไม่รู้สิ คุณอยากเริ่มจากตรงไหนก่อนล่ะ” เธอว่ากลับ
“ไม่สุภาพนักก็ได้ ฉันเคยเป็นตำรวจมาก่อน พวกเขาออกจะใช้ถ้อยคำที่มีสีสันกว่านี้นะ”
“เปล่า ฉันแค่คิดว่ามันคงไม่เหมาะสมที่จะเรียกคนอายุเยอะกว่าด้วยสรรพนามอื่น” เธอกล่าวด้วยความมั่นใจ นักโทษประหารหัวเราะจนกระทั่งเธอรู้ว่าเธอไม่ได้พูดล้อเล่น
“ผมมีเวลาไม่มาก เธอคงรู้ว่าอีกไม่ถึง 10 นาทีผมต้องไปรับโทษประหารชีวิต พวกตำรวจทำงานอย่างกนักเพื่อให้ผมยอมบอกความลับ ซึ่งได้เล่าทุกอย่างไปหมดแล้ว ผมไม่ความลับอะไรทั้งนั้น” เขาโกหก “ในขณะที่พวกคุณพยายามหาเลือดจากปู ไม่ยุติธรรมเลยว่ามั้ย”
เฉินยิ้มเนือยๆ “นี่ฉันกำลังได้ยินอาชญากรตัวเอ้ข้อหาลักพาตัว บังคับขู่เข็ญ หน่วงเหนี่ยวกักขังและค้ามนุษย์โดยการใช้เลือดและความทรงจำของคนเป็นๆมาเป็นวัตถุดิบสร้างยาเสพติดชนิดใหม่ ที่การกระทำของเขาถือว่าเป็นการกระทำต่อมนุษย์ด้วยกันที่โหดเหี้ยมป่าเถื่อนทารุณที่สุดกำลังถามหาความยุติธรรมที่เขาย้ำยีมาตลอดอยู่ใช่หรือเปล่า”
“ไม่ต้องสาธยายกันก็ได้ ผมบอกสิ่งที่รู้ไปจนหมดไส้หมดพุงแล้ว ขอถามหน่อย เธอมาทำที่นี่”
“ถ้าพูดในฐานะสาวเวทมนตร์ ฉันมาที่นี่เพื่อทำให้คุณคายความลับสุดท้าย เรื่องสถานที่ผลิตยาเสพติดที่ใช้ชีวิตคนมาเป็นวัตถุดิบ ที่เราคาดว่ายังมีเหยื่ออีกนับร้อยคนถูกขังอยู่และเตรียมถูกจัดส่งข้ามมิติไปยังโลกของภูตซึ่งเราจะไม่สามารถเข้าก้าวกายได้อีกอย่างที่คุณก็น่าจะรู้ดี แต่ถ้าพูดในฐานะตำรวจ ฉันมาเพื่อหาความยุติธรรมให้สังคม” เด็กสาวตอบ
“ฮ่า!” เขากระแอม แล้วถามกลับเด็กสาว “เธออยากจะหาความยุติธรรมให้สังคม หรือว่าแค่อยากให้ตัวเองกลายเป็นผู้มีพระคุณที่สามารถหาความยุติธรรมให้กับสังคมได้กันแน่ล่ะ? ยอมรับเถอะ…พวกเราไม่ได้ต่างกันเท่าไรหรอก ต่างก็สั่งสมบารมีให้คนศรัทธาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง”
เฉินถอนหายใจ
“จะคิดอย่างนั้นก็เป็นสิทธิของคุณ ฉันคงไม่สามารถไปควบคุมความคิดใครได้ แต่ชีวิตนี้ฉันมีอาจารย์อยู่ 2 คนที่สอนฉันมาดีกว่านั้น พ่อที่ถูกขี้ยาคนหนึ่งยิงตายถึงจะเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย แต่เขาเป็นแบบอย่างของความอดทน มุ่งมั่น และความยุติธรรมที่ฉันยึดถือมาตลอด จะว่าเป็นตัวตนคู่ขนานที่ตรงข้ามกับคุณเลยก็ว่าได้ ส่วนคู่หูของพ่อสอนศิลปะการต่อสู้ให้ฉันและอบรมณ์ให้ฉันมีกฎมีระเบียบ”
