เรื่อง บทกวีผลาญฟ้า
ตอนี่ 16 เคล็ดวิชากระบี่
เมื่อหยุนเสวี่ยเฟิกล่าวเปิดผนึกตำรากระบี่ดับตะวัน ันั้นตำราีแดำก็เกิดเปลวเพลิงสีดำลุกไหม้ เนื้อหาข้อมูลมากมายก่ายกองเิ่หลั่งไหลเข้าสู่สมองของเด็กชาย
‘นี่ั.. เหมือนตอนนั้น!’
อ๊าก
หยุนเสวี่ยเฟิเิ่ปวดหัว่ารุนแรง มือไม้เิ่หงิกงออันเกิดจากความเจ็บปวดี่ลามไล่ั่ร่าง เปลวเพลิงสีดำเมื่อเผาไหม้ตำราจนหมดแล้วัก็ขยายใหญ่ึ้เข้าปกคลุมั่่าาเด็กน้อย
‘ข้าต้องทนให้ไ้!’ หยุนเสวี่ยเฟิกัดฟันแน่น ัพยายามปรับท่าทางเพื่อนั่งสมาธิ ในขณะเดียวกันแก่นัวิญญาณในตัวของัก็เกิดพองโตึ้มา พร้อมกับกระตุ้นให้ปลดปล่อยกระแสัปราณ4าุา
ิเพื้นหญ้าโดยรอบเิ่ถูกเปลวเพลิงสีดำเผาไหม้ โดยมีหยุนเสวี่ยเฟินั่งสมาธิโคจรัวิญญาณอยู่ เปลวเพลิงสีดำก่อนหน้านี้เิ่คล้ายจะมีประกายัาุแตกาวูบวาบ ความรู้สึกของเด็กชายตอนนี้คล้ายว่าตัวักำลังจะแตกสลายออกเป็เสี่ยงๆ
เวลาชั่วครู่กลับคล้ายเนิ่นนาน ความทรมานมักจะทำให้ห้วงเวลายืดออกไปเสมอ ขณะนี้หยุนเสวี่ยเฟิทรมานจมอยู่ในเปลวเพลิงอยู่กว่าครึ่งชั่วยามแล้ว หยาดเหงื่อมากมายพรั่งพรูามิขาดสาย
‘เิ่เบาลงแล้ว’ หยุนเสวี่ยเฟิเิ่กางมือออกในท่ารวบรวมัวิญญาณ กระแสัปราณรอบกายทั้งสี่าุเิ่ค่อยๆสงบลง ้ันั้นข้อมูลมากมายี่หลังไหลเข้ามาในสมองก็ถูกซึมซับไว้หมดแล้ว
ฟู่..
หยุนเสวี่ยเฟิถอนหายใจยาว ตลอดเวลาี่ัซึมซับเคล็ดวิชานี้ ัต้องผจญกับการใช้ออกซึ่งัาุจนหมดแะัวิญญาณี่ถูกนำไปฟื้นฟูดวงาุทั้งสี่ กระบวนการนี้เกิดึ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า่าไม่สิ้น
ด้วยระดับัวิญญาณเพียงแค่11เท่านั้น ในทุกครั้งี่ัวิญญาณของัถูกนำไปฟื้นฟูัาุจนใกล้จะหมดลงัจะรู้สึกทรมานยิ่งจากการี่ถูกเค้นัวิญญาณา แต่ถึงกระนั้นระหว่างี่ตกอยู่ในเปลวเพลิงนี้ ตัวักลับไ้เรียนรู้สิ่งหนึ่งเป็่าแรกจากข้อมูลี่หลั่งไหลเข้ามา
“เคล็ดโคจรฟื้นฟูัวิญญาณ” หยุนเสวี่ยเฟิว่าแล้วัก็เิ่กางมือออกอีกครั้ง เคล็ดฟื้นฟูัวิญญาณนี้เป็ข้อมูลชุดแรกจากตำราี่เข้ามาในหัวของั