นักโทษนิ่งมองเด็กสาวอยู่ชั่วขณะ กล่าวด้วยเสียงเรียบๆว่า “…เธอดูรักพ่อของเธอมากเลยนะ…”
เฉินไม่ได้ตอบอะไรออกไป
“ฉันจะบอกอะไรให้นะเฉิน หวุยจี” นักโทษส่ายหัวให้กับความอ่อนต่อโลกของเด็กสาว “ความยุติธรรมที่เธอเชื่อมั่นน่ะมันไม่มีอยู่จริงหรอก… บ้านเมืองมีขื่อมีแปแต่ว่าคนเลือกที่จะมองข้าม ทำตามสันดานตัวเองที่อยากเอาแต่สบาย ทั้งเอาเปรียบ โกงกิน รับสินบน แค่มีเงินสักกองมาเสนอตรงหน้าบางคนที่ทำถูกกฎหมายก็อาจกลายเป็นแพะรับบาปได้โดยไม่ได้ทำผิด เปลี่ยนดำเป็นขาวง่ายราวพลิกฝ่ามือ ในความเป็นจริงน่ะนะ ความเป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำ ความเป็นคน มันอยู่ที่คนที่มีอำนาจอยู่ในมือจะใช้ นานวันมันก็เป็นเครื่องตอกย้ำว่าความยุติธรรมอะไรนั้นก็เป็นเพียงตัวอักษรที่เขียนลงในกระดาษสีขาว…”
“ขอบคุณสำหรับสุนทรพจน์ ฉันจะรับฟังไว้ในฐานะที่คุณเป็นตำรวจรุ่นพี่ที่พานพบอะไรมามากมาย” เฉินพยักหน้าเบาๆ ยิ้มอ่อน
เวลาสอบสวนดำเนินต่อไป นักโทษประหารชำเลืองมองนาฬิกาอีกครั้ง อีกไม่นานเจ้าหน้าที่จะเข้ามานำตัวเขาออกไปขึ้นรถเพื่อไปรับฟังคำตัดสิน ความพยายามของเด็กสาวมาถึงทางตันในที่สุด แต่จู่ๆเขาก็เกิดอยากจะลองล้ำเส้นความยุติธรรมขึ้นมาอีกสักหน่อยก่อนตาย ด้วยคิดอยากชิมรสชาติความทรงจำของเด็กสาว ทว่าการจะของลิ้มลองเปล่าๆตอนแรกเขาคิดว่าเด็กสาวคงไม่ตอบรับแน่ๆ แต่เขารู้จักเด็กสาวคนนี้เธอเป็นคนมั่นใจ มีความแน่วแน่ที่น่าเคารพ กล้าได้กล้าเสีย ความตายอาจเป็นตัวช่วยโน้มน้าวใจของเธอได้ หรืออาจไม่ เขาก็ยังทู่ซี้ต่อความคิดเพื่อเอ่ยมันออกไป
“เวลาของผมใกล้มาถึงแล้ว อ้อ! เพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนถูกประหารนักโทษสามารถขออะไรได้หนึ่งอย่างใช่มั้ย”
“ใช่” เด็กสาวตอบ
“เอาล่ะ ต่อไปคือเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะขอ หวังว่าเธอคงไม่ปฏิเสธคำขอของคนใกล้ตายหรอกนะ”
“ว่ามาสิ” เด็กสายผายมือเชิญ
“ผมขอเสพซับความทรงจำของเธอสักหนึ่งอย่างได้มั้ยล่ะ มันคงทำให้ฉันรู้สึกดีมากในวาระสุดท้ายนี้!” เขามองดวงตาของเฉินอย่างตั้งใจเพื่อดูว่าเธอจะมีความเคลือบแคลงใดๆหรือไม่ และเตรียมใจรับคำตอบไว้แล้ว
“ได้สิ คนกำลังจะตายฉันคงไม่ใจดำขนาดนั้น”
การตอบคำถามอย่างไม่ลังเลทำให้เขารู้ประหลาดใจ
“งั้นเพื่อ ‘ความยุคิธรรม’ ผมให้โอกาศลองเสนอเมนูมาก่อน มีอะไรน่าสนใจบ้าง” เขากล่าว
“ฉันขอเสนอความทรงจำ” เธอกล่าว “จากวัยเด็ก น้องชายกับน้องสาวและฉันร่วมกันฉลองงานวันเกิดของน้องสาว พวกเราเล่นด้วยกัน หัวเราะกันนานหลายชั่วโมงเลยล่ะ มันเป็นความทรงจำที่ดี ไม่ถูกแปดเปื้อนจากความวิปโยคที่เกิดขึ้นกับพวกเราหลังจากนั้น”
นักโทษประหารยกมือเกาศรีษะ
“เธอทำให้ผมผิดหวังนะ” เขาพูด “เธอยื่นความทรงจำอันแสนสุขให้กับฉันเพราะคิดว่าฉันดื่มด่ำกับของพรรค์นั้นอย่างเดียว ไม่ ไม่ใช่หรอกเด็กสาว ฉันต้องการทุกอย่าง ความเจ็บปวด ความสับสน ความโกรธแค้น นั้นและสิ่งที่ทำให้มันมีรสชาติ”
“เรื่องมากจริง…แต่ช่างเถอะ” เฉินบ่น “ถ้าอย่างนั้น ฉันข้อเสนอความทรงจำที่โศกเศร้าในงานศพของพ่อ”
“ดีไม่พอหรอก….”
ปึง! เฉินฟาดมือขวาลงบนโต๊ะอย่างแรง หัวใจของนักโทษตื่นเต้นที่ได้ยั่วยุเด็กสาวผู้ใจร้อนได้สำเร็จ แต่แทนที่เธอจะอัดหมัดเหล็กใส่หน้าเขา เธอกลับคล้ายเวทมนตร์ออกเหลือเพียงมือเปล่าก่อนสืบมือเข้าไปหาเขา ตั้งศอกขึ้น
“ค้นจิตใจของฉันสิ” เธอพูด “เอาความทรงจำอะไรไปก็ได้ที่คุณต้องการ ฉันยังอายุน้อยแต่ได้เห็นอะไรมามากมายที่อาจจะทำให้คุณพอใจได้ แต่หากคุณขืนเอาความทรงจำของฉันไปมากกว่าหนึ่งอย่าง ฉันสัญญาว่าคุณจะต้องเสียใจภายหลังอย่างแน่นอน”
นักโทษประหารยิ้มมุมปาก ความจองหองของเจ้าเด็กนี่! ไม่สิความโง่เขลาต่างหาก เธอไม่รู้ว่ากำลังเล่นกัยอะไร การปล่อยให้เขาเข้าไปยุ่งย้ามในหัวของเธอและแตะต้องความทรงจำอะไรก็ได้ตามใจชอบ เมื่อมันหายไปเธอก็จะไม่มีทางรู้เลยว่าเคยมีมันอยู่ นั่นแปลว่าเขาสามารถเสพซับความทรงจำของเธอมากเท่าไรก็ได้ เขากระทบริมฝีปาก แล้วเอนตัวไปข้างหน้า วางฝ่ามือบนศีรษะของเธอ ปิดตา และลอกชั้นความคิดของเด็กสาว