ัวิญญาณี่หรี่แสงลงในตัวหยุนเสวี่ยเฟิเิ่ทอแสงสว่างึ้ทีละเล็กทีละน้อย รอบๆดวงแสงวิญญาณนี้เิ่ปาฏกระแสหมุนวนเข้าหาใจกลาง เหล่าดวงแสงัาุทั้งเก้าก็เิ่ทอแสงึ้เช่นกัน
‘เมื่อครู่คล้ายใกล้จะหมด แต่ก็ฟื้นฟูึ้มาไ้ทันการ’ หยุนเสวี่ยเฟินึกวิเคราะห์เหตุการี่เพิ่ง่าไป หากว่าจะตีค่าัวิญญาณเป็ตัวเลขแล้ว เหตุการณ์เมื่อครู่คือการใช้แะฟื้นฟูัวิญญาณี่ใช้ไปหนึ่งฟื้นฟูสาม ดังนั้นหากว่าตัวัไม่รีบใช้เคล็ดวิชาี่แ่เข้ามาในหัวโดยฉับั ตัวัย่อมต้องถูกเค้นัวิญญาณจนหมดเป็แน่แท้
“เสวี่ยน้อย!” ซุ่มเสียงของเหว่ยซานดังมาแต่ไกล
“พี่ซานซาน ข้าไม่เป็ไร” หยุนเสวี่ยเฟิน้ำเสียงอิดโรย เมื่อทุก่าเข้าสู่ความสงบแล้วัก็เอนกายนอนแผ่ราบไปกับพื้นขี้เถ้ารอบตัว
“เสวี่ยน้อยทำไมไม่บอกก่อนว่าจะเรียนรู้ตำรานี้” เหว่ยซานเห็นสภาพของหยุนเสวี่ยเฟิแล้ว ก็อดใจหายไม่ไ้ ใบหน้าซีดเซียวของเด็กน้อยยังคงไม่ปาฏร่องรอยเลือดลม แต่ัก็ยังยิ้มา ่าาของเด็กน้อยบัดนี้ถึงกับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงไปเสียแล้ว
“วันนี้พอแค่นี้เถอะ พักผ่อนเสียก่อน”
เหว่ยซานนั่งลงด้านข้างแล้วทาบฝ่ามือไปยังิเกลางอกของหยุนเสวี่ยเฟิ กระแสัปราณวารีก็ถูกปลดปล่อยาก่อนจะค่อยๆแผ่ขยายออกไปเป็วงกว้าง
‘ข้ารู้สึก...สบาย’ หยุนเสวี่ยเฟิดวงตาเิ่เคลิบเคลิ้ม ่าาี่อ่อนเพลียเมื่อไ้รับัปราณวารีเข้ามาก็เิ่สบายึ้ ความร้อนความเจ็บปวดจากก่อนหน้านี้ก็มลายหายไป หลงเหลือไว้เพียงแต่ความง่วงี่เข้าปกคลุมเด็กชาย
ยามเย็นลมพัดเอื่อยเฉื่อยไ้เข้ามาอีกครั้ง บนถนนหนทางด้านหลังเมืองถังหมิงไ้ปาฏบุรุษผู้สวมอาภรณ์สีขาวตัดทอง เบื้องหน้าของัเป็ซุ้มประตูขนาดใหญ่ ด้านบนประดับไว้ด้วยป้ายใหญ่ลวดลายอันเป็เอกลักษณ์พร้อมด้วยจารึกชื่อสถานี่แห่งนี้
“ศิษย์สำนักอาทิตย์เหัต์ คารวะท่านราชครูเจี้ยนเหล่ย” ผู้เฝ้าประตูค้อมคำนับเมื่อไ้เห็นผู้มาเยือน บุคคลผู้นี้นั้นน้อยคนนักในแผ่นดินเทียนฉินจะไม่รู้จัก อาภรณ์สีขาวตัดทอง เรือนผมประกายสีทอง แม้แต่ดวงตาก็ยังทอแสงสีทองเอกลักษณ์นี้มีเพียงผู้เดียวเท่านั้น