เขามองเห็นความสำเร็จในการปราบปรามแก๊งค้าอาวุธที่หนานจิงลู่ เขารับรสเนื้อแกะย่างในงานเลี้ยงแต่งงานของผู้หมวดคนหนึ่ง เขารู้สึกถึงหยดน้ำตาไหลออกมายามที่เธอกอดร่างเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ในอาคาร และเขาก็เห็นครอบครัวของเธอ เขารู้สึกได้ถึงความรักอันแรงกล้า ผสมกับบางสิ่งบางอย่าง ความกลัว? ความเกลียดชัง? ความไม่สบายใจ? เขาดำดิ่งผ่านช่วงเวลาดีๆของเธอลงไป ดันเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปให้หมด
และเขาได้เห็นเธอ… ในชุดสีดำยืนถือรูปพ่อในงานศพ เห็นความเป็นไปอันวิปโยคครอบครัวเธอหลังจากวันนั้น แม่ของเธอถูกโกงในการทำการค้าและได้รับกระเป๋าบรรจุไอเท็มเวทมนตร์ผิดกฎ ถูกยัดข้อหาให้มีความผิดและถูกสังคมโจมตี น้องชายและน้องสาวของเธอถูกลักพาตัวก่อนถูกพบเป็นศพถูกฝังในไซต์ก่อสร้าง เด็กสาวต้องทนอยู่กับความวิปลาสของแม่จนเธอฆ่าตัวเพราะความเครียดโดยทั้งหมดเป็นแผนการของศัตรูผู้มีอิทธิพลของพ่อเธอ ส่วนเฉินที่เหลือตัวคนเดียวถูกคู่หูของพ่อรับไปเลี้ยงและได้รับการปกป้องจากเขา นักโทษประหารดำดิ่งลึกลงไปอีกจนสัมผัสได้ถึงความเศร้าอันดำมืด ความรู้สึกไม่ยอมรับ การถูกหักหลัง วันที่เด็กสาวค้นพบความจริงที่เหมือนทำให้โลกทั้งใบที่เธอเขื่อมั่นแหลกสลาย และผ่านมันมาได้ด้วยใจที่ไม่ยอมแพ้ นักโทษประหารได้เสพซับทุกความทรงจำนั้นที่ไหลผ่านไปก่อนที่จะดึงตัวออกมาจากจิตใจของเด็กสาว
“เยี่ยมเลย” เขาพูดพร้อมกับลืมตา “แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับคนใกล้ตายอย่างผมแล้ว ขอบคุณมากและขอแสดงความเสียใจด้วยที่คุณไม่ได้รู้ลับจากผม เพราะผมไม่มีความลับใดๆที่พวกคุณค้นหา” นักโทษประหารยืนขึ้นเพื่อรอให้มีเจ้าหน้าที่มาพาตัวเขาออกไปจากห้อง ตอนนี้เขาพร้อมที่จะตายแล้ว ตายไปด้วยความยินดีที่ได้เย้ยยันความยุติธรรมที่ไม่สมประกอบ “ก่อนเราจากกัน จำคำผมไว้ให้ดีล่ะคุณตำรวจว่า ความยุติธรรมน่ะ มันไม่มีอยู่จริงหรอก…” เขายิ้มให้เด็กสาวที่ยังนั่งก้มหน้านิ่ง
“…ไม่หรอก...”
เฉินกล่าวพร้อมกับยืนขึ้น ร่างใต้แสงไฟในห้องสอบสวนยืนประจันหน้ากัน สายตาของเฉินแน่วแน่มั่นคง เธอยกยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนต้องการเยาะเย้ยกลับนักโทษประหาร ที่ไม่รู้ว่าตัวเองได้หลงกลเธอเข้าแล้ว และความลับก็ไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป!