“สายันสวัสดิ์ เรามาเพื่อส่งสาส์นเท่านั้น โปรดท่านนำไปส่งให้ถึงมือผู้รับสาส์นด้วย”
เจี้ยนเหล่ยล้วงม้วนสาส์นออกจากมิติเก็บของยื่นไปเบื้องหน้า แต่ม้วนสาส์นยังมิทันจะไ้ถึงมือผู้เฝ้าประตู ด้านบนบันใดี่ทอดยาวึ้เขาไปไกลก็ปาฏร่างของชายวัยกลางคนอยู่
“ไม่ไ้พบกันเสียนาน.. ถังหมิงอวี้” เทพกิเลนจ้องไปยังชายวัยกลางคนี่อยู่ไกลลิบ
“ท่านราชครูผู้เปิดเผยมิสมควรไปมาดังภูติพราย เมื่อไ้มาเยือนแล้ว ให้ข้าต้อนรับท่านสักห้าหกไห จะเป็เกียรติแก่ข้าเจ้าสำนัก” ถังหมิงอวี้กล่าวลอยมาตามสายลม
“หึ! ข้าเพียงกลัวแต่เจ้าบ้านจะอยู่ไม่ถึงไหี่สองก็เท่านั้น” เจี้ยนเหล่ยยิ้มมุมปาก จากนั้นัก็เก็บสาส์นี่กำลังจะส่งมอบแล้วเหาะเหินึ้ไปยังตัวสำนักอาทิตย์เหัต์
เวลาย่างกรายเข้ายามค่ำ ภายในสำนักอาทิตย์เหัต์ ถังหมิงอวี้แะเจี้ยนเหล่ยต่างก็ร่ำสุราหมดไปแล้วคนละสองไหแลกเปลี่ยนเรื่องราวสารทุกข์สุขดิบี่่ามาของทั้งคู่ ข้างกายของชายวัยกลางคนยังมีหญิงสาวอายุราวๆ15ปีนั่งอยู่ ใบหน้าของนางฉายแววเบื่อหน่ายสองบุรุษผู้นี้
“ท่านพ่อ.. ท่านจะปล่อยให้ข้ารออีกนานไหม ข้าเิ่จะง่วงแล้วนะ” หญิงสาวนางนี้จะเป็ใครไปไม่ไ้นอกจากถังลู่หลิน
“อ้อ.. ขออภัยแม่นางน้อยคงจะเป็ผู้ี่ศิษย์ของข้าส่งสาส์นมาให้” เจี้ยนเหล่ยว่าแล้วก็ยื่นม้วนสาส์นให้กับถังลู่หลิน
“ศิษย์ของท่านหรือ?” ตัวถังลู่หลินเองนั้น าวันมานี้นางเิ่ทำใจกับการหายตัวไปของหยุนเสวี่ยเฟิไ้แล้ว แต่การไ้รับม้วนสาส์นลึกลับนี้ก็อดไม่ไ้ี่จะคาดหวัง นางกลั้นหายใจค่อยๆเปิดออกแะเิ่อ่านทันที
เมื่อไ้เห็นข้อความในสาส์นแล้ว นางก็อดี่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เนื้อความข้างในสาส์นนั้นเป็่าี่นางหวังไว้
“เสวี่ยน้อย..” ถังลู่หลินยกมือเรียวปาดน้ำตา
“สหายข้าก็เรียกัเช่นนั้น” เจี้ยนเหล่ยมองหญิงสาวเบื้องหน้า ัยังคงไม่รู้จะแสดงอากัปกิริยา่าไรเมื่ออยู่ต่อหน้าหยดน้ำตาของหญิงสาว
“เสวี่ยน้อยอยู่ี่ใดหรือท่านอา?”
“ลู่เออร์.. ท่านผู้นี้มีอายุมากกว่าพ่อนัก เรียกท่านทวดถึงจะถูก ฮ่า ฮ่า” ถังหมิงอวี้กล่าวขัด
“ท่านพ่ออย่าเพิ่งขัดไ้ไหม ไม่่านั้นข้าจะบอกท่านแม่เรื่องี่ท่านแอบเอาไหสุรามาอาบ” ไ้ยินเช่นนั้นถังหมิงอวี้ัสงบปากสงบคำ เจี้ยนเหล่ยี่เห็นดังนั้นก็หัวเราะเอาคืนบ้าง
“ตอนนี้ัอยู่กับอาจารย์อีกคนของั ซึ่งนางก็เป็สหายข้าเอง”
“อาจารย์? สหาย? เสวี่ยน้อยมีผู้อุปการะแล้วหรือ?” ถังลู่หลินประหลาดใจไม่น้อย ครั้นเมื่อไ้พบเจอเด็กชาย นางก็ไ้ย้ำเตือนแล้วว่าให้เก็บงำความสามารถ ครั้งนี้เคราะห์ยังดีี่พบเจอผู้ใุญ
“จะว่าเป็ผู้อุปการะก็มิผิดนัก.. เพียงแต่ว่าสถานี่นั้น ข้าเองไ้ลั่นว่าจาไว้แล้ว ว่าจะไม่เปิดเผยี่อยู่จนกว่าจะครบสามปีนับจากนี้”
“เช่นนั้นก็ดี เด็กผู้นี้สามารถอัญเชิญห้วงกวีขั้นี่เจ็ดไ้ หากว่าปาฏตัวสู่โลกกว้าง ย่อมไม่เป็ผลดีแก่ตัวั” ถังหมิงอวี้กล่าว
“ี่แท้เจ้าก็รู้อยู่แล้วว่าัเป็ผู้อัญเชิญห้วงกวี?” เจี้ยนเหล่ยประหลาดใจไม่น้อย
“จะว่าไปข้าก็ไม่แน่ใจนัก แม้ว่าจะไ้ฟังจากลู่เออร์แล้วก็ยังเชื่อครึ่ง มิเชื่อครึ่ง แต่วันนี้ไ้รู้ว่าท่านแะสหายรับัเป็ศิษย์ เพียงเท่านี้ก็สามารถยืนยันไ้แล้ว”
“ี่แท้ตอนนั้น ท่านพ่อไม่เชื่อข้า ท่านถึงไ้สั่งยกเลิกตามหา” ถังลู่หลินขมวดคิ้วแก้มป่อง หากว่านางไ้รู้เหตุผลเช่นนี้ก่อนจะไ้อ่านสาส์น นางคงจะรู้สึกผิดหวังในตัวบิดาเป็แน่แท้ เพียงแต่วันนี้คล้ายภูเขาถูกยกออกจากอก จึงมิไ้ถือสาหาความอันใดกับบิดาของนาง
“ลู่เออร์ เรื่องั่ามาแล้ว วันนี้ก็ไ้รับข่าวดีแล้ว เจ้านำข่าวไปบอกจินหยางเถอะ พ่อคิดว่าตอนนี้ัคงยังตำหนิตัวเองอยู่”
“ถือว่าวันนี้ข้าไ้รับข่าวดี ข้าจะบอกท่านแม่ว่าท่านยังต้องหารือกับสุรา เอ่อ..หารือกับท่านราชครู” ถังลู่หลินกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะนำม้วนสาส์นวิ่งไปยังตำแหน่งหอพักชาย
ครั้นเมื่อถังลู่หลินจากไปไ้ระยะหนึ่งแล้ว เจี้ยนเหล่ยก็รินสุราใส่จอกของัแะคู่สนทนาอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า
“แม้นว่าเราจะเป็สหายร่ำสุราเมื่อเจ้ายังหนุ่มแน่น แต่ก็ใช่ว่าจะต้องเปิดเผยหมดเสียทุก่า” คำกล่าวของเจี้ยนเหล่ยทำให้ถังหมิงอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ท่านราชครู.. หรือท่านยังเห็นว่าข้าเป็คนอื่นไกลกันเล่า?”