“ก็เหมือนตัวละครในการ์ตูนที่มีพลังพิเศษติดตัวมาแต่กำเนิด คงไม่มีใครเชื่อหากฉันพูดเรื่องนี้ตอนที่ยังไม่ได้เป็นสาวเวทมนตร์ ว่าฉันมีพลังพิเศษที่สามารถรับรู้ความคิดชั่วของคนอื่นผ่านการสัมผัสร่างกาย คู่หูของพ่อช่วยฝึกฝนทักษะฉันให้เฉียบคมขึ้น”
“เธอกำลังจะบอกว่าตัวเองมีเซนส์งั้นสิ ยังไง?” นักโทษเอ่ยถามอย่างฉงนใจ
“ภาพและเสียง เวลา สถานที่ ชัดเจนทุกถ้อยคำทุกประโยคและการกระทำ แฟลชภาพมาให้เห็นเป็นชุดๆเหมือนที่ดูโทรทัศน์ ขอบคุณมากและขอแสดงความเสียใจด้วยที่คุณต้องผิดหวังในวาระสุดท้าย”
เฉินย้อนคำกลับคืนให้นักโทษประหาร เธอรู้ดีว่าเขาจะไม่ยอมเปิดปากเล่าความจริงอยู่แต่แรก เธอจึงวางแผนและรอโอกาศที่จะได้สัมผัสตัวเขา ในระหว่างที่เขาค้นลงไปในความทรงจำของเธอ ความลับของเขาก็ถูกเปิดโป่งโดยไม่รู้ตัวในหัวของเฉิน เขาทิ้งลงกับเก้าอี้ ไม่มีอะไรต้องปกปิดเช่นเดียวกับที่ไม่มีอะไรต้องซ่อนอีกต่อไป เขาไม่เหลืออะไรเลย…
----
นักโทษคืนความทรงจำกลับไปยังจิตใจของเฉิน เธอมีเวลาสอบปากคำเขาอีกนิดหน่อยหลังจากนั้น ก่อนจะลุกออกไปจากห้อง นักโทษประหารถามเธอ
“ถ้ารู้แบบนั้นทำไมเธอถึงไม่เข้ามาชิงความคิดของผมตั้งแต่แรก เธอมีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้น ไม่ต้องมาเสียเวลานั่งเสวนากันเลย”
“เพราะฉันอยากให้คุณเห็น” เฉินที่เดินไปถึงประตูหันกลับมาพูดด้วยเสียงหนักแน่น “ว่าถึงแม้เราจะโดยชะตาชีวิตเล่นตลกเลวร้ายสักกี่ครั้ง ถ้ายังมีศรัทธาต่อสิ่งที่ตัวเองยึดมั่นสักวันคุณจะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นมีความหมายมากมาย มันอาจเป็นอาชีพที่มีแต่คนก่นด่ามากกว่าขอบคุณแต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องการเรา คุณที่เป็นตำรวจแล้วทรยศต่อสิ่งนั้นควรละอายใจเสียบ้าง!”
เฉินหันกลับไปและเปิดประตู แต่เธอไม่รู้เลยว่านักโทษประหารคนนี้ยังมีความลับสุดท้ายที่เก็บงำไว้ ความลับที่แม้แต่พลังพิเศษของเธอก็ไม่อาจรับรู้ได้ ความลับที่อัดแน่นอยู่ในใจเขามาแสนนาน ดันขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เขาผิดหวังที่ไม่สามารถเยาะเย้ยกระบวนการความยุติธรรมได้ แต่ถ้าเขาไม่พูดมันออกไปตอนนี้ เขาจะไม่มีทางตายตาหลับ…
“…ขอโทษ…” คำพูดสั้นๆที่ก่อให้เกิดความเงียบภายในห้อง “ที่ทรยศต่อพวกคุณ” ระยะห่างระหว่างโต๊ะสอบสวนกับประตูทางออก เฉินหยุดนิ่ง เธอกำลูกบิดประตูแน่น ในใจรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนถูกมดกัด ถ้าเป็นอดีตเธอคงสับสน ทว่าบัดนี้เฉินได้เติบโตและแข็งแกร่งยิ่งกว่าวันวานที่นักโทษประหารเคยรู้จักเธอ
“คุณไม่ได้ทรยศแค่พวกเรา” เฉินกล่าวโดยไม่เห็นกลับไปมองอีกเลย “แต่ 'พ่อ' ทรยศแม้แต่กับตัวเอง…”
สารบัญ
CONTENT
|
|
|
นิยายแนะนำ |
ดูทั้งหมด |
รายการรีวิว
REVIEW
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00

นิยายแนะนำสำหรับคุณ
ดูทั้งหมด
นิยายแนะนำสำหรับคุณ