“ท่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิด... อันี่จริงแล้วข้าไ้รับภารกิจจากองค์จักรพรรดิ ให้กระทำการบาง่า ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น..” เจี้ยนเหล่ยคล้ายจะขบคิดบาง่าเล็กน้อย แ้ึกล่าวต่อว่า
“ตอนนี้ยังไม่อาจจะบอกสิ่งใดไ้มาก แต่สหายร่ำสุราย่อมนับว่าเป็สหาย ข้าจึงอยากจะเตือนท่านด้วยความหวังดี”
“เช่นนั้นท่านก็กล่าวมาเถอะ ว่าข้าควรจะกระทำการใด” ถังหมิงอวี้ฉายแววตาสงสัยมากึ้ เทพกิเลนสายฟ้าผู้นี้คล้ายจะกลังเกรงการเปิดเผยความลับนี้มากเกินไป
“อีกสามปีนับจากนี้ ข้าขอเตือนท่านว่า สำนักอาทิตย์เหัต์สมควรจะเข้าร่วมกลุ่มอำนาจใด ข้าคงมิต้องเอ่ย”
“ย่อมต้องอยู่ข้างคุณธรรม” ถังหมิงอวี้ยืนยันหนักแน่น
“ข้าเกรงว่า คำว่าคุณธรรมจะไม่สามารถใช้ไ้ในเวลานั้น” เจี้ยนเหล่ยหรี่ตาจ้องชายวัยกลางคน คล้ายว่ากำลังสำรวจจิตใจคนผู้นี้
“ข้าคิดว่าตัวข้านั้นเมาแล้ว หากว่าท่านราชครูต้องการจะดื่มต่อก็เชิญตามสบาย” ถังหมิงอวี้เปลี่ยนเรื่องทันที ดวงตาของัฉายแววโทสะา ัไม่ไ้กล่าวอันใดอีกนอกจากเดินจากเทพกิเลนสายฟ้าออกไป
‘คุณธรรมแะชื่อเสียง’ เจี้ยนเหล่ยถอดถอนหายใจ ัมองตามชายวัยกลางคนเดินจากไปก่อนจะยกสุราึ้ดื่ม
รุ่งเช้าวันใหม่ไ้มาเยือนเหมือนเช่นวันก่อน เมื่อไม่ผิดี่ดวงตะวันจะึ้แะตก ชีวิตใดๆก็ล้วนแล้วไม่ผิดี่จะต้องลืมตาตื่นึ้มาเช่นกัน ดังเช่นหยุนเสวี่ยเฟิี่ัหมดสติข้ามวันแะเพิ่งจะตื่นึ้
“อูย...” หยุนเสวี่ยเฟิครวญคราง ั่่าาของัคล้ายจะรู้สึกปวดไปหมด ัลุกึ้นั่งข้างเตียงนอนพร้อมกับนึกทบทวนเหตุการณ์ี่่ามา
“เวลานี้ ตอนค่ำ?” เมื่อมองไปยังหน้าต่างัก็ตกใจ บรรยากาศตอนนี้คล้ายจะเป็ยามค่ำ
“เสวี่ยน้อยตื่นแล้วหรือ?” เหว่ยซานี่นอนอยู่ด้านข้างงัวเงียลุกึ้ หยุนเสวี่ยเฟิยังไม่ทันี่ัจะไ้คิดหน้าคิดหลัง ัจึงรีบหันไปหาต้นเสียงทันที แะแล้วสองตาของัก็ชักค้าง!
“ท..ท่านสวมอาภรณ์เข้านอน!” หยุนเสวี่ยเฟิขยี้ตาอีกครั้ง มิผิด หญิงสาวี่เปลือยกายเข้านอนทุกคืน ในเช้านี้ัพบว่ามิไ้เป็เช่นนั้น
“เมื่อวานพี่สาวเฝ้าเสวี่ยน้อยจนขี้เกียจถอดอาภรณ์ จึงไ้นอนทั้ง่านี้” เหว่ยซานรั้งมือกระชับปกคอเสื้อเล็กน้อยเผยให้เห็นิเร่องอกวาบหนึ่ง หยุนเสวี่ยเฟิจึงเบือนหน้าหนี
“ขอบคุณพี่ซานซานี่ดูแล ตอนนี้ข้าไม่เป็ไรแล้ว ดังนั้นข้าขอไปอาบน้ำเสียก่อน” หยุนเสวี่ยเฟิคล้ายจะไ้ยินเสียงไก่ป่าเิ่ขัน ัจึงรับรู้ไ้ทันทีว่าบัดนี้มิใช่ยามค่ำ่าี่ัเข้าใจ
อาการปวดไปั่ตาม่าาของหยุนเสวี่ยเฟิเิ่จะหายบ้างแล้ว เมื่อไ้รับน้ำเย็นยามเช้าเข้าอาบห่ม่าา กอปรกับอาหารเช้าวันนี้เป็ข้าวต้มง่ายๆ ัจึงรู้สึกดีึ้คล้ายจะเป็เหมือนปกติ
การสนทนาระหว่างอาหารเช้าทำให้หยุนเสวี่ยเฟิไ้รู้ว่า หากจะดูดซับวิชาจากตำราี่มีระดับห้าึ้ไปนั้นจะไ้รับการปรับเปลี่ยนัใน่าา ตลอดกระบวนการนั้น ผู้มีระดับัวิญญาณี่ต่ำแะไม่ไ้รับการเตรียมตัวี่ดี มักจะมีอันตรายถึงชีวิตไ้
เมื่อไ้รับรู้เช่นนั้นหยุนเสวี่ยเฟิก็ขนลุกชูชัน ัเข้าใจไ้ในทันทีว่าตัวัเพิ่งจะเฉียดความตายมาหยกๆ ส่วนการจะเตรียมตัวนั้นเพียงต้องมีผู้ี่คอยใช้ัวิญญาณคอยรักษาแะถ่ายทอดัเข้าปกป้อง จึงจะทำให้โอกาสสำเร็จในการดูดซับสูงึ้
“ข้าเกือบตายแล้วสิ” หยุนเสวี่ยเฟิยิ้มแห้งๆ บัดนี้ัยืนมองพื้นี่ี่ัใช้ดูดซับวิชาจากตำราขั้นี่9 ิเโดยรอบต่างกลับกลายเป็เถ้าถ่านสีดำไปหมดสิ้น ส่วนเหว่ยซานนั้นไ้ขอตัวแยกไปฝึกวิชาผ้าแพรของนางเช่นเคย
“ขั้นี่9คือขั้นสูงสุดของระดับตำรา แะข้าดูดซับวิชามาไ้จนหมด” หยุนเสวี่ยเฟิว่าแล้วัก็ดึงกระบี่ไม้าจากมิติเก็บของก่อนจะเิ่แผ่ัวิญญาณเข้าไป
กระบี่ไม้ธรรมดาไร้คมในมือเิ่ปาฏกระแสัีแาห่อหุ้ม หยุนเสวี่ยเฟิก็เิ่จับผิดสังเกตุัวิญญาณใน่าาไ้ทันที ัเร่งเร้าัวิญญาณให้เพิ่มึ้เรื่อยต่อไป
“ระดับัวิญญาณเพิ่มเป็12แล้ว!” หยุนเสวี่ยเฟิดีใจเป็ลิงโลด แต่แล้วเมื่อัขยับ่าาัก็ัรู้สึกว่าา้าวเท้าผิดแปลกไป ชั่วขณะี่ัรับรู้ สองเท้าก็เกี่ยวกันล้มลงบนพื้นหญ้าทันที
“โอย.. รสชาติของหญ้าัแย่จริงๆ” หยุนเสวี่ยเฟิบ้วนเศษหญ้าในปากา จากนั้นก็ลุกึ้นั่งแล้วเิ่ทบทวนตำราี่ัดูดซับมาทันที ครั้นเมื่อัหลับตา ึึข้อมูลเนื้อหาของตำรา ัก็ปาฏึ้มาในห้วงจิตทันที
‘วิชากระบี่ดับตะวัน ผู้ฝึกจะใช้าุความมืดแะไฟเป็หลัก าุแสงแะสายฟ้าเป็รอง การโจมตีจะเกิดเป็เปลวเพลิงสีดำี่ดูดกลืนเผาผลาญทุกสิ่ง การเคลื่อนไหวจะใช้าุแสงแะสายฟ้าช่วยส่งเสริม’ เมื่อึึข้อมูลการเคลื่อนไหว ภาพา้าวเท้าท่าร่างของวิชากระบี่เิ่ลอยเข้ามาในจินตนาการของั
“ใช้าุแสงแะสายฟ้าช่วยส่งเสริมหรือ? ยังไงกัน?” หยันเสวี่ยเฟิว่าแล้วัก็ลุกึ้แล้วเิ่ฝึกการเคลื่อนไหวทันที
หยุนเสวี่ยเฟิเร่งเร้าัวิญญาณึ้มาแ้ึกระตุ้นัาุแสงแะสายฟ้า้ัตามตำรา ันั้น่าาของัก็เิ่ทอแสงีแเรืองรองา ้ันั้นี่รอบตัวปาฏกระแสสายฟ้าีแแ่แตกะาไปั่
“หลักการเคลื่อนไหวนั้นแตกต่างจากวิชากระบี่พื้นฐานลิบลับ” หยุนเสวี่ยเฟิเมื่อนึกภาพการเคลื่อนไหวแล้วัก็เิ่ก้าวเท้าออกทันที คล้ายว่าวิธีการเคลื่อนไหวแบบนี้เองี่ทำให้ัก้าวพลาดเมื่อครู่
กระบี่ไม้ถูกวาดรำออกไป่ารวดเร็ว สองเท้าของหยุนเสวี่ยเฟิเคลื่อนไหวไปมา่าพลิ้วไหว ิเไหนี่ั่าำกระบี่่าไป จะปาฏื่กระแสสายฟ้าปริแตกาเป็เส้นสาย ำาต้นไม้ใบหญ้าี่อยู่รอบไ้
หยุนเสวี่ยเฟิใช้เวลาครึ่งชั่วยามในการฝึกท่าเคลื่อนไหวแะท่าวาดโจมตีพื้นฐานของวิชากระบี่ขั้นี่9นี้ เมื่อเพลงกระบี่นั้น ัจะมาอยู่ในท่ายืนนิ่งสงบ กระบี่ถูกชี้ลงไปด้านข้างเฉียงมาด้านหน้าเล็กน้อย ดูไปดูมา คล้ายจะเป็จังหวะใช้วางท่าให้ดูดีเฉยๆ
“ฟู่..”
หยุนเสวี่ยเฟิถอนหายใจยาว การฝึกท่าร่างพื้นฐานของวิชานี้ คล้ายจะเหนื่อยกว่าท่ารำกระบี่ธรรมดามาก แสงแะสายฟ้าีแี่ปาฏรอบกายก็เิ่สงบแะค่อยๆจางหายไป
“นึกแล้วว่าต้องมีวิธีใช้ัาุต่อเนื่อง” หยุนเสวี่ยเฟิวิเคราะห์ จากเหตุการณ์ในวันก่อนหน้านี้ ทำให้ัไ้รู้ว่า การจะใช้ัาุไ้ต่อเนื่องนั้น หลักา็คือใช้ัวิญญาณเข้าฟื้นฟู่าต่อเนื่องนั่นเอง แต่ก็หมายความว่า ในขณะี่ใช้ัาุา ัวิญญาณก็จะลดลงเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลให้ความสามารถในการต่อสู้จะค่อยๆลดลง
‘ัวิญญาณหมด ก็คือ’ หยุนเสวี่ยเฟิคิด เมื่อครู่นั้นักระตุ้นใช้ออกซึ่งัาุถึงสองาุ แต่ในระหว่างต่อสู้นั้น ท่าร่างท่าเคลื่อนไหวเป็สิ่งจำเป็ นั่นเท่ากับว่า ถ้าจะโจมตีไปด้วย ัต้องใช้ถึงสี่าุในเวลาเดียวกัน
เด็กชายนั่งลงแล้วเิ่โคจรฟื้นฟูัวิญญาณ ซึ่งในระหว่างนั้นัก็ดึงข้อมูลของตำราาวิเคราะห์ต่อไป
‘วิชากระบี่ดับตะวัน มีเคล็ดวิชาเฉพาะอยู่สี่ขั้น เิ่จากระดับ10 จะสามารถใช้เคล็ดวิชาภูติสายฟ้า เป็ทักษะการเคลื่อนไหวโดยจะมีัาุแสงแะสายฟ้าโจมตีเป็ื่ออกไปรอบกาย ส่วนเคล็ดวิชาขั้นต่อไปจะถูกปลดผนึกเมื่อมีระดับ30’ เมื่อเค้นความรู้ตอนนี้หยุนเสวี่ยเฟิก็หน้าหงายทันที ราวกับว่าวิชาจะกล่าวพูดคุยกับัในความคิดี่ักำลังคิด
“ระดับสิบจะใช้เคล็ดวิชาภูติสายฟ้าไ้.. มิน่าเล่า เมื่อครู่ข้าใช้เคล็ดวิชานี้โดยไม่รู้ แต่การโจมตียังคงเป็เพียงการใช้ัวิญญาณปกติ” เมื่อไ้ลองทบทวนการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้แล้วพบว่ามีื่แสงแะกระแสไฟฟ้าถูกแผ่ออกไปรอบๆตัวั แต่เมื่อลองวาดหรือแทงกระบี่ออกไป กลับมิไ้มีเปลวเพลิงสีดำเหมือน่าในตำราบอก
“เช่นนั้นก็คงต้องรอระดับ30... หวังว่าเมื่อปลดผนึกแล้วจะเป็เคล็ดโจมตีนะ” หยุนเสวี่ยเฟิผงกหัวทำความเข้าใจอยู่คนเดียว เมื่อฟื้นฟูัาุี่ใช้หมดไปจนเต็มแล้ว ัก็เิ่ฝึกเคล็ดวิชาอีกครั้ง
‘ภูติสายฟ้า!’ จากนั้นัก็เิ่ฝึกปรือเคล็ดวิชาเงาสายฟ้าอีกครั้ง
วันคืนยังคงผัน่าไปเรื่อยเปื่อยสามวันแล้วสี่คืนเล่า หยุนเสวี่ยเฟิใช้เวลาช่วงเช้าถึงเี่ยง ฝึกปรือเพลงกระบี่ให้ชำนาญึ้ ส่วนช่วงบ่ายจะโหมัวิญญาณฝึกปรือเคล็ดวิชาภูติสายฟ้าจากตำรากระบี่ดับตะวันในทุกๆวันัจะเหลือเรี่ยวแรงไว้กินข้าวเย็นแะอาบน้ำเท่านั้น พอหัวถึงหมอนัก็จะหมดสติทันที
ระดับัวิญญาณจาก12ก็ค่อยๆึ้มาเป็13ภายใน4วัน หยุนเสวี่ยเฟิเิ่จับจุดไ้แล้วว่าถ้ายิ่งใช้ัวิญญาณให้มากเท่าใด เมื่อพักพื้นึ้มาจนเต็มแล้ว จะยิ่งมีความจุเพิ่มึ้ คล้ายกับการเติบโตของกล้ามเนื้อี่ออกกำลังกายทุกวี่วัน ถึงแม้ว่าจะเพิ่มึ้่าเชื่องช้า แต่ก็ย่อมสังเกตุไ้เมื่เลา่าไปาวัน
ตอน.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??